+ + Dedicated to My Family, Archeology and everything I love. + +
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
26 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
+ + ถกเขมรยกสอง - วันที่ 5 ปราสาทบากอง - Accompagnez-Moi Au Temple d'Angkor 08 + +




บ่ายวันที่ ๕ อันยาวนานมาถึงปราสาทบากองแล้วครับ กลับมาอีกครั้งหลังผ่านไปเกือบ ๖ ปี ดูซิมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ปราสาททรงปิระมิดยังตระหง่านอยู่กลางเกาะ มีเวลาได้ดูมากขึ้น ใส่ใจรายละเอียดต่างๆ ได้พบสิ่งใหม่ๆ เยอะเก็บภาพมาฝากคราวนี้เยอะหน่อยนะครับ



ครั้งนี้ไม่เน้นวิชาการมากปวดหัวเนาะ ดูภาพกันพอเพลินๆ ดีกว่า เราเดินตามทางทอดไปสู่ตัวปราสาท ข้ามคูน้ำกว้างมีวัชพืชน้ำขึ้นบางตา จำได้ว่าครั้งที่แล้วมองแทบไม่เห็นเพราะมีแต่ผักตบชวาขึ้นเบียดแน่นเต็มคู



นาคตัวเขื่องยาวกว่า ๖๐ เมตร เป็นแบบปาปวนคืองูหัวโล้นไม่นิยมเครื่องประดับ แกะสลักเกล็ดเต็มตัวท่อนใหญ่ราวต้นตาล ชอบนาคแบบตัวเปล่าอย่างนี้ดูขลังดี พังพานทีบานออกได้เป็นร่มเงาให้เกับเจ้าหน้าที่ กดเพื่อชมภาพเต็มนะครับ



ปราสาทตั้งอยู่ในเมืองหริหราลัย สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าอินทรวรมันที่ ๑ (พ.ศ.๑๔๒๔) บวกลบแล้วก็ราว ๑๑๒๖ ปีมาแล้ว จัดเป็นศิลปะแบบพระโคครับ



ตัวปราสาทสร้างเป็นชั้นลดลั่นขึ้นไปทั้งสิ้น ๕ ชั้น มีปราสาทประดับมุม ปราสาทประธานที่เห็นนี่สร้างใหม่ในสมัยนครวัดแทนองค์เก่าที่คงพังทรุดโทรมไปแล้ว ที่มุมแต่ละชั้นยังประดับช้าง



เพิ่มเติมนะครับ

ปราสาทประธานด้านบน ถึงจะดูเป็นพุ่มแบบนครวัดแล้วก็จริง แต่เมื่อดูการแต่งกายของรูปเทพธิดา หรือรูปบุคคลอื่นๆ แล้วมันยังมีลักษณะด้านหน้าเว้าลงมาก และด้านหลังสูงจนเกือบครึ่งหลัง เหมือนสมัยบาปวนอยู่เลย หลายท่านบอกว่าน่าจะเป็นศิลปะสมัยปลายบาปวนต้นนครวัดด้วยซ้ำไป ตอนที่ฝรั่งเศสถ่ายรูปไว้สมัยแรกๆ เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ปราสาทหลังกลางถล่มลงมาหมด เพิ่งเอาไปประกอบทีหลังครับ

ข้อมูล: อาจารย์ ดร. กังวล คัชชิมา



ส่วนพื้นดินด้านล่างเป็นปราสาท-รายทั้งหมด ๘ หลัง



คิดว่าปราสาทประธานเมื่อแรกเริ่มคงเหมือนปราสาท-รายด้านล่างนี่ละครับ ปราสาทช่วงต้นอารยธรรมนิยมสร้างด้วยอิฐซะมาก ช้างตามมุมปิระมิดเป็นช้างทรงเครื่อง



