"คลังนิยายอ่านก่อนซื้อ-ทดลองอ่าน..."เมื่อการเดินทางของจินตนาการและตัวอักษรมาบรรจบกัน จึงกลายเป็นนิยายแต่ละเล่มของ...แหวนอักษรา และนามปากกาที่เกี่ยวข้อง"

 


Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
21 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
กรงใจไฟมายา

กรงใจไฟมายา (e-book)


กรงใจไฟมายา
วงแหวนอักษรา
www.mebmarket.com
สำหรับผมเห็นว่าคุณเป็นเจ้าหญิงหิมะ...ที่จริงควรเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งถึงจะถูก เพราะว่าเวลาหิมะละลาย เราจะพบต้นอ่อนของดอกไม้เสมอ ตรงกันข้ามกับน้ำแข็งที่ละลายแล้วจะระเหยแห้งผากไปหมด เหมือนกับใจของคุณที่กำลังระเหยแห้งแล้งลงไปทุกทีนั่นแหละ...

 




 






ตัวอย่างทดลองอ่าน

บทที่ 1 ฝันร้ายที่กลางไพร

“เฮ้ย! อะไรกันวะ!”
ร่างสูงใหญ่ซึ่งยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง กระชากเสียงทันควันหลังจากทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ได้แต่ตกตะลึงตาค้างมองเรือนร่าง สมส่วนขาวนวลเปลือยเปล่า ลนลานตามเก็บเสื้อผ้าขาดลุ่ยที่ตกเรี่ยราดอยู่ตามพื้นหน้าโซฟาตัวยาว ภายในห้องรับรองแขก ก่อนเจ้าตัวจะถอยกรูดไปนั่งคู้ตัวงอแอบอยู่ตรงปลายสุดของโซฟาด้านติดผนังห้อง
พอได้สติชายหนุ่มก็สาวเท้าพรวดเดียวเกือบถึงตัวคนนั่งซุกสะอึกสะอื้นอยู่ หญิงสาวผวาละล้าละลังเมื่อเห็นชายแปลกหน้าก้าวเข้ามายืนอยู่ห่างแค่เอื้อม ใบหน้าสะสวยซีดเผือดดวงตาเบิกกว้างตื่นตระหนก ส่งเสียงแหลมอย่างเสียขวัญเต็มที่
“อย่า...อย่าเข้ามานะ พอแล้ว อย่าทำฉัน!”
“คุณ! จะร้องไปทำไมนี่...โอ๊ย...หยุด ผมเจ็บนะ!”
หญิงสาวไม่ฟังเสียง รัวกำปั้นเข้าใส่พลางพยายามสะบัดตัว ดิ้นรนหนีร่างที่กำลังโน้มเข้ามาหาสุดฤทธิ์ ชายหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรให้เธอสงบลงได้ จึงตัดสินใจฟาดฝ่ามือลงไปบนแก้มนวลพอเบาะ ๆ ไม่ถึงกับเต็มแรง แต่นับว่าได้ผลเพราะคนที่กำลังออกฤทธิ์ด้วยหวาดกลัวถึงกับหยุดชะงักราวกับถูกตรึงไปในทันที
ชายหนุ่มได้จังหวะรีบพูดเร็ว ๆ ก่อนที่หญิงสาวจะร้องกรี๊ดกร๊าดขึ้นมาอีก
“ฟังก่อน ฟังผมก่อน ใจเย็น ๆ นะ ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณ แค่อยากจะช่วยเท่านั้น”
ดวงหน้าซีดเผือดตาบวมช้ำอันเป็นผลมาจากการร้องไห้อย่างหนักจับเป้าเขม็งอยู่ที่ใบหน้าคร้ามคมคาย ทั้งหวาดระแวงและหวั่นกลัวผสมกัน
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
