IRONMAN 3
IRONMAN 3

นักแสดงนำ : โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์, กวินเน็ธพัลโทรว์ และดอนเชียเดิล เชน แบล็ค
ประเภทหนัง : Action, Adventure, Fantasy, Sci-Fi,Thriller & Suspense
เข้าฉายวันที่ : 3 พ.ค. 2013



เทรนด์ฮิตประการหนึ่งของสังคมร่วมสมัยที่พบเห็นกันได้บ่อยคือการเพียงหาบางสิ่งที่เรียกว่า ‘อดีต’ การค้นหาอัตลักษณ์รากเง้าและโยงความสวยงามที่ผ่านพ้นมาแล้วให้กลับมาเริงระบำอีกครั้งในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปที่เรียกว่า‘ปัจจุบัน’ วิธีคิดแบบนี้ถูกร้อยเรียงเชื่อมต่อไปในสังคมกระทั่งตัวงานภาพยนตร์เองก็ไม่ถูกละเว้น นี่จึงเป็นความโดดเด่นและข้อสำนึกที่ดีในการรุดหน้าโดยใช้วิธีหากินในสิ่งเก่า 

Iron man 3 นั้นเป็นความจงใจของผู้กำกับ เชน แบล็คที่มีความหลงใหลซีรีย์อาชญากรรมทางทีวีในยุค 1970s-1980sทั้ง 'The Dukes of Hazard(1979-1985) ,Get Smart (1965–1970)และยังเป็นแฟนภาพยนตร์ตลก อย่าง Airplane(1980) และ ซีรี่ย์ TheNaked Gun(1988) อีกด้วย ทั้งหมดเหล่านี้มีแก่นประเด็นสุดซีเรียสแต่กลับนำเสนออกมาได้อย่างเบาสบาย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ Iron Man

ในภาคนี้โทนี่ของเราก็ยังคงมีเพื่อนสนิทในกองทัพคนเดิม เจมส์ โร้ดส์ (ดอน ชีเดิล) ซึ่งในภาคนี้ ผมว่าชีเดิลค่อนข้างทำหน้าที่ได้สมกับเป็นเพื่อนพระเอกมากกว่าภาคก่อน(ที่เพิ่งมาประจำการตัวละครนี้แทน เทอร์เรนซ์ ฮาว์เวิร์ดในภาคสอง) น่าจะด้วยบทที่ส่งเสริมมากขึ้น การเป็นไอรอนแพทริออทมีส่วนช่วยให้พระเอกของเราทำภารกิจได้สัมฤทธิ์ผลอย่างมีนัยสำคัญเลยแหละขณะที่อีกตัว อัลดริช คิลเลียน (กาย เพียร์ซ) ก็นับว่าสำคัญต่อเนื้อเรื่องไม่แพ้กันเพียงแค่ไม่ถูกพูดถึงในตัวอย่างเท่านั้นเอง

ผสานเข้ากับเพลงประกอบที่เลือกเอาเพลงโดนใจในอดีตมาประกอบไว้อยู่หลายเพลงสร้างความประทับใจได้เหมือนกับที่หนังซอมบี้อย่าง “Warm Bodies” เคยทำได้มาแล้วขณะที่สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ วิชวลเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ก็ทำได้ดีแทบไม่มีที่ติแต่ถ้าจะสนใจเรื่อง 3 มิติ เท่าที่ดูมาพบว่า ยังไม่ได้มีฉากโชว์สักเท่าไหร่ไม่จำเป็นนักที่จะต้องดู 3D ดูในระดับดิจิตอลเฉยๆ ก็โอละ

