มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
หน้ากากสุดท้าย..







  สายๆวันอาทิตย์สุดสัปดาห์แบบนี้

หลายๆท่านคงจะได้หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน 

หรือบางคนอาจจะได้ไปทำกิจกรรมวันหยุดกับครอบครัวนอกบ้าน ก็ว่ากันไปครับ

ที่จะสื่อก็คือ ขอให้ใช้เวลาที่มีอยู่ให้มีค่า ให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่เรารัก กับสิ่งที่เรารัก

เพราะหากว่าใครที่มีโมเมนท์แบบนี้บ่อยๆ ก็ถือว่าคุณมีชีวิตที่น่าอิจฉามากมายจริงๆ



เพราะสิ่งที่จะมาเพิ่มพูนความสุขในชีวิตของเราจริงๆแล้วมันก็มีไม่กี่อย่างหรอก

ซึ่งเราก็สามารถหามาเติมเต็มให้กับชีวิตที่ยังโหยหาความสุขแบบ สามัญชน ได้เรื่อยๆอยู่แล้ว



แต่สิ่งที่มันหมดเปลืองไปเรื่อยๆกลับไม่ใช่เรื่องของเงินทองของใช้

แต่เป็นเรื่องของ เวลา ที่ทุกคนได้สิทธิ์เป็นเจ้าของมันในวันหนึ่งเท่าๆกัน

แต่ว่าใครจะมีความสามารถ จัดสรร มันให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองได้มากกว่ากัน



แปลกนะครับ เวลา เป็นทรัพยากรเพียงอย่างเดียว 

ที่ไม่เคยหมุนเวียนกลับมาให้เราได้ใช้ซ้ำได้อีก

ทุกๆวินาทีที่ผ่านไป มันจะมีแค่ครั้งเดียวในชีวิตเรา และไม่เคยย้อนกลับมาให้เราได้เห็นอีก

แบบผ่านแล้วผ่านเลย ไม่เคยหยุดรอใคร ไม่สนว่าใครจะได้อะไรจากมัน

ฉะนั้นอย่าปล่อยให้เวลาชีวิตของเราเดินผ่านไปเฉยๆ 

หากตั้งใจอะไรไว้แล้วยังไม่มีโอกาสได้ทำ ก็จะบอกว่า  ถึงเวลาแล้ว

อย่ารออีกเลย เพราะไม่แน่ว่าลมหายใจข้างหน้าเราจะยังมีโอกาสอย่างนี้อีกหรือเปล่า..

                                               **********


วันก่อนผู้เขียนได้ดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง

ที่เขาเอาคนดังระดับประเทศมาใส่หน้ากากและแต่งตัว ( แปลงโฉม ) ให้เป็นรูปแบบต่างๆ

แล้วให้คนที่เป็น กรรมการ ทายว่านักร้องคนนี้คือใคร..



โอ้.. ครีเอทีฟเจ้าของรายการเขาช่างคิดนะ

รูปแบบรายการก็เหมือนเอาคนมาร้องเพลงแข่งกัน แต่ก็แฝงความเป็นควิซโชว์ในตัว

เพราะเขารู้ว่า คนเราชอบอะไรที่มันเป็นปริศนา ชอบอะไรที่มันไม่ต้องเปิดเผยตรงๆ

ความสนุกอยู่ที่ ความยากการทายนี่แหละ เพราะถ้าทายถูกง่ายๆมันไม่มีเสน่ห์



ดูไปก็ขำไป กับลีลาการทายของคณะกรรมการทั้งชายหญิง

เพลงที่นักร้องแปลงกายร้อง ก็เพราะโดนใจแฟนๆที่ติดตามเชียร์

ผลโหวดแต่ละรอบจะมีผลทำให้นักร้องที่ได้คะแนนน้อยกว่า จะต้องเปิดเผยตัวตน ว่าเอ็งเป็นใคร

