กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
ท้องที่สอง: 5 เดือนหลังกับอัลตร้าซาวด์ทุกสองสัปดาห์









ครึ่งแรกของท้องที่สองนี้ ผ่านไปอย่างทุลักทุเล ใครที่ยังไม่ได้อ่านที่มาที่ไป ขอเชิญไปร่วมกันภาวนาที่นี่ได้เลยค่ะ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=eliny&group=3&month=25-09-2016&gblog=22

เมื่อซัมเมอร์มาเยือน (ขออนุญาตใช้ทับศัพท์นะคะ เพื่อให้รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่าง หน้าร้อนของไทย และ หน้าร้อนของที่นี่ เพราะไม่สามารถเรียกของที่นี่ว่า ฤดูร้อนได้อย่างเต็มปากเต็มคำค่ะ รู้สึกละอายแก่ใจและละอายแก่ฤดูร้อนที่เมืองไทยเหลือจะเอ่ย ดังนั้น เพื่อให้เกียรติฤดูร้อนที่เมืองไทย จึงขออนุญาตใช้ทับศัพท์นะคะ)  ช่วงซัมเมอร์ เกสรดอกไม้ที่เราแพ้ ก็เริ่มจากไป(ซะที) อาการภูมิแพ้ก็ดีขึ้นทันที

เดือนที่ห้านี้ คุณหมอก็นัดบ่อยค่ะ ทั้งนัดเองและส่งตัวไปตรวจให้ละเอียดที่ รพ. เนื่องจากเรานั้น เป็นธาลัสซีเมีย ฮีโมโกลบินอี ซึ่งเป็นโรคเลือดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม   โรคธาลัสซีเมีย ที่จริงมีหลายชนิด หลายระดับความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น เสียชีวิตตั้งแต่ในท้อง หรือ คลอดมาไม่นานก็ตาย หรือต้องถ่ายเลือดเป็นประจำ ไปจนถึงอย่างเบาๆหน่อยก็แค่อ่อนเพลียง่าย เลือดจาง  ตัวเราเป็นชนิดที่เทียบได้กับการไม่เป็นโรคค่ะ  แต่เนื่องจากโรคธาลัสซีเมีย ไม่ใช่โรคที่คนตะวันตกคุ้นเคยสักเท่าไร เพราะเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดในชาวมองโกลอยด์หรือชาวเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียอาคเนย์นี่ล่ะ ดงธาลัสซีเมียกันเลยค่ะ

เราถูกส่งไปตรวจอัตราซาวด์ทุกสองสัปดาห์จนถึงวันคลอด  อีกทั้งถูกใช้เป็นกรณีศึกษาให้ว่าที่คุณหมอทั้งหลาย ไม่ว่าจะเรื่องธาลัสซีเมีย เรื่องเส้นเลือดขอดในโพรงมดลูก ก็ดีไปอย่างค่ะ ได้ทราบความเป็นไปของลูกได้ถี่มาก 55555  ระหว่างนี้ก็แฮปปี้ฮี้ฮ้ามากมาย เข้าเมืองบ่อยๆ เดินบ่อย เดินหนักมาก  ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นมากมาย  เหตุการณ์ดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่ง...

ก่อนวันเกิดแม่ (ที่เสียไปแล้ว) 1 วัน คือวันตั้งครรภ์ได้ สัปดาห์ที่ 33  ท้องแข็งรัวมากๆค่ะ ทุก 3-5 นาที   ก่อนหน้านี้ก็เคยมีแข็งอยู่เป็นพัก แต่ช่วงหลังๆนี่แข็งรัวมาก ไม่รู้ว่ายังไง จนสุดท้ายเลยไปหาหมอที่ รพ.คริสต์  ไปติดต่อที่ห้องคลอดด้วยตัวเอง มิดไวฟ์เป็นคนมาเปิดประตูให้ แล้วดูเวลาที่เราจด ว่าท้องแข็งถี่แค่ไหน มิดไวฟ์ก็เลยพาเข้าห้องคลอดไปนอนพักก่อนค่ะ

