Me, Myself and Formula 1
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
22 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
คู่มือรับชมการแข่งขัน F1 (ฉบับปี 2017)





ฟอร์มูล่าวันเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงกฎทางเทคนิคขนานใหญ่อีกครั้งในฤดูกาลนี้ โดยผลของการปรับเปลี่ยนด้านแอโรไดนามิกส์รวมถึงขนาดหน้ายางที่กว้างขึ้น จะทำให้รถฟอร์มูล่าวันเกาะผิวแทร็คมากขึ้น เข้าโค้งได้ดีขึ้น ที่สำคัญ นักขับสามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นประมาณ 4-5 วินาทีตามการคาดการณ์เมื่อเทียบกับรถรุ่นปี 2015 จึงน่าติดตามผลของความเปลี่ยนแปลงในฤดูกาล 2017 นี้เป็นอย่างยิ่ง โดยคำถามสำคัญของปีนี้ก็คือ จะมีทีมใดล้มแชมป์ 3 สมัยซ้อนอย่างเมอร์เซเดสลงได้หรือไม่?

เพื่อความเข้าใจในการแข่งขันฟอร์มูล่าวันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่เพิ่งติดตาม จขบ. ขอรวบรวมข้อมูลสำคัญเพื่อเป็นคู่มือสำหรับการรับชมไว้ในบล็อกหน้านี้ เป็นการต้อนรับการแข่งขันฟอร์มูล่าวันชิงแชมป์โลกปี 2017 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นสนามแรกในสุดสัปดาห์นี้ค่ะ

ปฏิทินการแข่งขันปี 2017

การแข่งขันปีนี้ประกอบด้วย 20 สนาม โดยเยอรมัน กรังด์ปรีซ์ หลุดออกจากปฏิทินการแข่งขันอีกครั้ง และสนามบาคูได้ใช้ชื่ออาเซอร์ไบจัน กรังด์ปรีซ์ แทนยูโรเปี้ยน กรังด์ปรีซ์ ที่ใช้เมื่อเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในปีก่อน

26 มี.ค. - เมลเบิร์น ออสเตรเลีย
9 เม.ย. - เซี่ยงไฮ้ จีน
16 เม.ย. - ซาคีร์ บาห์เรน
30 เม.ย. - โซชิ รัสเซีย
14 พ.ค. - บาร์เซโลน่า สเปน
28 พ.ค. - มอนติคาร์โล โมนาโก
11 มิ.ย. - มอนทรีออล แคนาดา
25 มิ.ย. - บาคู อาเซอร์ไบจัน
9 ก.ค. - สปีลเบิร์ก ออสเตรีย
16 ก.ค. - ซิลเวอร์สโตน สหราชอาณาจักร
30 ก.ค. - บูดาเปสต์ ฮังการี
27 ส.ค. - สปา-ฟรองคอร์ชองป์ เบลเยี่ยม
3 ก.ย.- มอนซ่า อิตาลี
17 ก.ย. - สิงคโปร์
1 ต.ค. - เซปัง มาเลเซีย
8 ต.ค. - ซูซูกะ ญี่ปุ่น
22 ต.ค. - ออสติน สหรัฐอเมริกา
29 ต.ค. - เม็กซิโกซิตี้ เม็กซิโก
12 พ.ย. - เซาเปาโล บราซิล
26 พ.ย. - อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์





ทีมและนักแข่ง

ในปี 2017 มีจำนวนทีมลงแข่งขันทั้งหมด 10 ทีม รวมนักขับ 20 คน โดยทีมแมเนอร์ถอนตัวออกจากการแข่งขันไปเมื่อต้นปีด้วยเหตุผลด้านการเงิน

แชมป์โลกฟอร์มูล่าวันคนปัจจุบันคือ นิโค รอสเบิร์ก สังกัดทีมเมอร์เซเดส ซึ่งเป็นแชมป์โลกประเภททีมในขณะนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เขาประกาศแขวนพวงมาลัยหลังการแข่งขันสนามสุดท้ายที่อาบูดาบีเมื่อปีที่แล้วเพียง 5 วันเท่านั้น ทำให้เมอร์เซเดสดึงวาลท์เทรี่ บอตทาส มาแทนที่ และส่งผลให้วิลเลียมส์ ต้นสังกัดเดิมของบอตทาส ต้องเจรจาให้เฟลิเป้ มาสซ่า ที่ตั้งใจเลิกขับฟอร์มูล่าวันหลังจบฤดูกาล 2016 ต้องชะลอแผนการรีไทร์ไว้ก่อน เพื่อเป็นหลักให้กับทีมและน้องใหม่ แลนซ์ สโตรล ซึ่งเป็นนักขับหน้าใหม่คนเดียวของกริดปีนี้อีกด้วย ทั้งนี้ นักขับแชมป์โลกที่ลงแข่งขันฤดูกาลนี้มีทั้งหมด 4 คน ได้แก่ เซบาสเตียน เวทเทล (2010-2013) ลูอิส แฮมิลตัน (2008 และ 2014-2015) เฟอร์นันโด อลอนโซ่ (2005-2006) และคิมี่ ไรค์โคเน่น (2007)