หากพูดถึงเนื้อเรื่องในภาคนี้นับเป็นภาคที่3 แล้วสำหรับมหาเศรษฐีหนุ่มพร้อมชุดเกราะรบสุดไฮเทคเหตุการณ์ในเรื่องนั้นเป็นผลกระทบที่ตามมาจากเหตุการณ์ใน Avengers โดยตรง หลังจากที่เอเลี่ยนChitauriบุกถล่มนิวยอร์กนอกจากมันจะสร้างบาดแผลทางกายให้กับโลกแล้ว มันยังได้สร้างบาดแผลทางใจให้กับโทนี่สตาร์กด้วย สุดยอดอัจฉริยะถึงกับต้องหัวหดเมื่อได้รู้ว่าในจักรวาลแห่งนี้ยังมีสิ่งที่ตนไม่รู้ สิ่งที่เหนือกว่าตนอีกมากมายสร้างปมสำคัญอันนึงให้กับโทนี่ในภาคนี้ได้เป็นอย่างดีและการโจมตของพวกชิทอรินั้นยังสั่นคลอนอเมริกาอีกด้วย จึงเป็นเหตุให้เจมส์โร้ดส์ต้องเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Iron Patriot เพื่อสร้างสัญลักษณ์แห่งความหวังให้ประชาชนว่าประเทศของตนยังมีที่พึงเป็นมนุษย์เหล็กรักชาติผู้นี้เสมอภาคนี้ยังมีเปิดตัววายร้ายตัวใหม่ของเรื่องซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน Mandarin จอมขมังเวทย์ตัวฉกาจศัตรูคู่อาฆาตของโทนี่จากในคอมิคมาสู่จักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวลแมนดารินมาได้ค่อนข้างเก๋าด้วยการเปิดตัวอย่างเทพด้วยการแฮ็กทีวีทั่วประเทศแสดงแสนยานุภาพของตนแสดงตนเป็นผู้ก่อการร้ายสุดเจ๋ง พร้อมด้วยวายร้ายของเรื่องอีกคน AldrichKillian บอสใหญ่ของ A.I.M. ผู้พัฒนาโปรเจ็ก Extremis ที่ใช้ในการดัดแปลงดีเอ็นเอของมนุษย์ธรรมดาให้เหนือมนุษย์ได้ทั้งสองร่วมกันระดมพลถล่มโทนี่อย่างสนุกสนาน เรียกได้ว่าเล่นซะเละทีเดียว

ตัวอย่างของหนังแสดงให้เห็นแต่ความดาร์กมากถึงมากที่สุด ว่าฮีโร่ของเราคนนี้จะโดนยำเละ ว่าฮีโร่คนนี้ต้องล้มลุกคลุกคลานให้อารมณ์เหมือน The Dark Knight Rises ของNolan ไม่มีผิดแต่เมื่อได้ดูจริงๆแล้วหนังไม่ได้ดาร์กหรือซีเรียสแบบที่คิดเลยยังคงเหมือนภาคก่อนๆแต่แตกต่างานิดเดียว ในภาคนี้เราจะได้เห็นโทนี่สวมเกราะน้อยลงเห็นเขามีการพัฒนาด้วยตัวของเขาเองมากขึ้นโทนี่ที่หยิ่งผยองได้เรียนรู้ว่าตนไม่ได้แกร่งล้นฟ้า แต่ก็เป็นแค่ชายในชุดหุ่นกระป๋องเท่านั้น

ถ้าในฐานะแฟนคอมิคและคนที่อ่าน Iron Man มาผมค่อนข้างผิดหวังกับหนังเรื่องนี้นะ เพราะความที่หวังมากเกินไปอ่ะจากการดูตัวอย่างเอย ดูรูปนิ่งเอย คาดหวังไว้มากเรื่องชุดเกราะใหม่ๆของโทนี่อยากเห็นฟังค์ชั่นเกราะ อยากดูโทนี่ใช้ แต่ในเรื่องกลับกลายเป็นว่ามากันตัวละแค่ฉากสองฉากบางตัวบินมาไม่กี่วิก็ชนตู้พัง มันดูไม่สมกับที่โปรโมทกันมาเลยจริงๆอ่ะแอพไออ้อนแมนบนเฟซบุ๊กก็ปล่อยภาพเกราะใหม่สนุกสนานทุกๆคนเห็นก็ต้องอยากดูพวกมันลุยกันเป็นธรรมดาล่ะแต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เราคาดหวังกันเนี่ย มันแว๊บมาเพียงไม่กี่วิเท่านั้นเองทำเอาผมที่นั่งดูอยู่ถอนหายใจ “อะไรวะ? มีแค่นี้เองหรอ?”