ปราสาทที่นี่ยังมีส่วนคล้ายปราสาทในอินโดนีเซียมากทีเดียว (ไหนบอกไม่วิชาการหว่า จำๆ เขามาอีกทีน่ะครับ แหะๆ ) ตามชั้นหินทรายจะแกะสลักเรื่องรามเกียรติ์ เหลือที่ชัดอยู่แต่แผ่นเดียว (อยู่ทางทิศใต้ชั้นไหนจำไม่ได้) น้าตายังคล้ายทางชวาแผ่นดินที่กษัตริย์ประทับก่อนจะมาขึ้นตั้งราชวงศ์ใหม่ที่นี่



แผ่นหินทรายสลักที่พอเห็นเป็นเค้าโครง รูปบุคคล โยคี และกระบวนทัพ



ลงมาที่ปราสาทด้านล่างสมัยพระโคกัน สร้างด้วยอิฐ ประดับด้วยปูนปั้น ส่วนที่สำคัญจะทำจากหินทรายเช่นประตูจริงทางทิศตะวันออก ประตูหลอกทิศที่เหลือ และ ทับหลัง



หัวสิงห์ทำเลียนแบบที่เปิดประตูไม้ กว่าจะถ่ายภาพได้ลำบากเพราะแดดแรงมากๆ ถ่ายหลบถ่ายหลบอยู่หลายรอบ



ลายแกะสลักประตูหลอก ชอบด้านนี้หินทรายเนื้อเย็นเพราะไม่โดนแดด ลายเป็นรูปเทพพนมทรงสมบูรณ์น่ารัก



วกกลับขึ้นไปที่ปราสาทประธานที่สร้างสมัยนครวัด ที่โคนเสาประดับกรอบประตูมีอะไรน่าสนใจเยอะเลยครับ



โดยมากเสาประดับจะมีรูปคน ลิง หรือสิงห์คายช่อดอกไม้พุ่งขึ้นตรงไปตามกรอบประตู แต่ที่นี่มีพิเศษที่เป็นเรื่องราว รูปบนนี่พระนารายณ์ท่านน่าจะกำลังฆ่าควายอยู่ เอ หรือว่าจะเป็นพระอุมาปางมหิษาสูรมรรทินี ปราบอสูรควาย

แถวแรกด้านล่างพระองค์ปราบมหิงสาหลายรอบนะครับเนี่ย ภาพทางขวากระรอกไต่ต้นไม้เป็นพยานในการปราบมาร




แถวกลางนี่ ภาพด้านซ้ายเป็นตอนพระกฤษณะฆ่าม้าเกศิน



แถวล่างน่าสนใจและน่ารักดี ตรงภาพขวา เดาว่าน่าจะเป็นตอนพระกฤษณธยกเขาโควรรธณะ นะครับ แต่ไม่แน่ใจ เพราะเห็นยกแขนขึ้นข้างนึง ด้านล่างมีคนก้มกราบเป็นคนเลี้ยงวัว ? และเจ้าตัวที่อยู่อีกมุมน่าจะเป็รวัวน้อยแต่ไหงดูเหมืองกระจงหว่า รบกวนผู้รู้ด้วยนะครับ

ภาพตรงกลางเป็นนกหัสดีลิงห์คาบช้าง คุณช้างตัวอ้วนยังจิกขึ้นแหะ สุดยอด

ส่วนทางด้านขวาเป็นครุฑยุดก้าน ไม่วายที่จะเหยียบนาคสามหัวไว้ใต้เท้า จงอยปากครุฑน่ารักดีครับ



ลงมาปราสาทอิฐด้านล่าง เสาประดับประตูปราสาทด้านล่าง ทนทานจริงๆ พันกว่าปีแล้วนะเนี่ย งาม



ลายปูนปั้นที่พอเหลือให้ชม ที่ปราสาทพระโคจะสมบูรณ์กว่า แต่พันกว่าปีได้ขนาดนี้เขาสูตรเด็ดผสมกันยังไงน้อ เป็นลายอุบะดอกไม้ห้อยย้อย มีนางอัปสรนั่งท้าวแขนอ่อนอยู่ในซุ้ม