สำหรับรายชื่อทีมแข่ง นักแข่ง (สัญชาติ-หมายเลขประจำตัว) รวมถึงแชสซีส์และเครื่องยนต์ มีดังนี้

เมอร์เซเดส
แชสซีส์: W08
เครื่องยนต์: เมอร์เซเดส
นักแข่ง: ลูอิส แฮมิลตัน (สหราชอาณาจักร-44) และ วาลท์เทรี่ บอตทาส (ฟินแลนด์-77)

เร้ดบูล
แชสซีส์: RB13
เครื่องยนต์: เรโนลต์ ในนามแท็กฮอยเออร์ (สปอนเซอร์ของทีม)
นักแข่ง: แดเนียล ริกเคียร์โด้ (ออสเตรเลีย-3) และ แม็กซ์ เวอร์สตัปเพ่น (ฮอลแลนด์-33)

เฟอร์รารี่
แชสซีส์: SF70H
เครื่องยนต์: เฟอร์รารี่
นักแข่ง: เซบาสเตียน เวทเทล (เยอรมัน-5) และ คิมี่ ไรค์โคเน่น (ฟินแลนด์-7)

ฟอร์ซอินเดีย
แชสซีส์: VJM10
เครื่องยนต์: เมอร์เซเดส
นักแข่ง: เซอร์จิโอ เปเรซ (เม็กซิโก-11) และ เอสเตบัน โอคอน (ฝรั่งเศส-31)

วิลเลียมส์
แชสซีส์: FW40
เครื่องยนต์: เมอร์เซเดส
นักแข่ง: เฟลิเป้ มาสซ่า (บราซิล-19) และ แลนซ์ สโตรล (แคนาดา-18)

แม็คลาเรน
แชสซีส์: MCL32
เครื่องยนต์: ฮอนด้า
นักแข่ง: เฟอร์นันโด อลอนโซ่ (สเปน-14) และ สตอฟเฟล แวนดูร์น (เบลเยี่ยม-2)

โตโร รอสโซ
แชสซีส์: STR12
เครื่องยนต์: เรโนลต์
นักแข่ง: คาร์ลอส ซายนซ์ (สเปน-55) และ ดาเนียล คัฟยาต (รัสเซีย-26)

ฮาส
แชสซีส์: VF-17
เครื่องยนต์: เฟอร์รารี่
นักแข่ง: โรแมง โกรส์ฌอง (ฝรั่งเศส-8) และ เควิน แม็กนุสเซ่น (เดนมาร์ก-20)

เรโนลต์
แชสซีส์: RS.17
เครื่องยนต์: เรโนลต์
นักแข่ง: นิโค ฮูลเคนเบิร์ก (เยอรมัน-27) และ โจเลี่ยน พาลเมอร์ (สหราชอาณาจักร-30)

เซาเบอร์
แชสซีส์: C36
เครื่องยนต์: เฟอร์รารี่ ปี 2016
นักแข่ง: มาร์คุส เอริกสัน (สวีเดน-9) และ พาสคาล เวร์ไลน์ (เยอรมัน-94)


*********************************************************


กฎการแข่งขันทั่วไป


สุดสัปดาห์การแข่งขัน

ปฏิทินการแข่งขันฟอร์มูล่าวันในแต่ละปีหรือแต่ละฤดูกาลประกอบด้วยจำนวนสนามแข่งขันได้มากที่สุด 21 สนาม ขึ้นอยู่กับการลงนามร่วมกันในสัญญาการจัดการแข่งขันระหว่างสนามนั้นๆ กับผู้ถือลิขสิทธิ์ทางการค้าของการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันนี้ฟอร์มูล่าวันบริหารงานโดยลิเบอร์ตี้มีเดีย ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นท์รายใหญ่ของอเมริกา สำหรับฤดูกาล 2017 มีสนามที่ต้องชิงชัยรวมทั้งสิ้น 20 สนาม โดยเริ่มที่รายการออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ วันที่ 26 มีนาคม และปิดท้ายด้วยรายการอาบู ดาบี กรังด์ปรีซ์ วันที่ 26 พฤศจิกายน