เกราะ Mark42 นี่ก็ แปปเดียวพัง แปปเดียวพัง เดี๋ยวอีกซักพักก็ชาร์จเดี๋ยวก็บินไม่ได้ จากเกราะที่เป็นไฮไลท์ของภาคมันกลายเป็นเกราะกระจอกไปเลยอ่ะอีกอย่างที่แย่สำหรับผมเลยนะคือเรื่องแมนดารินเนี่ยแหละ แมนดารินในคอมิคนี่โหดเอาเรื่องเลยนะแหวนแต่ละวงบนมือมีพลังวิเศษนานาแต่พอมาดัดแปลงในหนังกลับกลายเป็นเหมือนแค่ผู้ก่อการร้ายอัจฉริยะธรรมดาแต่นั่นผมพอรับได้นะหากต้องมองถึงขอบเขตของเรื่องและความสมจริง ว่านี่คือ “ไออ้อนแมน” ไม่ใช่ “ธอร์”หรือ “จอมขมังเวทย์ 2″ ที่จำนำเรื่องเวทย์มนตรามาใช้แต่ที่หนักคือการหักมุมสุดช็อกว่าแมนดาริน แท้ที่จริงแล้วเป็นแค่นกต่อของคิลเลี่ยน วายร้ายตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังเท่านั้น! ทำไม Iron Man 3 ถึงโหดร้ายเยี่ยงนี้จัดให้วายร้ายหมายเลขหนึ่งของไออ้อนแมนกลายเป็นแค่นักแสดงชาวอังกฤษที่คิลเลี่ยนจ้างมาเฉยๆ!

Iron_Man_3_The-Mandarin

ให้วายร้ายอันดับหนึ่งมาเป็นนกต่อยังไม่พอไอ้วายร้ายตัวจริงกลับเป็นแค่ไอ้ตัวละครโนเนมจากในคอมิคเท่านั้น!ซึ่งในหนงสือโผล่ออกมาแค่สองตอน

องค์ประกอบโดยรวมของ “Iron Man 3″ หากมองในมุมครดูหนังนั้นนับว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูสนุก ฉากแอ็คชั่นเยอะแต่พองาม ไม่เยอะเกิน CGIเรียบเนียน ยังไม่นับมุกตลกมากมายที่ใส่ลงมาในหนังอย่างจุใจเอาให้ฮาก๊ากกันไปเลย (แต่ผมยังคิดว่าอเวนเจอร์สตลกกว่านะ)มีการหักมุมที่พอทำให้อ้าปากหวอได้ มีปมปัญหาที่สร้างความน่าสนใจให้กับหนังบอกได้เลยว่าเป็นหนึ่งในหนังมาร์เวลที่สนุกที่สุด เปิด Phase 2ของจักรวาลหนัง MCU ได้ดีเยี่ยมถ้าในฐานะคนดูหนังธรรมดาๆผมให้คะแนนคือ 8/10 เลยนะ


5403249  อธิพงศ์ นิ่มเนียม   RTV

54032625  ณัฐวุติ รัตนน้อย  RTV




Create Date : 31 กรกฎาคม 2556
Last Update : 31 กรกฎาคม 2556 8:26:05 น.
Counter : 487 Pageviews.

1 comment
Now You See Me


ตัวบท… Now You See Me ยังมีโครงเรื่องพื้นฐานที่ไม่แข็งแรงนัก แรงจูงใจต่างๆ ของตัวละครก็ยังดูไม่น่าสนใจเท่าที่ควร บางเรื่องเกริ่นขึ้นมา อย่างเช่น “การใช้มายากลในทางที่ดี” ซึ่งดูจะเป็นประเด็นที่น่าสนใจพอควร แต่ก็ไม่ได้ลงลึกอะไรมา การขาดพื้นฐานด้านบทที่แข็งแรง ทำให้การหักมุมเผย “กลใหญ่” ตอนท้าย แทนที่จะสร้าง impact ให้เกิดขึ้นกับผู้ชม แบบที่ต้องร้องว้าว จึงได้แค่ อืม…มันเป็นแบบนี้สินะ

