มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 มีนาคม 2560
 

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ Japan @1st Time - โรงแรม Meigetsu Hotel @Tokyo







เป็นรีวิวย้อนหลังนะคะ
เมื่อปลายเดือน พย. ที่ผ่านมา (2016) 
ได้ไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นมา (โตเกียว คาวา เกียวโต โอซาก้า นารา โกเบ)

สำหรับบทความนี้ เราจะมารีวิว ที่พัก 2 คืนในโตเกียวกันค่ะ



👉โรงแรม Meigetsu (ホテル明月)👈






สาเหตุที่เลือกเพราะ มันถูกที่สุด ตอนค้นหาจาก Booking (😆5555)

เรามองหาที่พักที่เป็นห้องส่วนตัวค่ะ จะห้องน้ำในตัวหรือไม่ก็ได้

แล้วก็ได้ที่นี่มา




มีพี่ที่ออฟฟิศเคยมาพัก เค้าก็บอกว่าโอเค 



ที่นี่จะอยู่ห่างจากสถานี Minami-Senju ประมาณ 700 เมตร ใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 15 นาที

ซึ่งสถานีนี้จะมีทั้ง JR, Tokyo Metro สาย Hibiya และ Tsukuba Express ถือว่าสะดวกมากๆ



การเดินทาง

ตามที่บอกเลยค่ะ เราสามารถเดินทางมาได้โดย

🚆 Tsukuba Express Exit 4

🚆 JR Exit West

🚆 Tokyo Metro Exit North



วันแรกเราเดินทางโดย Keisei Skyliner มาลง Nippori 

แล้วต่อ JR Joban Line มาลง Minami-Senju ค่ะ


เส้นทางการเดินทางไปโรงแรม



ทางออกจา Tokyo Metro



ทางออกจาก JR


ทางออกจากรถไฟทั้งสามประเภท



ออกมาจากสถานีปุ๊บ

ให้มองหาร้าน Burger King ค่ะ





เดินเข้าซอยข้างๆ ร้าน Burger King ไป เข้าไปนิดนึงจะเจอ 7-11 ทางขวามือค่ะ

ทางเดินโอเคค่ะ ลากกระเป๋าสบายหน่อย แต่ถนนไม่ได้กว้างมาก 







เดินตรงไปเรื่อยๆ จะผ่านโรงเรียน 

เดินตรงต่อไป จนเจอสี่แยก ที่มี(เราเดาว่าเป็น)อพาร์ทเม้นท์ทางซ้าย หน้าตาประมาณนี้





ข้ามถนน แล้วเดินเลี้ยวซ้ายไปเรื่อยๆ จนสุดอพาร์ทเม้นท์

จะเจอซอยเล็กทางขวามือค่ะ





เดินเข้าซอยไปเรื่อยๆ ก็เจอโรงแรมแล้วค่ะ ตรงนี้ถนนจะขรุขระหน่อย เนื่องจากเราเดินตรงทางเข้าแล้วค่ะ





ซึ่งถ้าเราเดินเลยอพาร์ทเม้นท์มาก็ไม่ต้องห่วงค่ะ มีอีกเส้นทาง






เดินตรงต่อไป จนเจอสามแยก ทางขวาเป็นศาลเจ้า

เดินเลี้ยวซ้ายไปเลยค่ะ





ตรงไปเรื่อยๆ

จนถึงซอยสุดท้ายทางซ้ายมือ (ถ้าเดินต่อไปจะเจอถนนใหญ่แล้ว) 

มีอพาร์ทเม้นท์หน้าตาแบบนี้ตรงปากซอย





เลี้ยวซ้ายไปเลยค่ะ

เดินไปนิดเดียวจะเจอโรงแรม

แต่อาจจะสังเกตยากหน่อย เพราะเป็นด้านหลังโรงแรมค่ะ ไม่มีป้าย แต่ถ้าเดินไปแล้วเจอซอยย่อยขวามือ ให้หยุด แล้วหันหลังดูค่ะ จะเจอป้ายโรงแรม