ตาคมลึกสีน้ำผึ้งใสลดสายตาลงมองละเรื่อยไปตามผิวขาวเนียนเพื่อสำรวจร่องรอยบาดเจ็บ อุ้งมือแข็งแรงยื่นเข้ามาสัมผัสเพียงแผ่วเบาตรงผิวเนื้อเขียวคล้ำตรงช่วงไหล่ ลักษณะเหมือนถูกบีบเค้นน้ำหนักมือลงมาอย่างแรง ตามแขนขาเนื้อตัวหญิงสาวมีแต่รอยช้ำทั่วไปหมด ยิ่งตรงช่วงเนินอกอิ่มเห็นเป็นริ้วรอยแดงเถือกแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงในอารมณ์ตัณหาของคนที่ลงมือจาบจ้วง
ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสัน แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแค่ไหนบ้าง ผู้หญิงคนนี้เพิ่งผ่านฝันร้ายมาอย่างหนักหนาสาหัสนัก จากความรู้สึกตระหนกงงงันในตอนแรกที่พอเปิดประตูบ้านเข้ามาก็พบกับภาพไม่คาดฝันตรงหน้า ก่อนจะแปรเป็นความเดือดดาลที่เจ้าตัวต้องพยายามสะกดความร้อนแรงของอารมณ์ให้ลดระดับลงอย่างยากเย็น
แล้วนี่คนต้นเหตุหายไปไหน!?
ร่างสูงยืดตัวขึ้นเต็มความสูง กวาดสายตามองไปทั่วบริเวณห้องกว้าง มีร่องรอยการต่อสู้ให้เห็นชัดเจน หมอนอิงสีสวยปักลวดลายประณีตกระเด็นตกไปคนละทิศละทาง บนโต๊ะรับแขกมีจานอาหารประเภทข้าวผัดและกับแกล้มสองสามจานวางอยู่ แต่ละอย่างพร่องไปไม่มากนัก แก้วและขวดเปล่าเหล้าฝรั่งยี่ห้อดังราคาแพงล้มกลิ้งอยู่บนโต๊ะ เหล้าอีกขวดกลิ้งเค้เก้ตรงพื้นหน้าโต๊ะ ปูลาดด้วยพรมพื้นเมืองทอเล่นลายสลับสี โชคดีที่เหล้าในขวดมีปริมาณเหลืออยู่เพียงนิดหน่อยไม่อย่างนั้นคงไหลออกมานองพื้นเพราะขวดไม่ได้ปิดฝาไว้ กลิ่นบุหรี่ยังลอยอบอวลอยู่จาง ๆ ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าอธิศคงเพิ่งออกจากห้องไปก่อนหน้าที่เขาเข้ามาเพียงไม่กี่นาที และอาจจะกลับเข้ามาอีกตอนไหนก็ได้
“ลุกขึ้นไหวไหม?”
รัญชน์หันกลับไปถามหญิงสาว เมื่อไม่ได้รับคำตอบชายหนุ่มจึงก้าวยาว ๆ เข้าไปหยิบผ้านวมในห้องนอนแล้วกลับออกมาคลี่ผ้าผืนใหญ่ห่อหุ้มร่างเปลือยที่ยังคงนั่งกอดเข่าคู้ซุกตัวเงียบ หญิงสาวทำท่าสะดุ้งตัวแข็งเมื่อชายหนุ่มสอดมือเข้าใต้ต้นคอแล้วประคองเพื่อจะอุ้มขึ้นทั้งตัว เรียวปากแดงจัดช้ำเนื่องจากแรงจุมพิตที่บดขยี้ลงมาอย่างไม่ปรานีเผยอขึ้นเล็กน้อยเหมือนอยากจะทักท้วง ทว่าไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมานอกจากเสียงครางสะอื้นเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาฉ่ำคลอด้วยน้ำใสปรากฏแววเจ็บปวดร้าวราน ทั้งอับอายเจ็บแค้นแผ่ซ่านไปทุกขุมขนอย่างชัดแจ้ง เธอบิดตัวพยายามเบี่ยงหนีพร้อมกับเริ่มสะอื้นเนื้อตัวสั่นสะท้านขึ้นมาอีก เพราะเข้าใจผิดว่าชายหนุ่มกำลังจะพาไปยังห้องนอน แล้วคงพยายามจะทำอะไรต่อมิอะไรอย่างที่หนุ่มใหญ่วัยดึกทำกับเธอเมื่อครู่ใหญ่