ตัวละคร… Now You See Me มีตัวละครหลักหลายคน ซึ่งในแง่การกระจายบทแล้ว ถือว่าทำได้ดี ตัวละครแต่ละคนมี Air-time ของตัวเองที่พอๆ กัน แต่ปัญหาหลักคือ  แม้กระจายบทได้ดี แต่กลับยังไม่ทำให้เข้าถึงตัวละครได้เท่าที่ควร แต่ละคนออกมาแล้วก็ออกไป ปัญหาตรงนี้น่าจะเป็นเพราะตัวหนังไม่ได้ให้รายละเอียดหรือภูมิหลังของแต่ละ คนเท่าที่ควร รวมไปถึงยังไม่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครสักเท่าไหร่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นจตุรอาชาเอง หรือกระทั่งความสัมพันธ์ระหว่าง Rhodes กับ Diary ทำให้ในหลายๆ ช่วง เราสนุกไปกับการดูกล แต่ไม่อินกับการกระทำของตัวละครสักเท่าไหร่
ปัญหา ตัวบทและตัวละครนี้เอง ทำให้แม้ส่วนตัวจะดูสนุกมาก แต่ก็เป็นแบบจบแล้ว จบเลย ไม่ชวนให้อยากดูซ้ำเท่าไหร่ และเพราะกลกับการดำเนินเรื่องคือจุดเด่นของเรื่องนี้ การรู้ Spoil จึงอาจทำให้อรรถรสในการรับชมลดไปสมควร ที่ตลกร้ายก็คือ ตัวอย่างหนังเองได้ Spoil ไปหลายฉากพอควร (Review นี้ก็ Spoil บางส่วนนะ ^^) อย่างไรก็ ตาม ในแง่หนังมายากลที่ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นัก ในยุคที่เต็มไปด้วยหนัง Superhero และ Remake “Now You See Me” ก็จัดเป็นความบันเทิงที่คุ้มค่าทีเดียว


------------------------------------------------------------------------------


หลังจากได้ชม Now you see me หนังที่ตั้งตาคอยเป็นอย่างมาก 
เพราะเรื่องราวน่าสนใจ ในเรื่องการปล้นที่ใช้มายากล... 

และก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเอาไปเทียบกับ มายากลในแผ่นฟิลม์อย่าง The Prestige 
ในเมื่อมันเป็นหนังที่แกนหลักว่าด้วยเรื่องมายากลเหมือนกัน และยังมีจุดนำเสนอที่เหมือนกันคือ Watch it closely 
เข้ามาดูใกล้ๆ คุณเข้ามาดูใกล้แล้วหรือยัง 

ผลลัพท์ก็คือหนังมายากลน้องใหม่ ตามห่าง มายากลของแท้บนแผ่นฟิลม์อยู่หลายช่วงตัว 

ทุกสิ่งที่นำเสนอใน Now you see me ล้วนน่าสนใจ สด ตื่นตา และสนุก แต่ว่า ตอนจบและการดำเนินเรื่องไปสู่แก่นสารของเหตุผล 
มันไม่สามารถทำให้การหักมุมในตอนจบประทับใจ เหมือนอย่าง เดอะเพรสทีจ ถ้าคุณคาดหวังว่ามายากลชุดนี้จะทำให้คุณอึ้งเหมือนอย่าง เดอะเพรสทีจ คุณคิดผิด!!! และผมเสียดายเป็นอย่างมากเพราะอันที่จริงองค์ประกอบของหนังทำมาได้ดีมาก เพียงแต่มันไม่น่าถูกนำมาใช้เพื่อสร้างตอนจบแบบนี้เลย 

การหักมุมทะลุโลกของ Now you see me น่าเสียดายที่เกิดจากความตั้งใจที่จะทำให้คนดูสับสน ด้วยบทบาท และการแสดงที่พยายามซ่อนไต๋ 
ไม่ให้ผู้ชมรู้ พยายามพาผู้ชมหลงทางอย่างชัดแจ้ง เรียกได้ว่า เจตนาจะหักมุมให้สุดขีดแบบไม่ให้คนดูได้เห็น (จะเหมือนกับ พี่มาก หรือ บอดี้ศพ19 ที่ทีมสร้างต้องการหลอกคนดูแบบตั้งใจ) 

