"คลังนิยายอ่านก่อนซื้อ-ทดลองอ่าน..."เมื่อการเดินทางของจินตนาการและตัวอักษรมาบรรจบกัน จึงกลายเป็นนิยายแต่ละเล่มของ...แหวนอักษรา และนามปากกาที่เกี่ยวข้อง"

 


Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
20 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
โมเม..ลูกของแม่ true story

โมเม...ลูกของแม่ true story



Photobucket


เรื่องสั้นเรื่องเล่า true story เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ประมาณเดือน
พ.ย. 2011 ผู้เขียน เขียนไว้หลายปีแล้ว เขียนไปร้องไห้ไป
จนทุกวันนี้...มาย้อนอ่าน หรือย้อนคิด ก็ยังน้ำตาไหลเพราะคิดถึง
จนทุกวันนี้...ก็ยังไม่มีแมวตัวไหนแทนที่โมเมได้
ว่าจะเก็บไว้รวมเล่มเรื่องสั้นเรื่องเล่า แต่ก็ยังไม่ได้รวมเล่มสักที
ขอเอามาโพสต์ใน blog เลยก็แล้วกัน






....เมื่อวันที่หมอบอกว่าโมเมของแม่เป็นปอดอักเสบนั้นแม่ยังรู้สึกแปลกใจปนหนักใจ ที่แปลกใจก็เพราะว่าเริ่มแรกที่โมเมไม่สบายนั้นเกิดจากการเป็นฝี

โมเมมีสุขภาพดีมาตลอดสิบเอ็ดปี แต่ในระยะหลังเริ่มเป็นฝีหลายจุดตรงสะโพก ตอนแรกเป็นตุ่มใหญ่เหมือนฝีธรรมดา บางอันแตกมีน้ำหนองออกมาแล้วก็กลายเป็นแผลเรื้อรัง ลิ้นของโมเมสาก เหมือนมีหนามเล็กๆ อยู่เต็ม เวลาเลียทำให้แผลเปิดกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นเนื้อเยื่อแดงอักเสบ จนแม่ต้องพาไปหาหมอซึ่งเป็นหมอประจำตั้งแต่โมเมยังเด็กๆ

หมอตรวจดูแล้วบอกว่าไม่ใช่ฝี แต่เป็นคล้ายๆ ก้อนเนื้อเล็กๆ ไม่เชิงว่าเนื้องอก ไม่มีอันตรายนักแต่ก็ควรจะผ่าออก ตัดรากให้หมดไม่อย่างนั้นมันก็จะขึ้นที่เดิมอีก หมอให้ยารักษาแผลที่เป็นหนองอักเสบ รักษาจนแผลหายแล้วจากนั้นก็เจาะเลือดตรวจสุขภาพของโมเมว่าพร้อมที่จะผ่าฝีใหญ่อีกจุดที่ยังฝังตัวอยู่หรือไม่

หนึ่งอาทิตย์ต่อมาผลการตรวจเลือดเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อถึงเวลาผ่าฝีก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากเอาก้อนเนื้อออกไปแล้วโมเมก็ค่อยดีขึ้นจนเป็นปกติ

แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับมีฝีขึ้นที่สะโพกอีกข้าง อาการเหมือนเดิมคือหนองแตกเป็นแผลเปิดกว้างจนมองเห็นเนื้อแดง ครั้งหลังนี้ดูเหมือนโมเมจะเป็นมากกว่าเดิม และมีอาการหายใจแขม่วท้องด้วย หมอบอกว่าที่โมเมหายใจจากท้องแทนที่จะหายใจจากปอดนั้นเป็นเพราะเธอเจ็บ หมอฉีดยาและให้ยาป้อนเพื่อบรรเทาอาการอักเสบ รักษาอยู่ระยะหนึ่งแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย

โมเมผอม กินอาหารน้อยลงทุกวัน มีอาการไอ หายใจเร็ว แขม่วท้องบ่อยๆ ยาที่รักษาไม่เห็นผล แม่นัดหมอพาโมเมไปตรวจอีกครั้ง บังเอิญหมอไปธุระคงต้องรอนาน อาการของโมเมทำให้แม่กับพ่อตัดสินใจพาไปหาหมอคนอื่นแทน หมอตรวจอาการแป๊บเดียวก็บอกทันทีว่าสาเหตุไม่ได้เกิดจากเรื่องฝีเลย แต่เป็นปอดอักเสบ อาการหนักมาก ให้รักษาปอดก่อนส่วนฝีค่อยว่าทีหลัง