ชายหนุ่มเข้าใจในปฏิกิริยาตระหนกหวั่นกลัวนั้นทันที สีหน้ากระด้างของเขาคลายลง เสียงทุ้มห้าวต่ำกล่าวอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม
“ไม่ต้องกลัวนะ ผมไม่ทำอะไรหรอก จะพาไปโรงพยาบาลเท่านั้นเอง ไปอย่างนี้แหละจะได้เป็นหลักฐานแจ้งความ”
มือแข็งแรงข้างหนึ่งไล้ลูบผมยาวยุ่งเหยิงของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายอย่างปลอบประโลม
“คุณต้องไว้ใจผม เราจะไปหาหมอกัน”
“ฉัน...ฉัน...ไม่อยากไป” เสียงแหบแห้งเบาหวิวทักท้วงตะกุกตะกัก
“หือม์...ไม่ไปหาหมอน่ะ ได้ยังไง?”
สีหน้าหญิงสาวบอกความรู้สึกหลายอย่าง สิ่งหนึ่งคือความ อับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น แววตาชายหนุ่มทอแสงอ่อนลง หากปากยังคงยืนกรานความคิด
“ช้ำไปทั้งตัวแบบนี้ยังไงก็ต้องถึงหมอ คุณต้องไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
หญิงสาวส่ายหน้า ดวงตาระโหยเพลียมองสบตาสีน้ำผึ้งใสเหนือคิ้วเข้มพาดยาว
“ฉัน...เอ้อ ไม่อยากแจ้งความ”
“ไม่แจ้งความ? ไม่คิดจะเอาเรื่องคนผิดหรือคุณ ทำไมล่ะ...เขาทำจนขนาดนี้”
ความเงียบคือคำตอบ ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
ก็อย่างนี้ล่ะ...อธิศถึงยังคงลอยนวลให้ทำผิดซ้ำซากต่อไปได้เรื่อย ๆ เห็นวงหน้าอ่อนใสนั้นแล้วยิ่งนึกสงสารจับใจ จะว่าไปแล้วเขารู้จักผู้หญิงเกือบทุกคนที่อาของเขาพัวพันอยู่ แต่ผู้หญิงคนนี้เขาไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นเธอมาก่อน
“เอาเถอะ...จะแจ้งความหรือเปล่าค่อยพูดกันทีหลัง ที่แน่ ๆ ตอนนี้คุณไปโรงพยาบาลกับผมก่อนก็แล้วกัน”
“ฉันอยากกลับบ้าน พาฉันกลับบ้านนะ”
ท้ายเสียงวิงวอนระโหย...ชายหนุ่มไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ตัดบทด้วยการอุ้มหญิงสาวขึ้นทั้งตัว
“เอ้อ...คุณ...”
ชายหนุ่มก้มลงมองคนเรียก หญิงสาวซบคออ่อนอยู่กับไหล่เขาเหมือนไม่สามารถจะพยุงตนไว้ได้อีก เสียงอู้อี้พึมพำเบา ๆ
“ขอบคุณค่ะ...ขอบคุณ”
“ไม่เป็นไร...ผมช่วยเท่าที่พอจะช่วยได้...ถึงจะไม่สามารถเรียกอะไร ๆ กลับคืนมาให้ได้ แต่อย่างน้อยยังดีกว่าปล่อยคุณไว้ให้เขากลับมาทำย่ำยีได้อีก”
