+ + Dedicated to My Family, Archeology and everything I love. + +
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
6 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
= = ลาวเมืองชวา ตามหา สิงห์เมืองขแมร์ - The Khmer Lion Odyssey 01 = =

กรุงเทพมหานคร - Bangkok 2007



เมื่อสองสามวันก่อนได้เริ่มอ่านหนังสือ นิราศนครวัด พระนิพนธ์ของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งทรงพระนิพนธ์ถึงการเสด็จกรุงกัมพูชาในเดือนธันวาคม ๒๔๖๗ และทรงโปรดให้พิมพ์เพื่อเป็นของฝากในปีถัดมา มีภาพประกอบจากกล้องโบราณให้ความรู้สึกร่วมกับเนื้อหาดีทีเดียว ลองหาอ่านดูนะครับ

พระองค์ทรงเสด็จไปทางเรือขึ้นฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขมรแล้วต่อเข้าไปยังกรุงพนมเปญ ก่อนเสด็จไปเมืองเสียมเรียบอันเป็นที่ตั้งของเมืองนครธมและปราสาทนครวัด อ่านมาถึงหน้าที่ ๑๒๗ สะดุดที่ทรงเล่าถึงการขนรูปสัตว์สัมฤทธิ์จากมาจากเมืองเขมร ๒ ครั้ง

ครั้งแรกคือในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราช (เจ้าสามพระยา) ได้สัตว์สัมฤทธิ์จากปราสาทนาคพัน แต่สุดท้ายก็ไปอยู่ที่วัดพระมหามัยมุนีที่เมืองพม่าหลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๑ ท่านใดที่ชมตำนานพระนเรศวรมหาราช ภาคแรก จริงแท้อย่างคำสอนของพระพุทธเจ้า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งใดในโลกล้วนไม่เที่ยง



ครั้งที่สองเป็นสิงห์สองตัวเขาว่าตอนนี้อยู่ที่วัดพระแก้ว เอาล่ะได้โอกาสอันดีชวนเพื่อนซี้จากเมืองน้ำปาด ผู้มากับสำเนียงลาวเมืองชวา หรือว่าเมืองหลวงพระบางนั่นล่ะครับ ไปช่วยกันตามหาสิงห์เขมรคู่นี้กันถึงวัดพระแก้ว

บ่ายๆ อากาศดีลมพัดเอื่อยน่าเดินเล่น ไปลงเรือที่ท่าสาทร กะจะแวะเข้าไปเรียนภาษาเขมรที่ศิลปากร เห็นคนออกันเต็มหน้าท้องพระโรงวังท่าพระ มีอะไรกันน้อ น่าสนใจๆ แวะเข้าไปดูเสียหน่อย



อ้า วันนี้เขาจัดเสวนา "เสภา เพลงขับลำของชาวบ้าน สู่ราชสำนักสยาม" มีคนสนใจเข้าฟังอย่างเยืองแน่น จนต้องเสริมเก้าอี้ให้ชมถ่ายทอดภายในสวนต้นแก้วด้านหลัง ได้ยินเสียงคุณสุจิตต์ วงศ์เทศกำลังบรรยายเสียงหนักแน่นอยู่ข้างใน



มีการสนทนาและแสดงขับเสภาเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน



เสียดายนั่งฟังได้ซักพักต้องรีบไปตามหาสิงห์สัมฤทธิ์เขมรที่วัดพระแก้วก่อน เขากำลังบูรณะใหญ่พระอุโบสถ เห็นกั้นทางด้านหลังนึกว่าจะไม่ให้เข้าเสียแล้ว เดินเข้าช่องคนไทย เจ้าหน้าที่ลังเลเมื่อเพื่อนเดินผ่าน สัญชาติไทยทั้งคู่คร้าบ



ไหว้หมอชีวกโกมารภัทรแพทย์ประจำพระพุทธองค์



แวะดูุอิทธิพลศิลปะพม่าจากยอดมณฑปหลังปราสาทพระเทพบิดร และเจดีย์กลิ่นอายลังกา




ปราสาทพระเทพบิดรผ่านม่านเขียว - เบื้องหน้า และ เบื้องหลังพระแก้วมรกต





นักท่องเที่ยวหนาตาเหมือนปกติ ถอดรองเท้าเดินขึ้นไปก็เจอสิงห์สัมฤทธิ์ ๖ ตัวด้านหน้า




เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึงสิงห์สัมฤทธิ์ไว้ดังนี้

"ที่ปรากฏว่าไทยเอาของเครื่องสัมฤทธิ์มาจากเมืองเขมรเป็นครั้งที่ ๒ มีในพงศาวดารว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้รูปสิงห์หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์กาไหล่ทองมาจากเมืองบันทายมาศคู่ ๑ แล้วโปรดให้จำลองหล่อรูปสิงห์เขมรเหมือนอย่างนั้นเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ ตัว รวมเป็น ๑๒ ตัว ถวายเป็นเครื่องพุทธบูชาไว้ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ สิงห์คู่เดิมที่ได้มาจากเมืองเขมรนั้นตั้งอยู่ที่เชิงบันไดประตูทางเข้าพระอุโบสถด้านหน้า ถ้าใครพิจารณราจะเห็นคราบทองที่กาไหล่ยังติดอยู่ทั้ง ๒ ตัว"

. . . . . แต่ทว่า



*** ดอกจันหมายเหตุอธิบายด้านหลังไว้ว่า ศาสตราจารย์บวสเซอลีเย่ (Bosselier) ชาวฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญศิลปะขอมได้มาดูรูปสิงห์สัมฤทธิ์คู่กลางที่หน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้ว ลงความเห็นว่าไม่ใช่สิงห์ขอมเพราะลวดลายที่ประดับหน้าอกไม่ใช่ลวดลายขอม ยังมีสิงห์ศิลาอีกคู่หนึ่งในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นศิลปะแบบบรรยงก์ (บายน)แก้ (ราว พ.ศ. ๑๗๐๐ - ๑๗๕๐ อาจจะเป็นสิงห์ศิลาคู่นี้ก็ได้ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงนำมาจากเมืองเขมร*** อืมตกลงอยู่ไหนล่ะเนี่ย

ปล เมืองบันทายมาศปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศเวียตนาม


สิงห์คู่ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูกลางคงเป็นสองตัวที่สมเด็จ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานไว้ ซึ่งก็น่าจะเป็นไปได้อยู่มากเพราะมีสีทองแทรกเป็นริ้วอยู่ โดยที่ตัวอื่นสีออกน้ำตาลดำเข้ม





เดินอ้อมไปด้านหลังมีสิงห์ที่เหลืออีก ๖ ตัวเฝ้าอยู่



คู่กลางด้านหลังนี้ก็น่าสงสัยอยู่นาเพราะมีแถบออกทองคล้ายกับคู่กลางด้านหน้า แถมแลดูเก่ากว่าตัวอื่นอยู่มากทีเดียว



ดูแต่ละตัวเผินๆ เหมือนจะไม่ต่าง แต่เอาเข้าจริงมีเอกลักษณ์ของแต่ละตัว



ลายที่หน้าอกสิงห์นี่กระมังที่ว่าไม่ใช่ลายเขมรเพราะกนกออกจะพลิ้วแหลมเกินไป



ภายในมีลายคล้ายเสมาคั่นเขี้ยวเอาไว้ และ หน้าตรง




เจ้าหน้าที่ประกาศใกล้ถึงหมดเวลาเข้าชมแล้ว แต่ปริศนายังอยู่ ว่าจริงๆ แล้วเป็นสิงห์ใหม่ทั้ง ๑๒ ตัวหรือเปล่า หรือว่ามีของเขมรจริงๆ แต่เป็นตัวไหนกันล่ะ และ สิงห์ศิลาที่ว่านั้นอยู่ตรงไหนของวัดกันแน่ ท่านใดรู้ช่วยบอกเอาบุญหน่อยนะครับ จะได้ไปตามหาให้ถูกที่คราวหน้า

ช่วงนี้วัดพระแก้วจะเงียบสงบ อาศัยโอกาสทองเก็บภาพช่วงไม่มีคนได้หลายรูปทีเดียว แล้วค่อยเดินต่อไปยังส่วนพระราชมณเฑียรไปตามเส้นทางปูหินอย่างฝรั่ง

ประตูใหญ่สีแดงฝั่งตะวันออกของพระที่นังจักรีมหาปราสาทเชื่อมไปสู่ฝ่ายใน



หลังประตูนั้นมีคุณพี่เจ้าหน้าที่วังกำลังร้อยมาลัยไว้ถวายในทุกพระตำหนักทุกวัน





ลูกหลานลาวเมืองหลวงพระบางกับทหารรักษาพระองค์ (มีแต่คนทักว่าเหมือนญี่ปุ่น หลังๆ ก็เพิ่มเป็นเกาหลี เพื่อนกระผมหน้าลาวอยู่ดีๆ มีเคืองนะเนี่ย )



นั่งเรือกลับบ้านแล้ว สะพานพุทธของเรายังแข็งแรง



จนกว่าจะพบกันใหม่ ภาคสิงห์ศิลาอาถรรพ์



ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ

+ สารบัญ = Blog Content +







Create Date : 06 สิงหาคม 2550
Last Update : 11 มกราคม 2551 8:52:22 น. 13 comments
Counter : 2296 Pageviews.

 
hi, thanks the nice pics!!