ในแต่ละสุดสัปดาห์การแข่งขันจะประกอบด้วย

วันศุกร์ - เป็นรอบฝึกซ้อม (Free Practice) แบ่งเป็น 2 รอบ เช้าและบ่าย หรือบ่ายและค่ำสำหรับกรณีไนท์เรซ รอบละ 90 นาที (สำหรับรายการโมนาโก กรังด์ปรีซ์ รอบฝึกซ้อมจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรของเมือง)

วันเสาร์ - ประกอบด้วยรอบฝึกซ้อมครั้งสุดท้าย ใช้เวลา 60 นาที และถัดมาจะเป็นรอบควอลิฟาย (Qualifying) หรือรอบแข่งขันจับเวลาเพื่อจัดอันดับสตาร์ทในวันแข่งขันจริงคือในวันอาทิตย์ ใช้เวลา 60 นาที ซึ่งรอบควอลิฟายจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงย่อย ได้แก่

Q1 ใช้เวลา 18 นาที ผู้ที่ทำเวลาช้าที่สุด 5 คันจะถูกคัดออกและจัดอันดับสตาร์ทตามนั้น (อันดับที่ 16-20)

Q2 ใช้เวลา 15 นาที สำหรับรถ 15 คัน เวลาจาก Q1 จะถูกล้างและแข่งขันจับเวลากันใหม่ ผู้ที่ทำเวลาช้าที่สุดอีก 5 คันจะถูกคัดออกและจัดอันดับสตาร์ทตามนั้น (อันดับที่ 11-15)

Q3 ใช้เวลา 12 นาที สำหรับรถ 10 คันสุดท้าย เวลาจาก Q2 จะถูกล้างและแข่งขันจับเวลากันใหม่และจัดอันดับสตาร์ทตามนั้น (อันดับที่ 1-10) ผู้ที่ทำเวลาเร็วที่สุดจะได้ออกตัวจากกริดสตาร์ทอันดับที่ 1 หรือที่เรียกว่าตำแหน่งโพล (Pole Position) ซึ่งเป็นตำแหน่งสตาร์ทที่ดีที่สุด

ทั้งนี้ จำนวนการคัดรถออกจาก Q1 และ Q2 สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามจำนวนรถที่เข้าแข่งขันในแต่ละฤดูกาล สำหรับปี 2017 มีทีมเข้าแข่งขันทั้งหมด 10 ทีม รวมจำนวนรถ 20 คัน โดยรถทุกคันจะต้องทำเวลาให้อยู่ในเวลา 107% ของเวลาที่เร็วที่สุดใน Q1 เพื่อผ่านการควอลิฟายไปเข้าร่วมการแข่งขัน หากเวลาควอลิฟายไม่ถึง 107% ให้อยู่ในดุลพินิจของกรรมการว่าจะอนุญาตให้รถคันนั้นๆ ลงแข่งขันหรือไม่

วันอาทิตย์ - เป็นวันแข่งขันหรือ Race Day โดยกำหนดให้ระยะทางรวมในการแข่งขันไม่ต่ำกว่า 300 กม. (สำหรับสนามโมนาโกถือเป็นข้อยกเว้น) หรือใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง เว้นแต่การแข่งขันจะถูกคั่นด้วยธงแดงเพื่อหยุดการแข่งขันชั่วคราวอันเนื่องจากอุบัติเหตุหรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย


คะแนนสะสม

ฟอร์มูล่าวันใช้ระบบสะสมคะแนนตลอดทั้งฤดูกาล ผู้ที่ได้คะแนนสะสมมากที่สุดทั้งประเภทนักขับและประเภททีมผู้สร้างจะได้แชมป์โลกประจำฤดูกาลไปครอง โดยการให้คะแนนนักขับจะจัดสรรให้กับผู้ที่เข้าเส้นชัย 10 อันดับแรกดังนี้

อันดับที่ 1 - 25 คะแนน
อันดับที่ 2 - 18 คะแนน
อันดับที่ 3 - 15 คะแนน
อันดับที่ 4 - 12 คะแนน
อันดับที่ 5 - 10 คะแนน
อันดับที่ 6 - 8 คะแนน
อันดับที่ 7 - 6 คะแนน
อันดับที่ 8 - 4 คะแนน
อันดับที่ 9 - 2 คะแนน
อันดับที่ 10 - 1 คะแนน