ประตูหน้าของโรงแรมจะเป็นแบบเลื่อนนะคะ

เปิดเข้าไปได้เลย

เข้าไปจะเจอเคาน์เตอร์ค่ะ ถ้าไม่มีพนักงานอยู่ที่เค้าเตอร์ให้กดกริ่งเรียกได้ค่ะ









ตอนเราไปถึงที่โรงแรมประมาณ 10 โมง ปกติจะให้เช็คอินได้ บ่าย 3 โมง

แต่บังเอิญว่า ห้องว่างแล้ว เลยได้เช็คอินเลย



หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย พนักงาน (น่าจะเป็นเจ้าของโรงแรมด้วยค่ะ ขอเรียกว่าคุณเจ้าของรร. ละกัน)

ก็พาขึ้นไปดูห้อง



เราได้ห้องชั้น 2 

ไม่มีลิฟต์ เพราะมีแค่ 2 ชั้น

ต้องแบกกระเปา 15 กิโล ขึ้นไป

แต่คุณเจ้าของใจดีมาก ช่วยแบกขึ้นไปให้ด้วย เกรงใจมากเลยยยย 😅



ก่อนจะขึ้นไป 

ที่นี่เค้าจะให้เราถอดรองเท้าไว้ที่ชั้นวาง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์

แล้วเปลี่ยนไปใส่รองเท้าของโรงแรมแทน

รองเท้ามันลื่นๆ หลวมหน่อยๆ ใส่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ รองเท้านี้ใส่เข้าห้องน้ำ ได้ค่ะ





บันไดค่อนข้างชันและแคบค่ะ 😓

ทางเดินก็ค่อนข้างแคบเช่นกัน





ห้องเราอยู่ใกล้ทางเดิน

เปิดประตูเข้าไปปุ๊บ



เล็กจัง 😅555

อ่านรีวิวกะถามจากพี่ที่เคยมาเรียบร้อยแล้ว เลยทำใจได้ก่อน





เล็กจริงๆ ค่ะ 😅😅

เดินเข้าไป 1-2 ก้าวก็เจอเตียงเลย

กระเป๋า 25 นิ้วของเรา เปิดได้ใบเดียว ไม่สามารถเปิดกระเป๋า 2 ใบพร้อมกันได้ 

(อาจจะได้ ถ้าไม่กางเต็มห้อง)



เตียงเป็นแบบสองชั้นค่ะ

ชั้นสองค่อนข้างสูงทีเดียว





อุปกรณ์ในห้องก็จะมี ทีวี โคมไฟ โต๊ะ เก้าอี้ เตียงสองชั้น แอร์/ฮีทเตอร์ ทิชชู่ ผ้าเช็ดตัว ไม้แขวนเสื้อ 3

มีช่องเสียบปลั๊ก 4 ช่อง อยู่ตรงทีวี 2 ช่อง และตรงบันไดทางขึ้นเตียงชั้น 2 อีก 2 ช่อง

ห้องมีหน้าต่างค่ะ ไว้เช็คอุณหภูมินอกห้องได้ 😁55







บนชั้น 2 มีห้องน้ำ 2 ห้องค่ะ สำหรับชาย 1 ห้อง หญิง 1 ห้อง

ห้องน้ำหญิง (เราถ่ายรูปมาเฉพาะห้องน้ำหญิง) ก็จะมีชักโครก อ่างล้างมือ ทิชชู่ให้ ห้องค่อนข้างกว้างจนเราอยากให้ซอยเป็นสองห้องเลย 😏





ห้องน้ำชาย (ดูจากในเว็บ) ห้อง 1 ห้อง จะแบ่งย่อยๆ อีก



สำหรับอ่างล้างมือในห้องน้ำ ไม่เหมาะจะใช้ล้างหน้านะคะ มันปรับเป็นน้ำอุ่นไม่ได้ค่ะ และจะเป็นการรบกวนคนที่จะมาใช้ห้องน้ำต่อด้วย เค้ามีอ่างล้างหน้าแยกให้ค่ะ



มีโซนอ่างล้างหน้า 3 ก๊อก แยกต่างหาก 





จากห้องเรา เดินวนไปทางขวา ผ่านห้องน้ำ และอ่างล้างหน้า จะเจอบันไดทางลงอีกที่ด้วยค่ะ