บนใบหน้าเคร่งขรึมปรากฏรอยยิ้มขม เขาไม่บอกเธอหรอกว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ถูกอาของเขาขืนใจ รายอื่นนั้นเขาพอรู้จากปากคำของอาที่อ้างว่า เป็นผู้หญิงผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น ประกอบกับอธิศสามารถจัดการปิดปากผู้หญิงเหล่านั้นได้อย่างแนบเนียน จึงไม่สร้างปัญหาให้มีเรื่องอื้อฉาวตามมา
ต่างจากครั้งนี้ มีเขาเป็นพยานรู้เห็นสภาพของหญิงสาวถูกปล้นความบริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นภายใต้หลังคาบ้านพักส่วนตัวของเขาเองแท้ ๆ!
รัญชน์อุ้มคนเจ็บอย่างระมัดระวังมาที่รถแวนสีน้ำทะเล หน้าหม้อรถยังกรุ่นไอร้อนเพราะขับทางไกลมาจากกรุงเทพ จอดพักไว้ยังไม่ทันกี่นาทีก็ต้องใช้งานอีกครั้ง เขาเปิดประตูพยุงให้หญิงสาวขึ้นไปก่อน จัดให้นอนสบาย ๆ ทางเบาะหลังแล้วเดินอ้อมขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ สตาร์ทรถพาเลี้ยวออกจากบริเวณบ้านกลางไพร มุ่งสู่ถนนสายหลักอย่างรวดเร็ว ขณะที่สมองทำงานไปพร้อมกันด้วย โดยตั้งใจจะพา หญิงสาวไปทำแผลที่โรงพยาบาลในเมืองก่อน ถ้าจำเป็นคงต้องพักที่โรงพยาบาลสักคืน และแน่นอนว่าคงหลีกเลี่ยงการซักถามของหมอและตำรวจไม่พ้น
รถวิ่งไปตามเส้นทางสายเปลี่ยวจนเกือบถึงเชิงเขา หญิงสาวซึ่งนอนเงียบอยู่ยันตัวลุกขึ้นชะเง้อมอง เห็นสองข้างทางเป็นแนวไม้ทึบสลับป่าโปร่งในบางช่วง
“จะพาฉันไปไหน?”
เสียงระโหยโรยแรงพึมพำถาม รัญชน์เหลียวไปมองเบาะหลังพูดตำหนิแกมเป็นห่วง
“ลุกขึ้นมาทำไม”
“ฉันอยากกลับบ้าน”
“ให้หมอตรวจสักหน่อยก่อนค่อยกลับนะครับ”
“ฉันไม่เป็นอะไร”
รัญชน์ชำเลืองมองทางกระจกหลังอีกครั้ง
“นั่งทรงตัวยังจะไม่อยู่ยังบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก”
“ฉันอยากกลับบ้าน” เสียงอ่อนเบาและสั่นยังคงย้ำด้วยประโยคเดิม
“คุณมาจากไหนล่ะ?”
“กรุงเทพ”
“กรุงเทพเชียวหรือ? จะให้ขับไปส่งตอนนี้เห็นจะไม่ไหวแน่ ผมเพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพเหมือนกัน...เฮ้อ...ตัวเองเจ็บแล้วยังดื้อไม่หาหมออีก...เอ้า...ตามใจ...ไม่ไปก็ไม่ไป แต่จะให้กลับกรุงเทพทันทีตอนนี้ผมไม่สะดวกหรอกคุณ”
แล้วชายหนุ่มก็นิ่งเงียบไปอย่างใช้ความคิด ในเมื่อหญิงสาวพยายามยืนยันความตั้งใจที่จะไม่ไปโรงพยาบาล ก็คงต้องหาทางออกอย่างอื่น คิดอยู่สักเดี๋ยวเขาก็พูดขึ้นมาอีก
“ผมพอนึกออกแล้วว่าจะพาคุณไปที่ไหน ผมจะพาไปบ้านผมก็แล้วกัน..แม่อุ้ยสามียาสมุนไพรดี ๆ แกเป็นหมอพื้นบ้านคงพอจะ ช่วยได้”
“ไม่เอา...ไม่กลับไปแล้ว ฉันขอร้อง...อย่าพาฉันกลับไปที่นั่นอีกเลยนะ”
