|
|
|
ทำเงินกับคนกลุ่มใหญ่ยังไง
97% ของคนที่คุณเสนอธุรกิจด้วย ไม่ต้องการซื้อสินค้าหรือร่วมธุรกิจกับคุณ นี่คือความจริง
ต้องเข้าใจว่า การจะหาผู้ร่วมธุรกิจที่ดีได้ต้องมีค่าใช้จ่ายเสมอ คุณจะเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 200 - 600 บาทต่อคนที่คุณเสนอธุรกิจด้วย
สมมุติคุณเสนอธุรกิจไป 100 คน คุณต้องเสียเงินอย่างต่ำ 20,000 บาท พบว่า 3 คนเท่านั้นที่อาจจะเป็นดาว์นไลน์ที่มีคุณภาพของคุณ หมายความว่าเพียงแค่ 3% เท่านั้นที่เป็นรายได้ประจำของคุณ เท่านี้ก็ดีแล้วสำหรับใครหลายคน
ถ้าคุณทำธุรกิจเพียงต้องการให้คนเป็นดาว์นไลน์ของคุณเท่านั้น คุณจะตัองสูญเสียโอกาสในการทำเงินกับกลุ่มคนถึง 97% เลยทีเดียว ไม่เพียงแค่นั้น ถ้าคุณไม่หาวิธีทำเงินกับกลุ่มคน 97% นี้ คุณอาจจะต้องออกจากธุรกิจนี้ และจบธุรกิจของคุณไป
แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
เราทราบกันอยู่แล้วว่า คนทั่วไปจะขี้ระแวง ขี้เกียจ และอยากที่จะรู้ว่ามันทำยังไงมากกว่าที่จะลงมือทำ แล้วทำไมเราไม่ให้ในสิ่งที่คนทั่วไปต้องการละ
แทนที่เราจะเรียกร้องให้เขาลงทุนทำอะไรต่างๆมากมายเพื่อเป็นผู้ร่วมธุรกิจ ทำไมเราไม่เสนอวิธีการทำตลาดให้เขาๆทดลองดูละ
ยังจำได้มั้ยครับ
"คนที่ซื้อสว่านไฟฟ้า จริงๆเขาไม่ต้องการสว่านไฟฟ้าหรอก เพียงแต่เขาอยากเจาะรูเท่านั้นเอง"
ดังนั้น ถ้าคุณอยากขายสว่าน คุณควรจะเสนอวิธีการเจาะรูให้คนซื้อดู มากกว่าข้อมูลของตัวสว่าน
คอร์สฝึกอบรม Magnetic Sponsoring จะสอนคุณว่า เราจะใช้โมเดลนี้ทำธุรกิจเน็ตเวอร์ได้ยังไง
จากนี้ไปคุณสามารถที่จะทำเงินได้จากคนกลุ่มใหญ่นี้ ไม่ว่าคุณจะมีดาว์นไลน์หรือไม่ก็ตาม แล้วคุณก็ยังได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันด้วย กุญแจของวิธีแก้ปัญหานี้อยู่ที่ว่า ทำตลาดสินค้าที่คนทั่วไปสามารถจ่ายได้โดยไม่ลำบากก่อน นอกจากเรื่องเงินที่ได้รับแล้ว ยังทำให้คุณสามารถอยู่ในเกมส์นี้นานขึ้นพอที่จะมีกำลังใจสร้างองค์กรให้ใหญ่ขึ้นได้
เมื่อคุณสามารถทำเงินได้ แม้ว่ามันจะไม่มาก แต่ว่าจะทำให้คุณมีความหวัง มีกำลังใจ ที่จะทำต่อไป การเรียนรู้ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ และคุณจะมีลูกค้าใหม่ๆเข้ามา มีความสัมพันธ์กันใกล้ชิดมากขึ้น พอที่จะเป็นผู้ร่วมธุรกิจกันได้
คำถามถัดมา แล้วเราขายอะไรเหรอ
เราต้องขายวิตามินให้ได้ 5 ขวดต่อวันเหรอ
ไม่ใช่ครับ
เราจะขายบางอย่างที่เป็นอัตโนมัติและสามารถซื้อได้โดยตรงจากเว็บไซด์
ยกตัวอย่าง Magnetic Sponsoring หรือ คุณสามารถทำ info product แบบนี้ขึ้นมาเองก็ได้
หมายความว่า คุณสามารถโฆษณาได้กลุ่มคนมากและไม่มีที่สิ้นสุด เพราะอินเตอร์เนตทำงานได้ 7 วัน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้คุณยังได้สมาชิกที่จะเชื่อมสายสัมพันธ์กันได้ในอนาคต
นักการตลาดอินเตอร์เนตทั่วไปในวงการนี้ เขาจะดำเนินธุรกิจในลักษณะ 3 อย่าง คือ
