<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
4 กันยายน 2558
 

ด่วน! ศาลฎีกาฯ ยกฟ้อง "นพดล ปัทมะ" ไม่ผิดม.157 ปมเอื้อเขมรขึ้นทะเบียนพระวิหาร

  ขออนุญาตนำเนื้อหาต่อไปนี้จากมติชนรายวัน มารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา

ด่วน! ศาลฎีกาฯ ยกฟ้อง "นพดล ปัทมะ" ไม่ผิดม.157 

ปมเอื้อเขมรขึ้นทะเบียนพระวิหาร


http://www.matichon.co.th/online/2015/09/14413551981441356575l.jpg

4 ก.ย. 58 - ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาในคดี ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทห์ ยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในกรณีที่ นายนพดล ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย - กัมพูชา ฉบับลงวันที่ 18 มิถุนายน ปี 2551 สนับสนุนให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไทย

โดยนายนพดลได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความมั่นใจแค่ไหน นายนพดลได้หันมามองและพยักหน้าด้วยสี อมยิ้มเล็กน้อยและได้เดินเข้าไปยังศาล

อย่างไรก็ตามนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมส.ส.พื้นที่กรุงเทพฯเดินทางมาร่วมรับฟังและให้กำลังใจ

ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษา โดยมีมติ 6 ต่อ 3 ยกฟ้องนายนพดล ไม่มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 โดยให้เหตุผลว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การลงนามแถลงการร่วมดังกล่าวมีความสมเหตุสมผลถูกต้องตามสถานการณ์ ไม่กระทบต่อสิทธิทางเขตแดนและการทวงคืนเขาพระวิหารในอนาคต

อีกทั้ง วินิจฉัยว่าหนังสือแถลงการณ์ร่วมไม่ใช่หนังสือสัญญา หรือสนธิสัญญาจึงไม่อาจบอกได้ว่าจำเลยหลีกเลี่ยงการนำหนังสือไปให้รัฐสภาพิจารณา และอีกทั้งยังไม่ปรากฎหลังฐานว่านายนพดล และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับประโยชน์หนังสือสนธิสัญญานี้

http://www.matichon.co.th/online/2015/09/14413551981441359801l.jpg

ทั้งนี้นายนพดลได้ให้สัมภาษณ์ว่า น้ำตาไหลตั้งแต่องค์คณะตุลาการได้อ่านคำพิพากษาตั้งแต่อ่านยังไม่จบ ซึ่งคดีนี้ใช้เวลานานมากว่า7ปี ที่ความจริงจะปรากฏ ตนรู้สึกดีใจและตื้นตันที่ได้รับความเป็นธรรมจากศาล และขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ ขออโหสิกรรมให้ทุกคนที่เข้าใจตนผิดมาตลอด ว่ากล่าวหาตนขายชาติทำให้เสียดินแดนเขาพระวิหารไป และตนขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ จะไม่มีการฟ้องกลับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรวมถึงนางรสนา โตสิตระกูล ทั้งยังนายสมชาย แสวงการที่กล่าวหาว่าตนและพันตำรวจโททักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับประเทศกัมพูชา

นอกจากนี้จะไม่นำคำพิพากษาของศาลไปใช้ผลประโยชน์ทางการเมือง และตนไม่ได้คุยกับ พันตำรวจโททักษิณมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ได้คุยกันคดีนี้ จากนี้จะกลับไปพักผ่อนที่บ้านและไปทำบุญ ส่วนการเดินทางไปต่างประเทศนั้นยังไม่สามารถเดินทางไปได้เนื่องจากติดคำสั่ง พร้อมขอบคุณข้าราชการกระทรวงต่างประเทศที่มาเป็นพยานในคดี ซึ่งคำแถลงการณ์ร่วมแม้ว่าจะถูกโจมตีอย่างไรก็ตาม ก็พิสูจน์ได้ว่าคำแถลงการณ์ร่วมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสู้คดีที่ศาลโลก/จบ
........................................................................................................
ขออนุญาตนำเนื้อหาจากบีบีซีไทย มารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา ดังนี้

ขอให้เราเลิกแล้วต่อกัน: นพดล ปัทมะ

หลังฟังคำพิพากษายกฟ้อง เจ้าตัวหลั่งน้ำตาในห้องพิพากษาก่อนจะให้สัมภาษณ์สื่อ ระบุให้อภัยทุกฝ่ายไม่ฟ้องกลับ “ผมได้รับรู้รสชาติของความยุติธรรม ได้รับรู้รสชาติความอยุติธรรม ใครไม่ได้เจอไม่รู้”

นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือ ป.ป.ช.ฟ้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยป.ป.ช.ซึ่งดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2551 ระบุว่าการที่นายนพดลไปลงนามในเอกสารร่วมไทยกัมพูชาเมื่อ 18 มิ.ย.2551 จะนำไปสู่การที่กัมพูชานำประสาทพระวิหารขึ้นจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทำให้ไทยเสียประโยชน์ กล่าวคือมีโอกาสทำให้ไทยเสียดินแดนที่ติดกับปราสาทพระวิหาร

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาคดีนายนพดลช่วงบ่ายวันนี้ 4 ก.ย.โดยมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ยกฟ้อง โดยถือว่าไม่มีเจตนาละเว้น นอกจากนี้พยานหลักฐานรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทำให้ไทยสูญเสียผลประโยชน์ รวมทั้งการดำเนินการนั้นก็ไม่กระทบสิทธิการทวงคืน และเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนทุกประการ ทั้งยังไม่พบว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด


นายนพดลให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังจากฟังคำพิพากษาโดยขอบคุณศาลที่ให้ความยุติธรรม พร้อมกับยอมรับว่าที่ผ่านมาหนักใจ แม้เมื่อมีโทรศัพท์เข้าไปเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับเนื่องจากเกรงจะมีคนถามว่าจะมาศาลหรือไม่ แต่หลังจากที่ได้ฟังคำตัดสิน ยอมรับว่าในศาลถึงกับหลั่งน้ำตา พร้อมกับบอกว่า ตนได้ลิ้มรสของความยุติธรรมแล้ว

“ผมขออโหสิกรรมให้ทุกคนที่เข้าใจผมผิด อาจจะได้ข้อมูลมาคลาดเคลื่อน ที่เคยกล่าวหาผม เช่น มีหัวใจเขมร ได้ประโยชน์จากท่านฮุนเซน จะมีอะไรเจ็บปวดไปกว่านี้อีก แต่วันนี้ผมขออโหสิกรรม แผ่เมตตา ให้อภัย ขอให้เรารักสามัคคีกัน ผมจะไม่เอาเรื่องนี้ไปแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง เพราะผมรู้ถึงความเจ็บปวด ขอให้เราเลิกแล้วต่อกัน”

“ผมไม่ฟ้องใคร ขอให้คุณรสนา คุณสมชาย สบายใจได้ ผมจะไม่ดำเนินการทางการเมืองใด ๆ กับใคร”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแผนการต่อไป นายนพดลระบุว่าต้องรอสักพัก ช่วงนี้ตนยังเดินทางไปต่างประเทศไม่ได้ และที่ผ่านมาก็เครียดเพราะต้องช่วยสนับสนุนทีมทนายอ่านเอกสารจำนวนมาก

ขอบคุณภาพจาก sanon charoenpun

/จบ
........................................................................................................
ขออนุญาตมติชนรายวันนำเนื้อหาต่อไปนี้เก็บรวบรวมไว้เพื่อการศึกษา ดังนี้

ชมคลิป คดีประวัติศาสตร์ นักข่าว ถาม "นพดล ปัทมะ" 

ทำไมคุณน้ำตาไหล? แล้วฟังคำตอบ...

.4 ก.ย. 58 - ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาในคดี ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทห์ ยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในกรณีที่ นายนพดล ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย - กัมพูชา ฉบับลงวันที่ 18 มิถุนายน ปี 2551 สนับสนุนให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไทย

โดยนายนพดลได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความมั่นใจแค่ไหน นายนพดลได้หันมามองและพยักหน้าด้วยสี อมยิ้มเล็กน้อยและได้เดินเข้าไปยังศาล

อย่างไรก็ตามนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมส.ส.พื้นที่กรุงเทพฯเดินทางมาร่วมรับฟังและให้กำลังใจ

ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาโดยมีมติ 6 ต่อ 3 ยกฟ้องนายนพดล ไม่มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 โดยให้เหตุผลว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การลงนามแถลงการร่วมดังกล่าวมีความสมเหตุสมผลถูกต้องตามสถานการณ์ ไม่กระทบต่อสิทธิทางเขตแดนและการทวงคืนเขาพระวิหารในอนาคต

อีกทั้ง วินิจฉัยว่าหนังสือแถลงการณ์ร่วมไม่ใช่หนังสือสัญญา หรือสนธิสัญญาจึงไม่อาจบอกได้ว่าจำเลยหลีกเลี่ยงการนำหนังสือไปให้รัฐสภาพิจารณา และอีกทั้งยังไม่ปรากฎหลังฐานว่านายนพดล และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับประโยชน์หนังสือสนธิสัญญานี้/จบ
..........................................................................................................



Create Date : 04 กันยายน 2558
Last Update : 4 กันยายน 2558 22:13:21 น. 0 comments
Counter : 461 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

justice0009
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add justice0009's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com