Bloggang.com : weblog for you and your gang

ทาน คือการทำกุศลที่ได้บุญ การให้อภัย คือการทำกุศลที่ได้บุญมากกว่า

Group Blog

 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 กรกฏาคม 2550

 
All Blogs

 

 

เด็กจุฬาฯโค่นเผด็จการทั้งในและนอกรั้วจามจุรี

เด็กจุฬาฯโค่นเผด็จการทั้งในและนอกรั้วจามจุรี
09/07/07 เด็กจุฬาฯโค่นเผด็จการทั้งในและนอกรั้วจามจุรี
13:05

1861
28







กลุ่มประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก (กปก.) นิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผย ในรั้วจามจุรีทำกิจกรรมต่อต้านเผด็จการยาก เหตุอาจารย์กองกิจการนิสิตขัดขวาง แต่ยืนยันจะเดินหน้าโค่นเผด็จการทุกรูปแบบ ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย เตือน! อาจารย์อย่าล้ำเส้น บังคับนิสิตให้ชื่นชอบ คมช. แฉแผนสืบทอดอำนาจ ผนวกรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ความมั่นคง สร้างรัฐทหาร
**จุดประสงค์ของการตั้งกลุ่ม "ประชาธิปไตยไม่ใช่กิ๊ก" เพื่ออะไร
ธีรนัย จารุวัสตร์: จุดประสงค์ของการตั้งกลุ่มของพวกเราคือ เราอยากแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองว่า เราคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้ หรือเราต้องการบอกว่าเราคิดเห็นอย่างไรต่อประเด็นนี้ ให้พวกเพื่อนๆ เราฟัง คือ อย่างการทำรัฐประหารในครั้งนี้ (19 กันยายน 2549) เราต้องการจะบอกว่าการทำรัฐประหารครั้งนี้ เฮ้ย...มันเป็นการกระทำที่ผิดหลักประชาธิปไตยนะ มันไม่ใช่ทางออกที่ดีหรอก มันเป็นภัย จุดประสงค์ของเราคือไม่ได้ต้องการจะเปลี่ยนโลก หรือว่าจะบังคับหรือขู่เข็ญให้มาร่วมกับพวกเรา หรือว่าต้องการจะชักจูงนะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องการจะบอกเท่านั้นเอง เราต้องการจะบอกเพื่อนของเราว่ามันผิดนะการกระทำแบบนี้ มันผิดนะ เราคิดแบบนี้ ส่วนเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง เราขอใช้สิทธิ์ในการพูด ในการบอก และเราต้องการจะบอกกับเพื่อนเราว่าการเมืองมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับ เราต้องการจะบอกว่าการที่เราเป็นนิสิตนักศึกษา เราอยู่มหาวิทยาลัย เราไม่ต้องการยุ่งกับการเมืองนี่มันเป็นไปไม่ได้ครับ เราต้องการอยากให้เพื่อนๆ พวกเราสนใจการเมืองด้วย เพราะสถานการณ์ปัจจุบันนี่มัน...พูดไม่ถูกเหมือนกัน
**มีคนสนใจมากน้อยแค่ไหนในกิจกรรมที่ทำ
คือว่าถ้าพูดตรงๆ ไม่ค่อยจะมี เท่าที่เห็นมาไม่ค่อยจะมี บางครั้งเวลาเราไปทำกิจกรรม แจกใบปลิว หรือรณรงค์ เช่นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2550 คือเป็นวันเปิดโลกกิจกรรมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราต้องการจะทำกิจกรรมคือแจกถุงยาง เพื่อจะสื่อว่าเราต้องการจะคุมกำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ เราต้องการไฮปาร์ค เพื่อรณรงค์ให้พวกเขารู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มันห่วยแตก มันใช้ไม่ได้ เท่าที่ดูวันนั้นเขาไม่ค่อยฟังกันหรอก จะเดินผ่านมาผ่านไป บางคนบอกด้วยซ้ำไปว่า เฮ้ย...เว่อร์เกินไป มาทำแบบนี้ หรือไม่ก็บ้าหรือเปล่า โดยส่วนรวมแล้วมองกว้างๆ แล้วเขาไม่สนใจกันนั่นแหละ แต่ว่าหลังจากที่พวกเราเปิดตัวไป มีคนมาถามเยอะนะครับ มีเหมือนกันไม่ใช่ไม่มี
มีคนจากคณะอื่น มาถามว่าได้ข่าวว่ากลุ่มพวกเราเคลื่อนไหวแบบนี้หรือ มีแบบนี้ด้วยเหรอ สนใจอะไรหรือ มีคนมาถามเยอะนะครับ แล้วรายการจัดกิจกรรมครั้งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน ก็มีคนสนใจเยอะเหมือนกันครับ
**นอกจากเรื่องการเมือง ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ยังมีอย่างอื่นหรือไม่
คือว่าจุดยืนของกลุ่มพวกเรา เรียนกันเองสั้นๆ คือ "2 ไม่เอา" ครับ ในที่นี้หมายความว่า ไม่เอาเผด็จการในมหาวิทยาลัย และไม่เอาเผด็จการนอกมหาวิทยาลัย ทุกวันนี้รัฐประหารเป็นเพียงเผด็จการนอกมหาวิทยาลัยเท่านั้น ซึ่งพวกเราคิดว่าการหยุดเผด็จการนอกมหาวิทยาลัยให้ได้นั้นต้องหยุดเผด็จการในมหาวิทยาลัยให้ได้ก่อน เผด็จการในมหาวิทยาลัยก็มีเหมือนกัน เช่น ระบบโซตัส ระบบพี่น้องที่แบบเคร่งครัด การเข้าห้องเชียร์ การว้ากน้อง หรือการผูกขาดทางวิชาการของอาจารย์บางท่าน หรือแม้กระทั่งกระบวนการศึกษาที่ไม่เปิดให้เด็กคิด ให้เด็กตั้งคำถาม อันนั้นเป็นหลายๆ อย่าง เช่น การแต่งเครื่องแบบนักศึกษา บางทีก็เป็นระบอบเผด็จการในมหาวิทยาลัยเหมือนกัน ซึ่งหลังจากหมดเรื่องรัฐประหารไปแล้ว พวกเราจะรณรงค์เคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัยในเรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง เราต้องการหยุดยั้งเผด็จการในมหาวิทยาลัย คือว่าก่อนที่เราจะไปเปลี่ยนโลก เปลี่ยนประเทศ หรือเปลี่ยนสังคม หรือเปลี่ยนอะไร เราว่าเราคิดอยากให้มหาวิทยาลัยเกิดการเปลี่ยนแปลงในมหาวิทยาลัยได้เสียก่อนดีกว่า
**มีการพูดว่า พวกกลุ่มนี้เป็นเด็ก หรืออยากแสดงความเป็นฮีโร่

คือว่าจริงๆ มันก็มีอยู่เช่นกัน การพูดจาแบบที่ว่านี้ออกมานี้ เช่น นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ กลุ่มเครือข่ายจุฬาเชิดชูคุณธรรมนำประชาธิปไตย แต่จริงๆ แล้วอย่างที่ผมพูดแล้ว กลุ่ม กปก. (กลุ่มประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก) จริงๆ พวกเราไม่ได้ต้องการบอกว่าพวกเราถูก พวกเราต้องการแค่บอกว่าจริงๆ พวกเราเชื่อแบบนี้ อาจจะผิดก็ได้ แต่พวกเราเชื่อแบบนี้จริงๆ และอยากจะบอกความเชื่อนี้ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ ส่วนเขาจะเชื่อเราหรือเปล่ามันก็เรื่องของพวกเขา แล้วแต่วิจารณญาณของพวกเขาหรือความเห็นของพวกเขาเอง ถ้าไม่เชื่อก็ได้ ไม่เป็นไร แต่เราขอใช้สิทธิ์ไง คือขอแค่ได้พูด เชื่อไม่เชื่อเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
**การต่อต้าน เช่น อาจารย์ไม่ต้องการให้นิสิตเอาเครื่องแบบไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