เสียงอุทานตระหนกแกมวิงวอนเพลีย ๆ ดังขึ้นจากทางเบาะหลังอีกครั้ง ตอนแรกชายหนุ่มออกงงกับคำพูดของหญิงสาว หากพอนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุแห่งความเข้าใจผิดของฝ่ายนั้น เสียงทุ้มห้าวจึงกล่าว ตอบปลอบโยน
“วางใจเถอะ...ผมไม่ได้จะพาไปที่กลางไพรหรอก บ้านที่พูดถึงนี่อยู่เลยอำเภอเมืองไปอีกหน่อย ต้องขับรถย้อนขึ้นเขาตัดไปทางอำเภอเจียงสาน ถนนโล่งแบบนี้ไม่เกินชั่วโมงก็ถึง”
คนพูดสรุป หญิงสาวเงียบไปไม่ได้ทักท้วงอะไรอีก อาจจะเพราะเพลียเกินกว่าจะโต้แย้งหรือเพราะยอมรับเขาก็ไม่แน่ใจนัก
หญิงสาวผล็อยหลับไปอีกหลังจากนั้น มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่นอนอยู่บนที่นอนนุ่มแล้ว สภาพในห้องและบริเวณรอบ ๆ ตัวเป็นอย่างไรมองเห็นไม่แน่ชัด เพราะทุกอย่างมันรางเลือนไปหมด รู้แต่ว่ามีใครบางคนกำลังใช้ผ้านุ่มชุบน้ำเย็นสดชื่นหอมกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ เช็ดหน้าตาเนื้อตัวให้ ผ้านั้นถูกลูบไล้ทำความสะอาดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย พอต่ำลงไปถึงส่วนล่างหญิงสาวก็สะดุ้งผวา พยายามเบี่ยงตัวหนีด้วยความอับอาย
“บ่ต้องกั๋วแม่หนู...ทนเจ็บน้อยเดียวก่อเสร็จแล้ว แผลยังสดเลยเจ็บนักหน่อย น้ำสมุนไพรเป๋นยาจะจ้วยสมานแผลหื้อหายโวยขึ้น”
ได้ยินเสียงแหบเครืออย่างหญิงวัยชราพึมพำในสำเนียงสูงต่ำของภาษาคำเมือง ทำให้หญิงสาวค่อยสงบลงเมื่อนึกขึ้นได้ถึงหมอสมุนไพรที่ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นั้นพูดถึง
หลังจากแม่อุ้ยสาลูบตัวทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางใช้ขี้ผึ้งยาสมุนไพรบางอย่างทาให้ตามจุดต่าง ๆ ที่ฟกช้ำ เสร็จแล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หญิงสาว ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจึงค่อยเบาสบายขึ้นกว่าเดิม
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ของแม่อุ้ยสาเดินห่างออกไป ชั่วครู่ก็กลับเข้ามาที่เตียงอีกครั้ง ก่อนค่อย ๆ พยุงตัวหญิงสาวขึ้นเพื่อป้อนยาสมุนไพร
"กิ๋นยาเต๊อะ กิ๋นแล้วนอนพักนัก ๆ ตี้นี่ปลอดภัยบ่ต้องเป๋นห่วง”
ยาถูกป้อนเข้าปากจนหมด รสของมันฝาดเฝื่อนออกฉุนจนเธอต้องเบือนหน้าหนีหลายครั้ง ดื่มยาเสร็จแม่อุ้ยจึงพยุงให้หญิงสาวลงนอนสบาย ๆ เธออยากเบิกตาขึ้นมองนางให้ชัด อยากบอกขอบคุณ หากกลับไม่มีเสียงหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากหนักอึ้ง พอกับหนังตาราวถูกถ่วงด้วยหิน นาทีต่อมาหญิงสาวก็ผล็อยหลับสนิทไปในที่สุด (อ่านต่อได้ในเล่ม....)




