Group Blog
 
 
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
ช้างน้าวเวียดนามดอกซ้อน : ชีวิตลิขิตเอง





เมื่อเย็นวานนี้อากาศก็ร้อนเหมือนวันอื่นๆสำหรับช่วงเวลาที่เรียกว่าฤดูโครตร้อนของบ้านเรา และโดยเฉพาะพิษณุโลก ที่มีภูมิอากาศแบบทะเลทราย เมื่อคืนก็เลยนอนถอดเสื้อเปิดพัดลม ตื่นมาตอนตีสี่ ตัวเย็นเฉียบ หนาวจะขาดใจตายต้องไปขนผ้านวมในตู้มาห่ม ดูปรอท 19 องศา อะไรจะขนาดนั้น นี่ฤดูร้อนนะ



ได้ความว่าร่องความกดอากาศสูงจากทางจีนไซบีเรียแผ่ลงมา ปะทะกับมวลอากาศร้อนเข้า ฝนก็เลยตกกันลงมาชนิดไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันกันเลย เรื่องนี้ผิดปกติอย่างแรงครับ ถึงแม้ฝนในฤดูร้อนนั้นจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ฝนในฤดูร้อนมักเกิดเป็นพายุฤดูร้อน ที่เกิดจากการไหลของมวลอากาศร้อนอย่างรุนแรงจากภาวะร้อนจัด อากาศจึงลอยตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และควบแน่นตกลงมาเป็นฝน แต่อากาศหนาวๆแบบนี้ไม่น่าจะมีแล้ว



แผ่นดินไหวรุนแรงทะลุ 9 ริกเตอร์ หน่วยวัดสูงสุดของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่านักวิทยาศาสตร์ทำนายอะไรไม่ค่อยพลาด สมดุลของน้ำหนักแผ่นพื้นทวีปที่เปลี่ยนไป จากแรงกดทับของน้ำ น้ำแข็ง บางที่น้ำแข็งหนักๆหายไป บางที่ฝนไม่เคยตกกลับตก ระดับน้ำที่เปลี่ยนไป ทำให้แผ่นพื้นทวีปเสียสมดุลของน้ำหนัก จึงเกิดการเคลื่อนที่ เกิดการไหวที่รุนแรงและถี่มากขึ้น เพื่อปรับการรับน้ำหนักให้เข้าสู้สมดุลใหม่



เป็นอันว่าโลกคงแปรปรวนหนักข้อขึ้นทุกวัน และข่าวร้ายก็คือ ถึงแม้จะเกิดอัศจรรย์ว่าทุกคนในโลกจะร่วมมือร่วมแรงเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ชนิดที่เรียกว่าเหลือ 0 ไปเลยตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ก็สายเกินไปแล้ว



ยังไงการนับถอยหลังสำหรับอนาคตที่มืดมนของโลกก็เริ่มขึ้น และไม่อาจหยุดยั้งได้เสียแล้ว ซึ่งนอกจากเหตุร้ายต่างๆจะเกิดเร็วขึ้นกว่าการทำนายของนักวิทยาศาสตร์มากมายหลายเท่าอย่างที่คาดไม่ถึง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยได้มีแถลงการไปครั้งหนึ่งแล้วว่าการคำนวนไม่ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า น้ำแข็งบนผิวโลกที่ละลายไป จะส่งผลให้พื้นที่สะท้อนความร้อนของโลกลดลงไปด้วย เหตุการณ์ตามคำทำนายจึงเกิดปรากฏการณ์ก้าวกระโดดรวดเร็วปานสายฟ้า