1. ขายข้อมูลในเรื่องต่างๆ 2. โฆษณาเนื้อหามากกว่าโฆษณาธุรกิจ 3. สนับสนุนข้อมูลแก่สมาชิก ทุกอาทิตย์ ทุกเดือน ตลอดการดำเนินธุรกิจของคุณ
เราเรียกกันว่า marketing pipeline ด้วยเทคโนโลยี่ปัจจุบัน เราสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยอัตโนมัติ และทำเงินได้โดยอัตโนมัติเช่นกัน
วิธีการดำเนินธุรกิจแบบนี้ ผมจะค่อยๆบอกเล่าให้ฟังกันเป็นลำดับไปครับ เพื่อให้เราสามารถเดินไปพร้อมๆกันได้
ที่มา Mike Dillard ชมวีดีโอการทำตลาดเน็ตเวอร์ฟรี คลิกที่นี่
| Create Date : 06 มิถุนายน 2551 |
| Last Update : 6 มิถุนายน 2551 15:52:25 น. |
| |
|
|
|
|
วิธีเข้าถึงจิตใจคน
ทุกๆการกระทำ ทุกๆการตัดสินใจ ของทุกๆคนในโลกนี้ อยู่บนพื้นฐานข้อเดียวคือ
"ปรารถนาความสุข หลีกหนีความทุกข์"
ตั้งแต่ทรงผมคุณ งานที่คุณเลือก อยู่บนพื้นฐานความพอใจของคุณ ช่วยให้คุณมีความสุขไม่ทุกข์
ยกตัวอย่าง ลูกค้าปฎิเสธไม่ร่วมธุรกิจกับคุณ เพราะเขาอาจจะรู้สึกว่าเสียเงินมากเกินไป เสียเวลามากไป หรือ ไม่สะดวกสำหรับเขา คุณสามารถทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นได้โดยการโน้มน้าวความรู้สึกของเขาให้คิดในแง่บวกมากขึ้น
คุณจะเห็นว่า ทุกๆสิ่งที่เราทำอยู่บนพื้นฐานความรู้สึกของใจเป็นสำคัญ เช่น เราซื้อเสื้อผ้าที่กำลังใส่อยู่ตอนนี้ เพราะว่ามันทำให้เรารู้สึกดี เราเลือกขับรถคันนี้เพราะรู้สึกว่ามันมีคุณภาพดีและทำให้เราภูมิใจเวลาขับ หรือ อาจเพราะว่ามันราคาไม่แพง รู้สึกว่าต้องประหยัดเงินเพื่อที่จะไม่ทุกข์เวลาไม่มีเงิน
คุณเข้าร่วมทำธุรกิจ เพราะรู้สึกว่ามันทำให้คุณมีความหวังที่จะประสบความสำเร็จได้มากกว่านี้ หรือ เพราะรู้สึกว่ามันช่วยทำให้คุณคลายความทุกข์ใจจากการที่ต้องทำงานที่ตัวเองไม่ชอบอยู่ตอนนี้
ดังนั้น ถ้าคุณต้องการให้คนตอบรับมากขึ้น ปฎิเสธน้อยลง คุณต้องตระหนักว่า คนที่จะเข้าร่วมธุรกิจกับคุณนั้น จะตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของความรู้สึกเป็นหลัก
เช่น ถ้าเข้าร่วมทำธุรกิจแล้วจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ยังไง หรือ ทำให้เขาทุกข์น้อยลงได้ยังไง คุณต้องช่วยให้ข้อมูลเพื่อให้เขาตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล
แต่ ข้อควรระวัง คือ
การตัดสินใจต้องเป็นของเขา ไม่ใช่คุณ
ถ้าคุณเสนอธุรกิจให้ใครบางคนแล้ว เขารู้สึกตื่นเต้น กระตือรือร้น อยากทำเต็มที่ การทำแบบนี้ บางที่ท้ายสุดอาจทำให้คุณเจ็บตัวได้ นักขายเก่งๆหลายคนเขาสามารถบิ้วอารมณ์คนให้อยากซื้อของได้ เรียกว่า buyer remorse ซึ่งเมื่อเขาร่วมธุรกิจไปแล้วไม่สามารถทำด้วยตัวเองต่อได้ เพราะช่วงนั้นอารมณ์พาไป ดังนั้นคุณจะเสนอธุรกิจใคร ต้องแน่ใจว่า เขาได้ข้อมูลทั้งหมดเพียงพอ และ อยู่บนการตัดสินใจของเขาเองอย่างเต็มที่ บางคนอาจใช้เวลานานในการตัดสินใจซึ่งหลังจากเขาไตร่ตรองดีแล้ว และเข้าร่วมธุรกิจ คนจะได้คนร่วมทีมที่มีคุณภาพมากกว่า