มาดูรายละเอียดของชั้น 1 กันบ้าง

ลงบันไดไปจะเจอห้องน้ำ 2 ห้อง และห้องอาบน้ำฝักบัว อีก 2 ห้องค่ะ



ห้องอาบน้ำฝักบัว จะแบ่งเป็นโซนแห้ง กับโซนเปียกค่ะ มีประตูพับ (เป็นกระจกฝ้า) กั้น


โซนแห้ง จะมีพื้นที่ให้เราได้แต่งตัวค่ะ มีตะกร้าสำหรับทิ้งผ้าเช็ดตัวด้วย แต่สำหรับคนที่พักหลายคืน เค้าเขียนป้าย ขอความกรุณาใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดิมต่อไปค่ะ 555


โซนเปียก ก็จะมีฝักบัวปรับร้อนเย็นได้ มีสบู่ แชมพู ครีมนวด ให้ใช้ค่ะ

ฝักบัวจะเป็นแบบกด ค่ะ กดปุ๊บ น้ำจะไหลออกมา แล้วค่อยๆ หมด

ถ้าอยากจะใช้ยาวๆ ต้องเอามือกดไว้


น้ำไหลแรงมากกกก 👍







ตรงข้ามห้องอาบน้ำ จะเป็น ห้องนั่งเล่น ที่เป็นพื้นที่่ส่วนกลางค่ะ 

มีทีวี โน๊ตบุ๊ค โต๊ะใหญ่ ทีวี และหนังสือ









เดินไปจนถึงมุมห้อง จะเป็นห้องครัวค่ะ

มีตู้เย็น ซึ่งเราสามารถนำของมาแช่ได้ค่ะ มีป้ายสำหรับติดชื่อให้ด้วย

นอกจากนี้ยังมี ไมโครเวฟ ที่ปิ้งขนมปัง กาน้ำร้อน เครื่องชงกาแฟ อ่างล้างจาน

เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า แบบหยอดเหรียญ















มุมห้องอีกฝั่ง จะเป็นอ่างอาบน้ำค่ะ

สามารถจองเวลาอาบน้ำได้ 18.00-24.00 ค่ะ แต่ใช้ได้แค่ 15 นาทีนะคะ


วิธีการคือ เขียนเลขห้อง ตรงป้ายจอง หน้าห้องค่ะ

ถึงเวลาก็มาใช้ห้อง โดยเปลี่ยนป้ายหน้าห้อง เป็น ไม่ว่าง ก่อน

แล้วก็ล็อคห้อง เพื่อฟินกับการแช่น้ำร้อนแบบส่วนตัวได้เลยค่ะ 😍


มีชุดยูคาตะให้เช่าด้วยค่ะ


แต่เรากลับดึกทุกวัน มาไม่ทันอ่ะ เสียดายยยยยยย 😭









ด้านหลังบันไดใกล้กับเคาน์เตอร์จะมีตู้กดน้ำด้วยค่ะ ราคาทั่วๆ ไป





ทางโรงแรมมีพวก แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผงซักฟอก ที่โกนหนวด จำหน่ายนะคะ

มี Adapter ให้เช่า

และมีไดร์เป่าผมให้ยืมฟรี ค่ะ 😻







ที่พักสะอาดมากกกกก สะอาดในทุกๆ ส่วนเลยค่ะ

วัสดุทุกอย่างดูใหม่ 

ถึงโรงแรมจะเล็ก แต่ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากๆ



หลับสบายดีค่ะ ฮีทเตอร์ก็ทำงานได้ดี ทีวีเราไม่ได้เปิด 

อาจจะได้ยินเสียงคนข้างนอกบ้าง เพราะเราอยู่ใกล้บันไดด้วย

แต่เรากลับค่อนข้างดึก คนอื่นเลยหลับไปหมดแล้ว



ห้องน้ำกับห้องอาบน้ำก็ไม่ต้องต่อคิวเพราะออกแต่เช้า กลับมาถึงดึกๆ



เราไม่ค่อยได้อยุ่ห้อง เลยไม่ค่อยได้เจอคุณเจ้าของเท่าไหร่

วันสุดท้าย เราเช็คเอาต์ตอนตี 5 เค้าก็อุตสาห์มาเปิดประตูให้นะคะ

(ที่นี่มีเคอร์ฟิวตอน เที่ยงคืนครึ่งค่ะ ถ้าใครจะกลับดึกกว่านั้น ควรจะติดต่อพนักงานไว้ก่อน)




ทางไปโรงแรมเปลี่ยวมั้ย??