ห้องคลอดของที่นี่ ก็มีหลายโซน โซนที่เราไปครั้งนี้ก็คือเป็นโซนหลัก เดินเข้าห้องไป ก็จะมีห้องคลอดฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ครั้งนี้เราได้เข้าห้องซ้ายค่ะ  ภายในห้อง ก็มีโซนอ่างอาบน้ำทรงกลม สำหรับคนที่ต้องการคลอดในน้ำ ซึ่งไม่ใช่เราแน่นอน เพราะที่นี่ไม่มีการสวนฉี่สวนอึ เพื่อนสาวชาวดินโดฯเป็นคนจุดประกายค่ะ  เธอบอกว่า เธอไม่เอาด้วยแน่นอน เพราะเวลาคลอด บางทีฉี่อึออกมาด้วยมดเลย อี๋ เออ มันก็พูดถูก อีกอย่าง เราเป็นคนเกลียดความเปียกชื้นค่ะ ตอนเด็กๆชอบว่ายน้ำมาก แต่พอโมาไม่ค่อยได้ว่าย ไปทะเลก็ไม่ลงน้ำ เพราะกลัวเปียก  แค่ยอมอาบน้ำวันละหนสองหน (เออ ช่วงฤดูหนาว บางทีก็สองวันสามวันหน)ก็ดีแล้ว

เดินผ่านอ่างน้ำไป ก็เป็นอีกโซนหนึ่งที่ถูกกั้นไว้ด้วยผนัง มีช่องประตูแต่ไม่มีบานประตูให้ทะลุถึงกันได้ ห้องนี้เป็นห้องไม่ใหญ่มาก พอๆกับห้องพักในโรงแรม เตียงอยู่กลางห้อง ข้างเตียงคือเดินสามสี่ก้าวก็ถึงผนังอีกฝั่งหนึ่ง ข้างหน้าต่างมีเก้าอี้ให้เผื่อคุณแม่อยากนั่งคลอด มิดไวฟ์ให้เราขึ้นนอนบนเตียง เอาเครื่อง NST วัดหัวใจเด็กมาติด ผ่านไปนาน เหมือนจะดีขึ้น แต่ก็วางใจไม่ได้ คุณหมอเลยจับนอนรพ. ค่ะ

ในห้องพัก มีคนพักอยู่ 2 คนด้วยกัน รวมเราด้วยนะคะ นอนเตียงตรงข้ามกัน เราก็คุยกับเขา ได้ความว่า เขาก็มีปัญหาเรื่องท้องแข็งเหมือนกัน คุณหมอจับนอนอย่างเดียว  เหมือนเราเลย เตียงของเราอยู่ฝั่งขวามือของประตูค่ะ อยู่เยื้องๆกับห้องน้ำรวม ส่วนเตียงของคนไข้อีกคนนึง อยู่ข้างห้องน้ำเลย ภายในห้อง มีทีวีเครื่องหนึ่ง ให้แบ่งกันดู แต่เราไม่ติดทีวีค่ะ เพื่อนร่วมห้อง และร่วมชะตากรรมก็เปิดทีวีดูไป เธอก็เกรงใจเรานะคะ เราบอกเลยว่า เราไม่มีปัญหา เปิดตามสบายเลย เราโอเค 

ตั้งแต่บ่ายจนค่ำ เข้านอน ก็ไม่มีปัญหาอะไร คุณหมอสั่งแค่ให้นอนบนเตียงเท่านั้น เข้าห้องน้ำได้ แต่นอกจากนี้ห้ามลุก คือ ต้องนอนราบเท่านั้น  เราก็ทำตามด้วยความจำใจอย่างที่สุด จำใจจริงๆค่ะ ไม่ใช่ขี้เกียจนะคะ เป็นการจำใจทำตามอย่างมีความสุขเหลือเกิน 55555 

วันรุ่งขึ้น วันเกิดแม่เรา เราก็ตื่นมาตอนเช้า ไปอาบน้ำแปรงฟันล้างหน้าในห้องน้ำ แต่งตัวเสร็จ ก็จะทำความสะอาดห้องน้ำ หันไปเห็นมีเลือดติดอยู่หยดใหญ่ๆที่กำแพงห้องน้ำ  ใครวะ อาบน้ำเสร็จแล้วก็ไม่เช็คให้เรียบร้อย  แล้วเราก็ปล่อยไว้ค่ะ เพราะไม่ใช่ของเราแน่นอน เดี๋ยวก็มีคนมาทำความสะอาดเองแหละ

ห้านาทีต่อมา อาหารเช้ามาเสิร์ฟ เราก็นั่งทานอาหารไป ดูแม่บ้านทำความสะอาดห้องน้ำไป ดูจากสีหน้า นางคงคิดว่านางกำลังพบเจอช่วงเวลาหายนะอย่างมาก นางพยายามทำความสะอาดตรงผนังที่มีรอยเลือดหยดใหญ่แปะอยู่  ถ้าดูจากแววตาแล้ว คงกำลังกร่นด่าสาปแช่งเจ้าของเลือดเป็นแน่แท้

ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว คุณหมอก็เรียกเข้าไปตรวจเป็นครั้งที่สอง (ครั้งแรกคือเมื่อวานค่ะ ก่อนแอดมิท คุณหมอตรวจแล้วครั้งนึง)  คุณหมอบอกว่า จะตรวจเหมือนเมื่อวานนะคะ คือ ตรวจภายใน และซาวด์ดูความบางของปากมดลูก  ถ้าบางลงจากเมื่อวาน ก็จะให้ยาระงับการคลอด  เราก็ยังยิ้มๆค่ะ  คุณหมอบอกขอเริ่มที่ตรวจภายในก่อน

"ว้ายยยยย เลือดดดดดดดดดดดด"  หมออุทานออกมา

'เดี๋ยวซิหมอ ว้อททททททททททททททท???' คิดในใจ แต่สงสัยดังไปหน่อย หมออ่านสีหน้าออก

"เลือดออกนานรึยังคะ" หมอถาม

'เก๊าไม่รู้ เพิ่งรู้ตอนที่หมอบอกนี่แหละ' ยังคงคิดในใจ แต่ปากตอบไปว่า...

"สงสัยเมื่อเช้าแน่เลยค่ะ เห็นในห้องน้ำมีเลือดติดที่กำแพง"...

เอ๊า ของกรูเองเหรอ หมายความว่า ที่เราด่าไป ที่แม่บ้านสาปแช่งอยู่ในใจ คือเราเอง...แย่ละ 55555

สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นทันที โดยที่เราไม่มีแม้แต่เวลามานั่งใจเสียแม้แต่วินาทีเดียวค่ะ

คุณหมอให้ยาระงับการคลอดและยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือดและเสตียรอยด์เพื่อกระตุ้นปอดทารกในครรภ์ และทำการเรียกรถฉุกเฉิน เพื่อย้ายโรงพยาบาลทันที!! 

เดี๋ยวหมอ เดี๊ยววววววววววววว

เนื่องจากรพ. นั้น ไม่มีห้องNICU ค่ะ หากเป็นครรภ์เสี่ยง คลอดก่อน 34 สัปดาห์ หรือมีอะไรผิดปกติกับเด็ก ต้องส่งตัวไปที่ รร.แพทย์ ซึ่งไม่ไกลกันมาก  และในกรณีของเรา ปากมดลูกกำลังจะเปิด คุณหมอไม่การันตีว่าจะยับยั้งการคลอดได้สำเร็จไหม หนำซ้ำ ดูจากท่าทีแล้ว เหมือนทุกคนคิดว่า เราจะคลอดวันนี้แน่นอน อะไรว้าาาาาาา

แม้ว่านี่จะเป็นท้องที่สอง แต่การขึ้นรถกู้ชีพฉุกเฉินครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกในชีวิต คุณคิดกันดูค่ะ แค่ขึ้นรถพยาบาล รถกู้ชีพ หรือกู้ภัย ก็ใจหดแล้ว นี่ได้มาขึ้นที่ต่างบ้านต่างเมืองเสียอีก โอ๊ยยยย แต่เร้าาาาา ก็ยังยิ้มได้ด้ด้ด้ด้ (อารมณ์สุนทรีย์ค่ะ ร้องเพลงได้เป็นเพลงของคุณพลพล)  สิ่งเดียวที่ทุกคนที่มาช่วยเรานครั้งนี้คงจะแปลกใจคือ ทำไมผู้หญิงคนนี้ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย

ไม่ทราบสิคะ ตอนนั้นเราไม่คิดอะไรเลยจริงๆ ไม่ซีเรียส ขำๆ ก็นะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดใช่มั้ย ถ้าเราวิตก เรากลัว แล้วมันจะเปลี่ยนอะไรได้ไหม เราอยากเก็บแรงเอาไว้ค่ะ ไม่อยากเอามากังวลในเรื่องที่ตัวเราทำอะไรไม่ได้ ที่จะช่วยเราได้คือหมอ หมอค่ะ  ดังนั้น เพื่อให้ความร่วมมือกับหมอ เราจะต้องมีสติ สติ และสติเท่านั้น

