วิ่ง เพื่อให้หมาวิ่ง

สมาชิกหมายเลข 3810447
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




นายจุ๊ฟ กำลังบำบัดจิต และ
หมา กำลังบำบัดทั้งกายและจิต
องค์ดาไลลามะ
“เพื่อนเก่าจากไป เพื่อนใหม่เข้ามา เหมือนกับวันคืนของเรา วันเก่าจากไป วันใหม่ก็เข้ามา สิ่งสำคัญอยู่ที่การทำให้มีความหมาย เพื่อนที่มีความหมาย หรือวันคืนที่มีความหมายกับชีวิต”
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2560
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3810447's blog to your web]
Links
 

 

เตรียมข้ามภาพ E.P.1




เตรียมข้ามภาพ E.P.1

บทที่ 2 สำรวจทรัพย์สิน
หลังจากผมได้หยุดเขียนไปหลายวัน ชีวิตดำเนินไปอย่างเร็วมาก ขาดแรงจูงใจ ขาดเป้าหมาย ทำให้ตัวเราคิดว่า เรากำลังเดินทางไปสู่ความตายแบบไหน เตรียมพร้อมดีพอหรือยัง ชีวิตเหมือนดวง เมื่อวานเศร้า วันนี้สุข พรุ่งนี้ยังไม่รู้ แต่เราสามารถกำหนดเองได้ ตัวที่กำหนดเองได้นั้นคือ "สติ" ผมจึงกลับมาทบทวนว่าเรากำลังจะเดินไปสู่ภพใหม่อย่างไร พร้อมหรือไม่อย่างไร ตัวแปรที่ทำให้ผมเดินไปสู่เป้าหมายในภพหน้ามีอะไรบ้าง ทรัพย์สินในตัวเราเป็นตัวกำหนดสถานะของเราในอนาคตว่าอีกค่อนชีวิตที่เหลืออยู่ เพียงพอหรือไม่ที่จะดำรงชีวิตให้ได้โดยต้องพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด จะไม่อยู่โดยทำให้ใครต้องเดือนร้อน 
หนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า "The 7 Habits of highly efective people" เขียนโดย Stephen R. Covey แปลโดยนพดล เวชสวัสดิ์ ได้กล่าวไว้ว่า "อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ ...เป็น PC ส่วนบุคคล ทำนุบำรุงและเสริมสินทรัพย์สำคัญที่สุดของคุณ...นั่นก็คือ ตัวคุณเอง" ผมขออนุญาตสรุปความหมายของคำว่า "การลับคมเลื่อยให้คมอยู่เสมอ" หมายถึงการฝึกฝนมิติทั้งสี่ของธรรมชาติมนุษย์ ทำเป็นประจำ ทำต่อเนื่อง ทำอย่างฉลาดได้สมดุล ไม่ว่าจะเป็น
มิติกายภาพ กินอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ
มิติแห่งจิตวิญญาณ สวดมนต์ สมาธิ สงบ หากยุติความขัดแย้งในใจได้ คุณจะพบความสุขสงบ ชัยชนะในสังคม
มิติสติปัญญา อ่าน วางแผน พัฒนาการเชิงสติปัญญาและวินัยทางการศึกษา การเขียนบันทึก รวบรวมความคิด ให้คุณพร้อมรับมือกับปัญหาท้าทายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต
มิติแห่งการเติมพลังชีวิตเชิงสังคม/อารมณ์ ร่วมรับรู้ความรู้สึกผนึกพลังประสานความต่างความมั่นคงในใจ และพร้อมจะร่วมใจร่วมคิดกัน เราจะได้เสพประสบการณ์ของอุปนิสัยพึ่งพาซึ่งกันและ

โดยรวมอุปนิสัยที่เจ็ดนี้ทำให้ผมต้อง
1.) ทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกข้าวอินทรีย์ นอนก่อนสี่ทุ่มตื่นตีห้า และวิ่งมาราธอน
2.) สวดมนต์และนั่งสมาธิ ซึ่งผมไม่เคยฝึกนั่งสมาธิเลย
3.) ฝึกอ่านหนังสือ เรียนปริญญาโท ซึ่งเพิ่งเริ่มสมัครเรียนที่ มสธ. ยังลุ้นอยู่ทุกวันทุกชั่วโมงว่าจะรับเข้าเป็นนักศึกษามั้ย ถ้าไม่รับเราจะได้ลงสมัครเรียนปริญญาตรีอีกใบ และวางแผนใหม่สำหรับปีหน้า
4.) ฝึกสติ ภาวะผู้นำ การเข้าใจผู้อื่น และคิดถึงใจเค้าใจเรามาประกอบในการตัดสินใจ