หลังจากนั้นให้เขาได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง บางคนอาจใช้เวลาไม่กี่วัน บางคนอาจเป็นเดือน ให้ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง ไม่ใช่คุณ
ตอนนี้เรากำลังพูดถึงจิตวิทยาเกี่ยวกับคนที่ต้องทราบ เพื่อให้การทำตลาดของเรามีประสิทธิภาพ วันนี้จะพูดถึงหลักจิตวิทยาของคนอยู่ 3 ข้อ
1. คนจะตัดสินใจด้วยความรู้สึก ซึ่งได้อธิบายไปแล้ว
2. ทุกคนขี้เกียจ พวกเขาต้องการได้ ดีที่สุด เร็วที่สุด และ ถูกที่สุด ทุกอย่างคุณต้องทำเป็นเพ็คเกจ ทำเป็นสำเร็จรูป ยกตัวอย่าง ยาลดน้ำหนักที่ทำให้คนกินยาแล้วสามารถกินอาหารตามปกติน้ำหนักลดได้ มีบริษัทรับหาดาว์นไลน์เกิดขึ้น เพราะ หลายคนไม่อยากหาเอง เขาก็แค่เสียเงินจ้างบริษัทหาให้
3. คนทั่วไป ชอบแค่เรียนรู้แค่ว่าทำยังไงมากกว่าจะลงมือทำ เขาเพียงแค่ซื้อความหวังแทนที่จะลงมือทำ
คุณคงเคยเห็นหลายคนร่วมธุรกิจอย่างกระตือรือร้น แต่หลังจากนั้นก็ไม่ทำอะไร ก็เพราะว่าอารมณ์ buyer remorse ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจที่ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน การตัดสินใจเกิดจากอารมณ์ขณะนั้น เมื่ออารมณ์หมดไป ทุกอย่างก็สลาย
มีคนแบบนี้อยู่ 80% ของคนที่คุณเจอทั้งหมด กฎ 80/20 ใช้ได้เสมอครับ
คนส่วนใหญ่ซื้อความหวัง ภายใต้ภาพความสำเร็จของคนอื่น ถ้าคุณไม่เข้าใจเรื่องนี้ มันอาจทำให้คุณเสียเงินเสียเวลาไปมากได้ง่ายๆ
แต่กลุ่มคนเหล่านี้มีมากมาย เราไม่สามารถร่วมธุรกิจกับพวกเขาได้เลยหรือ มาดูกันตอนหน้าครับ ว่าจะต้องทำยังไง
ที่มา Mike Dillard ชมวีดีโอการทำตลาดเน็ตเวอร์ฟรี คลิกที่นี่
| Create Date : 13 พฤษภาคม 2551 |
| Last Update : 6 มิถุนายน 2551 13:14:13 น. |
| |
|
|
|
|
ร่วมงานกับคนแบบใหนดี
ต้องยอมรับความจริงอยู่เรื่องหนึ่งว่า
"ธุรกิจเน็ตเวอร์ค คือ ธุรกิจการทำตลาดและการโปรโมท ให้คนที่ไม่รู้จักวิธีการทำตลาดและการโปรโมท ทำตาม"
95% ของคนทำธุรกิจเน็ตเวอร์คเป็นพนักงานประจำ ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เป็นเหตุผลที่ทำให้อัพไลน์หลายคนสอนวิธีการที่ง่ายที่สุด โดยให้ติดต่อคนใกล้ตัวก่อน ให้ข้อมูลพวกเขา แล้วคอยดูว่ามีใครติดขัดตรงใหน ใครสามารถทำได้บ้าง ช่วง 1-2 อาทิตย์แรกที่เข้าร่วมธุรกิจใหม่ๆ อัพไลน์จะพยายามผลักดันให้คุณติดต่อคนได้เยอะๆ เพราะยังมีความกระตือรือร้นอยู่มาก เรียกว่าการทำแบบ "เฮดฮันเตอร์"
แต่คนเหล่านั้นไม่สนใจเข้าร่วมธุรกิจเลย ทำไม
ลองคิดกันดูง่ายๆครับว่า คุณจะขายสเต็กให้คนกินมังสวิรัสได้มั๊ย คุณจะขายสินค้าให้คนที่ไม่ชอบยี่ห้อสินค้าที่คุณขายเลยได้หรือเปล่า หรือ คุณจะชวนคนที่ไม่สนใจทำธุรกิจมาเข้าหุ้นกับคุณได้หรือไม่
กฏข้อแรกของการตลาดคือ "ขายสินค้าที่คนต้องการ ให้คนที่อยากจะซื้อ"
ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องทำคือ กำหนดกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้สินค้ายี่ห้อนี้อยู่แล้ว
ในตลาดแบบเน็ตเวอร์คแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 2 กลุ่ม
1. กลุ่มที่มีศักยภาพเป็นผู้ร่วมธุรกิจ เ็ป็นกลุ่มคนที่ซื้อสินค้าและบริการเพื่อทำธุรกิจเน็ตเวอร์คแบบเต็มตัว ขอแนะนำให้ทำตลาดกับกลุ่มที่ทำธุรกิจเน็ตเวอร์คอยู่แล้วหรือคนที่เคยทำมาแล้วจะดีที่สุด ถามว่า แล้วเรายังสามารถแนะนำ พี่ น้อง ญาติ หรือ เพื่อน ได้หรือเปล่า ขอตอบว่าได้ครับถ้้าเขาสนใจ แต่ว่าควรพุ่งเป้าไปที่กลุ่มแรกเป็นหลัก เพราะกลุ่มนี้จะมีความตั้งใจจริงๆที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่แค่อยากจะมีอะไรทำ ถ้าเราุมุ่งเป้าหมายกลุ่มคนที่ถูกต้อง จะทำให้รายได้ของเราเติบโตอย่างต่อเนื่องและไม่เสียเวลามาก
2. ผู้บริโภคสินค้า ขอยกตัวอย่างสินค้าเพื่อสุขภาพเพราะเป็นที่นิยมกัน เราจะควรจะหากลุ่มคนที่บริโภคสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นประจำอยู่แล้ว แล้วจะหาพวกเขาเจอได้ยังไง ตอนนี้เราอยู่ที่ใหนเหรอ ก็ในอินเตอร์เนตยังไงละครับ ก็หาใน กูเกิ้ล บล็อก เว็บไซต์ยอดนิยม หรือใครอยากลองโฆษณาผ่าน pay-per-click ก็ยังได้ครับ จากเทคนิคเรานี้เราก็จะเจอกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง
บทความหน้ามาดูว่า มีเทคนิคให้คนเปลี่ยนใจได้ยังไง
ที่มา Mike Dillard ชมวีดีโอการทำตลาดเน็ตเวอร์ฟรี คลิกที่นี่
| Create Date : 12 พฤษภาคม 2551 |
| Last Update : 27 พฤษภาคม 2551 8:44:11 น. |
| |
|
|
|
|
ลูกค้าคิดอะไรในใจ
เคยได้ยินประโยคนี้มั๊ยครับ
"คนที่ซื้อสว่านไฟฟ้า จริงๆเขาไม่ต้องการสว่านไฟฟ้าหรอก เพียงแต่เขาอยากเจาะรูเท่านั้นเอง"
ดังนั้น ถ้าคุณขายสว่านไฟฟ้า คุณก็ต้องให้ข้อมูลลูกค้าเรื่องการเจาะรูว่าลูกค้าจะทำยังไง เพื่อที่จะเจารูได้ ง่าย เร็ว และก็ราคาถูกที่สุด ส่วนลูกค้าจะตัดสินใจเองว่า ต้องการจะซื้อสว่านไฟฟ้าของคุณเพื่อมาเจาะรูหรือไม่
ลูกค้าไม่สนใจหรอกว่าคุณขายอะไร คุณจะได้ประโยชน์อะไร เขาสนใจเพียงแค่ว่าเขาอยากเจาะรูได้ตามที่เขาต้องการ และพอใจกับเงินที่เสียไป
เช่นเดียวกับธุรกิจเน็ตเวอร์ค เขาไม่สนใจโอกาสธุรกิจอะไรของคุณหรอก เขาสนใจเพียงแค่ว่า เขาจะได้ประโยชน์อะไร อาจจะเป็น ได้เงินมากขึ้น มีเวลาให้ครอบครับมากขึ้น หรือ อื่นๆที่เขาต้องการ
เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำคือ ให้ข้อมูลที่เขาสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามที่เขาต้องการได้ มีสิ่งที่คุณต้องจำอยู่ 3 ข้อ คือ