หากแต่การหักมุมของ The Prestige เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า ด้วยการเฉลยหนังทั้งเรื่องตั้งแต่ 20 นาทีแรก เน้นย้ำกับคนดู บอกใบ้คนดูตลอดเรื่อง และเล่นมายากลกับคนดูอย่างแนบเนียน และเป็นไปตามตัวหนังที่บอกว่า ทุกคนเลือกที่จะถูกหลอกมากว่าอยากรู้ความจริง 

เข้ามาดูใกล้ๆสิ ยิ่งดูใกล้เท่าไหร่คุณก็ยิ่งถูกหลอกง่าย VS คุณมองมันใกล้ๆหรือยัง และแม้แต่คุณจะเห็นแล้ว แต่คุณเลือกที่จะถูกหลอก 

ทั้งสองทริคนี้เป็นการเชื้อเชิญให้ผู้ชมตั้งใจชมและสังเกตุอย่างดีแต่ว่าผลลัพท์ของอย่างหลังสร้างความประทับใจให้มากกว่า 
เพราะเป็นกลที่จะทำให้ผู้ชมเลือกที่จะถูกม่านมายาครอบงำเอง ต้องมนต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ 

ใช่แล้ว Now you see me คุณหลอกเราได้เพราความพยายามที่เราจะมองใกล้ๆ อย่างตั้งใจ แต่เราสูญเสียความประทับใจในการถูกหลอกอย่างตั้งใจด้วยการที่คุณกลัวที่จะถูกจับได้ตั้งแต่แรก 

The Prestige คุณฉลยให้เราฟังตั้งแต่แรก คุณพยายามบอกเราแล้ว คุณไม่กลัวว่าจะถูกจับได้ด้วยซ้ำ แต่เราเลือกที่จะไม่เชื่อเราเลือกที่จะถูกหลอกเองเพราะเราอยากชมกลต่อไป 

Now you see me ยังคงเป็นหนังที่ดี แต่น่าเสียดาย ถ้าไม่ใช่เพราะผมคาดหวังเกินไป นั่นก้อเพราะว่า คุณพลาดแล้ว!!!


54045484  ศุภกิจ ฟูรังษีโรจน์   RTV




Create Date : 30 กรกฎาคม 2556
Last Update : 30 กรกฎาคม 2556 22:14:39 น.
Counter : 398 Pageviews.

0 comment
Despicable Me 2 (2013) มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด
มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด ... พากองทัพมินเนี่ยนกลับมาฮาอีกครั้ง


ชื่อภาพยนตร์ : Despicable Me 2 / มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 2

ผู้กำกับภาพยนตร์ : Pierre Coffin, Chris Renaud

นักแสดงนำ : Steve Carell, Kristen Wiig, Miranda Cosgrove

วันที่เข้าฉายในประเทศไทย : 4 กรกฎาคม 2556





กล่าวถึงหนังแอนิเมชั่นจอมป่วนที่ดังและเยี่ยมยอดที่สุดในยุคนี้ต้องยกให้DESPICABLE ME 2 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 2ภาพยนตร์แอนิเมชั่น คอมเมดี้ผจญภัย จากค่าย UNIVERSALPICTURES เป็นภาคต่อของ DESPICABLE ME ในปี 2010ภาคใหม่นี้ กรูและพลพรรค ถูกเกณฑ์ไปช่วยหน่วยต่อต้านผู้ร้าย ชื่อ ANTI-VILLAIN LEAGUE หรือ AVL ปราบผู้ร้ายสตีฟ แคร์เรลล์ กลับมาให้เสียงเป็นกรูอีกครั้งในภาค 2 นี้ด้วย