ไม่เพียงเท่านั้น ข่าวล่าสุดก็คือ ดินน้ำแข็งที่กำลังละลายอย่างรวดเร็ว จะทำให้ดินเหล่านั้นปลดปล่อยก๊าซมีเทนออกมาจำนวนมากมายมหาศาล ก๊าซเรือนกระจกที่ร้ายแรงกว่าคาบอนไดออกไซร์นับร้อยเท่า และนั่นกลายเป็นประเด็นที่ยังไม่อาจทำนายผลกระทบได้ หายนะของเผ่าพันธุ์ของเราคงอาจอยู่ไม่ไกลจากนี้ และคงไม่นานเกินช่วงชีวิตของเราเป็นแน่



หรือจริงๆแล้ว หนทางรอดของมวลมนุษย์บนโลกนี้ ได้ถูกวางแผนเอาไว้แล้ว อาจจะมีเรือโนอาห์ที่กำลังต่อขึ้นเหมือนในหนัง แต่ใครละจะได้ขึ้นเรือนั้น



ถ้าผมคิดแทนอเมริกา ประเทศมหาอำนาจ ที่กำลังสูญเสียอำนาจควบคุมโลกนี้ลงไป จากการก้าวขึ้นมาท้าชนของมหาอำนาจเกิดใหม่ในโลก ผมคงต้องวางแผนจัดระเบียบโลกเสียใหม่ และหนทางเดียวที่เป็นไปได้ก็คือ "สงคราม" และสงครามนี้เองเป็นหนึ่งคำทำนายสำคัญ ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ทั้งการแก่งแย่งอาหาร แหล่งน้ำ และผืนแผ่นดินที่จะลดลงไป โลกนั้นจะเข้าสู่สงครามอย่างแน่นอน



และมหาอำนาจทางทหารคงได้เปรียบ และนั่นคงเป็นคำตอบว่าทำไม รัฐบาลของอเมริกาถึงไม่แยแสกับภาวะโลกร้อน แม้ประชาชนของตนเองจะพยายามเรียกร้องเพียงใดก็ตามที



สงครามจะช่วยจัดระเบียบโลกใหม่ ความตายของประชากรโลกจะส่งผลให้การเผาผลาญทรัพยากรลดลงทันที คนที่เหลือจะได้อยู่อย่างเสพสุขด้วยทรัพยากรที่เหลือพอแบ่งปันมากขึ้น และนั่นคงเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยโลกใบนี้เอาไว้ได้ สิ่งที่ก่อปัญหาจะต้องถูกกำจัด และนั่นก็คือพวกเรานั่นเอง ก็เขียนไปนะครับ แต่เชื่อผมไหมล่ะ ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง ผมยังไม่เคยทำนายอะไรผิดเลยสักครั้ง ว่าไปน่าไปเป็นหมอดูนะครับ แต่ก็คอยดูกันไป




ความจริงเป็นเรื่องเครียด เอาว่าลืมๆมันไปเถอะครับ ดูดอกไม้สวยๆดีกว่า อย่างน้อยก็ทำให้จิตใจแจ่มใสขึ้นได้บ้าง ดอกไม้สวยวันนี้เป็นช้างน้าวครับ ช้างน้าวที่ขายๆกันในตลาดเมืองไทยตอนนี้หลักๆก็มี ช้าวน้าวไทยที่มีกลีบ 4 - 10 กลีบ ส่วนมากจะ 4 - 5 กลีบนะครับ



อีกชนิดคือช้าวน้าวเวียดนาม ซึ่งจะมีกลีบที่ใหญ่กว่า และกลีบจะมีจำนวน 7 กลีบขึ้นไป ซึ่งมีอยู่สองแบบคือ ช้างน้าวกลีบลา แต่จริงๆจะมีกลีบสองชั้นแต่เรียงกันดูผ่านๆเหมือนชั้นเดียว