1. ห้ามขายของ 2. คนไม่ชอบการยัดเยียด 3. เขาจะมองว่าคุณกำลังต้องการผลประโยชน์จากเขา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ดังนั้น สิ่งที่คุณต้องทำคือ แนะนำและให้ข้อมูล ว่าเขาจะต้องทำยังไงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเขาได้ ง่ายและเร็วที่สุด คุณเพียงแค่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับตัวเขาเหมือนคุณเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของเขา
ขอยกตัวอย่างร้านขายเพชรที่เท็กซัสชื่อร้าน "Americu's Diamond" ร้านนี้เช่าเวลาเคเบิลทีวีช่วงหลังเที่ยงคืนประมาณ 30 นาที ทุกวัน เพื่อสอนวิธีการดูเพชรว่าเพชรแบบใหนคุณภาพดี ในรายการเขาเพียงแต่นำเสนอวิธีการดูเพชรเท่านั้น และก็ไม่ได้มีโฆษณาเวลาอื่นเหมือนร้านทั่วๆไปในระแวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันวาเลนไทน์ หรือ เทศกาลใดๆ ลองคิดดูเล่นๆครับ ถ้าคุณอยู่ที่เท็กซัสตอนนั้น และก็กำลังอยากได้แหวนเพชรแต่งงานอยู่พอดี คุณคิดว่าคุณจะไปซื้อที่ใหนดีละ ถ้าคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ดูรายการนี้ด้วยเหมือนกัน
เห็นมั๊ยครับว่าร้านนี้เขากำลังทำอะไรอยู่
เขาวางตัวเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพชร และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคุณฟรีๆ ซึ่งคนที่ดูรายการจะรู้สึกสบายใจ ไม่อึดอัด ที่จะชมรายการ ก็จะเกิดความคุ้นเคยและไว้ใจร้านนี้โดยอัตโนมัติ
ปัจจุบันร้าน "Americu's Diamond" เป็นดีลเลอร์จำหน่ายเพชรอันดับต้นๆในเอเมริกาครับ
บทความหน้า มาดูกันว่าคนแบบใหนเหมาะสมที่จะร่วมงานด้วย และจะหาเขาเจอได้ยังไง
ที่มา Mike Dillard ชมวีดีโอการทำตลาดเน็ตเวอร์ฟรี คลิกที่นี่
| Create Date : 09 พฤษภาคม 2551 |
| Last Update : 27 พฤษภาคม 2551 8:43:30 น. |
| |
|
|
|
|
ทำตลาดยังไงให้คนยอมรับ
ทุกคนคงเห็นนะครับว่าตอนนี้อินเตอร์เนตมีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากๆ และมีอัตราการใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆด้วย พร้อมๆกับการใช้มือถือ หรือ PDA ก็ด้วย และแนวโน้มว่า อินเตอร์เนตกับอุปกรณ์มือถือทั้งหลายก็จะถูกเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายเดียวกัน ส่งผ่านข้อมูลถึงกันได้ตลอดเวลา คิดดูซิว่าเราจะทำไม่รู้ไม่ชี้กับอินเตอร์เนตได้ยังไง อย่างน้อยก็ขอเป็นส่วนหนึ่งก็ยังดี จริงใหมครับ
ก็เพราะอินเตอร์เนตมันแพร่หลายมากนี่แหละครับ ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของเราไม่เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว เชื่อใหมครับว่าบริษัทหรือบุคคลทั่วไปสามารถหาข้อมุลส่วนบุคคลของคุณได้ง่ายๆ ในอินเตอร์เนตไม่ว่าคุณจะใช้อินเตอร์เนตหรือไม่ก็ตาม เพราะฉะนั้นคนสมัยนี้ก็จะระมัดระวังตัวกันเป็นพิเศษ คนเข้าถึงยาก นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่การทำตลาดเน็ตเวอร์แบบเดิมๆ ทำไ้ด้ยากขึ้น เพราะคนจะรู้สึกไม่สบายใจที่จะคุยกับคนแปลกหน้า หรือเพื่อนกันก็ตาม คนเป็นโรคขี้ระแวงกันเยอะครับ