โดยคะแนนทีมผู้สร้างจะเป็นการนำคะแนนของนักขับในทีมทั้ง 2 คนที่ได้รับจากแต่ละสนามมารวมกัน


การใช้ยาง

ยางที่รถฟอร์มูล่าวันใช้ในปัจจุบันมาจากผู้ผลิตรายเดียว เป็นยี่ห้อปิเรลลี่ (Pirelli) ของอิตาลี ในปีนี้ขนาดหน้ายางกว้างขึ้นกว่าสเป็กเดิม 25% โดยยางหลังกว้างขึ้นจาก 325 มม. เป็น 405 มม. และยางหน้ากว้างขึ้นจาก 245 มม. เป็น 305 มม. ซึ่งแม้จะทำให้เส้นผ่านศูนย์กลางเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ขอบล้อยังมีขนาด 13 นิ้วเช่นเดิม

ประเภทของยางแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือยางสำหรับแทร็คแห้ง (slick) และยางสำหรับแทร็คเปียก ซึ่งแต่ละประเภทยังแบ่งเป็นชนิดย่อยได้ดังนี้

ยางแห้ง:
ยางอัลตร้าซอฟต์ - แถบสีม่วง
ยางซูเปอร์ซอฟต์ - แถบสีแดง
ยางซอฟต์ - แถบสีเหลือง
ยางมีเดียม - แถบสีขาว
ยางฮาร์ด - แถบสีส้ม

ยางเปียก:
ยางอินเตอร์มีเดียต - แถบสีเขียว สำหรับแทร็คกึ่งเปียกกึ่งแห้ง
ยางฟูลเว็ท - แถบสีฟ้า สำหรับแทร็คที่เปียกมาก มีน้ำขัง





กฎการใช้ยางมีรายละเอียดดังนี้

- ปิเรลลี่ โดยการปรึกษาร่วมกับเอฟไอเอ จะประกาศชนิดยางสำหรับการแข่งขันในแต่ละสนามล่วงหน้าจำนวน 3 ชนิดให้ทีมแข่งรับทราบ

- นักขับแต่ละคนจะได้รับยางจำนวนทั้งสิ้น 13 ชุด สำหรับใช้ในช่วงฝึกซ้อม รอบควอลิฟาย และการแข่งขัน

- ปิเรลลี่จะระบุชนิดยางบังคับในการแข่งขันให้รถแต่ละคันจำนวน 2 ชุด โดยจะต้องเก็บยางอีก 1 ชุดที่เป็นชนิดเนื้อนิ่มกว่าไว้ใช้เฉพาะช่วง Q3 ของรอบควอลิฟายเท่านั้น

- ยางบังคับจำนวน 2 ชุดนั้น ปิเรลลี่จะเลือกให้ 2 จาก 3 ชนิดที่ระบุให้ใช้ในสุดสัปดาห์การแข่งขัน ซึ่งยางเหล่านี้จะแยกชนิดชัดเจนสำหรับแต่ละทีม

- แต่ละทีมสามารถเลือกชนิดของยางสำหรับ 10 ชุดที่เหลือของนักขับแต่ละคนได้เองจากยาง 3 ชนิดที่ระบุให้ใช้ในสุดสัปดาห์การแข่งขัน

- ทีมจะต้องเลือกยางที่จะใช้ภายในวันที่ปิเรลลี่กำหนด ซึ่งปิเรลลี่จะแจ้งการเลือกยางไปยังเอฟไอเอ และจากนั้นจะแจ้งกลับมายังปิเรลลี่ถึงจำนวนยางที่ต้องผลิต การเลือกยางของแต่ละทีมจะถูกเก็บเป็นความลับจนกระทั่ง 2 สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน หากทีมใดเลือกยางช้ากว่ากำหนด เอฟไอเอจะเป็นผู้เลือกยางให้แทน

- เมื่อมีการเลือกยางสำหรับรถแต่ละคันแล้ว เอฟไอเอจะติดบาร์โค้ดให้กับยางแบบสุ่ม

- แต่ละทีมสามารถเลือกยางให้เหมาะกับรถแต่ละคันได้ หมายความว่านักขับแต่ละคนของทีมไม่จำเป็นต้องเลือกยางเหมือนกัน