(
ขอบคุณแฟลชภาพ - blog yame / กรอบ - lozocat
)


Animated Pink Bow Baby Blue Christmas Bell










Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2560 10:01:42 น. 2 comments
Counter : 189 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาทักทาย สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: nokyungnakaa วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:12:47:52 น.  

 


โดย: วงแหวนอักษรา วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:16:01:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
วงแหวนอักษรา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




คำเตือน
ขอสงวนลิขสิทธิ์ผลงานเขียนทุกชนิดใน
blogแห่งนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือ
นำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น
รวมถึงการนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่นโดยไม่
ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน



--------------------------
--------------------------
cr. ขอบคุณภาพ-ของแต่ง blog
จากเว็บแจกฟรีทุกแห่ง
cr. ขอบคุณแฟลชภาพจาก blog yame


books shelf (e-book)



กรงใจไฟมายา
วงแหวนอักษรา
www.mebmarket.com
สำหรับผมเห็นว่าคุณเป็นเจ้าหญิงหิมะ...ที่จริงควรเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งถึงจะถูก เพราะว่าเวลาหิมะละลาย เราจะพบต้นอ่อนของดอกไม้เสมอ ตรงกันข้ามกับน้ำแข็งที่ละลายแล้วจะระเหยแห้งผากไปหมด เหมือนกับใจของคุณที่กำลังระเหยแห้งแล้งลงไปทุกทีนั่นแหละ...


มนตราทรายใต้ธารดาว
ณลีนิน
www.mebmarket.com
“ระหว่างเราสองคนอาจไม่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากนัก แต่นับจากคืนนี้ไป ผมสัญญาว่าผมจะเปิดใจกับคุณทั้งหมด จะไม่ให้มีอะไรเคลือบแคลงต่อกันอีก ที่สัญญาไว้ว่าจะยกชีวิตยกหัวใจให้คุณนั้นผมพูดจริง เรนียาห์คือภาพความหลังที่ผ่านมาแล้ว ในขณะที่คุณคือความจริงในปัจจุบัน”


รุ้งจางในม่านฝน
ณลีลาฯ
www.mebmarket.com
รุ้งงามมักจะเกิดขึ้นหลังฝนตกเสมอ แต่รุ้งที่พาดผ่านอยู่ในสายฝน จะเป็นเพียงรุ้งสีจาง หลบเร้นอยู่ใต้เงาของม่านฝนเท่านั้น
























---------------------------



...โปรเจคนิยายในคลัง...

สถานะ....บางเรื่องยังรีไร้ท์ บางเรื่องกำลังเขียน
และบางเรื่องจองชื่อ+ตั้งพล็อต ไว้ก่อนเพื่อรอ
คิวเขียน / บางเรื่องส่งต้นฉบับตีพิมพ์ บางเรื่อง
เป็น e-book และบางเรื่องอาจมีการเปลี่ยน
แปลงชื่อเรื่องในภายหลังเพื่อความเหมาะสม

1. ระบำรักกุหลาบแก้ว
2. ปีกรักในแดนฝัน
3. ลินินลายกุหลาบ
4. แก้วมนตรา
5. เสกสรรปั้นรัก
6. พั้นช์รักครบสูตร
7. อาถรรพ์ซ่อนสาป
8. มิลินรัตติกาล
9. เลดี้โนเนม
10. ม่านมนต์ดำ ระบำมนตรา
11. ระบำเงาความตาย
12. ระบำมุก
13. คนล่าสาป (ล่า..หลอน)
14. แก้วมายาหิมาลัย
15. มนต์โมเรศ
16. รอยลายลักษณ์ (นิยายที่ถูกลืม)
17. เดือนฝันพันดาว
18. ศิราอธิษฐาน
19. หวานรักลีลาไพร
20. ภวังค์มนตรา
21. หลง(รักษ์)
22. ใต้เเงาชลาลัย
23. ภูตพันธนาการ
24. คำสาปมายา
25. มนต์รักประภาคารแสงจันทร์
26. มุกสลับสี
27. กังหันมนตรา (กังหันราตรี)
28. ปริศนารักนาฬิกาทราย
29. ตะวันอำพราง
30. ลางมนตรา
31. พั้นช์รักครบสุตร
32. ระบำมุก
33. ภูผามายาไพร
ฯลฯ
--------------------



--------------------------

On every journey, there is a meaning.
..ทุกการเดินทางมีความหมาย..
(คติสอนใจจาก ชนเผ่าอเมริกันอินเดียน)
--------------------------
--------------------------




(เครดิต : http://www.youtube.com/watch?v=WYheX_vB4Wc)

--------------------------
--------------------------


Friends' blogs
[Add วงแหวนอักษรา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.