อีกแบบก็คือแบบกลีบซ้อนหลายชั้น แบบที่นำมาแนะนำให้รู้จักกันอยู่นี่หล่ะครับ ต้นนี้มีหลายชื่อที่เรียกกันครับ ก็มี ช้างน้าวเวียดนามดอกซ้อน, ช้างน้าวดอกซ้อน บางคนเรียกตามคนเวียดนามบางกลุ่มว่า อองเจียเซินหรือ อองเกียเซิน หรือเอามาเป็นชื่อแปลว่า มั่งมีศรีสุข หรือ มหาโชค เพราะว่าไม้ชนิดนี้เริ่มให้ดอกช่วงเทศกาลตรุษจีน บางทีเลยเรียก ต้นตรุษจีน หรือ ต้นมังกร และก็เลยใช้แทนคำอวยพรให้มั่งมีศรีสุขไป แต่จริงๆคนเวียดนามมักเรียกว่า Bong Mai มากกว่าครับ



แต่เพราะว่าต้นนี้ยังไม่มีคนประกาศการตั้งชื่อแบบเป็นทางการ พ่อค้าแม่ค้าก็เลยเรียกชื่อกันให้มั่วไปหมด บางคนเห็นมาจากจีนเวียดนามก็เรียกดอกเหมยไปเลย แบบอะไรก็เหมยไปหมด ส่วนมากเป็นผู้ค้าแบบที่ขาดความรู้เรื่องต้นไม้ พวกนี้ชอบตั้งชื่อมั่วๆกัน ไม่รู้ต้นอะไรเป็นอะไรสับสนกันใหญ่ครับ



ช้างน้าวเวียดนามจะเริ่มติดตาดอกช่วงเดือนมกราคม และดอกจะบานชุดใหญ่ชุดแรกช่วงเทศกาลตรุษจีน จากนั้นจะบานอีกชุดเมื่อลมร้อนพัดเข้ามา เรียกว่าเปลี่ยนฤดูปุ๊มก็บานกันเลย



ก่อนการออกดอกเมื่อกลางหนาว ช้างน้าวจะทิ้งใบ และตาดอกจะขยายออก ช่วงนี้ควรงดน้ำให้เขาทิ้งใบให้มากที่สุด จะทำให้ดอกดกและบานได้สวยงามแบบทั้งต้นมีแต่ดอก แต่พอทิ้งใบหมดแล้ว ควรให้น้ำต่อเนื่องจะทำให้ตาดอกเจริญดีและป้องกันตาดอกฝ่อ และดอกร่วงก่อนบาน



หรับการเลี้ยงดูนั้น ช้างน้าวชอบดินระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง และดินควรแห้งช่วงหน้าแล้ง จะทำให้ดอกดก สามารถปลูกได้ในเมืองร้อนแบบบ้านเรา ชอบแสงแดดจัดเต็มวัน แข็งแรงทนทานไม่ค่อยมีโรคแมลงมารบกวน



ช้าวน้าวดอกซ้อนเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ปลูกในกระถางก็ได้ ถ้าปลูกลงดินต้นก็จะสูง 3 - 5 เมตร ส่วนเรื่องการขยายพันธุ์ ผมยังไม่เคยเห็นเขาติดผลเลย ตอนก็ไม่เคยติด ที่เห็นขายๆกันอยู่ก็เป็นต้นเสียยอดทั้งหมด และที่น่าเศร้าใจก็คือ เขาใช้ต้นมิกกี้เม้าท์เป็นต้นตอ ซึ่งมิกกี้เม้าท์เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก แต่ช้าวน้าวเวียดนามดอกซ้อนต้นใหญ่กว่ามาก ต้นก็เลยโตเอาๆ แต่ว่าตอเล็กนิดเดียว ซึ่งทำให้รากหาอาหารได้ไม่พอเลี้ยงลำต้น และคิดว่าเมื่อปลูกไปนานๆต้นอาจจะล้มได้ง่าย ฉะนั้นใครจะปลูกลงดินก็ฝังต้นลงดินให้ลึกๆหน่อยนะครับ