- ยางชนิดต่างๆ จะได้รับการแยกชนิดด้วยแถบสีด้านข้างอย่างชัดเจน

- ทีมต้องส่งคืนยางตามกำหนดที่ระบุ แต่พวกเขาสามารถตัดสินใจเลือกชนิดของยางที่จะส่งคืนได้ตามกำหนดเวลาช่วงต่างๆ ได้แก่
1 ชุดหลัง 40 นาทีแรกของการซ้อมครั้งที่ 1 (FP1)
1 ชุดเมื่อจบการซ้อมครั้งที่ 1 (FP1)
2 ชุดเมื่อจบการซ้อมครั้งที่ 2 (FP2)
2 ชุดเมื่อจบการซ้อมครั้งที่ 3 (FP3)

- ทีมต้องไม่ส่งคืนยางบังคับ 2 ชุดที่ปิเรลลี่เลือกให้และยางจะต้องพร้อมใช้สำหรับการแข่งขัน โดยนักขับต้องใช้ยางอย่างน้อย 1 จาก 2 ชุดดังกล่าวในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งทีมสามารถเลือกเองได้ว่าจะเป็นชุดใด


สัญญาณธงในสนามที่สำคัญ

ธงตาหมากรุก - จบการแข่งขันหรือในรอบควอลิฟายจะหมายถึงไม่อนุญาตให้เริ่มควอลิฟายรอบใหม่

ธงเหลืองเดี่ยว - มีอันตรายอยู่ข้างหน้า ให้เตรียมลดความเร็ว
ธงเหลืองคู่ - มีอุบัติเหตุอยู่ข้างหน้า ให้ลดความเร็วลงทันที
*ห้ามแซงภายใต้ธงเหลืองใดๆ โดยเด็ดขาด

ธงเขียว - แทร็คกลับเข้าสู่สภาวะปกติ นักแข่งใช้ความเร็วในการแข่งขันตามปกติได้

ธงแดง - หยุดช่วง ไม่ว่าจะเป็นในการแข่งขันหรือควอลิฟาย มักใช้กรณีที่มีอุบัติเหตุรุนแรง แทร็คมีเศษชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่ว หรือสนามไม่พร้อมสำหรับการแข่งขันเนื่องจากสภาพอากาศ

ธงเหลืองสลับแดง - ระวังแทร็คลื่นข้างหน้า มักเกิดจากมีน้ำมันหรือน้ำบนผิวแทร็ค

ธงดำจุดกลมสีส้มตรงกลางพร้อมหมายเลขนักขับ - รถคันนั้นมีปัญหาทางเทคนิคและให้กลับเข้าพิตโดยเร็วที่สุด

ธงดำพร้อมหมายเลขนักขับ - รถคันนั้นต้องกลับเข้าพิตโดยทันทีเนื่องจากถูกตัดออกจากการแข่งขัน (disqualified)

ธงครึ่งขาวครึ่งดำพร้อมหมายเลขนักขับ - นักขับรถคันนั้นขับขี่โดยไม่สมควร ถือเป็นการเตือนครั้งสุดท้ายก่อนจะถึงธงดำ

ธงขาว - ให้ระวังพาหนะเคลื่อนที่ช้าที่อยู่ในแทร็ค

ธงฟ้า - บอกให้รถช้าที่กำลังจะถูกน็อกรอบรู้ว่ามีรถที่เร็วกว่าและอยู่คนละรอบตามมา ต้องเปิดทางให้ ถ้าผ่านธงฟ้า 3 จุดติดต่อกันแล้วยังไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกลงโทษ


เซฟตี้คาร์

เซฟตี้คาร์จะออกมาเมื่อกรรมการฝ่ายควบคุมการแข่งขันเห็นว่ารถที่เกิดอุบัติเหตุอยู่ในจุดที่เสี่ยง และการกู้รถต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนกับจุดเดิม เซฟตี้คาร์ออกมาวิ่งนำการแข่งขันโดยอยู่ข้างหน้ารถผู้นำ เป็นการควบคุมความเร็วของรถบนแทร็คให้เหมาะสม ไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป ขณะที่วิ่งตามหลังเซฟตี้คาร์ ห้ามไม่ให้มีการแซงกัน หากมีรถช้าที่วิ่งคนละรอบ (รถถูกน็อกรอบ) แทรกอยู่ กรรมการจะให้สัญญาณรถช้านั้นแซงเซฟตี้คาร์ขึ้นมาเพื่อวนกลับไปอยู่ในตำแหน่งจริงของตน ซึ่งนักขับอาจเข้าพิตไปเปลี่ยนยางได้ตามสัญญาณที่กรรมการแจ้งว่าพิตเลนเปิด

