[FooD+FooD]€For Funnn
 
 

อาหาร แกงเขียวหวานไก่ อะน่ะ ถ้าจาให้อร่อยต้อง+ ขนมจีน

แกงเขียวหวานไก่




ส่วนผสม

.......... เนื้ออกไก่หั่นชิ้นพอคำ ......................... 500 กรัม
.......... มะพร้าวขูด ........................................ 500 กรัม
.......... น้ำพริกแกงเขียวหวาน .......................... 100 กรัม
.......... มะเขือพวง ......................................... 300 กรัม
.......... ใบโหระพา ......................................... 50 กรัม
.......... พริกชี้ฟ้าเขียว แดง เหลือง หั่นแฉลบ ..... 60 กรัม
.......... ใบมะกรูดฉีก ...................................... 3 กรัม
.......... น้ำตาลปี๊บ .......................................... 2 กรัม
.......... น้ำปลา .............................................. 30 กรัม
.......... น้ำมันพืช ........................................... 15 กรัม


สูตรน้ำพริกแกงเขียวหวานแบบชาววัง

.......... พริกชี้ฟ้าเขียวผ่าครึ่งแกะเมล็ด .......... 20 กรัม
.......... พริกชี้หนูสีเขียว ............................. 20 กรัม
.......... หอมแดงซอย ............................... 20 กรัม
.......... กระเทียม ..................................... 20 กรัม
.......... ข่าหั่นละเอียด ............................... 5 กรัม
.......... ตะไคร้ซอย .................................. 10 กรัม
.......... ผิวมะกรูดหั่นละเอียด ...................... 2 กรัม
.......... ผักชีซอย ..................................... 10 กรัม
.......... พริกไทยเม็ด ................................. 3 กรัม
.......... ลูกผักชีคั่ว .................................... 5 กรัม
.......... ยี่หร่าคั่ว ....................................... 5 กรัม
.......... กะปิ เกลือป่น อย่างละ ................... 5 กรัม

-- โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด


วิัีํีธีทำ

1. คั้นมะพร้าวให้ได้หัวกะทิข้นๆ 110 กรัม หัวกะทิ 440 กรัม และหางกะทิ 660 กรัม

2. เคี่ยวเนื้อไก่กับหางกะทิจนนุ่ม ผัดน้ำพริกแกงกับน้ำมันพอหอม ใส่หัวกะทิ 440 กรัม ค่อยๆ ผัดจนแตกมัน ตักแต่เนื้อไก่ที่เคี่ยวไว้ลงผัดให้เข้ากัน

3. ใส่หางกะทิที่เคี่ยวไก่ พอเดือดทั่ว ใส่มะเขือพวง ใบมะกรูด ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาล

4. ใส่พริกชี้ฟ้า ใบโหระพา ใส่หัวกะทิที่เหลือ ยกลง

5. ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟร้อนๆ


ลักษณะที่ดี :

.......... น้ำแกงสีเขียว ไม่แยกตัว ออกรสเค็ม หวานกะทิ และเผ็ดหอมเครื่องเทศ


เคล็ดลับความอร่อย :

.......... เคี่ยวไก่กับหางกะทิจะทำให้น้ำพริกแกงซึมเข้าเนื้อไก่ได้ดี



เอื้อเฝื้อสูตรจาก
http://www.pantown.com/board.php?id=9908&area=4&name=board2&topic=87&action=view

เอื้อเฝื้อภาพจาก http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2007/07/D5585876/D5585876.html




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2551 16:25:58 น.   
Counter : 155 Pageviews.  