เรื่องการต่อต้านในมหาวิทยาลัยต้องมีแน่ๆ ครับ แต่ขอให้คุณปลายอ้อ พูดดีกว่า
ปลายอ้อ วงศ์สุชาต: เรื่องความไม่พอใจ เรื่องที่เราใส่เครื่องแบบออกไปทำเรื่องการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือไปข้างนอกต่างๆ ไม่ว่าจะไปทำเนียบ ไปศาล คือนอกจากอาจารย์แล้ว เพื่อนๆ เองก็พูดมาบ้างว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ ทำไมถึงเอาพระเกี้ยวไป ใส่ชุดนิสิตไป ถามกลับว่า แล้วจะให้ฉันแต่งชุดอะไรล่ะ ให้ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนหรือ ชุดนี้เรียบร้อย สุภาพ เข้าสถานที่ราชการได้ แล้วทำไม ฉันก็เป็นหนึ่งในนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำไมจะใส่ไม่ได้ ถ้าคุณจะออกไปเชียร์ คมช. ออกไปแสดงความจงรักภักดีในหลวง คุณก็ใส่ชุดนิสิต ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แล้วทำไมฉันใส่แล้วจะเป็นอะไรด้วย
**มีความกดดันเยอะไหม

คือตัวหนูเองไม่ได้รู้สึก มีอาจารย์มาว่า หรือเพื่อนมาว่าเรื่องเครื่องแบบโดยตรง ทำไมแกต้องแบบไปทำตัว เหมือนกับว่าแกไม่รักประเทศชาติจริง ถ้าแกรักประเทศชาติจริง แกต้องปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ ปล่อยให้เขาปกครองประเทศไป แกทำไมต้องไปร่วมม็อบให้มันเดือดร้อนคนอื่นอะไรแบบนี้ ก็คือถ้าเราอยู่เฉยๆ ก็เหมือนกับว่าเราจำนน หรือยอมรับสภาพมันไป แต่เราอยากให้มันมีพลังนักศึกษาเกิดขึ้นมา ไม่อยากให้ไปรู้สึกว่าเราทำให้สังคมมันยิ่งวุ่นวายมากกว่าเดิม อะไรแบบนี้ค่ะ รู้สึกว่าเขาไม่เข้าใจมากกว่าว่ามันเป็นกระบวนการหนึ่ง ที่เราต้องการจะบอกว่าเราไม่ยอมรับกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้
**ผิดหวังไหมกับสิ่งที่รุ่นพี่ๆ ที่ได้ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงเดือนตุลา 16 และพฤษภาทมิฬ ยุคนี้มันเปลี่ยนไปเยอะไหม

เยอะมาก หนูอาจจะไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์อะไรมากมาย แต่หนูรู้สึกว่าด้วยสภาพแวดล้อม หรืออาจจะวัตถุนิยม หรือที่ตั้งอยู่ข้างพารากอน หรือตรงข้ามสยาม อะไร ทำให้คนอื่นจึงไม่สนใจ ถึงแม้แต่เด็กธรรมศาสตร์เอง ที่มหาวิทยาลัยอยู่ในตำแหน่งที่ โอ้โห...เป็นประวัติศาสตร์ขนาดนั้น แต่เขาก็สนใจเรื่องแบบ วันนี้ไปช็อปปิ้งที่ไหนดี หรือว่า อุ๊ย...เรน (จุง จี ฮุน) มา หนูก็ไม่ได้ไปว่าอะไร เพราะนี่คือสิทธิ์ของเธอ เพราะนี่วัยรุ่นไง ก็สมวัย แต่ว่าพอเรามาพูดถึงเรื่อง เอ้ย...ประชาธิปไตย หรือเหตุการณ์ปัจจุบัน คนอื่นแบบ คมช. คือใครเหรอ เฮ้ย...เราไม่รู้จักว่ะแก อะไรแบบนี้ คือมีจริงๆ

หนูไปพูดกับเพื่อนว่า เฮ้ย...แกเย็นนี้ฉันจะไปไล่ คมช. เพื่อแบบว่า เฮ้ย...แก คมช. นี่ใครเหรอแก แม้กระทั่งผู้ใหญ่ที่หนูเจอบางคนทำงานหนังสือพิมพ์ แต่เขาอาจจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้ คมช. นี่ใครเหรอน้องก้อย ไม่รู้จัก...ว่ะ เราก็...อืม ถึงขนาดนั้นเลย หนูเลยรู้สึกว่าสังคมขณะนี้มันเปลี่ยนไป ม้าก...มาก...เลย สภาพสังคมหากพูดเรื่องการเมือง ไม่เอา ไม่เอาแล้ว
**มองอย่างไรที่อาจารย์มหาวิทยาลัยถอดเครื่องแบบไปรับใช้เผด็จการ ตามอักษรย่อต่างๆ สสร. สนช.

รู้สึกว่าอาจจะเป็นเพราะผลประโยชน์ของตัวเองแหละค่ะ อยากให้อาจารย์กลับมามองว่าอะไรมันสมควร อยากให้หยุดมองตัวเองเป็นที่ตั้ง
**มองว่าที่อาจารย์ไปรับใช้ คมช. เพราะได้งบประมาณทำวิจัยหรือไม่
ธีรนัย จารุวัสตร์: คือเรื่องอาจารย์ไปรับใช้ฝ่าย คมช. หรือนักวิชาการบางคนไปรับใช้ฝ่ายคมช. มันมองได้ 2 ทางคือ 1.อาจจะมีผลประโยชน์ หรือเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว หรือ 2.อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่เขาเชื่อด้วยหรือเปล่า เช่น อาจารย์บางท่านอาจจะมองในลักษณะที่แตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ เขาอาจจะมองว่ารัฐประหารเป็นทางออกเดียว เขาทำไปด้วยความเชื่อ เราทุกคนควรจะมองอาจารย์พวกนี้เขาก็มีสิทธิ์มีเสียง เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกข้าง เขามีสิทธิ์ที่จะเชียร์ใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายต้านรัฐประหาร ฝ่ายเผด็จการ และขณะเดียวกันเราควรจะปฏิบัติต่อความคิดเห็นของเขาในฐานะเป็นเสียงประชาชนคนหนึ่ง

ผมไม่สนใจหรอกครับว่าอาจารย์เหล่านี้เขาจะไปเชียร์ใคร ไปรับใช้ คมช. หรือรับใช้ใคร เพียงแต่ว่าเขาใช้ความเห็นของเขาในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่เมื่อไรก็ตามที่เขาใช้ความเห็นหรือความเชื่อของเขาที่ภักดีต่อ คมช. ในการบีบบังคับ ในการกดขี่ ในการปิดกั้นนักศึกษาเมื่อไร เมื่อไรที่มาบอกว่า เชียร์ คมช. นักเรียนในห้องต้องเชียร์ คมช. ตามด้วย ผมว่านั่นแหละครับเป็นการล้ำเส้น ผมว่าทุกคนและเขาควรจะยอมให้เขาในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้นเอง
**หมายความว่า เอาตัวบุคคล ไม่ได้เอาสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง
การที่คุณจะเชียร์และรายใดที่คุณจะมาบอกว่าทุกคนในห้องเรียนฉันต้องมาเชียร์ คมช. ตามฉัน หรือไม่ก็ทุกคนที่เรียนจุฬาฯ ต้องมาเชียร์ คมช. ตามฉัน แบบนั้นมันเกินไปแล้ว
**มีบรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นไหม