ทวารบาลสตรียังเป็นปูนปั้น ที่ปราสาทโลเลยและพระโคเป็นหินทรายแกะสลัก ซุ้มปราสาทสีปูนขาวหม่นสวยดีครับ



ซ้าย เป็นทวารบาลเทวบุรุษ

กลาง ทวารบาลหินทรายที่ชัดขึ้นมาหน่อยสถิตที่บันไดบรรณาลัยด้านหน้า พอจินตนาการได้ว่าสมัยก่อนทั้งปราสาทน่าจะเป็นเช่นไร

ขวา ทวารบาลเทวอสูร บนชั้นหินทรายเพ็นพอลางๆ เหลือเพียงลอนผมที่ม้วนเป็นขอดอย่างอสูร



มีการพบจารึกที่กรอบประตูด้านในของปราสาท-รายด้านล่าง ตัวอักษรไม่ลึกชัดเหมือนที่ปราสาทโลเลยแต่ยังสมบูรณ์อยู่มากทีเดียว



เพิ่มเติม

ส่วนจารึกนั้นเป็นภาษาสันสกฤต มีข้อความที่สำคัญอยู่ตรงบรรทัดที่ 3 ที่เขียนว่า ยศฺ ศฺรีนฺทฺรวรฺมฺมา - - - และบรรทัดสุดท้าย ศฺรีนฺทฺรวรฺมฺเมติ - - - ซึ่งก็คือชื่อกษัตริย์ ศรีอินทรวรมัน นั่นเอง

ข้อมูล: อาจารย์ ดร. กังวล คัชชิมา

เที่ยวปราสาทบากองครั้งนี้พาขึ้นๆ ลง หน่อยนะครับ อย่าเพิ่งงง กลับไปที่ยอดสุดของปิระมิด นางอัปราสมัยนครวัดหน้าบิ่นหมดแล้ว อัปสรามุมหลักจะอยู่ในซุ้มปราสาท และซุ้มดอกไม้ในมุมน้อย



สภาพหน้าบันเสียหายไปเยอะครับคงเพราะทลายลงมาภายหลัง ที่พอเห็นได้คือ ภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ทางด้านซ้าย และพระลักษณ์ถูกศรนาคบาศรัดด้านล่าง ลิงสมุนร้องให้ระงม ส่วนเทวดาเบื้องบนบินลงมาช่วย



ไฮไลท์ของเมืองหริหราลัย ศิลปะสมัยพระโคก็คือ ทับหลัง ครับ เพราะงาม งามมากเลยล่ะ งามจริงๆ ขึ้นชื่อว่างามที่สุดในศิลปะเขมรโบราณ ทับหลังนี่จะอยู่ที่ปราสาท-รายด้านล่างนะครับ



แกะได้มีมิติยังมีกลิ่นอายชวา ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนเป็นแบบเขมรแท้ๆ ขนาดได้น้ำได้เนื้อดีแท้ หน้ากาลตรงกลางทีมีฟันซี่โตน่ารักคายท่อนมาลัย ก่อนจะแตกต่อเป็นตัวมกร แล้วต่อด้วยท่อนพวงมาลัย มีเทวดาฟ้อนรำแหนแห่อย่างสนุกสนานด้านบนพวงมาลัย



ทับหลังสมัยนี้พิเศษคือมีขนาดใหญ๋กว่าเพราะเพิ่มส่วนแถวเทพพนมด้านบนเหนือลายประจำยาม ช่างหลวงเขายอมกันไม่ได้เลย รูปล่างขวาเป็นหัวมกรซ้อนกันคายพวงมาลัยมา ๓ ต่อ
เอาล่ะดูมากันจนตัวเกรียมหมดแล้ว (จริงๆ ก็มืดเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ) ล่วงเลยเวลาเดินอ้อมไปด้านทิศตะวันออกขามา