เรานอนในรถฉุกเฉิน ฟังเสียงไซเรน ปี๊ป่อ ปี๊ป่อ ปี๊ป่อ  มันก็ตลกดีนะคะ ใครจะไปคิดว่าวันนึงจะมีโอกาสมาทัศนศึกษาในรถกู้ภัย 5555555  พอรถจอด เขาก็เข็นเรา ซึ่งนอนอยู่บนเปล เข้าไปที่ชั้นล่างขอโซนฝากครรภ์ โซนห้องคลอด  ปล่อยเราไว้ตรงนั้นคนเดียว (อะไรวะ????)  สักพัก ก็มีมิดไวฟ์ มาหา พาไปห้องคลอดค่ะ เดี๋ยววววววว!!! ห้องคลอดเลยเหรอ????  ให้เรานอนพักแล้วก็รอเวลาคลอด ระหว่างนี้ก็ลุ้นเอาว่าปากมดลูกจะหนาขึ้นอีกมั้ย บลาบลาบลา

แต่ทั้งๆที่ทุกคนบอกเราว่า ให้ยาไปแล้ว อาจจะไม่ต้องคลอด แต่หมอสามสี่คน ก็เข้ามาคุยกับเราว่า เด็กท่าก้นนะ ต้องผ่า แล้วชี้แจงรายละเอียดในการผ่าคลอดให้เราฟัง

สิ่งที่กลัวที่สุดคือการผ่าคลอด!!! เรียกว่ากลัวไม่ได้ ต้องเรียกว่าไม่อยากผ่า จะดีกว่า  เราบอกหมอ รอไปก่อนได้มั้ย ไม่ผ่า ไม่อยากผ่า   หมอบอกว่า จะให้ทำไงล่ะ ถ้ามันถึงเวลาแล้วเด็กไม่กลับหัว ก็ต้องผ่า ... เออ ก็จริงของหมอ

ตอนกลางคืน มีอาจารย์หมอมากันประมาณห้าหกคนได้ เพื่อมาดูกรู เอ้ย ดูเรา... ซาวด์ดูขนาดเด็กในท้อง โอเค น้ำหนักได้ ไม่มีปัญหา  หลังจากที่บอกว่า ห้องผ่าเตรียมไว้แล้ว...เดี๊ยวววววหมออออออ หม๊ออออออออออออออออ ไม่ผ่า หมอเข้าใจมั้ย  แล้วต่อมาหมอก็บอกข่าวดีว่า เด็กลงท่าหัวแล้วนะจ๊ะ

โอ๊ยยยยยยย สุดแสนจะดีใจ

เรานอนอยู่ที่ห้องคลอดเป็นเวลา 2 คืนค่ะ  ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลุกเข้าห้องน้ำได้อย่างเดียว ที่เหลือ หลับ ทานข้าว หลับ ทานข้าว

พอถึงวันที่ 3 คุณหมอตรวจปากมดลูก ปรากฏว่าหนาขึ้นแล้ว ยาระงับคลอดได้ผลดี เมื่อไม่มีทีท่าว่าจะได้คลอดอย่างแน่แท้ ก็ถูกส่งตัวไปที่ห้องพักฟื้นค่ะ  แน่นอนว่า ถูกสั่งห้ามลุกจากเตียงนอกจากตอนเข้าห้องน้ำเท่านั้น ขนาดตู้กดน้ำอยู่ตรงหน้าห้อง ถ้าเดินไปกด ก็โดนดุเลยค่ะ 

เรานอนรพ.เป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม ทุกๆวันจะมีคนมาวัดพุง ทำNST วัดหัวใจทารก วัดๆๆๆๆ แต่สุดท้าย ทุกอย่างก็โอเค ได้กลับไปนอนบ้าน

เราอยู่ดีมีสุขได้อีก 6 สัปดาห์ค่ะ เช้ามืดของสัปดาห์ที่ 40 เป๊ะ เจ็บท้อง ตื่นมาก็ลังเลว่าจะไปหาหมอที่ไหนดี เพราะมีนัดที่คลินิกตรวจครรภ์พอดี แต่พอเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็เห็นเลือดออก เลยไป รพ. แทน 

ระหว่างทาง สามีถามว่า "ไป รพ. ไหน"

เราก็แบบว่าเจ็บท้อง แล้วก็ไม่ทราบว่าจะไปไหนดี เลยบอกไปว่า "ที่ไหนก็ได้ที่ใกล้กว่า"

คืออย่างนี้ค่ะ คือตอนแรกเราเลือกรพ. รร.แพทย์ คือจะมีหมออินเทิร์น หมอฝึกหัดและอาจารย์หมอ สาเหตุคือ ที่นี่มีห้อง NICU  การคลอด ไม่ว่าจะครรภ์เสี่ยงหรือครรภ์ปกติ ก็ไม่มีอะไรแน่นอนใช่มั้ยคะ เด็กบางคน คลอดติดไหล่ เด็กบางคนสำลักน้ำคร่ำ ใครจะไปทราบ  แต่คนที่นี่ ใกลบ้านๆ  เขาจะชอบ รพ.คริสต์ สาเหตุคือ หมอไม่ใช่หมอมือใหม่ เป็นมิตร ไม่ดุ  แต่ที่นี่ ไม่มี NICU 