โรงแรมห่างจากสถานีประมาณ 700 เมตร

ความเจริญจะกระจุกตัวอยู่แถวๆ สถานีค่ะ



ตรงส่วนของโรงแรม จะไม่มีพวกมินิมาร์ทหรือร้านค้าใกล้ๆ เลย 😓

ถ้าจะซื้อของก็เดินไปสถานีอย่างเดียว

(แถวๆ โรงแรม จะมีร้านนึงที่ Google บอกว่าเป็นร้านขายยา แต่เราว่ามันใหญ่ เหมือนซุปเปอร์มาเก็ต ถ้ามีเวลาลองไปสำรวจดูนะคะ อาจจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งเพียงหนึ่งเดียวก็ได้ 😅)



ทางเดินไปโรงแรม ทั้งกลางวัน จะค่อนข้างเงียบค่ะ มีคนเดินบ้างประปราย

ส่วนตอนดึกๆ ไม่ต้องพูดถึง แทบไม่มีคนเดินเลย

แต่ถึงอย่างนั้น โซนนี้ก็เป็นย่านชุมชนนะคะ มีบ้านเรือน อพาร์ทเม้นท์ อยู่เยอะ มีโรงเรียนด้วย

เป็นย่านบ้านคนมากกว่า ย่านการค้าค่ะ

แสงไฟตอนกลางคืนก็สว่างค่ะ ทั้งจากไฟถนน และไฟตามบ้านเรือน

เราว่าไม่เปลี่ยวเท่าไหร่ แค่มันเงียบจนไม่คุ้นเคย (ก็ตอนเที่ยว ไปแต่ย่านที่มันคึกคักนี่เนอะ)



สุดท้ายมาดูข้อดีข้อเสียกันบ้าง



ข้อดี 😋

ราคาถูก

 ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ/รถไฟใต้ดิน (แต่บางคนก็บอกว่ามันไกลอยู่นะ ระยะทางประมาณ 700 เมตร)

 สะอาด

 คุณเจ้าของดูใจดี แถมยังช่วยแบกกระเป๋าด้วย

 สิ่งอำนวยความสะดวกครบ

 ติดต่อง่าย อันนี้เราชอบมาก ถึงแม้จะมีช่องทางติดต่อ แค่เมล์ กับโทรศัพท์ คือ เราติดต่อทางเมล์ แต่ไม่เป็นอุปสรรคเลย เพราะเค้าตอบเมล์ได้เร็วจริงๆ  ถามปุ๊บ แทบจะตอบกลับมาทันที 👍👍

 มีจักรยานให้ยืมฟรี (แต่เหมือนจะมีแค่สองคันนะคะ)

 เป็นโรงแรมปลอดบุหรี่

 เส้นทางมาโรงแรมเงียบสงบมากค่ะ เราเดินกลับตอนค่ำๆ นี่กลัวผีเลยอ่ะ (นี่ข้อดีใช่มะ)



ข้อเสีย 😧

☹ ห้องเล็ก

☹ มีแต่บันได ต้องแบกกระเป๋าขึ้นลง

☹ ห้องน้ำ และ ห้องอาบน้ำน้อย (แต่เราไม่เคยต้องรอคิวนะ มีเพื่อนเคยต้องรอคิวเข้าห้องน้ำ) 

แต่เราว่าข้อนี้ ดูจากจำนวนห้องในโรงแรมแล้ว (26 ห้องตามข้อมูลจาก booking) ก็ถือว่าพอได้นะ

☹ อ่างอาบน้ำ จำกัดเวลา (เราก็อยากแช่บ้าง)



โรงแรมไม่มีที่จอดรถ และห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักค่ะ



เว็บโรงแรม




Create Date : 05 มีนาคม 2560
Last Update : 5 มีนาคม 2560 18:53:58 น. 0 comments
Counter : 70 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
earist
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




โปรแกรมเมอร์ตัวจิ๋ว ฝีมือกากๆ แต่สร้างบัคที่ใหญ่กว่าตัวได้เสมอ
มนุษย์เงินเดือน ผู้อยากท่องเที่ยวไปทั่ว แต่วันลาไม่เคยจะพอ
[Add earist's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com