เมื่อรู้ว่าโมเมเป็นหนักกว่าที่คิดแม่ก็ใจหาย หมอฉีดยาบรรเทาอาการเจ็บและให้อยู่ในตู้อบเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เมื่อแม่พาโมเมกลับบ้านพร้อมกับทำตามคำแนะนำของหมอทุกอย่าง คือให้โมเมใส่เสื้อให้อุ่นมากที่สุดและอยู่ในที่อุ่นตลอดเวลา แม่ต้องค่อยๆ ป้อนอาหารเหลวซึ่งโมเมกินไม่ค่อยได้แล้ว แม้แต่น้ำก็กลืนไม่ค่อยลงคอ

โมเมผุดลุกผุดนั่งเพราะหายใจไม่ออก มีอาการไอ อ้าปากหอบหายใจเกือบตลอดเวลา ลิ้นของโมเมเป็นสีม่วงคล้ำ เห็นความทรมานของโมเมแล้วแม่ได้แต่ร้องไห้ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง เพราะกว่าจะรู้ว่าโมเมเป็นโรคปอดอักเสบอาการก็หนักเกินกว่าจะรักษาให้หายได้ ได้แต่รอเวลาสุดท้ายเท่านั้น ใจหนึ่งนึกโทษและโกรธหมอคนแรกที่วินิจฉัยโรคผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ถ้ารู้ว่าเป็นปอดอักเสบตั้งแต่แรกและรีบรักษาแต่เนิ่นๆ โมเมคงไม่มาถึงจุดสุดท้ายแบบนี้

ถัดมาอีกวันอาการของโมเมทรุดลงอีก แม่พาโมเมไปตามที่หมอนัด ตอนอุ้มโมเมใส่ตะกร้าพาขึ้นรถ โมเมตื่นตกใจเหมือนทุกครั้งที่แม่พาออกนอกบ้าน แต่ครั้งนี้ด้วยอาการของโรคทำให้โมเมหายใจไม่ทัน แม่ยังไม่รู้คิดว่าเป็นเพราะความตื่นตระหนกตามปกติ จึงดุเอา

“โมเม นั่งดีๆ สิลูก เดี๋ยวไปหาหมอกัน”

แม่พยายามจับโมเมให้เธอหมอบลงในตะกร้า เธอทำตัวแข็งโก่งคอตัวโยกเยก แม่เลยบังคับด้วยการปิดฝาเผื่อที่จะให้โมเมได้นอนลง คิดว่าจะได้นอนสบายๆ

รถเคลื่อนออกจากซอยที่พักไปถึงไฟแดงช่วงหนึ่ง อีกไม่ไกลก็จะถึงร้านหมอ แม่เปิดตะกร้าออกแล้วอึ้งตะลึง ก่อนปิดตะกร้าลงทันทีทันใดเพราะตกใจทำอะไรไม่ถูก อุทานเสียงสั่นกับพ่อซึ่งขับรถอยู่

“คุณ..โมเมตายแล้ว”

แม่เปิดตะกร้าอีกครั้ง มองเห็นตาสีฟ้าของโมเมเบิกโพลง ม่านตาขยายเต็มที่ มองไม่เห็นแก้วตาสีแดงประกายสดใสอีก เนื้อตัวแข็งและเย็นชืด โมเมตัวแข็งเร็วมากเหมือนกับได้ตายไปแล้วหลายชั่วโมง หางพับไปข้างหลัง น้ำปัสสาวะเปียกเพราะทวารเปิด