วันนี้ 28/7/2560 จากเป้าหมายหลักคือการดำรงชีพอย่างไรก่อนข้ามภพ และจากนั้นการเริ่มคิดถึงการจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมในโครงการ "วิ่งสู้ล้อ : Run for Wheels" ทำให้ผมทราบตัวเองว่า ดุลชีวิตผมยังไม่สมดุล ทำให้ผมไม่สามารถจะดำเนินการใดๆได้เพื่อบรรลุเป้าหมายของชีวิต ดังนั้นผมได้ทบทวนตัวเองว่าผมยังขาดอะไร คำตอบคือเยอะมาก แต่ผมมองดูแล้วไม่รู้สึกทำให้ผมท้อแท้อะไร ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะเริ่มต้นอย่างไรและก้าวเดินอย่างสม่ำเสมอได้หรือไม่ ผมดีใจมากที่ผมหาเป้าหมายของชีวิตเจอ ผมจะถ่ายทอดความคิดผมได้อย่างไรนั้น ผมต้องเป็นครู ผมจบปริญญาตรีสาขาบัญชี มีความคิดที่จะเป็นครู สิ่งที่จะต้องทำอันดับต่อมาคือใบอนุญาตประกอบอาชีพครู จะได้มาซึ่งเรียนปริญญาตรีคณะศึกษาศาสตร์อีกใบปริญญาตรีก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่เวลาที่เสียไป ความเชื่อถือทางสังคมที่ผมจะได้มาผม ความคิดผมจึงก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งคือเรียนต่อปริญญาโท ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่นั้นไม่ง่าย แต่ผลลัพธ์ของมันคือความสุขที่ได้ทำ ความสุขที่ได้มาตลอดระยะเวลาการเรียนรู้ การแก้ปัญหา และเดินทางเพื่อจะนำไปสู่ความสุขสงบอย่างแท้จริงที่ธรรมชาติให้มาตั้งแต่เริ่มจนจบภพนี้ เป็นกุศลบุญส่งต่อไปยังภพหน้า
ตอนนี้เริ่มกระบวนการสานต่อความคิดให้เป็นจริง ผมเริ่มติดต่อคนท้องถิ่นที่จังหวัดลพบุรี อำเภอพัฒนานิคม ปราชน์ผู้ให้ผมมีความรู้ ประสบการณ์ เพื่อนร่วมอาชีพ หรือญาติก็จะว่าได้ คนนั้นชื่อลุงชั้น มั่นสลุง คนที่เดินมาหาผมคนแรกตอนที่ผมไปดูที่ดิน ความเป็นมิตรของลุงทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยซึ่งข่าวต่างๆในท้องที่นั้นไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ซึ่งผมได้วางแผนซื้อที่ดินไว้แล้ว 7 ไร่ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นไร่สะเดาปลูกเต็มพื้นที่ เป็นที่ดินที่คนอื่นชอบพูดว่าปัญหาตอนนั้นผมคิดแค่อย่างเดียวขอให้มีน้ำพอ แต่สำหรับผมมันคือวิถีกรรมที่กำหนดมาให้ผมได้พิสูจน์สภาพจิตใจ เริ่มจากเป้าหมายในใจเราที่เรายังหาคำตอบไม่ได้ สับสน แต่มันคือจิตวิญญาณที่รู้สึกได้ถึงความสุขที่ได้ทำ การซื้อที่ดินเปล่าเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ สิ่งที่จะมั่นใจว่าที่ดินนั้นถูกต้องตามกฎหมาย เวลาซื้อไม่ถูกหลอกถูกโกง ราคาเป็นธรรม คือซื้อต่อจากธนาคารในราคาไร่ละ55,000 บาท ตอนแรกมี 14 ไร่ เกรงว่าจะเกินกำลังของตนจึงเสนอให้เพื่อนร่วมงาน(เมื่อก่อนผมทำงานประจำ ปัจจุบันอาชีพอิสระ) โดยแบ่งกันคนละครึ่งประมาณ 7 ไร่ ไม่ต้องถามว่าปัจจุบันราคาเท่าไหร่ สิ่งที่ผมตัดสินใจซื้อคือการเดินทาง ราคาและมีระบบชลประทานคือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เรื่องอื่นๆค่อยว่ากันแก้ปัญหากันไป การปลูกยางเป็นสิ่งแรกที่ผลุดขึ้นมาหวังจะมีรายได้ในอนาคตที่ยั่งยืน ราคายางพาราตอนนั้น 120บาทต่อกิโลกรัม ทุกคนหัวเราะเยอะผมที่ยางพาราผมตายหมดแต่ผมกับรู้สึกว่าต้องขอบคุณที่มันตาย เพราะถ้ามันมีชีวิตอยู่อีก 5 ปีหลังจากนั้น ผมไม่รู้ต้องใช้เงินในการดูแลรักษาอีกเท่าไหร่เพื่อผลตอบแทนกับราคาน้ำยางดิบตอนนี้ 40-50บาทต่อกิโลกรัมประกอบกับราคาน้ำมันโลกตกต่ำ กับภัยแล้งที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ความล้มเหลวแรกได้ผ่านไปไม่นานจากความคิดที่ว่าภัยแล้งคือศัตรูสำคัญของเกษตรกร จึงเปลี่ยนวิธีคิดจากไม้ยืนต้นมาเป็นไม้ล้มลุก มันสัมปะหลังคือความล้มเหลวต่อไป ภัยแล้งหนักขึ้นทุกๆปี ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน กล้ามันสัมปะหลังไม่มีโอกาสได้แตกใบที่สองก็ล้มตายกันหมด มันไม่ได้ทำให้ผมล้มเลิกความคิดได้ ความคิดผมแวบนึงคิดว่าเกษตรกรต้องเก่งกว่านักธุรกิจใหญ่ๆอีก ถึงจะดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีเงินทุนและการคาดเดาราคาผลผลิตในอนาคต ความล้มเหลวต่อมาคือข้าวโพดอาหารสัตว์หรือพ่อผมเรียกว่าข้าวโพดแป้ง ได้ทำการศึกษาและปลูกในพื้นที่ 7 ไร่ ลงทุนไปประมาณเกือบ 20,000 บาท ผลตอบแทนที่ได้รับไม่น่าเชื่อ มีกำไร แต่ขายได้แค่ 22,000 บาท แล้วจะดำรงชีพอยู่ได้เยี่ยงไร (พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน ระบุว่า "เยี่ยง" หมายถึง ย่าง แบบอย่าง ส่วน "ไร" หมายถึง สัตว์เล็กๆ ชนิดหนึ่ง กินโลหิต) ถ้าอยู่อย่าง"ไร" ก็คงต้องขายเลือดกิน ศัตรูที่ 2 ที่ผมทราบจากหายนะที่ 3 คือ ไร หรือ ขโมย ผมไม่ได้แจ้งความอะไร ข้าวโพดผมหายไปประมาณ 2 ไร่ โชคดีที่ไม่ไหม้ทั้งหมดเหมือนไฟไหม้ทุ่ง อาจจะเป็นชาวบ้านที่หิว มาเก็บข้าวโพดฝักอ่อนไปประกอบอาหารให้ลูกไปกินโรงเรียน ผมคิดได้แค่นั้นจริงๆ อย่างน้อยทำให้ผลทราบถึงศัตรูพืชชนิดที่ 2 ซึ่งชนิดแรกคือภายแล้ง ต่อมาคือสัตว์และมนุษย์ จากผลิตผลหายนะข้าวโพด ทำให้ผมทราบดีอีกอย่างคือ ที่ดินทางกายภาพของผมเป็นดินดาน ทรายแดงหน้าฝนเละไม่อุ้มน้ำ หน้าแล้งแข็งขุดไม่ลง ไม่มีสารอาหารใดๆเลย มีความเป็นกรดจากการส่งตัวอย่างเข้าประกวด แต่ผลผลิตข้าวโพดที่ไม่โดนขโมยสามารถให้ผลผลิตได้ ดังนั้นต้องแก้ปัญหาที่ดินดานต่อไป 