ก่อนไปแวะเก็บภาพโบสถ์ มีจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใสด้านนอกด้วย ขออนุญาตถ่ายภาพเณรเขมรท่านเสียก่อน เสียดายไม่ได้เข้าไปไหว้พระด้านใน


ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบล็อกครับ บล็อกหน้าไปต่อกันที่ปราสาทพระโค



ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.oceansmile.com และ www.huso.buu.ac.th



คำค้น: ปราสาทบากอง หริหราลัย Prasat Bakong, Hariharalaya





Create Date : 26 มิถุนายน 2550
Last Update : 13 มีนาคม 2551 9:26:22 น. 23 comments
Counter : 2096 Pageviews.

 
เราว่าแมคน่าจะเริ่มทำเรื่องการจัดทัวร์ได้แล้วนะ
เราว่า เพราะเป็นการจัดทัวร์แบบเรียนรู้จากการเทียว นี่แหละเขาเรียกว่า ท่องโลก ของแท้ ครับ

สุดยอดเลยเพื่อน


โดย: ชาญ IP: 203.156.170.157 วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:14:44:06 น.  

 
ขอบใจเพื่อน อยากเป็นอยู่แต่กลัวทำเขาพังเพราะความขี้เกียจนี่ล่ะ ตกลงของฝากไอ้อ้อนนี่อะไรอะ (เข้าโหมดอยากรู้อยากเห็น)


โดย: khmer mac (Derek ) วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:14:57:00 น.  

 
ขอชมนอดเรื่องทัวร์นิดหน่อยได้ไหมเพื่อน ชอบภาพbackground จังเลยอ่ะ เด็กผู้หญิงคนนี้ดูเขาใสซื่อจริงๆ เลยนะ แถมยังอุ้มสมุดเหมือนเด็กเรียนยังไงไม่รู้ ภาพนนี้ได้แต่ใดมารึ....
กว่าจะดูภาพได้หมดเราใช้เวลาในการโหลดและรีเฟรชตั้งหลายรอบแน่ะ แต่ภาพที่ออกมายังสวยเหมือนเดิมจ้า...นับถือๆ


โดย: อิ๋ว IP: 61.90.139.164 วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:16:46:09 น.  

 
ดีจ้าอิ๋ว ดีใจมัคนชอบเพราะกว่าจะทำออกมาก็นานนะเนี่ย เห็นเหลืองๆ ก็จะเสร็จก็เกือบตี ๒

หนูชื่อจรรยา เป็นครูภาษาเขมรคนแรกของกระผ้มเอง เขามาพ่อแม่ที่สร้างบ้านที่คลองแปดน่ะ ตอนนี้ไม่รู้ย้ายไปอยู่ไหนแล้ว หน้าน้องเขาเอกลักษณ์มาก

ขออภัยเรื่องภาพเน้อ เยอะอีกตามเคย แหะๆ อ้อ เจ้าชาญนัดไปเจอกันที่โคราช อิ๋วว่าไงไปคุยกันในเมลกันดีกว่า


โดย: Derek วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:16:53:39 น.  

 
รูปแจ่มอีกเช่นเคยนะครับ อยากไปเที่ยวบ้างจัง..
ชอบรูปพระท่านนั่งเอกเขนก ดูสบายอกสบายใจดี พื้นหลังเป็นเด็กหญิงชาวเขมรแน่ๆเลยใช่มั้ยครับ?
แล้วอ่านจารึกในภาพได้หรือยังครับ 555
ผมก็อับบล็อกแล้วนะ ไปเที่ยวชมได้ ไม่ค่อยมีสาระไรเท่าไหร่..


โดย: A_Mong วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:19:37:25 น.  

 
ผ่านมาทำความรู้จักและทักทายครับ

ที่สำคัญขอมาเที่ยวด้วยคนนะครับ


โดย: DAN_KRAB วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:0:30:50 น.  