ลำต้นของช้างน้าวเวียดนามดอกซ้อน สามารถนำมาฝนกับน้ำใช้ประทินผิวได้ด้วยนะครับ และคนเวียดนามชอบจะตัดกิ่งช้างน้าวในช่วงที่ตาดอกกำลังจะแตกออก มาปักแจกันแช่น้ำเอาไว้ เชื่อว่าถ้าออกดอกดกสวยงาม เจ้าบ้านจะพบกับโชคดี เป็นเหมือนไม้เสี่ยงทายทำนองนั้น



ส่วนผมก็เคยลองทำดูเหมือนกัน ไม่ได้จะเสี่ยงทายอะไร แต่เพราะกิ่งใหญ่โดนหนอนเจาะลำต้นก็เลยต้องหักทิ้ง ก่อนจะตายทั้งต้น ก็เลยปักน้ำเอาไว้เผื่อจะออกราก แต่ก็ไม่ออกทั้งรากและดอก ก็ตามเคยครับ เป็นการเสี่ยงทายที่แม่นเหมือนกัน เพราะชีวิตผมไม่เคยจะมีโชคอะไรกับเขาหรอก เด็กๆแม่ชอบบังคับให้ดูหมอ ทำนายออกมาร้ายๆทั้งนั้น จะเสี่ยงทายอะไรก็ออกมาร้ายไปหมด มันทำให้เสียสุขภาพจิต ผมเลยไม่สนใจอะไรพวกนี้เลย ใครอย่าชวนไห้ไปทำนายทายทัก ผมไม่เอาด้วย



การเสี่ยงโชคต่างๆก็ไม่เคยได้อะไรกับเขาเลย สิ่งต่างๆที่เป็นรางวัลของชีวิต ผมพยายามสร้างมาด้วยตัวผมเองทั้งสิ้น แม้จะเป็นคนดวงไม่ดี แต่ผมไม่เชื่อ และก็ไม่ไปแก้กรรมบ้าบออะไรกับเขาด้วย ชีวิตของผม ผมลิขิตเองได้ ไม่ต้องให้ใครมาบรรดาล



ก่อนสมัยพุทธกาล ยุคพระเวทชาวฮินดูเชื่อว่า ชีวิตเป็นไปตามพรมลิขิต ถูกกำหนดเอาไว้แล้วโดยเทพเจ้าบรรดาล การจะเปลี่ยนชะตาชีวิตจำเป็นต้องสักการะบูชาให้เทพเจ้าพอใจ ซึ่งก็คือการทำพิธีต่างๆผ่านพราหมณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในชนชั้นสูงของสังคมอินเดียโบราณ ที่แบ่งแยกเชื้อชาติผ่านระบบวรรณะ ถ้ามองในแง่รัฐศาตร์ ก็ดูเหมือนว่า ความเชื่อเรื่องพรหมลิขิตเป็นความเชื่อที่สร้างขึ้นเพื่อให้ชนชั้นใต้ปกครองรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่และได้รับ เป็นผู้ที่ปกครองง่าย ไม่เรียกร้อง และขึ้นหือกับผู้ปกครอง ประมาณว่าจะยากจนค้นแค้นถูกดูถูกเหยียดหยามกดขี่เช่นไรก็ต้องทน เพราะพรหมลิขิตมาเช่นนั้น (คุ้นๆนะอะไรแบบนี้) และยังเป็นหนทางให้ชนชั้นนำที่เรียกว่าพราหมณ์ใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์จากการเป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า สรุปว่าผู้ปกครองอินเดียโบราณนี่ฉลาดเหนือชั้นจริงๆนะครับ



ความเชื่อเรื่องพรหมลิขิตมีมายาวนาน จนถึงยุคสมัยแห่งการค้นหาโมกธรรม เมื่อมหาบุรุษนามเจ้าชายสิทธัตถะ ได้อาจหาญปฏิเสธในระบบความเชื่อที่มีมายาวนาน ทำลายระบบวรรณะ และแนวคิดพรหมลิขิตจนหมดสิ้น และเสมอแนวคิดใหม่ว่า ชีวิตของคนเรามิได้ดำเนินไปตามพรหมลิขิต แต่เป็นไปตามแต่การกระทำ (กรรม) ของบุคคลผู้นั้น เช่น เขาเป็นชาวนาปลูกข้าว ก็ได้ข้าวในนา ไม่ได้ออกมาเป็นผลมะม่วงแน่นอน