มา มา เรามาต่อกับอาหารต่อ เป็นเมนูเพื่อสุขภาพนะ

อุปกรณ์
1. ครก ขนาด 3 ลิตร
2. สาก ขนาด ศ. 6 ซม. ยาว 30 ซม.
3. มีด ขนาดพอประมาณ สับมะละกอได้
4. ช้อนกินข้าว 1 คัน
5. จานขนาดใหญ่

เครื่องปรุง (จะกำหนดปริมาณในวิธีทำ)
1. มะละกอดิบ ดิบมากๆ หรือใครชอบ ใกล้ห่ามก็เอาเลย 1 ลูก สับๆ เฉาะๆ แล้วฝานเป็นชิ้นเล็ก ... ห้ามใช้ อุปกรณ์ปาดเส้นมะละกอสำเร็จรูปเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นมันจะไม่อร่อย (ก็ไม่รู้ว่าทำไม ผู้หลักผู้ใหญ่บอกมา)
2. พริกขี้หนู เท่านั้น ถึงจะหอม ขนาดยาวสัก 2 - 3 ซม. สีเขียวเท่านั้น
3. กระเทียม ขนาดเล็ก (ไม่รู้ว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร)
4. มะนาว ผลสีเขียวเท่านั้น
5. มะเขือเทศ ขนาดกลาง (ไม่รู้ว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร ที่สีของมันมักจะไม่ค่อยเหมือนกัน แดงบ้าง ซีดบ้าง)
6. มะกอก (หน้าหนาวเท่านั้นถึงจะมี)
7. ปูเค็ม ถ้าเป็นปูตัวเมียจะอร่อยมาก ถ้ามีไข่ด้วยยิ่งเด็ด (ถ้าก้ามใหญ่มากจากไทย ถ้าก้ามเล็กมาจากพม่า เอาอันไหนก็ได้ทั้งนั้น ขอให้ยังไม่เน่าก็พอ)
8. ผงชูรสแท้ อันนี้ขาดไม่ได้เด็ดขาดจริงๆ ถ้าส้มตำไม่ใส่ผงชูรส คือ ส้มตำปลอม !!
9. อื่นๆ ถ้ามี เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือดิบ บักอึ (เรียกถูกป่ะวะ) ถ้ามี น้ำมะขามยิ่งแจ๋ว
10. น้ำตาล... สำหรับสูตรนี้ ไม่ใส่ครับ
11. น้ำปลาแท้ เท่านั้น

วิธีทำ
1. ใส่พริกขี้หนูลงไปในครก โดยคิดปริมาณความเผ็ดดังนี้

เทียบอัตราส่วน ระหว่าง พริกขี้หนู กับ เส้นมะละกอ
เส้นมะละกอ 1 หยิบกำมือ ต่อ พริกขี้หนู 5 เม็ด สำหรับเด็กกิน
เส้นมะละกอ 1 หยิบกำมือ ต่อ พริกขี้หนู 10 เม็ด สำหรับบุคคลทั่วไป
เส้นมะละกอ 1 หยิบกำมือ ต่อ พริกขี้หนู 3 เม็ด สำหรับผู้สังเกตการณ์
เส้นมะละกอ 1 หยิบกำมือ ต่อ พริกขี้หนู 20 เม็ด ขึ้นไปสำหรับคนโรคจิต