จริงๆ ผมอยากยกตัวอย่างให้ชัดนะครับก็คือว่า ในวันเปิดตัวกลุ่มผม คือในวันที่ 13 มิถุนายน 2550 ก็ถือวันเปิดโลกกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ผมอยากจะเล่าให้พี่ๆ ฟังว่า ทัศนคติของจุฬาฯ ต่อการเมือง ที่มีต่อ คมช. เป็นอย่างไรหรือครับ
สุลักษณ์ หลำอุบล: คืองานเปิดโลกกิจกรรม หนูมีส่วนร่วม มีส่วนไปช่วย คือหนูมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยครีเอทีฟ คือไปช่วยคิดการจัดงาน คิดโปสเตอร์ หรือคิดประชาสัมพันธ์การจัดงานอะไรต่างๆ เราไม่ได้คิดว่าเราจะมาเป็นสายสืบที่แบบว่า มาทำงานให้กับ 2 ฝ่ายหรือว่าอะไร แต่ก็คืออยากจะไปช่วยเขาทำงานจริงๆ แล้วคือตอนนี้ กปก. ได้ติดต่อไปที่จะไปเปิดตัวในวันนั้นพอดี หนูก็เลยลองไปคุยกับพี่ประธานจัดงาน เขาก็บอกว่าได้ ยังไงก็ลองกรอกใบสมัครดู เออ...ใช่ไปขอซุ้ม ก็เขียนไป ติดต่อไป เออ...ขอพื้นที่แสดงบนเวทีด้วย เพราะว่าเราจะไปคล้ายๆ กับไปร้องเพลงประชาสัมพันธ์ ก็เหมือนกับจะได้
พอไปสักพักหนึ่ง พี่เขาก็บอกว่าที่ไปคุยตอนนั้น อาจารย์เขาบอกไม่ได้ อาจารย์เขาไม่อยากให้มายุ่งเรื่องการเมืองเลย เราก็บอกว่า อ้าว...แล้วทำไมตอนแรกบอกว่าได้ ก็คือไม่ใช่ กปก. อย่างเดียว มีพี่ๆ ที่เขาฝากติดต่อมาก็คือ มี "ชมรมเลี้ยวซ้าย" ของ "พรรคแนวร่วม" แล้วก็มี "สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย" (สนนท.) และมี "ชมรมสังคมวิจารณ์"

พอก่อนวันงาน หนูได้โทร. ไปถามว่า สรุปจะได้หรือไม่ เขาก็บอกว่า เออ...ไม่ได้แล้ว เพราะอาจารย์ฝ่ายกองกิจฯ (กองกิจการนักศึกษา) ไม่ให้ เพราะไม่อยากให้งานนี้มายุ่งเรื่องการเมือง เพราะตอนนี้การเมืองกำลังร้อนระอุ ไม่อยากให้มีอะไร คือเราก็บอกว่าเป็นเพราะสถานการณ์การเมืองเป็นแบบนี้เราจึงต้องออกมา เขาบอกว่า ยังไงก็ไม่อยากให้วุ่นวาย ไม่ได้จริงๆ

คือตอนแรกชมรมสังคมวิจารณ์น่าจะได้ เพราะเป็นชมรมของจุฬาฯ อยู่แล้ว ถูกต้องชอบธรรมอยู่แล้ว พอถึงวันงาน อบจ. ไล่บูธทุกบูธออกมา ไม่ให้จัดเลย สุดท้าย สนนท. และพวกเราต้องเข้าไปยึดพื้นที่เลย

ตอนเช้า ตอนที่เราไปรณรงค์กันหน้าศาลาพระเกี้ยว อาจารย์กองกิจฯ (กองกิจการนักศึกษา) ได้เดินมาถามว่า นี่คุณเป็นใคร มาทำอะไร ขออนุญาตหรือยัง อะไรแบบนี้ วุ่นวายมากเลย แล้วพอ สนนท. ไปยึดพื้นที่ นายกฯ อบจ. เดินมาคุยว่า นี่คุณมาทำไม คุณขอพื้นที่หรือยัง ไปทะเลาะกับอาจารย์ใจ (อาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์) เลยค่ะ ไปแย่งโทรโข่งมาเลย อาจารย์ใจบอกว่า คุณมีปัญหากับพื้นที่แค่ตรงนี้หรือ เขาก็บอกว่า มันไม่ได้คือไม่ได้ ก็มันไม่มีเหตุผลอะไรแบบนี้ที่จะมาไล่ แล้วสุดท้ายไปยืนแบบว่าจะต่อยกันอยู่แล้วมั้ง สุดท้ายก็แบบ...เขาก็เดินไป ก็ไม่มีอะไร สักครู่เขาก็มายกเต็นท์ไป
**เหตุการณ์นี้สะท้อนอะไร

มันสะท้อนการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของนิสิตนักศึกษาที่แบบอยากจะสื่ออะไรออกมา อยากจะทำกิจกรรม ทั้งๆ ที่เราเป็นนิสิตจุฬาฯ ไม่ใช่คนนอกที่อื่นเลย แต่คุณมีสิทธิ์อะไรที่จะมาแบบไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ได้ คือปิดกั้นมากๆ เลยค่ะ
กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช: คืองานนี้ผมไม่ได้ไปยุ่งกับเขามาก แค่ผมไปร่วมด้วยแค่ชั่วโมงกว่า คือมันก็น่าคิดว่า เอ๊ะ...คุณไม่ให้ผมจัดงานเกี่ยวกับการเมืองในมหาวิทยาลัย แล้วคุณจะเปิดคณะรัฐศาสตร์ขึ้นมาทำบ้าอะไร คณะรัฐศาสตร์คือคณะที่เปิดขึ้นมาเพื่อการเมืองโดยเฉพาะ แต่คุณบอกว่าไม่ให้มีการเมืองในมหาวิทยาลัยก็เท่ากับว่าคุณปิดคณะรัฐศาสตร์ไปเลยสิ ถ้าคุณแน่จริง คุณจะมีไว้ทำไม ผมไม่เข้าใจมาก
ผมขอเสริมเรื่องอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนิดหนึ่ง ผมผิดหวังในหลายประเด็นนะครับ คือ อาจารย์หลายคน พวกพี่ก็รู้ว่าเป็นยุค 14 ตุลา เลย ผมเรียกว่าพวก "เลือดตุลากลับสี" เช่น ธีรยุทธ บุญมี (อดีตผู้นำนักศึกษาเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516) นี่เห็นชัดเลย แล้วยิ่งมาดูในรายละเอียดก็ยิ่งเป็นคนในวงใน คมช. ในปัจจุบันนี้นะ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกทุเรศ เช่น กรณีของ ชัยอนันต์ สมุทวณิช ที่เคยคิดว่าจะมีจรรยาบรรณประชาธิปไตยบ้าง แม้แต่ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่คิดว่าจะเป็น ส.ส. ที่ดีที่สุดแล้ว ก็ยังออกมาบอกว่า เอ่อ...รัฐประหารอาจจะเป็นทางออกนะ คือพูดออกมาได้อย่างไร ไม่...ไม่อายวิญญาณตัวเองสมัย 14 ตุลา เลย คือถ้าผมอยากจะด่าแบบไม่สุภาพได้ ผมอยากจะด่าว่า เ...ย มากแล้ว
**เป็นเพราะอาจารย์จุฬาฯ เคยออกมาเคลื่อนไหวขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เลยกลัวเสียหน้าหากลูกศิษย์มาด่า คมช.
คือผมไม่มองอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ใจ คงจะต้องไปกระโดดตึกตายแล้วล่ะครับ หากเห็นว่าคัดค้านทักษิณ แล้วจะมา...คือ โอเค ผมขอยกไอเดียของ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มานิดหนึ่ง เขาเรียกว่า แอ็กติวิสต์ 2 ไม่เอา คือ คุณไม่เอาทักษิณ และคุณก็ไม่เอา คมช. คุณมีแคนดิเดตของคุณเองหรือที่จะมาลงเลือกตั้ง และสามารถต้านพลังกับทักษิณได้ ผมก็ไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ แต่ก็ยังดีกว่าพวกที่เอาเผด็จการโดยตรงเลย อย่างกรณี จอน อึ๊งภากรณ์ ที่เป็นแบบ 2 ไม่เอาอย่างรุนแรงเลย คือ ไม่เอาทั้งทักษิณ และไม่เอาทั้งเผด็จการ โอเคแหละที่คุณไม่เอาเผด็จการ แต่อยากจะถามกลับว่า ขณะนี้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ถ้าคุณไม่เอาทักษิณคุณจะเอาอะไรมาสู้กับเผด็จการได้ จริงๆ ผมก็ไม่ได้เชียร์ทักษิณเท่าไรนะครับ ผมพูดตามตรงเลย แต่ ถ้าจำเป็นต้องเลือกขณะนี้ ผมจำเป็นต้องเลือกทักษิณ