เราก็แปลกใจนะคะ คนที่นี่ค่อนข้างประมาทกันมากเลย เขาแนะนำเราว่า ก่อนหน้านี้ที่เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ยังไงต้องไป รพ.รร.แพทย์อยู่แล้ว เพราะก่อน 34 สัปดาห์  รพ.คริสต์เขาไม่รับเนื่องจากไม่มีห้อง NICU ไม่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่นี่พ้น 37 สัปดาห์ไปแล้ว ไป รพ.คริสต์ดีกว่า

เออ เฮ้ย อะไรทำให้มั่นใจขนาดนั้น ว่าครรภ์ตามกำหนดจะคลอดปลอดภัยทุกเคส????  

แต่99% ของบุคคลที่เราคุยด้วย เขาแนะนำแต่ รพ.คริสต์ค่ะ สามีเราก็ดูจะเอนเอียงไปทางนี้  มีน้องสะใภ้ของสามีเรา แนะนำว่า แล้วแต่จะชอบ ถ้าอยากได้ความปลอดภัยมาก่อน ให้ไป รร.แพทย์ เพราะผู้เชี่ยวชาญ และ NICU พร้อม แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศบ้านๆ ธรรมชาติๆ ก็ไป รพ. คริสต์  เช่น ถ้าเป็นที่ รร.แพทย์ พอคลอดมา คุณหมอจะตัดสายสะดือ เช็ดตัว ทำความสะอาดให้เด็ก ตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อน แล้วเอามาให้แม่กอด แต่ถ้าเป็น รพ.คริสต์ คลอดแล้วให้แม่เลยค่ะ กอดกันให้ชุ่มปอดไปก่อน แล้วค่อยตัดสายสะดือ แล้วชั่งน้ำหนัก ทำความสะอาด คือต่างกันตรงนี...

ย้อนกลับมาที่เหตุการณ์เมื่อสักครู่นะคะ สามีถามว่า "ไป รพ. ไหน"

เราก็แบบว่าเจ็บท้อง แล้วก็ไม่ทราบว่าจะไปไหนดี เลยบอกไปว่า "ที่ไหนก็ได้ที่ใกล้กว่า"

สามีขมวดคิ้ว แล้วตอบว่า "คือมันระยะทางพอๆกันอะเธอ"

โว้ยยยยย อะไรนักหนาวะ นี่ท่องบทสวดมนต์อยู่ เก๊าต้องเลือกจริงๆใช่มั้ย  เลือกไม่ได้ค่ะ เลือกไม่ได้ สามีเลยพาไป รพ.คริสต์ (กรูว่าแล้วววววว)

แน่นอนค่ะ รพ.ที่นี่ คุณแม่เจ็บท้องจะคลอด คุณแม่เดินขึ้นลิฟท์ไปห้องคลอดเองนะคะ ไม่มีใครเอารถเข็นมาให้นั่ง (เพราะไม่ได้ขอ แต่เห้ย ไม่ได้ขอ แต่ก็ออฟเฟอร์ให้หน่อยไม่ได้หราาาาา) เอาน่ะ ยังดีที่มีลิฟต์   สามีพาเราเดินเข้าลิฟต์ มีพยาบาลคนหนึ่งรออยู่ คือเป็นแค่ผู้ร่วมทางขึ้นลิฟต์นะคะ ไม่ได้มาดูแลอะไรเราหรอก ก็คุยกัน (2-3 ชั้นก็ยังได้คุยเนาะ)

"กี่สัปดาห์แล้วคะ" พี่พยาบาลถาม
"วันนี้ครบ 40 สัปดาห์พอดีค่ะ" เราตอบ

พี่พยาบาลทำหน้ายิ้มๆปนประหลาดใจ บรรยายไม่ถูก ประมาณว่า เฮ้ย นานๆจะเจอสักเคส
"โอ้โห เป็นเด็กที่ตรงเวลาจริงๆนะคะ นานๆจะมีสักทีนะเนี่ย"

ประตูลิฟต์เปิดออก... สามีและเรา เดินเข้าแผนกทำคลอด.....หยุดที่หน้าห้องคลอด...





Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560 14:20:55 น.
Counter : 253 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

elin
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



New Comments