ในสูตรนี้ แนะนำให้ใช้ อัตราส่วนอันสุดท้าย

2. ใส่กระเทียมประมาณ 5 - 7 กลีบ (ใส่มากไปจะฉุนกระเทียม ไม่อร่อย ไม่ใส่ก็ไม่หอม... งงล่ะซี่)
3. ใส่เส้นมะละกอลงไปนิดหน่อย ประมาณ 20 เส้น แล้วตำไปพร้อมกับพริกแกระเทียม (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่เส้นมะละกอไปด้วยทำไม เห็นมืออาชีพเค้าชอบทำ แต่ที่เดาเอาไว้คือว่า กันพริกกระเด็นนั้นเอง) .... ขั้นตอนนี้ ต้องตำพริกให้แหลกละเอียด ยิ่งละเอียดยิ่งสะใจโรคจิต
4. จากนั้นให้ใส่ผงชูรส ประมาณ 1.5 - 2 ช้อนโต๊ะ เพื่อให้สะใจโรคจิตไปอีกขั้นนึง .. เหตุผลที่ให้ใส่ในขั้นตอนนี้ ก็เพราะว่าเวลาเราใส่เครื่องต่างๆ ทับลงไปแล้ว จากนั้นพอเราเริ่มตำส้มตำ การคุ้ย คน ตำ คน ตำ คุ้ย คน ตำ ๆๆๆๆ จะทำให้ผงชูรสกระจายตัวดี
5. ใส่เส้นมะละกอ ประมาณ 1 หยิบกำมือลงไป ตามด้วยปูเค้ม 1.5 - 2 ตัว ถ้าตัวเล็ก ก็ 3 ตัว ... วิธีแกะปู ให้เปิดท้องมันออกมา ดึงท้องออกแล้วรีดขี้ดำๆ มันทิ้ง เพื่อรสจะไม่ขม-เหม็น แล้วเป็นการลดปริมาณท้องเสียด้วย แล้วงัดกระดองจากด้านหลังขึ้นรีดขี้บางส่วนที่ยังมีทิ้ง ... อย่ารีดเอามันปูทิ้งเด็ดขาด เพราะนั่นคือความนัว แบ่งตัวปูออกเป็น 4 ส่วนแล้วใส่ลงไป อ้อ!! ถ้าจะให้ดูไฮโซหน่อย ก็เด็ดปลายขาปูแหลมทิ้งด้วย
6. หั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถ้ายิ่งเล็ก ยิ่งนัว แล้วทำให้คนทาน ทานหมดจาน ได้วิตามิน (เพราะคนส่วนใหญ่จะเหลือมะเขือเทศ แล้วทิ้ง) ใช้มะเขือเทศ 5 -8 ลูก แล้วแต่ความต้องการวิตามิน ฝานมะกอกเป็นชิ้นเล็กๆ เช่นกัน ประมาณ 1 - 2 ลูก ใส่ลูกมันลงไปด้วย
7. ใช้มะนาว 1.5 - 2 ลูก หั่นแบ่งแล้วบีบน้ำลงไปในครก ใส่เปลือกมะนาวลงไปด้วย (ที่บีบแล้ว) สัก 2 - 3 ซีก เพื่อได้รสชาด ฝาดๆ จะเปลือกมะนาว แต่อย่าลืมว่า ต้องเป็นมะนาวเด็กสีเขียวเท่านั้น เพราะถ้า เป็นสีเหลืองห้ามใส่เปลือกลงไป ไม่เช่นนั้นจะขม
8. เยาะน้ำปลาลงไป ... อย่าเยอะ !! ... อาจจะ 1 เยาะแรงๆ หรือ 2 - 3 เยาะแบบเบาๆ เพราะว่า ปูเค็ม มันเค็มมากอยู่แล้ว
9. พวกที่เป็นส่วนประกอบอื่นๆ ใส่ลงไปเล็กน้อยเท่านั้น ให้พอออกรส-กลิ่น มากไปจะเสียรสชาด แต่ไม่ต้องกลัว เพราะเรามีผงชูรสช่วยไว้แล้ว
10. ตำ !!! ตำๆ คลุกๆ คนๆ คุเลงๆ ตำๆ ใช้ช้อนกินข้าวนี่แหละจกลงไปโดยอ้อมไปด้านหน้าเยื้องซ้าย แล้วควักเครื่องต่างๆ ขึ้นมาก ในขณะที่ตำสากลงไปบริเวณกึ่งกลาง สลับ ล่างขวา หรืออาจไม่แน่นอนในบางจังหวะ เพื่อให้เครื่องปรุงต่างเคลื่อนที่เป็นวง แล้วผสมกันอย่างดี ... การตำสาก ไม่ต้องแรงแต่ให้เน้นหนัก เพราะถ้าสักแต่ว่าตำแรงมันจะกระเด็นหกหมด ที่สำคัญ พยายามตำให้ปูแตกด้วยเพื่อให้ได้น้ำของปูกระจายไปทั่ว (ไม่ต้องกลัวว่าเศษปูจะแหลก ทานไม่สะดวก ทานไปเถอะครับ กรุบๆ ได้แคลเซี่ยม)
11. เมื่อเครื่องผสมเข้ากันดีแล้ว ลองจกขึ้นมาชิมน้ำสักนิด อย่าไปห่วงว่าคนรอกินจะรังเกียจ แม่ค้าร้านไหนที่ไม่จกขึ้นมาชิมมักจะไม่อร่อย ... จากนั้น จะรู้ว่ามันยังขาดเค็มไปนิด ให้เยาะน้ำปลาเบาๆ ไป 1 ที แบบเฉี่ยวๆ แล้วตำๆ คนๆ สัก 2 - 3 ที แล้วตักใส่จานเลย
12. พร้อมเสริฟ