อย่างน้อยๆ ภายใต้บริบทของคุณทักษิณ เขาก็มาภายใต้กรอบของการเป็นประชาธิปไตยอยู่ เพราะเขาเป็นนายกฯ ที่มีความชอบธรรม เนื่องจากเขามี 14 ล้านเสียงในการสนับสนุนจากการเลือกตั้ง ทำให้เขามีความชอบธรรมสูงสุด ณ ขณะนี้

อย่างน้อยๆ ภายใต้กรอบประชาธิปไตยนี่ กรณีสนธิ ลิ้มทองกุล ผมก็ไม่ได้ด่าเขามากเท่าไร ในกรณีที่เขาเคลื่อนไหว เพราะเป็นสิทธิในระบอบประชาธิปไตยอยู่ แต่กรณีที่เขาออกมาโปรโมตให้ทำอะไรที่อยู่นอกประชาธิปไตย เช่น ไม่ต้องเอาการเลือกตั้งอย่างนี้ ผมคงไม่เห็นด้วย หรือเอามาตรา 7 ผมไม่เห็นด้วยในกรณีนั้น ในบริบทของทักษิณ อย่างน้อยๆ เขาก็ทำได้มากกว่า จะเห็นได้อย่างชัดเจน กรณี ม็อบ นปก. พยายามไปบ้านป๋าเปรม มีความพยายามเอารถขยะมาขวางบ้าง มีการระดมตำรวจทั่วสารทิศเลย แม้ตอนนี้ยโสธรต้องมีวีซ่าเข้าออกแล้ว วีซ่าเข้าออกยโสธร ผมไม่เข้าใจนโยบายสมานฉันท์ อย่างไรกันนี่ คนไทยชาติเดียวกันเองแต่จะเข้าออกจังหวัดในประเทศเดียวกันก็ยังต้องใช้วีซ่าเข้าออกอีก ทุเรศมาก และกรณีม็อบปากมูล ที่จะเข้ามาประท้วงกัน ก็ถูกกล่าวหาอีกว่าเป็นคลื่นใต้น้ำ พวกรักทักษิณ ผมว่าทุเรศ ไร้เหตุผลสิ้นดี

นอกจากนี้มีกรณีที่ผมอ่านข่าวในเว็บบอร์ด เรื่องที่ม็อบจะมาเชียร์ป๋าเปรม สามารถผ่านไปได้สบายๆ ทำไมล่ะ แต่พอม็อบที่ประท้วงกลับห้าม อย่างนี้มันมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากเจตนารมณ์ที่ทุเรศของ คมช.

**กับพวกอาจารย์ที่ไปเข้าข้างรับใช้เผด็จการนี่รู้สึกผิดหวังไหม
ไม่ใช่รู้สึกผิดหวังธรรมดาครับ รู้สึกทุเรศในตัวอาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี อาจารย์ไชยันต์ ไชยพร กรณีที่ฉีกบัตร แต่ตอนนี้ผมให้ภาพลักษณ์เขาดีขึ้นเล็กน้อย ที่พยายามประท้วงกรณีที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญพยายามออกมาโปรโมตให้ประชาชนมาลงประชามติรับรัฐธรรมนูญ โอเค...ผมว่าเขายังมีพัฒนาการในความคิดมากขึ้น ไม่ใช่อาจารย์ที่แบบเพื่อศักดิ์ศรีเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่กรณีเรื่องฉีกบัตร ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าการเลือกตั้งมันมีข้อเสียในตัวของมันเอง ผมเชื่อว่าทุกคนก็ยอมรับว่ามีข้อเสีย แต่ตราบใดที่คุณยังไม่สามารถหาทางเลือกที่ดีกว่าการเลือกตั้ง เพื่อมายืนยันความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยได้ คุณไม่มีสิทธิมาด่า ถ้าเกิดคุณหามาได้แล้วคุณจะมาด่า จะมาว่า ผมจะไม่ว่าอะไร แต่คุณเล่นด่าทั้งๆ ที่ไม่มีทางแก้ไขให้มัน แบบนี้ผมว่ามันทุเรศ

**การแทรกแซงในสมัยไหนมีมากกว่ากัน
ผมขอยกตัวอย่างเรื่องสื่อแล้วกันเพราะเห็นรูปธรรมชัดที่สุด สมัยทักษิณ เขาบอกว่าทักษิณกดดันสื่อ แต่เราก็จะพบว่าขณะสมัยทักษิณอยู่สื่อมีหลายสื่อที่กล้าด่าทักษิณได้ตรงๆ ชัดเจนมาก แต่มาสมัยปัจจุบันคุณเห็นนักข่าวคนไหนออกมากล้าด่า คมช. ตรงๆ เหมือนที่กล้าด่าทักษิณหรือเปล่า อย่างนี้เป็นเงื่อนงำ และอย่างกรณีที่ ทีไอทีวีออกมายื่นหนังสือให้สมาคมวิชาชีพที่ คมช. บังคับให้ออกข่าวด้านเดียว นี่คือคำตอบที่มีรูปธรรมชัดเจนว่าไม่มี อิสรเสรีเลย ณ ขณะนี้ และอีกประเด็นคือ สื่อไทยในสมัยทักษิณเป็นสื่อที่มีอิสรเสรีที่สุด เหตุผลเพราะว่า นายกฯ กลัวสื่อ สื่อรุ่นเยาว์สามารถเรียกตัวนายกฯ มาคุยได้ หากไม่ไปกลัวว่าเขาจะด่า แต่พอมาสมัยนี้ คนจะเรียก คมช. ไปนี่จะต้องเตี๊ยมกันแล้วล่ะ จะพูดกับผมต้องพูดในแง่ดีนะ หรือนักข่าวกิ๊กก๊อกจะมาเรียก คมช. ไปไม่ได้ หากเรามาดูการจัดอันดับความเป็นเสรีของสื่อ อันดับได้ตกฮวบลงไปอย่างน่าตกใจ เหมือนวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540

**กลัวผลกระทบจากการเคลื่อนไหวหรือไม่

คือกรณีนี้หากผมบอกว่าไม่กลัวก็คงจะตอแหลไป นี่ผมพูดตรงๆ นะ แต่ว่าเรามองว่ามันจำเป็นแล้ว ตอนนี้ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะตอนนี้พบว่าหลายคนมากเลย เอาในจุฬาฯ ก็ได้ เขาบอกว่าสนใจทำไมเรื่องการเมือง หนักหัวเปล่าๆ คือสมัยนี้พลังนักศึกษามันไม่เหมือนกับสมัย 14 ตุลา ที่กลุ่มนิสิตนักศึกษามีความเข้มแข็งในเรื่องทางการเมือง แต่ปัจจุบันเขาบอกว่าเป็นเรื่องน่าปวดหัว เรื่องไกลตัว จะเป็นอะไรก็ช่าง หนักหัว ไม่อยากยุ่งกับการเมือง ณ ปัจจุบันนี้นิสิตนักศึกษาเป็นแบบนี้จริงๆ แม้แต่ในคณะประวัติศาสตร์ บางคนเขายังบอกผมเลยว่าบางคนยังไม่รู้จัก "จิตร ภูมิศักดิ์" คณะรัฐศาสตร์บางคนไม่รู้จัก "นวมทอง ไพรวัลย์" หรือผมเชื่อว่าคณะวนศาสตร์ก็ต้องมีหลายคนไม่รู้จัก "สืบ นาคะเสถียร" นี่คือสภาพที่เราต้องยอมรับแล้วว่าเราอ่อนแอถึงขนาดนี้ พวกผมเคลื่อนไหวกันหลายครั้งในจุฬาฯ และพูดตรงๆ ว่าล้มเหลวไม่เป็นท่าทุกครั้ง พูดตรงๆ ราศีตอนนี้เป็น "ราศีอมขี้" มาก