แนวคิดของเจ้าชายสิทธัตถะ ได้รับการยอมรับนับถือจนกลายมาเป็นพระพุทธศาสนา ศาสนาที่คนไทยนับถือกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่แปลกตรงที่ว่า ถึงแม้เราจะบอกว่าเราเป็นชาวพุทธ แต่คนไทยเกินครึ่งกลับเชื่อในการทำนายทายทักโหราศาสตร์พยากร ศาตร์ที่ฮินดูเชื่อว่าจะเปิดเผยความลับแห่งพระพรหม ก็ประมาณว่าจะได้ล่วงรู้ในพรหมลิขิตนั่นเอง



ผมละคนหนึ่ง ที่ยึดมั่นในความเป็นพุทธ และเชื่อในองค์พระศาสดา และผมก็เชื่อและถือปฏิบัติในคำท่านสั่งสอน และปฏิเสธพรหมลิขิตโดยสิ้นเชิงตามที่ท่านสอนเอาไว้ แต่แปลกนะครับ คนแบบผมกลับถูกมองว่าดื้อรั้น หัวแข็ง และห่างไกลศาสนา จริงๆผมห่างไกลจากศาสนา หรือว่าสิ่งที่เป็นองค์ประกอบของศาสนาในบ้านของเรา มันห่างไกลไปจากสิ่งที่พุทธองค์ทรงสอนมารึเปล่า อย่างน้อยในวัดแทบทุกวัดก็มีเซียมซีให้เสี่ยงทายกัน นี่หรือคือสิ่งที่พุทธองค์สอน ???



พอพูดถึงชีวิตที่ลิขิตเอง ก็นึกถึงเพลงเพลงหนึ่ง ที่ชอบร้องกันในรายการ The Star ค้นฟ้าคว้าดาว เป็นรายการที่ผมชื่นชอบจริงๆ และเด็กๆหลายคนก็ชอบเหลือเกิน มันเปลี่ยนวิธีคิดของผู้คนมากมาย ว่าความฝันของเรา เราต้องพยายามใคว่คว้าให้ได้มันมาด้วยตัวของเราเอง อะไรแบบนี้ละ สามารถเปลี่ยนวิธีคิดของคนได้ ดีกว่าการสั่งสอนหว่านล้อมที่ทำๆกันมา สอนกันให้ตายก็ไม่เข้าใจ คือว่ารู้แต่ไม่ตระหนักรู้ ประมาณนั้น



ประชาชนในหลายๆประเทศแถบตะวันออกกลางซึ่งถูกปกครองโดยเผด็จการมายาวนาน พวกเขากำลังปฏิเสธการยอมรับอำนาจกดขี่ และเรียกร้องอนาคตที่ดีกว่าที่พวกเค้าจะร่วมกันลิขิตเอง ส่วนประเทศของเรา กำลังชุมนุนเพื่อเรียกร้องหาหนทางให้ทหารออกมาปฏิวัตร และทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง ชาวโลกอาจมองเป็นเรื่องตลก แต่จริงๆไม่น่าแปลกใจอะไรหรอกครับ คนไทยชอบการกดขี่ ชอบการอยู่ใต้การปกครอง เพราะคนไทยส่วนใหญ่พอใจในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ในวันนี้ พอใจในความพอเพียงแบบยากไร้ เพราะเชื่อว่า พรหมได้ลิขิตเอาไว้แล้ว เรื่องนี้แก้ไขยากจริงๆ

ชีวิตลิขิตเองของ The Star ผมว่ามันกลายเป็นความหวังของประเทศเรานะครับ ถ้าหากเราอยากเปลี่ยนประเทศของเราให้เจริญมากกว่านี้ ให้หลุดพ้นจากอำนาจครอบงำของกลุ่มผู้ปกครอง เราต้องเรียนรู้ว่า อนาคตของประเทศชาติ ก็อยู่ที่เรา ที่พวกเราจะลิขิตกันเองเท่านั้น








Create Date : 17 มีนาคม 2554
Last Update : 17 มีนาคม 2554 18:08:28 น. 22 comments
Counter : Pageviews.