บทที่ 1 พื้นฐาน

บทความนี้เขียนด้วยความรู้สึกส่วนตัว ไม่สามารถไปใช้อ้างอิงในทางกฎหมายได้ 
ย้ายบ้าน ได้ทรัพย์สิน ย้ายภพได้แค่บาปบุญ ผมรู้สึกกลัวว่าสักวันหนึ่งคงมาถึง ไม่ช้าก็เร็ว รู้สึกว่าตัวเองวิตกกังวล คิดมากเกินไปหรือเปล่า แต่เวลาเดินเร็วมาก แป็ปเดียวตอนนี้ผมจะ ๔๘ แล้ว ทำบัญชีมารู้สถานะการเงินและกำไรขาดทุนของบริษัท โรคโรคหนึ่งทำให้ผมครุ่นคิด คิดว่าเรารู้สถานะตัวเราเองแค่ไหน มีกำไรขาดทุนเท่าไร ถ้าไม่รู้แล้วเราจะประมาณการในอนาคตเพื่อเสียภาษีกลางปีหรือ ภงด.๕๑ ได้อย่างไร
        ถ้าสมการทางบัญชีคือ สินทรัพย์เท่ากับหนี้สินรวมกับทุน รวมเป็นตัวตน คน หรือมนุษย์ สินทรัพย์ หนี้สินและทุนคืออะไรล่ะ 
๑.สินทรัพย์ (Assets) ในทางบัญชีสินทรัพย์คือทรัพยากรที่อยู่ในความควบคุมหรือเป็นเจ้าของที่วัดค่าเป็นเงินได้ทั้งมีตัวตนและไม่มีตัวตน โดยแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทคือ สินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ถาวร แล้วมนุษย์หรือตัวตนอะไรคือสินทรัพย์ วัดค่าได้มั้ย ผมว่าเรามีค่ากันทุกคนถึงแม้บางครั้งผมก็คิดว่าตัวเองไท่มีค่า แล้วมีตัวตนจับต้องได้มั้ย ถ้าจับต้องได้เรียกว่ากาย จับต้องไม่ได้เรียกว่าจิต ซึ่งแบ่งออกเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนคือ เลือด ลมหายใจ เส้นผม ขี้หูหรือแม้กระทั้งอวัยวะบางส่วนที่มีอายุขัยไม่เกิน ๓๖๕ วัน ที่เหลือที่อายุขัยเกินกว่านั้นเรียกสินทรัพย์ถาวร ซึ่งก็เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาซึ่งในทางบัญชีต้องคิดคำนวณค่าเสื่อมราคาด้วย
๒.หนี้สิน Liabilities) สามารถ คือ แบ่งออกเป็น  ๓ ประเภท ได้แก่
๒.๑)หนี้สินหมุนเวียน  (Current  Liabilities)  หมายถึง  ภาระผูกพันที่กิจการต้องชำระคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน  ๓๖๕ วัน
๒.๒)หนี้สินระยะยาว (Long-term Liabilities) หมายถึง หนี้สินที่บริษัทเป็นหนี้เกินกว่า ๓๖๕ วัน
๒.๓)หนี้สินอื่น หมายถึง  หนี้สินซึ่งไม่อาจจัดเป็นหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินระยะยาว  เช่น  เงินสะสมหรือเงินบำนาญของพนักงาน เรื่องของหนี้สิน ของคนก็ไม่ต่างจากบริษัท ส่วนหนี้สินอื่นของคนอาจเพิ่มได้อีกตามความคิดของผมคือบุญคุณ(ความแค้น) ซึ่งยากจะแยกและจำแนก ซึ่งผมกำลังศึกษาต่อไป และจะจำหน่ายหรือบริจาคให้พ้นจากกายและจิตอย่างไร นั่นคือคำถามของผมที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาทำไม เพราะผมเองยังไม่ทราบคำตอบ




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2560
2 comments
Last Update : 4 สิงหาคม 2560 15:29:46 น.
Counter : 257 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

ชอบจัง คัดแยกให้เห็นเป็นหมวดหมู่
ครั้งต่อไปอย่าลืมทำงบแสดงฐานะทางการ(เงิน)บุญ-บาป
งบกำไรขาดทุนบุญ-บาป
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น
ช่วยอธิบายเปรียบเทียบบุญ-บาป เสมือนว่าเสียภาษี ภงด.51 จะต้องทำอย่างไร เพื่อเวลาเสียภาษี ภงด.50 จะไม่ต้องจ่ายหนัก
ขอบคุณนะคะ

 

โดย: กาง (สมาชิกหมายเลข 2914075 ) 22 พฤษภาคม 2560 10:14:33 น.  

 

ขอบคุณคุณกางสำหรับความเห็นครับ
ในบทต่อไปเตรียมแทรกเรื่องของหน้าที่ในทางโลก ที่ต้องยื่นภาษีส่วนทางธรรม ก็ต้องทำบุญทำทาน เมื่อตัวตนมีกำไร

 

โดย: นายจุ๊ฟ (สมาชิกหมายเลข 3810447 ) 29 กรกฎาคม 2560 1:20:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.