แต่อินเตอร์เนตก็มีข้อดีอยู่มากมายที่ใครหลายๆคนนำมาใช้ในทางการตลาด คือการประชาสัมพันธ์ และยิ่งดีใหญ่สำหรับคนธรรมดาทั่วไปที่สามารถใช้อินเตอร์เนตอันเีดียวกันนี้ ทำการตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนเงินทองมากมายเลย และยังรออะไรอยู่อีกละครับ โอกาสวางอยู่ตรงหน้าแล้ว เราก็แค่เรียนรู้และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมเท่านั้นเอง ก็ไม่มีอะไรเสียอยู่แล้ว ใช่ใหมครับ
ที่นี้มาเข้าเรื่องการทำตลาดต่อ สมมุติเราต้องการขายอะไรซักอย่าง จะมีอยู่สองทางที่จะเกิดการซื้อขายขึ้นไ้ด้ คือ
1 เราเป็นคนติดต่อไปที่คนซื้อ 2 คนซื้อเป็นคนติดต่อเรา
สิ่งสำคัญตรงนี้คือใครเป็นคนพูดก่อน
กรณีแรก เราเป็นคนพูดก่อน ยกตัวอย่างเช่น เราทำธุรกิจเน็ตเวอร์คอยู่ เราต้องการขยายธุรกิจก็จำเป็นต้องมีดาวน์ไลน์มากๆ ซึ่งก็ต้องไปคุยกับคนใกล้ชิดก่อน เช่น เพื่อน พี่ น้อง หรือ คนอื่นๆต่อไป ยากใช่ใหมครับ ที่เขาจะฟังเราพูด ยิ่งทัศนคติของผู้คนทั่วไปที่มีต่อธุรกิจเน็ตเวอร์คตอนนี้ แต่ละคนจะมีกำแพงป้องกันตัวเองทำให้เขาไม่ได้ใส่ใจว่าเรากำลังพูดอะไร
กรณีที่สอง เขาเป็นคนติดต่อมาเอง ซึ่งแสดงว่าเขามองเราเป็นที่ปรึกษาที่สามารถแก้ข้อสงสัยบางอย่างของเขาได้ เราก้เพียงแค่เป็นคนให้ข้อมูลเท่านั้นเองไม่ได้มีการเสนอขายอะไร ทำให้ไม่เกิดกำแพงป้องกันตัวระหว่างกันและกัน
แล้วจะทำยังไงเพื่อให้คนอื่นติดต่อมาก่อนละ
ก็ต้องสร้างคุณค่าและสถานะของตัวเองให้สูงขึ้นครับ สามารถทำได้อยู่ 2 วิธีคือ
1 สร้างความสัมพันธ์กับคนที่มีคุณค่าและสถานะที่สูงกว่า และเรียนรู้คุณค่าในตัวเขา แล้วคุณค่าและสถานะของคุณจะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมต้องมีการประชุมกลุ่มกับผู้นำเสมอๆ ทำไมต้องมีการเชิญผู้ที่ประสบความสำเร็จมาพูดหน้าเวทีและสนทนากัน ทำไมต้องปลุกใจเมื่อมีผู้นำระดับสูงมาพูด เพราะในสายตาของคนทั่วไปมองว่าบุคคลเหล่านี้คือผู้ประสบความสำเร็จ และมีความต้องการจะร่วมงานโดยตรงกับบุคคลเหล่านี้ เพราะว่าคุณค่าของเขาจะเพิ่มขึ้นได้เองจากชื่อเสียงของผู้คนที่ประสบความสำเร็จ
2 เพิ่มระดับความรู้ในตัวคุณเอง จนกระทั่งคนอื่นๆมองว่าคุณคือผู้รู้จริง คุณต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ อ่านหนังสือ เข้าอบรม คุณค่าของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นจากความรู้และประสบการณ์ที่ทำมาทั้งหมด
สุดท้ายแล้วคุณค่าและสถานะของคุณจะถูกประเมินผ่านสายตาคนที่มองมาที่คุณ ว่าคุณอยู่ระดับใหน
บทความหน้ามาดูกันนะครับว่า จริงๆแล้วลูกค้าเขาต้องการอะไร
ที่มา Mike Dillard ชมวีดีโอการทำตลาดเน็ตเวอร์ฟรี คลิกที่นี่
| Create Date : 07 พฤษภาคม 2551 |
| Last Update : 27 พฤษภาคม 2551 8:41:04 น. |
| |
|
|
|
| |
|
 |
wiroj435 |
|
 |
|
|
|