 
สวยจริง ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะดอกลาหรือดอกซ้อน

สีเหลืองสดใส


โดย: หนูเมเปิล วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:12:27:10 น.  

 
นู๋ว่า มันเครียด และน่ากลัวมากไปหน่อยอ่ะค่ะ


โดย: ชอบกินลาเต้ IP: unknown, 118.175.66.185 วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:13:03:18 น.  

 
ดอกไม้สีสดใส แต่เนื้อหายิ่งอ่าน ยิ่งคิดตาม ยิ่งหนักหัวมากเลยตะเอง


โดย: coji IP: 119.42.82.172 วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:16:08:07 น.  

 
กำลังสนุกกับเรื่องที่คุณเจ้าของบล๊อกเล่า
เรื่องปรากฎการณ์ก้าวกระโดดน่ะค่ะ
คิดเหมือนกันเลยค่ะว่า
มันแปลกอยู่ที่ร้อนอยู่ดีดี
ก็มาหนาวจัด ผิดปรกติจริงๆ
น่าคิดอะ
ป.ล ดอกไม้สีเหลืองสวยค่ะ
ดูแล้วให้ความรุ้สึกสบายใจ


โดย: แก้วศกุลตลา วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:16:12:43 น.  

 
สีเหลือง สวยจัง


โดย: แม่น้องเต็ม วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:16:54:14 น.  

 
อ๊าาาาาา ชอบมากมาย ถ้ามีเมล็ดจะรอคะ

คำสอนของพระพุทธเจ้า ก็มาจากธรรมชาตินี่แหละคะ เอาธรรมชาติเป็นครู เป็นอะไรที่แท้จริงคะ


โดย: radiergummi วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:18:11:10 น.  

 
ต้นนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่ะ
สงสัยเพิ่งมาเมืองไทยไม่นาน
ไม่ทราบมันมาจากทางไหนแน่

เห็นภาพทีแรกคิดว่า ดอกสุพรรณิการ์ สังเกตดีๆเห็นเทียบขนาดกับนิ้วมือไว้ "รอบคอบ"
คล้ายดอกมะลิซ้อนสีเหลือง
เดาว่าคงไม่มีกลิ่น เพราะไม่ได้บรรยายไว้
วันนี้ต้องลอกอินอีก ถึงจะเขียนคำนิยมได้ค่ะ
บ่นเก่งเหมือนกันเนอะ !




โดย: mcayenne94 วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:18:57:39 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณมิน

มาอ่าน แล้วก็เห็นด้วยเลยค่ะ
ไม่ช้า โลกคงจะทำความสะอาดตัวเอง
ล้างให้เกลี้ยง แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่

ชุดต่อไป คงใช้ไม้ใช้ก้อนหินรบกัน



แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:19:34:59 น.  

 
กระรอกที่หลังบ้านน่ารักจริงๆค่ะ
เค๊ากินแต่ลูกเล็กๆเหลือลูกโตๆไว้ให้ทุกปี
มะม่วงอกร่องซะด้วย

ไว้จะนำภาพตอนงับเสร็จแล้วหนีมาให้ชม
แล้วจะมาตามค่ะ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:20:24:07 น.  

 
คำว่าช้างน้ำ....ฟังแล้วรู้สึก

ถึงความไม่สวย

แต่...ไม่เหมือนกับ ดอกเล็กๆ น่ารักนี้เลย


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:21:23:00 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

ดอกช้างน้าวฯ สวยงามมาก ๆ เลยครับ ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:22:29:31 น.  