สูตรจาก http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=ar7kku&topic=875

ภาพจาก http://www.pantown.com/board.php?id=5495&name=board7&topic=197&action=view




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2551 9:33:06 น.   
Counter : 61 Pageviews.  


เพลงบ้างนะ เราเบื่อ อาหารชั่วคราว อะ

http://www.zidogang.com/webboard/?topic=6921.0

อืม....

ไม่ว่าจะเป็น เพลงร็อค Jazz

ลองมาฟังเพลงใหม่ๆดูบ้าง

เพลงที่จะแนะนำนั้นเป็นเพลง style บรรเลง เป็นเพลงกีต้า

ผมว่ามันเพราะดีนะ

เค้าชื่อวง DEPAPEPE

เพลงฟังสบายๆ ลองไปหาฟังกันดูนะ




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2551 9:19:51 น.   
Counter : 67 Pageviews.  


สเต็กหมูพริกไทยดำ อาหารที่คนคิดว่ายาก

สเต็กหมูพริกไทยดำ




ส่วนผสมสเต๊ก
เนื้อหมูสันนอก (ตกแต่งให้สวยโดยเอามันที่ติดออก) 1,050 กรัม,
มันฝรั่ง 700 กรัม, ถั่วแขก 210 กรัม, แครอท 280 กรัม,
หอมใหญ่ 100 กรัม, พริกไทยดำเม็ด 50 กรัม, เกลือป่น 14 กรัม,
หอมแดงสับ 100 กรัม, เนยจืด 140 กรัม, วิปปิ้งครีม 210 กรัม,
ไวน์แดง 70 กรัม, น้ำมันพืช 210 กรัม, น้ำเกรวี่ 560 กรัม, ข้าวโพดอ่อน
และผักชีฝรั่ง

วิธีทำ
1. นำแครอท ถั่วแขก ข้าวโพดอ่อน และมันฝรั่งต้มให้สุก
(ใส่เกลือป่นเล็กน้อย)
2. ตั้งกระทะ ใส่เนยจืด หอมใหญ่สับ ใส่ผักที่ต้มแล้ว (ข้อที่ 1)
(ยกเว้นมันฝรั่ง) ใส่เกลือป่น และพริกไทยดำป่นเล็กน้อย ผัดให้เข้ากัน
พักไว้ในจาน
3. ตั้งกระทะใส่เนยจืด ผักชีฝรั่งสับ ผัดกับมันฝรั่งที่ต้มสุกแล้วจนหอม
พักไว้ในจาน
4. นำเนื้อหมู โรยเกลือป่น และพริกไทยดำ พักไว้
5. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืช นำเนื้อหมูลงย่างในกระทะให้สุก
6. เมื่อสุกแล้วนำขึ้นใส่จาน
7. นำกระทะที่ย่างหมูเสร็จแล้ว (ยังไม่ต้องล้างกระทะ) ใส่เนยจืด
หอมแดงสับ พริกไทยดำบุบซีก ผัดให้หอม
8. ใส่ไวน์แดง น้ำเกรวี่ ปรุงรสด้วยพริกไทยดำ เกลือป่น เคี่ยวสักพัก
9. ใส่วิปปิ้งครีม คนให้เข้ากัน ตักราดบนเนื้อหมู