เรียกว่าทายถูกก็ฮา ทายผิดก็เฮ ว่างั้นเถอะ

ส่วนคนที่เข้ารอบก็จะยังเป็นนักร้องปริศนา ให้คนดูได้ตามลุ้นกันต่อไป




สาระที่ผู้เขียนได้จากรายการนี้ไม่ใช่แค่ความสนุกสนานจรรโลงใจ

แต่กลับเป็น ข้อคิด ที่ซับซ้อนกว่านั้น ถ้าใครจะเรียกว่าคิดมากหรือคิดลึกก็ยอม



คือ ปรกติในชีวิตจริง คนเราต่างก็ใส่ หน้ากาก เข้าหากันอยู่แล้ว

เพื่อ ปกปิด ความคิด ความเห็น เจตนา พฤติกรรม บางอย่างของเราเอาไว้

โดยมีจุดมุ่งหมายอะไรบางอย่าง



ใบหน้าที่ฉาบทาด้วยรอยยิ้ม อาจจะซ่อนความโหดเหี้ยมเอาไว้ข้างในก็ได้

ใบหน้าที่ดูเหมือนสงบ ข้างในอาจจะกำลังพลุ่งพล่านเหมือนลาวาร้อนๆ



เหมือนกับคำโบราณที่ว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ หน้าเนื้อใจเสือ ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ฯลฯ



คนเราโดยทั่วๆไปกว่าจะรู้จักรู้ใจกัน ก็ต้องใช้เวลาในการคบหาดูใจ

เหมือนกับเราที่กว่าจะกล้าเปิดเผยตัวตนของเรากับใครๆ ก็คงต้องมั่นใจว่า เราเป็นพวกเดียวกัน

อยู่ด้วยกันได้ ไม่แปลกแยก แน่ใจว่าเขายอมรับในความเป็นเราได้



เพราะจิตใจของคนเรามันช่างลึกลับ ซับซ้อน ลึกซึ้ง เกินกว่าจะคาดคะเน

มันจึงเกิดเรื่องราวเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของจิตใจคนมากมาย

บางเรื่องก็กลายเป็น โศกนาฏกรรม น่าเศร้า

คิดว่าดีกลับไม่ใช่ คิดว่าร้ายกลับแสนดี ซะงั้น



หากเราจะค้นหาหัวใจของใครสักคนให้เจอ ก็คงยากยิ่งกว่าหารอยเท้านกในอากาศ

คงไม่ใช่แค่ต่างฝ่ายต่างยอมถอดหน้ากากของตนทิ้งเพียงอย่างเดียว

คงจะต้องถึงขนาดลงทุน เปลีอยหัวใจให้ล่อนจ้อน  แบกันบนพื้นให้เห็นกันจะๆ

วัดกันด้วยขนาดของ ความจริงใจ ที่มีต่อกัน 

ให้รู้กันไปเลยว่าฉันก็ คนจริง มาจริงไม่ได้มาหลอกๆ  

เราก็คงจะได้ก่อเกิด มิตรภาพที่ยั่งยืน กับคนดีๆอีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้



เรื่องหน้ากากนักร้องยังไม่จบครับ

หากใครมองว่ามันก็แค่ธุรกิจความบันเทิง ก็ไม่ผิด

เพราะสุดท้าย เกมมันก็ง่ายกว่าชีวิตจริง ตรงที่ทุกคนต้องยอมเปิดเผยตัวจริงของตนในที่สุด..



แต่ในชีวิตจริง เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า

คนที่เรากำลังนอนกอดอยู่ทุกคืน 

เขาอาจจะยังไม่ยอม ถอดหน้ากาก ชิ้นสุดท้ายของเขา ก็..เป็น..ได้..!!




ขอขอบคุณเจ้าของภาพสวยๆทุกภาพครับ





Create Date : 12 มีนาคม 2560
Last Update : 12 มีนาคม 2560 15:37:38 น.
Counter : 191 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]