 
รูปสวยค่ะ... แต่ตัวหนังสือตัวเล็กไปนิด อ่านยากค่ะ (แก่แล้ว) ... ถ้าไม่รังเกียจ เอาอันนี้ไปใช้นะคะ


... เพิ่มขนาดตัวหนังสือ (ตัวเลขเปลี่ยนได้ตามใจชอบค่ะ) สีก็เปลี่ยนได้เลยนะคะ


โดย: @ ปั๊กกาเป้า @..อิอิ วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:2:08:06 น.  

 
ดูดีแถมได้ความรู้ต้อง bloggang นี้เลยเหมือนได้ทบทวนบทเรียนประวัติศาสตร์เลยครับ ภาพสวยบรรยายนิดๆแต่เข้าใจเพลินดีครับ


โดย: o+... IP: 202.28.180.201 วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:9:00:41 น.  

 
สุดดดด...ยอดดดดดด เลยแม๊กเราชอชอบมั่กมากเลย วันว่างๆ จะขอแพ็กกระเป่าตามไปด้ว จะไปเก็บจินตนาการเอาไว้เขียนพล๊อดเรื่อง แบบว่า อยากจะเขียนหนังสือสักเรื่องอะนะ มีแต่ซื้อเขาอ่านเต็มบ้านเลย ก็เลยว่าจะเขียนเอง


โดย: สะอาด IP: 124.157.190.244 วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:9:24:45 น.  

 
อ้าว ไหงถอนออกซะงั้นหล่ะครับ ผมก็อยากชม "พสาร์ เซียวเพิว แขมร์" เหมือนกันนะครับ..


โดย: A_Mong วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:10:03:32 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านนะครับที่แวะมาบล็อกขแมร์ หนูสะอาดไงวันนึงเราได้ไปแน่จ้า

เรื่องหนังสือยังไงคงรอให้เรื่องเขมรเพลาๆ ก่อนน่ะครับ เอ แต่นี่มันบล็อกเขมรนี่นา


โดย: Derek วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:11:44:58 น.  

 
สวยมากค่ะ โดยเฉพาะ สาวน้อยคนนี้นะ
อ้อ น้องแม็ค แถวบ้านพี่มีปราสาทหิน ชื่อปรางกู่เกษมนะ ที่บ้านคลองเตย เล็กกว่าครบุรี พี่อยู่มาตั้งหลายปียังไม่ทราบประวัติเลย ถ้าสนใจแวะไปหาเราที่บ้านนะ ภาพสวยมากๆ ขอบอก


โดย: พี่ปุ๊กกี้ IP: 202.142.204.1 วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:14:07:05 น.  

 
ขอบคุณมากครับพี่ปุ๊กกี้ ลองค้นข้อมูลดูแล้วน่าสนใจ อีสานใต้มีปราสาทเล็กน้อยเยอะมากๆ เลย แต่บ้านผมไม่มีอะ ข้ามไปชัยภูมิเลย สงสัยมัวแต่ทำเกลือกันสมัยก่อน


โดย: Derek วันที่: 29 มิถุนายน 2550 เวลา:12:06:15 น.  

 
เสาประดับประตูงามจริง ๆ ค่ะ ภาพสวยเช่นเคยนะคะ ภาพโปรดของแม่ปุ๊น่าจะเป็นภาพเดียวกับลุงแม็กหรือเปล่า..เห็นลงสองครั้ง อิ อิ (ภาพพระภิกษุน่ะค่ะ)

บ้านสวนลุงแม็กโดนพิษพายุหมุนบ้างหรือเปล่าคะ? แถวบ้านแม่ปุ๊โดนเสียน่วมเลย ต้นไม้ล้มระเนระนาด แต่เหลือเชื่อต้นไม้ที่บ้านที่ยังอ่อนหัดกลับไม่เป็นอะไรเลยสักต้น พ่อเซธบอกว่าสงสัยใบมันน้อยหรือเปล่าเลยไม่ดักลม ฮ่าฮ่าฮ่า


โดย: Lauderdale By The Sea วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:10:40 น.  