ส่วนผสมน้ำเกรวี่
กระดูกหมู 2,250 กรัม, แครอท 75 กรัม, ต้นกระเทียม 45 กรัม, ขึ้นฉ่าย (ฝรั่ง) 30 กรัม, หอมใหญ่สับ 75 กรัม, กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ, ใบเบลีฟ 3 ใบ, ออริกาโน 1.5 กรัม, โรสแมรี่ 1.5 กรัม, น้ำมันพืช 4.5 กรัม,
ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 150 ซีซี, น้ำซุปไก่ 1.5 ลิตร, แป้งสาลี 15 กรัม,
เกลือป่น และพริกไทยดำป่น

วิธีทำ
1.นำกระดูกหมูอบให้สุกจนเหลืองเป็นสีน้ำตาล และมีกลิ่นหอม (ประมาณ 30-60 นาที)
2. นำกระดูกหมูที่อบสุกแล้ว (ข้อ 1) ใส่ลงในหม้อที่มีก้นหนา (เสริมฐานกระจายความร้อน) ตามด้วยแครอทหั่น, ต้นกระเทียม, ขึ้นฉ่าย, หอมใหญ่, กระเทียมกลีบ, ใบเบลีฟ, ออริกาโน, โรสแมรี่ และน้ำมันพืช แล้วผัดให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอม
3. ใส่มะเขือเทศเข้มข้น แล้วผัดต่อไปจนเข้ากัน (ใช้ไฟปานกลาง)
4. ใส่แป้งสาลี (ไม่ต้องผสมน้ำ) ผัดจนแป้งสุกแล้วใส่น้ำซุปไก่ ต้มต่อไปจนเดือด แล้วเคี่ยวต่อไปประมาณ 1 ชม. (คอยหมั่นคนอย่าให้ไหม้ติดกันหม้อ)
5. กรองออกให้เหลือแต่น้ำ แล้วเคี่ยวต่อไปจนข้นเป็นน้ำซอสเกรวี่ (เคี่ยวจนให้น้ำงวดเหลือเพียง 1/4 ของน้ำซุปที่ต้ม)

สูตรจาก seagull-brand




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2551 23:28:26 น.   
Counter : 232 Pageviews.  


My Fev€rite Fo_Od

ปูผัดผงโสเภนี สุดยอดอาหารที่หลายคนชอบ


ถ้าเพื่อนอยากทำก้อนเองก้อได้นะ แคค่ทำตามตรงนี่อะ


เครื่องปรุง
1. ปูทะเลขนาด 6 ขีด 2. ไข่ไก่สองฟอง 3. นมข้นจืด 1 ถ้วยตวง
4. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ 5. คึ่นช่าย 2 ต้น 6. หอมหัวใหญ่ ครึ่งหัว
7. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ 8. ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ 9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
10. ผงหระหรี่ 2 ช้อโต๊ะ 11. กระเทียม
วิธีทำ
1. นึ่งปูทะเลทั้งตัวประมาณ 10 นาทีหรือจนสุกแล้วตัดเป็นชิ้นๆ ทุบๆให้แกะง่ายๆเวลากิน
2. ระหว่างรอปูก็เตรีมเครื่อง เอา ไข่ไก่ น้ำพริกเผา นมข้น ผงกระหรี่ ผสมให้เข้ากันแล้วพักไว้
3. ตั้งกระทะจนร้อนใส่น้ำมันลงไป ตามด้วยกระเทียม
4. กระเทียมเริ่มเหลืองแล้วหอมหัวใหญ่ ผัดจนใส ตามด้วยปูแล้วปรุงรสด้วย น้ำมันหอย ซอสปรุงรส น้ำตาล
5. ผัดปูกับเครื่องปรุงจนเข้ากันแล้วให้ใส่ ส่วนผสมในข้อสองลงไปผัดพอให้มันข้นขึ้นอย่าให้สุกเกินไปไม่งั้นไข่จะแข็งไม่อร่อย
6. โรยด้วยขึ้นช่าย หรือใครมีต้นหอมก็ใส่เพิ่มลงไปกินกับข้าวร้อนๆ อร่อยมากเลยค่ะ หรือใครจะเปลี่ยนจากปูเป็นอย่างอื่นก็ได้ค่ะตามชอบ




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2551 23:12:34 น.   
Counter : 71 Pageviews.  



perfectkenji
 
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add perfectkenji's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com