หากสถานการณ์ในแทร็คกลับมาเป็นปกติได้แล้ว เซฟตี้คาร์จะกลับเข้าพิตเลน โดยจะให้สัญญาณแก่ผู้นำด้วยการดับไฟสีเหลืองบนรถในรอบสุดท้ายที่วิ่ง เมื่อเซฟตี้คาร์กลับเข้าไปในพิตเลนแล้ว รถจะกลับมาแข่งขันด้วยความเร็วเต็มที่และแซงกันได้ตามปกติก็ต่อเมื่อวิ่งผ่านเส้นสตาร์ทเพื่อนับรอบใหม่ไปแล้ว ทั้งนี้ ผู้นำการแข่งขันมีสิทธิ์กำหนดจังหวะวิ่งผ่านเส้นสตาร์ท ถ้าผู้นำยังไม่ข้ามเส้นสตาร์ท แม้เซฟตี้คาร์จะกลับเข้าพิตเลนแล้วก็ยังแซงกันไม่ได้

ในกรณีที่การกู้รถที่เกิดอุบัติเหตุทำไม่สำเร็จภายในรอบการแข่งขันที่เหลือ เซฟตี้คาร์จะวิ่งอยู่จนจบการแข่งขัน แต่ก่อนถึงเส้นชัยเซฟตี้คาร์จะวิ่งกลับเข้าพิตเลนไปก่อนเพื่อปล่อยให้รถผ่านเส้นชัยตามปกติ

นอกจากนั้น ปัจจุบันมีการนำระบบเสมือนมีเซฟตี้คาร์ในสนาม (Virtual Safety Car - VSC) มาใช้โดยมีสถานะเทียบเท่ากับการโบกธงเหลืองคู่ แต่อาจไม่จำเป็นถึงขั้นใช้เซฟตี้คาร์ เมื่อกรรมการตัดสินใจให้ใช้ระบบ VSC จะมีป้ายไฟสัญญาณขึ้นแจ้งนักขับด้านข้างสนาม นักขับต้องลดความเร็วลงแต่ไม่ช้าเกินกว่าที่กำหนด และเมื่อสถานการณ์ในแทร็คกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ป้ายไฟสัญญาณจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว


*********************************************************


กฎด้านเทคนิคเบื้องต้นที่ควรทราบ

ตัวถัง/แชสซีส์

หลังจากฟอร์มูล่าวันเข้าสู่ยุคล่าสุดเมื่อปี 2014 ปีนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนกฎด้านเทคนิคอีกครั้ง รถปี 2017 มีขนาดใหญ่ขึ้น ปีกหลังลดต่ำลง มาพร้อมกับยางที่มีหน้ากว้างขึ้นด้วยเช่นกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้รถเร็วขึ้น น่าตื่นตาตื่นใจขึ้น รวมถึงให้มีเสียงดังขึ้น ซึ่งรถแต่ละคันถูกกำหนดให้บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 105 กก. เป็นการเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่กำหนดไว้ไม่เกิน 100 กก. ทั้งนี้ เครื่องยนต์จะต้องมีอัตราการไหลเวียนของน้ำมัน (fuel flow) ไม่เกิน 100 กก./ชม. น้ำหนักรถเมื่อรวมน้ำหนักนักขับ อุปกรณ์ความปลอดภัย และยาง แต่ไม่รวมเชื้อเพลิง จะต้องไม่ต่ำกว่า 722 กก.สำหรับรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของรถปีนี้ ดูได้จากคลิปด้านล่างนี้ค่ะ



คลิปโดย Red Bull Racing


เครื่องยนต์

นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา เครื่องยนต์ฟอร์มูล่าวันใช้ขนาด 1.6 ลิตร V6 เทอร์โบ จำกัดความเร็วรอบเครื่องไม่เกิน 15000 rpm นอกจากกำลังของเครื่องยนต์แล้ว ยังจะได้แรงม้าจากการใช้ระบบ ERS (Energy Recovery System) ซึ่งเป็นระบบที่เปลี่ยนพลังงานกลและพลังงานความร้อนมาเป็นพลังงานไฟฟ้า

หน่วยเครื่องยนต์ (Power Unit) ของรถฟอร์มูล่าวันประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 6 ส่วน ได้แก่ 

1. เครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (Internal Combustion Engine: ICE)
2. เครื่องกำเนิดไฟฟ้า - พลังงานจลน์ (Motor Generator Unit - Kinetic: MGU-K)
3. เครื่องกำเนิดไฟฟ้า - พลังงานความร้อน (Motor Generator Unit - Heat: MGU-H)
4. ระบบสะสมพลังงาน (Energy Store: ES)
5. ตัวชาร์จเทอร์โบ (Turbo Charger: TC)
6. ระบบควบคุมไฟฟ้า (Control Electronics: CE)





สำหรับกฎการใช้หน่วยเครื่องยนต์ของปี 2017 ระบุไว้ดังต่อไปนี้

- กำหนดให้นักขับแต่ละคนสามารถใช้ส่วนประกอบของหน่วยเครื่องยนต์ 6 ส่วนข้างต้นได้ส่วนประกอบละ 4 ตัว (หรือหน่วยเครื่องยนต์ 4 ชุด) ตลอดฤดูกาล

- หากนักขับต้องใช้ส่วนประกอบใดๆ ของเครื่องยนต์มากกว่า 4 ตัว นักขับจะต้องรับโทษปรับอันดับกริดสตาร์ทลงตามที่เอฟไอเอกำหนดไว้ในทุกๆ ครั้งแรกของการใช้ส่วนประกอบของเครื่องยนต์เพิ่มเติม

> นักขับใช้ส่วนประกอบใดก็ตามเป็นตัวที่ 5 ครั้งแรก นักขับผู้นั้นจะต้องถูกปรับกริดสตาร์ท 10 อันดับ
> นักขับใช้ส่วนประกอบอื่นๆ ที่เหลือเป็นตัวที่ 5 ตามมา นักขับผู้นั้นจะต้องถูกปรับกริดสตาร์ท 5 อันดับ

โดยกระบวนการลงโทษจะเป็นไปเช่นนี้อีกเมื่อเริ่มใช้ส่วนประกอบใดๆ เป็นชิ้นที่ 6 7 8 ฯลฯ อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขของการปรับกริดสตาร์ทสูงเกินกว่าที่จะรับโทษตามจริงได้ ในทางปฏิบัติรถคันนั้นๆ จะได้รับอนุญาตให้สตาร์ทเพียงแค่จากกริดอันดับสุดท้าย

- ห้ามไม่ให้นักขับยอมรับโทษจำนวนมากในสนามเดียวโดยจงใจ เพื่อสะสมส่วนประกอบของหน่วยเครื่องยนต์ที่เกินโควต้าไปใช้ในสนามอื่นๆ หากมีการเปลี่ยนส่วนประกอบใดๆ ของหน่วยเครื่องยนต์มากกว่า 1 ตัวในสุดสัปดาห์การแข่งขัน จะอนุญาตให้ใช้เฉพาะส่วนประกอบตัวล่าสุดเท่านั้นในสนามถัดไปโดยไม่ต้องรับโทษอีก

- ในส่วนของการพัฒนาเครื่องยนต์ระหว่างฤดูกาล ปีนี้เอฟไอเอได้ยกเลิกระบบโทเค่น (tokens) ทำให้ผู้ผลิตเครื่องยนต์แต่ละรายมีอิสระในการพัฒนาได้ตลอดปี ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตเครื่องยนต์ในฟอร์มูล่าวันมี 4 ราย ได้แก่ เมอร์เซเดส เฟอร์รารี่ เรโนลต์ และฮอนด้า


เกียร์บ็อกซ์/ชุดเกียร์

ในฤดูกาลนี้ นักแข่งแต่ละคนต้องใช้เกียร์บ็อกซ์ 1 ตัวสำหรับ 6 สนามติดต่อกัน เว้นแต่ถ้าไม่จบการแข่งขันก็สามารถใช้เกียร์บ็อกซ์ตัวใหม่ได้ในสนามถัดไปโดยไม่ต้องรับโทษ


อากาศพลศาสตร์/แอโรไดนามิกส์

งานด้านแอโรไดนามิกส์ของรถฟอร์มูล่าวันมี 2 เรื่องสำคัญด้วยกัน คือ แรงกด (downforce) และแรงลาก (drag) ดาวน์ฟอร์ซจะกดยางลงบนพื้นถนนและช่วยให้เข้าโค้งได้เร็วยิ่งขึ้น โดยจะลดแรงลาก ซึ่งเป็นเหมือนกำแพงต้านอากาศขณะรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทั้งนี้ ดาวน์ฟอร์ซจะช่วยเพิ่มความเร็วให้รถระหว่างวิ่งบนทางตรงอีกด้วย (อ่านเรื่องดาวน์ฟอร์ซเพิ่มเติมได้ที่นี่ / อ่านเรื่องแรงลากเพิ่มเติมได้ที่นี่)