 
ครูจรรยาโตขึ้นนะคะ รูปนี้หนูดูเป็นแม่ครูมากค่ะ

merci d'avoir dit que mon blog est une source d'inspiration à votre apprentissage du fr. na ka


โดย: brasserie 1802 วันที่: 3 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:10:14 น.  

 
ชอบทุกภาพ
ประทับใจอีกแล้ว
อยากถ่ายรูปสวย ๆ แบบนี้จัง


โดย: goodpeople วันที่: 4 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:59:56 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: Derek วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:35:53 น.  

 
สวัสดีครับ
แวะมาเยี่ยม ช่วยเพิ่มเติมครับ
ปราสาทประธานด้านบน ถึงจะดูเป็นพุ่มแบบนครวัดแล้วก็จริง แต่เมื่อดูการแต่งกายของรูปเทพธิดา หรือรูปบุคคลอื่นๆ แล้วมันยังมีลักษณะด้านหน้าเว้าลงมาก และด้านหลังสูงจนเกือบครึ่งหลัง เหมือนสมัยบาปวนอยู่เลย หลายท่านบอกว่าน่าจะเป็นศิลปะสมัยปลายบาปวนต้นนครวัดด้วยซ้ำไป ตอนที่ฝรั่งเศสถ่ายรูปไว้สมัยแรกๆ เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ปราสาทหลังกลางถล่มลงมาหมด เพิ่งเอาไปประกอบทีหลังครับ

ส่วนจารึกนั้นเป็นภาษาสันสกฤต มีข้อความที่สำคัญอยู่ตรงบรรทัดที่ 3 ที่เขียนว่า ยศฺ ศฺรีนฺทฺรวรฺมฺมา - - - และบรรทัดสุดท้าย ศฺรีนฺทฺรวรฺมฺเมติ - - - ซึ่งก็คือชื่อกษัตริย์ ศรีอินทรวรมัน นั่นเอง

วันเสาร์ที่ 14 กค. นี้เปิดเรียนแล้ว ว่างก็ไปนั่งฟังได้ครับ


โดย: กังวล IP: 202.44.136.50 วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:25:02 น.  

 
ได้ความรู้เกร็ดเพิ่มเติมความรู้ ขออนุญาตนำไปประกอบเรื่องเล่าด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับอาจารย์ พรุ่งนี้จะได้ไปเรียนเขมรแล้ว


โดย: Derek วันที่: 13 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:32:12 น.  

 
ภาพสวยจริง ๆ คะ


โดย: goodpeople วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:05:40 น.  

 
หวัดดีคราบบบ แวะมาทักทายครับ ไม่ได้เข้าบล๊อกเป็นเดือนเลยผม ช่วงนี้งานยุ่งพอควร

พอดีว่าหาบล๊อกวัดเชิงท่าคุณ Derek เข้าไปแนะนำไม่เจออะครับ เลยคลิ๊กเข้ามาโพสที่นี่ เพราะชอบรูป ที่พระเณรนั่งชิดผนังมากๆ ได้ใจสุดๆครับ

ปล.พึ่งคุยกันเรื่อง fuji 5600 ไม่นาน 5700 มาซะแว้วว ไม่รุจะดีป่าวเนาะ ???


โดย: -*-Superbaker วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:1:18:39 น.  

 
ได้ความรู้ + ภาพสวยมากเลยค่ะ
เสียดายเที่ยว นครวัดไม่ทั่ว อยากกลับไำปอีกครั้งจัง


โดย: ostojska วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:17:41:00 น.  

 
บ้านฉันนั้นศรีสะเกษ


โดย: pc_kiti@hotmail.com IP: 58.136.98.13 วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:01:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Derek
Location :
La ville rose France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




+ + + + + + + + + + + + + +

An Optimistic Pessimist

+ + + + + + + + + + + + + +

Friends' blogs
[Add Derek's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.