โดย: monica IP: 210.184.69.99 วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:15:10:24 น.  

 
Thank you Monica! Glad that you liked it.


โดย: Derek วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:15:18:14 น.  

 
เหอๆๆ อยากกลับไปแกล้งทหารรักษาพระองค์ให้เก๊กแตกอีก เหอๆๆ


โดย: กองพันทหารราบ วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:16:50:49 น.  

 
ดูตั้งนานว่า ไอ้คนที่ถือไม้เท้านะใคร?
เฮอ...ที่แท้ก็ใครนะเอง.........
....ป..เดินทางรอบโลกแล้วไช่ใหมแก...
โอเค..ภาพยังสวยเหมือนเดิม


โดย: ชาญ IP: 125.26.4.70 วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:17:35:20 น.  

 
หุหุ คุณกองพันทหารราบ มีแอบโหด

ใช่แล้ว หนุ่มลาวเมืองชวา ก็ คนที่คุณรู้ว่าใครนั่นละ

เปลี่ยนจากเขมรเป็นแฮรี่ พอตเตอร์ซะงั้น มันก็ได้เที่ยวโน่นนี่เยอะแยะเลย เอ็งกะข้าเก็บแถวๆ นี้ก่อนเนาะ


โดย: Derek วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:13:11:38 น.  

 
ระวังเขมรเขาจะทวงเอาคืนเด้อ
ไปขนเอาของเขามาก็หลายอยู่


โดย: กุมภีน วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:12:19:29 น.  

 
ว้าว ..
ภาพชุดนี้ก็สวยงามจับใจอีกแล้ว
ขอให้ตามหาสิงห์คู่้จากเขมรเจอในเร็ววันนะคะ



โดย: BFBMOM วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:10:40:57 น.  

 
ไม่รู้จะชม คนเดินแบบ หรือ คนเดินเรื่อง ดี .. ดูเหมือนจะดีทั้งคู่เลย ... วิ้ว.. ว.. ว

ป.ล. รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะ


โดย: Absara IP: 136.8.1.100 วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:21:06:58 น.  

 






โดย: Derek วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:10:11:45 น.  

 
?????
I gonna find the meaning of your word, let me try more !!


โดย: Absara IP: 136.8.1.100 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:14:39:05 น.  

 
สิงห์ศิลาที่คุณตามหาอยู่นั้นให้เดินไปที่ระเบียงคดด้านนอกตรงประตูที่ตรงกับปราสาทพระเทพบิดรคุณจะเห็นสิงห์ศิลาอยู่
คู่หนึ่งที่เดาว่าเป็นตัวต้นแบบของสิงห์สำริดครับและเป็นศิลปเขมรขนานแท้ด้วย


โดย: บอย IP: 58.137.5.3 วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:15:47 น.  

 
ระเบียงคดด้านหน้าคือด้านทิศตะวันออกนะครับ ประตูระเบียงคตที่ตรงกับปราสาทพระเทพบิดร หวังว่าสิงห์ศิลาทั้งสอง ยังไม่มีใครย้ายไปเก็บในพิพิธภัณฑ์วัดพระแก้วนะครับ (พิพิธภัณท์อยู่ตรงข้ามพระที่นั่งดุสิตฯถามเจ้าหน้าที่ดูก็ได้)แต่ผมเคยเห็นว่าอยู่หน้าวัดแน่ๆตรงระเบียงคตด้านฝั่งทิศตะวันออก


โดย: บอย IP: 58.137.5.3 วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:18:42 น.  

 
ขอบคุณคุณบอยสำหรับข้อมูลนะครับ เดี๋ยวต้องตามไปดู!


โดย: Derek วันที่: 30 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:59:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Derek
Location :
La ville rose France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




+ + + + + + + + + + + + + +

An Optimistic Pessimist

+ + + + + + + + + + + + + +

Friends' blogs
[Add Derek's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.