ทุกตารางนิ้วบนรถฟอร์มูล่าวันมีผลกับแอโรไดนามิกส์โดยรวมของรถและการทำให้แอโรไดนามิกส์เกิดประสิทธิภาพสูงสุดคือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของทีม


*********************************************************


ประวัติฟอร์มูล่าวันโดยสังเขป

การแข่งขันฟอร์มูล่าวันชิงแชมป์โลกเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1950 โดยเกิดจากการรวบรวมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ (Grand Prix) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในทวีปยุโรประหว่างยุคทศวรรษที่ 1920 และ 1930 เข้าไว้ด้วยกัน การแข่งขันฟอร์มูล่าวันกรังด์ปรีซ์เกิดขึ้นครั้งแรกที่สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1950 ซึ่งจวบจนถึงวันนี้ฟอร์มูล่าวันแข่งขันกันมาแล้วมากกว่า 900 ครั้ง

แชมป์โลกคนแรกของฟอร์มูล่าวันคือ จูเซปเป้ ฟาริน่า ส่วนทีมแชมป์โลกทีมแรกได้แก่ทีมแวนวอลล์ (ตำแหน่งแชมป์โลกประเภททีมมอบให้ในปี 1958 เป็นปีแรก) สำหรับนักขับที่ครองแชมป์โลกจำนวนมากที่สุดคือ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ซึ่งคว้าแชมป์โลกทั้งสิ้น 7 สมัย ในปี 1994-1995 และ 2000-2004 เขายังถือสถิติเป็นผู้ชนะการแข่งขันมากที่สุดจำนวน 91 สนาม โดยเฟอร์รารี่เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยจำนวนแชมป์โลก 16 สมัย จากชัยชนะทั้งสิ้น 221 ครั้ง

ในวงการมอเตอร์สปอร์ตมีรายการที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรยอดมงกุฎอยู่ 3 รายการ ได้แก่ อินดี้ 500 เลอมังส์ 24 ชั่วโมง และโมนาโก กรังด์ปรีซ์ ซึ่งรายการหลังจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 1929 และอยู่ในปฏิทินการแข่งขันฟอร์มูล่าวันมาตลอดนับตั้งแต่ปี 1950










*ข้อมูลจาก formula1.com / bbc.com / wikipedia.org / dhl-in-motion.com
ภาพจาก autoblog.com / thecheckeredflag.co.uk / thenational.ae



Create Date : 22 มีนาคม 2560
Last Update : 26 มีนาคม 2560 23:23:04 น. 3 comments
Counter : 1096 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ประกาศถึงคุณผู้อ่านทุกท่าน

นับจากปีนี้เป็นต้นไป จขบ. จะลดการโพสต์บล็อกลง เนื่องจากแฟนๆ ฟอร์มูล่าวันในนี้ส่วนใหญ่หันไปติดตามจากทางแฟนเพจ http://www.facebook.com/f1starfanclub แทนแล้ว ซึ่งข่าวทางนั้นจะทันเหตุการณ์และหลากหลายมากกว่า จึงขอแนะนำให้ทุกท่านกดไลค์และติดตามได้จากทางเพจเป็นหลักตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนะคะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามกันมาโดยตลอดค่ะ


โดย: finishline วันที่: 22 มีนาคม 2560 เวลา:16:40:38 น.  

 
ขอบคุณมากๆครับ สำหรับบทความดีๆ


โดย: tukkietui IP: 192.99.15.166 วันที่: 26 มีนาคม 2560 เวลา:8:54:44 น.  

 
^
^
^

ยินดีค่ะ


โดย: finishline วันที่: 26 มีนาคม 2560 เวลา:23:24:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

finishline
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 104 คน [?]




ในประเทศไทยหาข่าวฟอร์มูล่าวันอ่านได้ยากเหลือเกิ๊นนนน...เขียนเองเลยดีกว่า!

**เจ้าของบล็อกเขียนข่าวขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลข่าวและแปลจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือของต่างประเทศเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาชนิดนี้ ท่านใดที่นำข้อความในบล็อกไปเผยแพร่ต่อ ขอความกรุณาให้เครดิตบล็อกด้วยนะคะ**
Friends' blogs
[Add finishline's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.