 
เหลืองได้ใจจริงๆ ออกดอกปีละหลายรอบ ก็น่าเก็บไว้ให้รกบ้าน

ตอนน่าจะดีนะมิน รากเยอดี


โดย: คนสวนบ้านคลอง วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:4:50:24 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ


ดอกสวยดีจังเลยนะครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:6:16:02 น.  

 
สวยจังค่ะ


โดย: แว่นแว่น (cheering ) วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:7:25:23 น.  

 
เข้ามาดู + อ่าน


โดย: เอ้ (โหยหาชนบท ) วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:14:55:28 น.  

 
ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้ดีดี
ดอกไม้ก็สวยนะค่ะ


โดย: ดอกแก้วหิมาลัย วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:22:14:34 น.  

 

สวยมากเลย ตอนดอกตุ่มๆ คล้ายตัน Kwanzan

cherry เลย ชอบจังต้องหามาปลูกเวลามาเมืองไทย

อ่านจนจบมีทั้งทางโลกทางพรหมลิขิต

แต่เรื่องโลกจะสลายอ่านแล้วก็สะเทือน

เหมือนกัน


โดย: newyorknurse (newyorknurse ) วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:9:22:13 น.  

 
สวยจังเรยค่ะ ไม่เคยเห็นเรยนะเนี่ย ชื่อเเปลกดีค่ะ


โดย: BeeeViL วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:11:38:45 น.  

 
สวยงามมากครับ...พูดถึงความเป็นไปของโลกสงสัยมนุษย์คงต้องก้มหน้ารับชะตากรรมแล้วหล่ะ ตราบใดถ้ามนุษย์ยังติดอยู่กับความโลภไม่รู้จักพอ เช่นระบบทุนนิยมทุกอย่างที่ผลิตจากน้ำมัน รวมทั้งโลกที่ใช้รถยนต์เผาผลาญน้ำมันเกิดเป็นคาร์บอนไดออกไซค์ไปทั้งโลก ลอยขึ้นไปจับอยู่กับโมเลกุลในอากาศในชั้นบรรยากาศเก็บเอาความร้อนอยู่บนโลกอยู่เช่นนี้ โลกของเราคงต้องเรียกร้องเอาความสมดุลกลับคืนมาชนิดที่มนุษย์อาจจะต้องล้มหายตายจากโลกนี้ไปชนิดครึ่งโลกก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเกิดสงครามเสียด้วยซ้ำดูง่าย ๆ จากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ซินามิ


โดย: Patteera วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:15:46:39 น.  

 
ดอกเค้าสีเหลืองสด สวยจริงๆ เลยค่ะ^^


โดย: namfaseefoon วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:20:18:38 น.  

 
ช้างน้าวเวียดนามสวยดีนะครับ ไม่รู้ทำไมพอเห็นดอกแล้วทำให้คิดถึงดอกเก๊กฮวยอยู่เรื่อย สงสัยว่าคงเป็นเพราะสีเหลืองเหมือนกัน

เรื่องศาสนาบ้านเรานี่ระยะหลัง ๆ นี่ดูจะออกแนวเพี๊ยน ๆ ไป นอกแนวทางพุทธแท้เยอะครับ แก่นของความเป็นพุทธแทบไม่มีใครสนใจ มุ่งไปกันแต่อภินิหารและสิ่งเหนือจริง


โดย: มะโรง วันที่: 21 มีนาคม 2554 เวลา:8:37:53 น.  

 
สวยจังมิน
นี่เหรอที่ให้พี่ไปหา ดอกเป็นแบบนี้เอง....


โดย: มัจฉานุ (mutcha_nu ) วันที่: 31 มีนาคม 2554 เวลา:20:11:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
endless man
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add endless man's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.