ผมทำเรื่องถล่มห้องเชียร์มา บอกว่าวันนี้กลุ่มสังคมวิจารณ์ (สกว.) จะมาถล่มห้องเชียร์นะ ไม่ต้องเข้าก็ได้ สรุปไม่มีใครมาสักคนหนึ่ง พวกผมไปกัน 4 คน นั่งมองหน้ากัน แล้วรอจนถึงเวลา 5 โมงเลิกห้องเชียร์ ก็ไม่มีใครมาสักคน นอกจากนี้ที่คณะรัฐศาสตร์ที่จัดงานก็เละไม่เป็นท่า การจัดสัมมนา 2475 ประเทศไทยพร้อมกับประชาธิปไตยหรือยัง ห้องเบ้อเร่อคนมานั่งเปิบข้าวจิ้มแจ่วกันได้อย่างนั้นเลย หรือกรณีที่ผมทำเรื่อง พ.ร.บ.ความมั่นคง เราจัดกลางแจ้งหน้าห้องสมุดคณะรัฐศาสตร์ มีคนมาฟัง 9 คน และ 9 คนที่ว่านั้นหน้าม้าทั้งนั้นเลย คือพวกเคลื่อนไหวด้วยกันอยู่แล้ว คือ ชมรมเลี้ยวซ้าย ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก อะไรแบบนี้ มาช่วยกันดูกันและกันเอง ไม่มีหน้าใหม่มาเลย ในขณะนี้มันเหลือประมาณ 2% เท่านั้นที่จะมาทำงานเคลื่อนไหวตรงนี้

**อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล บอกว่าเป็นคนเดือนตุลา 2516 ไม่ใช่ 2550 มองประเด็นนี้อย่างไร

ผมไม่ใช่ อ.เสกสรรค์ ไม่สามารถถอดจิตเข้าใจแกได้เลย แต่ถ้าผมเป็น อ.เสกสรรค์ ผมจะพูดอย่างนั้นเพื่อเรียกวิญญาณคนเดือนตุลาฯ กลับคืนมา กลับไปที่ พ.ศ.2516 ทำไมคนเดือนตุลาไม่มีจุดยืนของคุณกันเลยหรือ
**จิตวิญญาณของอาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เดือนตุลาคมและเดือนพฤษภาคม มันมีมากขึ้นหรือน้อยลง

อันนี้ชัดเจนว่าน้อยลง คือหลายคนน้อยลงในแง่ของอุดมการณ์ แต่ถ้าเราอ่านบทความของอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ เขาบอกว่าหลายคนในแง่อุดมการณ์ลดลงจริงๆ และมีบางคนมาพูดว่าสมัยนี้มีลูกมีเมียแล้ว ถ้าเป็นอะไรไปใครจะดูแลครอบครัว บางคนบอกว่าอยากเคลื่อนไหวเหมือน 6 ตุลาคม 2519 แต่มีครอบครัวแล้ว ซึ่งในแง่อุดมการณ์ผมด่าอยู่ แต่หากพวกพี่ๆ เหล่านั้นอยากจะออกมาต่อต้านแต่ติดภาระในส่วนครอบครัวนี้ ผมก็โอเค มีเหตุผลระดับหนึ่ง ถึงแม้มันจะไม่ค่อยน่าฟังเท่าไร ก็ยังดีกว่าบางคนที่เป็นแบบแกนนำตุลาเลย แต่กลับมาบอกว่าผมสนับสนุนการรัฐประหาร พอนักข่าวถามว่าทำไม มาบอกว่าผมกลัว ผมมีลูกมีเมีย ผมออกไปต่อต้าน ลูกเมียผมจะอันตราย ผมอยากถามกรณีนี้กลับไปว่า ถ้ากลัวลูกเมียตาย ไม่ต้องออกมาสนับสนุนก็ได้ อย่างน้อยอยู่เฉยๆ ก็ยังดี แต่ไปสนับสนุนรัฐประหารเลยนี่ทุเรศมาก ไม่มีเหตุผล
ธีรนัย จารุวัสตร์: จริงๆ แม้แต่ในมหาวิทยาลัยเองก็มีการคัดค้านการรัฐประหาร และคัดค้านต่อต้านอำนาจ เพียงแต่ว่าเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก เพราะเพื่อนร่วมงานเขาหลายๆ คนซึ่งไม่เข้าใจในจุดนี้ อย่างเช่น อาจารย์คนหนึ่งได้ออกรายการแล้วไปพูดว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และเข้าร่วมในขบวนการต่อสู้เคลื่อนไหวของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) แต่ทราบมาว่าหลังจากอาจารย์ได้แสดงจุดยืนไม่เอาเผด็จการ เขาถูกเพื่อนร่วมงานเขาคืออาจารย์เคยไล่ทักษิณมาก่อน เขาบอกว่าผิดหวัง ทำไมอาจารย์คนนี้ไปรับใช้ฝ่ายทักษิณ เราเข้าใจเขาเหมือนกัน เขาถูกกดดัน เขาต้องมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานเขาเหมือนกัน ในสังคมวิชาการอย่างนี้มีไม่กี่คน เห็นหน้ากันหมดอยู่แล้ว หากทำงานไม่สะดวกใจอาจจะทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่อาจารย์พวกผมเป็นไปหมดแล้ว มีหลายๆ คนทุ่มเทใจและรอโอกาสอยู่ เขาพยายามใช้โอกาสแสดงความคิดเห็นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้ว
**มีการกล่าวหาว่าคนไปเคลื่อนไหวไม่รับร่างรัฐธรรมนูญคือพวกไม่รักชาติ

ปลายอ้อ วงศ์สุชาต: ทำไมจะไม่รักชาติล่ะคะ เพราะว่าเรารักชาติไงคะเราถึงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะว่าเราไม่รับที่เผด็จการจะเข้ามาปกครองประเทศของเรา ส่วนเรื่องการลงประชามติในวันที่ 19 นี้ อยากจะชี้ให้เห็นอย่างหนึ่ง ให้สังเกตอย่างหนึ่งว่าทำไมไม่มีช่องโนโหวตให้เราเลือก เป็นการมัดมือชกว่าเราจะรับ คมช. ไหม รับหรือไม่รับ และหลายคนยังไม่มีความรู้เรื่องการลงประชามติ หากเขายังตัดสินใจไม่ได้จะทำอย่างไร พอมารณรงค์ว่านี่คุณต้องโหวตรับนะ ประชามติผ่านจะได้รีบเลือกตั้ง ประเทศไทยจะได้มีความสงบสุข ประชาชนก็เชื่อโดยที่ไม่ได้ออกมาพูดเลยว่าข้อเสียจะมีอะไรบ้าง ส่วนพวกเราจริงๆ ไม่ได้อยากไปโหวตโน เพราะหากเราไปลงประชามติเท่ากับว่าเรารับอำนาจของเผด็จการ คมช. แล้ว เขาบอกให้ไปโหวตเราก็ไปโหวต เพราะฉะนั้นจะมีการไปรณรงค์ว่าไป แต่ว่าไม่โหวตค่ะ ไปขีดฆ่าทำบัตรเสีย เขียนว่า เอา 2540 เท่านั้น

เราไม่ได้มองว่ากฎหมายมันคืออะไร แต่เรามองว่าประเด็นหลักของเรา รัฐธรรมนูญที่มีที่มาจากการรัฐประหารเป็นอำนาจที่ไม่ชอบธรรม ไม่ว่าอะไรที่มาจาก คมช. เราไม่รับสักอย่าง

นอกจากนี้การที่มาบอกว่า ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ อะไรนี่ แท้ที่จริงประชาชนไม่ได้มีสิทธิ์อะไรเลย เป็นการหลอกประชาชนอย่างมากเลยค่ะ

กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช: ผมขอเสริมว่าทุกคนยอมรับในรัฐธรรมนูญปี 2549 หรือไม่ ผมมองว่าเราควรจะบอยคอตประชามติด้วยซ้ำ เหตุผลของผมคือ ในมาตรา 32 ของรัฐธรรมนูญปี 2549 เขาบอกว่าหากโหวตออกมาแล้วประชาชนไม่รับ คมช. จะประชุมร่วมกับ ครม. และดึงเอาฉบับใดก็ได้ คือตรงนี้หลายคนเข้าใจผิดมากเลยว่าเขาจะเอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมา ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ เขามีสิทธิ์จะเอาของสฤษดิ์ (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์) กลับมาก็ได้ หรือเอาฉบับปี 2549 กลับมาใช้อีกก็ได้ ถึงเอาปี 2540 กลับมา ก็ไม่ใช่ 2540 แบบเดิม มันต้องเป็นปี 2540 ที่ซ่อนอะไรเข้าไว้