แม่นั่งกอดตะกร้าร้องไห้ทั้งๆ ที่ยังงงอยู่ ไม่ค่อยกล้ามองซ้ำ ใจคอไม่อยากจะเชื่อว่าโมเมจะไปเร็วอย่างนี้ อีกนิดเดียวเท่านั้นก็จะถึงร้านหมอแล้ว แม่ได้แต่โทษตัวเองว่าโมเมต้องตายเพราะแม่แท้ๆ แม่สะเพร่าลืมนึกไปว่าโมเมหายใจไม่ค่อยสะดวกอยู่แล้ว ต้องอ้าปากหายใจอย่างยากลำบากอย่างนั้น ยิ่งตกใจหัวใจก็จะยิ่งเต้นถี่เร็วมากขึ้น โมเมหายใจไม่ทันก็ขาดอากาศและคงช็อก

ถึงร้านหมอแม่ยังให้หมอตรวจซ้ำว่าตายจริงๆ หรือ เหมือนจะมีความหวังนิดๆ ว่าหมอจะบอกว่ายังช่วยทัน แต่หมอก็ยืนยันว่าโมโมตายจริงๆ แม่ร้องไห้ต่อหน้าหมอ

พ่อกับแม่พาโมเมกลับขึ้นรถ บอกพ่อว่าต้องไปที่บ้านแปดริ้วในเย็นวันนี้เลย เพราะที่พักปัจจุบันไม่มีบริเวณพื้นที่ให้ฝังสัตว์เลี้ยง ตอนแรกพ่อบอกจะให้หาผ้าขาวมาห่อตัวโมเม มีดอกไม้ด้วย แต่แม่บอกว่าต้องรีบเดินทางให้ถึงแปดริ้วก่อนจะค่ำ ถ้ามัวแต่วิ่งหาซื้อของที่ต้องการอยู่ก็อาจจะมืดเสียก่อน หลังบ้านไม่มีไฟตามให้แสงสว่าง จะไม่สะดวกในการฝังโมเม

แม่โทรศัพท์บอกลูกชายทั้งสองให้รู้ว่าสมาชิกบ้านเรา..โมเม..ได้ตายเสียแล้ว ลูกชายทั้งสองขอตามไปส่งโมเมด้วย แม่ไปรับลูกที่โรงเรียน ลูกชายคนโตปิดตาโมเมเพราะแม่ตกใจจนลืมนึกว่าตาของเธอยังเบิกค้างอยู่ ลูกชายร้องไห้เพราะโมเมคือตัวโปรด โมเมคือสมาชิกตัวโปรดที่สุดของพวกเรา สำหรับแม่แล้วแม่มีลูกชายสองคน และโมเมก็คือลูกสาวคนเดียวของบ้าน

พวกเราสี่คนเดินทางไปส่งโมเมด้วยกัน ถึงบ้านที่แปดริ้วราวๆ ห้าโมงเย็น เราพาโมเมไปที่สวนหลังบ้าน หาที่เหมาะให้กับโมเม พ่อกับลูกชายช่วยกันขุดดินเป็นหลุมกว้างลึกเพื่อกันหมามาขุดคุ้ย

โมเมนอนสงบอยู่ในตะกร้าสีฟ้า ใส่เสื้อสีน้ำเงินกุ้นคอและแขนสีส้ม ตาของเธอหลับลงแล้ว ทุกคนร้องไห้ที่จะได้เห็นโมเม แมววิเชียรมาศ อายุสิบเอ็ดปี เป็นครั้งสุดท้าย

น้ำตาแม่ไหลไม่หยุด การพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นทุกข์ยิ่งนัก

โมเม..หลับนะลูก..เราอยู่ด้วยกันมาสิบเอ็ดปี ถึงแม้ว่าแม่จะอยากให้ลูกอยู่กับพวกเราต่อไปอีกนานๆ แต่โลกนี้..ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ไม่มีใครสามารถรั้งสังขารไว้ได้ ถึงเวลาพักของลูกแล้ว พรุ่งนี้แม่จะตื่นแต่เช้า ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลไปให้ ถ้าชาติหน้ามีจริง..โมเมมาเกิดเป็นลูกแม่อีกนะ..โมเม..ลูกรักของแม่




Photobucket 


cr.flash blog yame / กรอบ lozocat










Cat




Create Date : 20 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2559 10:17:00 น. 0 comments
Counter : 555 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

วงแหวนอักษรา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




คำเตือน
ขอสงวนลิขสิทธิ์ผลงานเขียนทุกชนิดใน
blogแห่งนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือ
นำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น
รวมถึงการนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่นโดยไม่
ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน



--------------------------
--------------------------
cr. ขอบคุณภาพ-ของแต่ง blog
จากเว็บแจกฟรีทุกแห่ง
cr. ขอบคุณแฟลชภาพจาก blog yame


books shelf (e-book)



กรงใจไฟมายา
วงแหวนอักษรา
www.mebmarket.com
สำหรับผมเห็นว่าคุณเป็นเจ้าหญิงหิมะ...ที่จริงควรเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งถึงจะถูก เพราะว่าเวลาหิมะละลาย เราจะพบต้นอ่อนของดอกไม้เสมอ ตรงกันข้ามกับน้ำแข็งที่ละลายแล้วจะระเหยแห้งผากไปหมด เหมือนกับใจของคุณที่กำลังระเหยแห้งแล้งลงไปทุกทีนั่นแหละ...


มนตราทรายใต้ธารดาว
ณลีนิน
www.mebmarket.com
“ระหว่างเราสองคนอาจไม่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากนัก แต่นับจากคืนนี้ไป ผมสัญญาว่าผมจะเปิดใจกับคุณทั้งหมด จะไม่ให้มีอะไรเคลือบแคลงต่อกันอีก ที่สัญญาไว้ว่าจะยกชีวิตยกหัวใจให้คุณนั้นผมพูดจริง เรนียาห์คือภาพความหลังที่ผ่านมาแล้ว ในขณะที่คุณคือความจริงในปัจจุบัน”


รุ้งจางในม่านฝน
ณลีลาฯ
www.mebmarket.com
รุ้งงามมักจะเกิดขึ้นหลังฝนตกเสมอ แต่รุ้งที่พาดผ่านอยู่ในสายฝน จะเป็นเพียงรุ้งสีจาง หลบเร้นอยู่ใต้เงาของม่านฝนเท่านั้น
























---------------------------



...โปรเจคนิยายในคลัง...

สถานะ....บางเรื่องยังรีไร้ท์ บางเรื่องกำลังเขียน
และบางเรื่องจองชื่อ+ตั้งพล็อต ไว้ก่อนเพื่อรอ
คิวเขียน / บางเรื่องส่งต้นฉบับตีพิมพ์ บางเรื่อง
เป็น e-book และบางเรื่องอาจมีการเปลี่ยน
แปลงชื่อเรื่องในภายหลังเพื่อความเหมาะสม

1. ระบำรักกุหลาบแก้ว
2. ปีกรักในแดนฝัน
3. ลินินลายกุหลาบ
4. แก้วมนตรา มายาสยอง
5. เสกสรรปั้นรัก
6. พั้นช์รักครบสูตร
7. อาถรรพ์ซ่อนสาป
8. มิลินรัตติกาล
9. เลดี้โนเนม
10. ม่านมนต์ดำ ระบำมนตรา
11. ระบำเงาความตาย
12. ระบำมุก
13. คนล่าสาป (ล่า..หลอน)
14. แก้วมายาหิมาลัย
15. มนต์โมเรศ
16. รอยลายลักษณ์ (นิยายที่ถูกลืม)
17. เดือนฝันพันดาว
18. ศิราอธิษฐาน
19. รักหวานม่านหิมาลัย
20. ภวังค์มนตรา
21. หลง(รักษ์)
22. ใต้เเงาชลาลัย
23. ภูตพันธนาการ
24. คำสาปมายา
25. มนต์รักประภาคารแสงจันทร์
26. มุกสลับสี
27. กังหันมนตรา (กังหันราตรี)
28. ปริศนารักนาฬิกาทราย
29. ตะวันอำพราง
30. ลางมนตรา
31. พั้นช์รักครบสุตร
32. ภูผามายาไพร
ฯลฯ
--------------------



--------------------------

On every journey, there is a meaning.
..ทุกการเดินทางมีความหมาย..
(คติสอนใจจาก ชนเผ่าอเมริกันอินเดียน)
--------------------------
--------------------------




(เครดิต : http://www.youtube.com/watch?v=WYheX_vB4Wc)

--------------------------
--------------------------


Friends' blogs
[Add วงแหวนอักษรา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.