ผมบอกว่าการที่เราออกไปโหวตประชามติเท่ากับว่าเรายอมรับในระบบรัฐธรรมนูญ 2549 เขียนไว้ให้เรา ดังนั้นถ้าเราจะลงรับหรือไม่รับ เท่ากับว่าไปเสริมความชอบธรรมให้รัฐธรรมนูญปี 2549 หรือเปล่า สมมติกลับมาผลออกมาว่ารับ มันเท่ากับว่าบังคับตัวเราให้ยอมรับผลออกมา ไม่สามารถต่อต้านได้อีกแล้ว เป็นคนมอบความชอบธรรมให้รัฐธรรมนูญปี 2549 เอง หรือผลออกมาไม่รับ เท่ากับคุณยอมรับรัฐธรรมนูญปี 2549 แล้ว ยอมรับให้เอารัฐธรรมนูญสมัยสฤษดิ์มาใช้ได้

ในกรณีนี้เราต้องชั่งให้ดี มีข้อเสนอให้เพิ่มช่องกากบาทโนโหวต หรือไม่ก็ทำบัตรเสีย คือถ้าจะคว่ำบาตรการกากบาทต้องอาศัยความสามัคคีทั้งชาติ ซึ่งทำได้ยากมาก ผมบอกตรงๆ หรือกรณีทำบัตรเสียที่ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อ.ธรรมศาสตร์ เสนอว่า ทำบัตรเสีย ผมเห็นด้วยในเชิงไอเดีย แต่ผมเห็นว่า คมช. หรือศักดินาชนทั้งหลายจะมองคนสนับสนุนทักษิณ ไม่เข้าใจสถานการณ์ โง่บ้าง ผมเกรงว่าเขาจะใช้ประเด็นบัตรเสีย คือเขาไม่บอกว่าไม่เอาคมช. หรือจะเอารัฐธรรมนูญปี 2540 เขาจะบอกแค่ว่าเป็นบัตรเสีย แล้วเขาจะบอกว่านี่เห็นไหมคนรากหญ้ายังโง่อยู่เลยจะปล่อยไปได้ยังไง แล้วเขาเอาข้ออ้างมาอยากให้ช่วยคิดว่าจะปรับปรุงกับมันยังไงดี
**งบที่ใช้ในการรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ กว่า 2 พันล้าน

ไม่ควรเอามาใช้แต่แรกแล้ว หากรณรงค์ไปแล้วไม่ผ่าน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคืนให้ล่ะ อันนี้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และ คมช. หากคุณเอาเงินประชาชนประเทศชาติมาใช้สุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้คุณก็ผิด

**คมช. พยายามพูดว่าต้องให้มีการเลือกตั้งให้ได้ มันเป็นการมัดมือชกไหม

เรื่องการเลือกตั้งนี่ หากยังไม่มีทางเลือกให้ประชาชนมากนักก็เท่ากับเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์แบบอยู่ดี แล้วจะให้ไปเลือกใคร แต่ก่อนมีไทยรักไทย ประชาธิปัตย์ ไม่มีทางเลือกอื่นเลย ทุกวันนี้ก็เลือกอะไร เอา คมช. ไม่เอา คมช. ในอนาคตจะเหลืออะไร พรรคไทยรักไทยก็โดนยุบไปแล้ว ภายในสิ้นปีหรือต้นปีหน้าถึงจะมีเลือกตั้งก็ไม่สมบูรณ์อยู่ดี เพราะทางเลือกสำหรับประชาชนไม่มี

**เรื่องการวินิจฉัยคดีของตุลาการรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคไทยรักไทย มองอย่างไร


เราไม่ยอมรับที่มาของตุลาการทั้ง 9 คน และโดยผลของการวินิจฉัยก็ไม่แฟร์ เพราะว่าบางคนเรายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรผิดหรือเปล่า ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ บางคนก็พิสูจน์ได้ว่าเขาทำผิดจริงๆ แต่เขาก็ไม่โดนอะไรเลย ถ้าไทยรักไทยโดนทำไมประชาธิปัตย์ไม่โดนบ้าง แล้วถ้าโดนทำไมโดนทุกคน มันพิสูจน์ยังไม่ได้เลย เราคิดว่าทุกคนต้องการพิสูจน์ตามขั้นตอนกฎหมาย ทำตามขั้นตอน

**คนมองว่าเราเป็นตัวประหลาดไหม

มีคนพูดหลายคน เพราะช่วงนี้มีแฟชั่นว่าเราต้องสมานฉันท์ รักกัน แต่มีคนพูดออกมาว่า การที่เราออกมาเป็นการที่เราไม่รักประเทศชาติของเราหรือเปล่า สร้างความวุ่นวายหรือเปล่า จริงๆ ไม่ใช่หรอกค่ะ เราออกมาเพราะว่าเรารักประเทศ ถึงใครจะว่าเราประหลาดก็ขอให้ประหลาดในทางที่ดีแล้วกันค่ะ เราออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้ประเทศเราเป็นประเทศที่ดีขึ้น และให้เขามองภาพสิทธิ์และเสียงของนักศึกษา

เรื่องการเมืองมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่เรายังอยู่ในสังคม อยู่ในประเทศ การเมืองก็อยู่รอบตัวคุณอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราหลีกเลี่ยงเรื่องการเมืองไม่ได้แน่นอน ถ้าในอนาคตถ้าเรื่องเลือกตั้งผ่านพ้นไป เราอาจจะมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น เรื่องเผด็จการในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นระบบโซตัสหรือเรื่องเผด็จการทางวิชาการ เราต้องการจะล้มระบบโซตัส โดยจะเริ่มในปีหน้าตอนที่ปี 1 เข้ามา

**จะขยายแนวร่วม กปก. อย่างไร ให้มากกว่า 4 คนนี้

จริงๆ ไม่ได้มีแค่ 4 คนหรอกค่ะ เรามีอีกหลายคณะช่วยกันเรื่อยๆ พูดจริงๆ ว่า เพื่อนรอบตัว และผู้ปกครอง ต่อต้านกันเยอะ ทำให้หลายคนที่อยากเข้าร่วมลำบากใจ เราอยากขยายแนวร่วมแต่มีคนมาหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง บางทีหากเรื่องลงประชามติ เลือกตั้ง ผ่านไปแล้ว อาจจะมีคนเข้ามาร่วมเพิ่มขึ้นก็ได้ค่ะ สัก 10-20 คน เพราะมีคนอยากเข้ากลุ่ม กปก. แต่กลัวเรื่องการเมือง กลัวว่าจะโดนตัดหัวอะไรแบบนี้ กลัวที่บ้านจะมีปัญหา คือถ้าเรื่องนี้จบลง อาจจะมีการรณรงค์เรื่องเผด็จการในรั้วมหาวิทยาลัย

**ถามจริงๆ มีท่อน้ำเลี้ยงไหม

ไม่มีหรอกค่ะ กลุ่ม กปก. ไม่มีทุน เราก็หาทุนทำขนมเค้กไปขายกันที่สนามหลวง ตอนสมัยมีม็อบพีทีวีอยู่ และทุกคนก็พูดกันเต็มใจมาก อ๋อ...น้องไม่มีเงินเหรอ น้องจะไปรณรงค์เหรอ โอเค พี่ช่วย มันไม่มีจริงๆ หรอกเรื่องที่ว่าใครจะมาให้เงิน
**ผลกระทบในการเคลื่อนไหวล่ะ

มีทั้งทางดีและทางไม่ดี ทางไม่ดีคือมีปัญหากับที่บ้านมากเลยค่ะ เพราะที่บ้านเชียร์ คมช. หลายคน และหลายคนที่สนใจ กปก. แต่ไม่กล้าเข้า หรือเข้ามาแล้วแต่ไม่กล้าคุยกับสื่อ เพราะว่ากลัวที่บ้านเหมือนกัน หนูเองก็มีปัญหากับที่บ้านเหมือนกัน โดนไล่ลงจากรถ หรือ ออกไปนอกบ้านเดี๋ยวนี้นะ ส่วนทางที่ดีก็มี นั่งแท็กซี่ พี่แท็กซี่จะบอกว่า น้องจ๋าพี่ให้กำลังใจ อะไรแบบนี้แหละค่ะ
**เรื่องรัฐธรรมนูญ 2550 กับ พ.ร.บ.ความมั่นคง

กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช: ผมสนใจเรื่องที่มา ซึ่งผมเห็นว่ามันไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะว่ามันไม่มีที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ส่วนตัวเนื้อหาในบางมาตราดีกว่าปี 2540 เช่น การใช้คน 2 หมื่นคนเสนอกฎหมายอะไรนี่ ผมเห็นว่าดีกว่าเดิม แต่มาตรา 77 ที่บอกว่ารัฐบาลต้องสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง คือคำว่าต้องนี่เป็นการบังคับเชิงรุนแรง ผมอยากจะถามกลับนิดหนึ่งในอนาคตข้างหน้าเกิดมีอะไรที่ดีกว่าทฤษฎีพอเพียง เราไม่สามารถใช้ได้เลย เราจะต้องพอเพียงอย่างเดียวใช่ไหม และยังไม่มีแนวทางที่เหมือนกัน แต่ละค่ายมาแปลว่า เศรษฐกิจพอเพียง แตกต่างกัน และแนวทางที่เป็นรูปธรรมยังไม่ชัดเจน แต่กลับเอามาเขียนในรัฐธรรมนูญเชิงบังคับ อันนี้เป็นจุดแรกที่ผมรู้สึก

และในมาตรา 83 (1) ที่เขียนว่ารัฐบาลต้องสนับสนุนเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ซึ่งผมศึกษามาคร่าวๆ พอจะรู้ว่า เศรษฐกิจพอเพียงกับเสรีนิยมนี่มันมีความขัดแย้งในระดับหนึ่งอยู่แล้ว คุณทำแบบนี้ได้ยังไง ผมได้มีโอกาสถาม สสร. เขาให้คำตอบอุบาทว์มากเลยว่า คุณยังไม่มีโอกาสศึกษารัฐธรรมนูญดีสินะ การขัดกันในรัฐธรรมนูญเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของรัฐธรรมนูญไทย ตอบมาได้ยังไงผมไม่เข้าใจ ผมก็หมดทางพูด

แล้วยังมีมาตรา 299 ที่เป็นประเด็นถกกันมากในกรณีนิรโทษกรรม คือคุณมีสิทธิ์อะไรไปนิรโทษกรรมใครๆ โดยไม่ผ่านกระบวนการอะไรได้อย่างไร คือจริงๆ เกือบเสมือน คือ...ผมไม่อยากไปเปรียบหรือเทียบเคียงในมาตรา 17 ของสฤษดิ์ แต่พอเอาไปเทียบเคียงกันได้แล้วในประเด็นนี้ แต่ผมว่าจะมีในเรื่อง พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ผมขอใช้คำว่าหนักกว่ากรณี มาตรา 17/2523 ของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เสียอีก เพราะใน พ.ร.บ.ความมั่นคง นั้นให้ตั้ง กอ.รมน. ขึ้นมา คนที่เป็น ผอ.กอ.รมน. คือ ผบ.ทบ. นั่นเอง พูดง่ายๆ อำนาจสูงสุดถ้าปัจจุบันคือ สนธิ บัง (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน) ซึ่งในอนาคตอาจจะเป็นสพรั่ง อะไรแบบนี้ อำนาจอันนี้ให้อำนาจเด็ดขาดในการห้ามการชุมนุม ห้ามออกนอกเคหสถาน เช่น เขาห้ามออกจากบ้าน 6 โมงเย็น ลูกคุณป่วยร้ายแรงคุณไปซื้อยาไม่ได้ทำอย่างไรล่ะ ออกไม่ได้ ทำยังไง ผมไม่เข้าใจ คุณคิดเรื่องแบบนี้ออกมาได้ยังไง หรือมีสิทธิ์ขาดในการประกาศเคอร์ฟิว และที่สำคัญที่สุดมีสิทธิ์เด็ดขาดใช้อำนาจทางอาวุธ ซึ่งหากเราไปอ่านเป็นอำนาจในเชิงที่แนบเนียนกว่า แต่ร้ายแรงกว่าของสฤษดิ์ แค่เปลี่ยนอำนาจจากนายกฯ เป็น ผบ.ทบ.
**เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่

เป็นการสืบทอดอำนาจ แต่ไม่ใช่สืบทอดอำนาจให้กับคณะรัฐมนตรี แต่เป็นการสืบทอดอำนาจให้กับ คมช. โดยเฉพาะ ซึ่งจริงๆ ผมไม่อยากจะใช้คำว่าสืบทอดอำนาจให้เฉพาะ คมช. แต่เป็นการสืบทอดอำนาจให้กับกลุ่มพลังอนุรักษนิยมโดยเฉพาะมากกว่า เพราะว่าผมมองว่าการรัฐประหารครั้งนี้เป็นการรัฐประหารเพื่อเสริมพลังอนุรักษนิยม

ผมอยากให้มองรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้เขียนสืบทอดอำนาจชัดเจนนัก ในมาตรา 31-32 ที่บอกลักษณะทั่วไป ทหาร ตำรวจ มีสิทธิ์จับประชาชนได้หมด ยกเว้นกฎหมายบังคับให้มีสิทธิอำนาจทางการเมืองได้ ผมมองว่าเป็นตัวสนับสนุน พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งหาก พ.ร.บ. นี้ผ่านออกมา มันเป็นการตั้งใจใช้สืบทอดอำนาจชัดเจน

ใจจริงผมมองว่า คมช. อาจจะต้องการเอา พ.ร.บ. นี้ยัดเข้าในรัฐธรรมนูญเลยด้วยซ้ำ แต่ภาพมันจะแรงไป จึงลดในศักดิ์กฎหมายที่เป็น พ.ร.บ. ก็พอ เพื่อสร้างภาพให้เบากว่าเดิม เพื่อลดกระแสคัดค้านจากประชาชนและในต่างประเทศ อยากให้นึกถึงทักษิณที่ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมา เขาไม่ใช้คำว่าอัยการศึก แต่เนื้อหาคล้ายอัยการศึก ซึ่งหากใช้คำว่าอัยการศึก ต่างชาติมายุ่งแน่นอน เพราะเป็นสนธิสัญญา นี่คือตัวอย่างของการสร้างให้มันเบาลง เขาใช้รัฐธรรมนูญเป็นตัว Support พ.ร.บ. นี้ ซึ่งเป็นการสืบทอดอำนาจแน่นอนครับ
**แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ บอกว่าใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อเสริมความเข้มแข็งของศูนย์อำนวยการบริการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฟังขึ้นหรือไม่

ตรงนี้ฟังไม่ขึ้นครับ เพราะสมัยทักษิณคุณก็ออก พ.ร.ก. ลักษณะนี้ แต่เนื้อหาก็เบากว่า คุณบอกมาเองว่าคุณใช้ความรุนแรงแล้วภาคใต้แก้ไขปัญหาสำเร็จหรือไม่ ไม่สำเร็จ แล้วปัจจุบันนี้รัฐบาลก็เริ่มกลับมาใช้นโยบายความรุนแรงเพิ่มขึ้น จากเดิมที่บอกว่าจะสมานฉันท์นะ พูดกับเขาดีดี สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้กับความรุนแรงจนได้ สำเร็จอะไรขึ้นมาไหม ตอนนี้ผมได้มีโอกาสคุยกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง เขาเอาไปพูดในเวทีโลกแล้วเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในอิรัก

อิรักตายรายสัปดาห์ รายเดือน แต่ภาคใต้ตายรายวันแล้วนะ คือในส่วนของอิรักเขาแรงกว่าไทย เพราะเรื่องมันเกิดในเมืองหลวง ของเรามันไม่ใช่ แต่ถ้านับความถี่ในการตายแล้วของเราเหนือกว่าอิรักเยอะ

และผมอยากจะถามเรื่องภาษายาวีที่อยู่ในเว็บว่าอันนั้นเป็นความจริงหรือเปล่า หรือเป็นความเท็จ นายตำรวจยศพลตรีท่านหนึ่งเป็นเพื่อนกับคุณพ่อผม ท่านก็ยืนยันว่าเป็นความจริง นี่ชี้ได้ชัดว่าการใช้ความรุนแรงไม่สามารถแก้ไขปัญหาภาคใต้ได้ ดังนั้นมันเรื่องอะไรต้องออกมาล่ะ นอกจากการสืบทอดอำนาจ
**ข้ออ้าง คมช. 4 ข้อ ในการบริหารราชการมา เข้ามาเพื่อเหตุผลเหล่านี้ไหม

คมช. เข้ามาด้วย 4 เหตุผล เช่น เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรืออะไรต่างๆ แต่จริงๆ แล้ว คมช. ทำเพียงเรื่องเดียว ลดกระแสนิยมทักษิณให้ได้ คือผมมองว่านโยบายของรัฐบาลและ คมช. งานหลักที่เขาเห็นเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ก็คือทำให้คนเกลียดทักษิณ นั่นคือนโยบายหลักของ คมช. ทำอย่างไรก็ได้ให้คนเกลียดทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่ทักษิณทำมาเขาจะบอกว่าไม่ดีหมดทุกอย่าง กรณีชัดๆ คือกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ โอเค เรื่องห้องน้ำมันอาจจะน้อยไป อันนั้นก็จริง เพราะผมเคยไปใช้บริการที่สนามบินมาแล้ว แต่เรื่องที่ว่ารองรับเที่ยวบินไม่พอนี่ผมไม่เชื่อ ถ้าพูดถึงขนาดกับอัตราการรองรับ ผมไม่เชื่อว่ามันรองรับไม่พอจนต้องไปเปิดดอนเมืองอีกครั้งหนึ่ง

ยอดที่สพรั่งออกมาบอกว่าดีมาก พอเปิดดอนเมืองแล้วคนยิ้มแย้มแจ่มใสนี่ เช็กผลกำไรของการบินไทยตอนที่เขาอยู่สนามบินสุวรรณภูมิเพียงอย่างเดียว กับที่ย้ายมา 2 สนามบิน กำไรการบินไทยตกฮวบ 20-30% การบินไทยบอกว่าไม่อยากออกไปเลย แต่จำเป็นต้องออก คือเพราะอะไรล่ะนั่น

หรือกรณีที่ไอทีวีจะทำให้เป็นทีวีสาธารณะ เขาไม่สามารถตอบได้ เพียงเพราะไอทีวีมีภาพลักษณ์ที่เชื่อมต่อกับทักษิณที่เคยถือหุ้นเมื่อสมัยก่อนอย่างนี้

หรือกรณีการวางระเบิดปีใหม่ ขว้างก่อนเลย ทักษิณเป็นคนทำ ผมไม่ใช่คนเชียร์ทักษิณหรอกนะ แต่คุณเอาอะไรมาอ้างวะ คือคนควรโดนด่าที่สุดคือนายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่สารภาพในสภาฯ ว่าได้ยินข่าวระแคะระคายมาก่อนแล้ว ผมถามว่าทำไมไม่ปิดบริเวณนั้นๆ เลย ผมถามว่าปาร์ตี้ปีใหม่กับชีวิตคนนี่แม้จะมีความเสี่ยงแค่ 1% ก็ตามเถอะ หรือให้ประชาชนช่วยดูแล ใครมันจะไปตรัสรู้ได้ว่าจะมีระเบิดในถังขยะ ผมถามหน่อยเถอะประชาชนจะรู้ได้ยังไง นอกจากตำรวจ หรือสุรยุทธ์ที่รู้เรื่องอยู่แล้วไม่ออกมาประกาศเตือน แต่อยู่ๆ พอระเบิดตูมขึ้นมาก็ทักษิณทันที เห็นไหมว่าอะไรก็ทักษิณ

หรือกรณีค่าเงินบาทที่แข็งตัวแล้วบอกว่ามีการคุกคาม ซึ่งเห็นชัดว่ามีเงินในตลาดหุ้นเข้ามา ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ จะเป็น บิลล์ เกตส์, จอร์จ โซรอส หรือแม้กระทั่งเจ้าชายจิกมีก็ยังได้เลย แต่โยนก่อนว่าเป็นทักษิณ เราจะเห็นได้เลยทำให้คนเกลียดทักษิณเป็นเรื่องหลัก

แต่ที่อ้างเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดูกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล สิ มีหลายกรณีที่ผมฟังแล้วโดยส่วนตัวผมว่าเฉียดจะหมิ่นมากกว่าทักษิณอีก ไม่โดนสักกรณีเลย แค่ออกมาไหว้ทีเดียวจบ กรณีทักษิณ ศาลยกฟ้อง ผมขอให้เครดิตศาลในกรณีนี้
/////////////////////////////
ที่มา : นิตยสาร ประชาทรรศน์

 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2550
Last Update : 10 กรกฎาคม 2550 11:04:19 น.

Counter : Pageviews.
0 comments

Add to Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

drunkcat

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

กตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติจากพระครรภ์พระมารดาแล้ว ในที่สุดองค์สมเด็จพระประทีปแก้วใกล้จะถึงวาระที่จะบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะองค์สมเด็จพระพิชิตมารทรงบำเพ็ญบารมีมาครบ ๔ อสงไขยกับแสนกัป ควรจะได้เป็นพระพุทธเจ้า

ในวันหนึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเสด็จประพาสพระราชอุทยาน ก็ทรงพบเด็กเกิดใหม่ วันต่อมาทรงพบคนแก่ คนป่วย แล้วก็คนตาย วันสุดท้ายทรงพบสมณะ

ความจริงเวลานั้นพระที่แต่งตัวแบบนี้ ไม่มีในโลก แต่ว่าเทวทูตทั้ง ๕ ที่เรียกกว่า เทวทูต คือ เด็กก็ดี คนแก่ก็ดี คนป่วยก็ดี คนตายก็ดี พระก็ดี ที่ปรากฏกับสายพระเนตรขององค์สมเด็จพระชินสีห์ เมื่อยังเป็นสิทธัตถะราชกุมาร ท่านบอกว่า เวลานั้นเทวดาแสดงขึ้นให้ปรากฏ ครั้นเมื่อองค์สมเด็จพระบรมสุคตเห็นคนเกิดยังเด็กเล็ก แล้วต่อมาพบคนแก่ แล้วก็พบคนป่วย แล้วก็พบคนตาย น้ำพระทัยขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาตรัสว่า

"โลกนี้ทุกข์หนอ ไม่มีอะไรเป็นสุข หาความเที่ยงแท้แน่นอนไม่ได้"

ต่อมาวันสุดท้าย องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาทรงเห็นสมณะวิสัยก็เข้าใจว่าทางนิพพานมีอยู่ ทางนี้เป็นทางสิ้นทุกข์ เหตุฉะนั้นองค์สมเด็จพระบรมครูจึงได้ตัดสินพระทัยออกบวช นี่ขอเล่าลัดๆ นะ แต่ความจริงเรื่องนี้ยาวมาก
Visit InfoServe for Blogger backgrounds and to create a website.
Image Hosted by ImageShack.us
Free Image Hosting at www.ImageShack.us

Quickpost this image to Myspace, Digg, Facebook, and others! Image Hosted by ImageShack.us
The Great Pretender - The Platters "
Platters

» The Great Pretender

Oh-oh, yes I'm the great pretender Pretending that I'm doing well

My need is such I pretend too much.

I'm lonely but no one can tell. Oh-oh, yes I'm the great pretender.

Adrift in a world of my own. I've played the game but to my real shame.

You've left me to grieve all alone Too real is this feeling of make-believe.

Too real when I feel what my heart can't conceal Yes I'm the great pretender.

Just laughin' and gay like a clown I seem to be what I'm not, you see.

I'm wearing my heart like a crown Pretending that you're still around.

Too real is this feeling of make-believe Too real when I feel what my heart can't conceal.

Yes I'm the great pretender Just laughin' and gay like a clown.

I seem to be what I'm not, you see I'm wearing my heart like a crown.

Pretending that you're still around.
Image Hosted by ImageShack.us
If you judge people, .
you have no time to love them.
Be kind, for everyone you meet
is fighting a harder battle.
It may take only a minute to like someone,
only an hour to have a crush on someone
and only a day to love someone
but it will take a lifetime to forget.
someone.
Image Hosted by ImageShack.us
Color Codes #ECF4F9







Free TextEditor
 
Friends' blogs
[Add drunkcat's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.