หนังฉายเพียง3 วันทำเงินไปถึง 82.5ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมรายได้จากการฉาย 4 วัน 142 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้างแค่ 76 ล้านดอลลาร์เมื่อรวมรายได้จากการฉายทั่วโลกอีก 151 ล้าน DespicableMe 2 ทำเงินไปแล้วกว่า 293.2 ล้านดอลลาร์


Despicable Me 2 หรือในชื่อไทยว่า มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด ภาค 2เข้าฉายในบ้านเราเมื่อผ่านมาเร็วๆนี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีแบบเสียงภาษาอังกฤษก็เลยต้องดูแบบระบบเสียงภาษาไทยครับก่อนหน้านี้ผมพอจะเห็นความเห็นของคนที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาบ้างแล้วส่วนใหญ่ก็บอกประมาณว่าสนุกกลางๆ สนุกไปเรื่อยๆครับ ส่วนตัวความเห็นของผมก็ถือว่าสนุกพอประมาณตามสูตรของการ์ตูนแอนิเมชั่น


เปิดม่านตาจากภาพแห่งความมืดในโรงภาพยนตร์ขึ้นมาก็ได้บรรยากาศของต่างแดนเมืองหิมะในซอกเขาอันแสนไกล มีโรงงานผลิตสารพิษกลายร่างที่ถูกสร้างขึ้นและปกปิดไว้อย่างเป็นความลับแต่ความโกลาหลก็เกิดขึ้นเมื่อยานอวกาศประหลาดรูปเหลี่ยมเหมือนขนมปังครัวซองค์เป็นทุ่นแม่เหล็กมาดูดโรงงานผลิตสารพิษไป หลางอากาศมิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด ภาค 2 จึงดำเนินเรื่องราวต่อจากภาคที่แล้วเมื่อมิสเตอร์ กรูว์ (ให้เสียงโดย สตีฟ แคเรล)ได้หันหลังให้กับวิถีชีวิตจอมวายร้ายของเขาและกลับตัวมาเป็นพ่อที่ดีของลูกๆบุญธรรมทั้ง3 คนสุดแสนน่ารักอย่าง มาร์โก้ อีดิธ และแอคนีสกรูว์เปลี่ยนโรงงานที่ผลิตอุปกรณ์ชั่วร้ายที่เคยทำลายร้างอย่างมหาศาลของเขาไปเป็นธุรกิจโรงงานผลิตแยมและเยลลี่รสชาติเป็นที่ยอมรับและเลื่องลืออย่างหาที่สุดไม่ได้(จากเหล่าบรรดามิเนี่ยน)และเหตุนี้ทำให้ด๊อกเตอร์เนฟาริโอ้คู่หูที่ร่วมทำเรื่องชั่วร้ายด้วยกันมาลาออกไปในขณะเดียวกันกรูว์ก็ได้ถูกทาบทามหรือถ้าไปนั่งชมแล้วก็จะรู้ว่าถูกลักพาตัวด้วยสารพัดวิธีโดยใช้เครื่องชอตลิปสติไฟฟ้า จังหวะแทงโก้ขึ้นรถเกินคาดหมายขับได้ทั้งบนบกและในน้ำเพื่อนต้องการแค่ตัวกรูส์มาร่วมทำงานกับลีคก์เพื่อต่อต้านความชั่วร้าย เมื่อสารพิษPX-41 ได้ถูกขโมยไปโดยจอมวายร้ายปริศนา สารพิษ PX-41 นี้มีความสามารถในการเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตให้กลายพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีดุร้ายได้กรูว์ต้องทำงานร่วมกับสายลับสาวลูซี่ ไวล์ เพื่อตามหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขโมยสารพิษนี้ไปและการทำงานร่วมกันของ2 คนนี้เองทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆตามมา

หลังจากที่กรูว์พยายามทำให้ทุกคนในหน่วยงานทราบว่าใครคือคนขโมยสารพิษไปนั้นวันหนึ่งเขาต้องเสียใจเมื่อ ดร.ลีคก์ประกาศตนว่าเขาหมดวาระตำแหน่งหน้าที่เป็นสายลับเพื่อจับโจรขโมยสารพิษไปได้แล้วและให้กรูส์พ้นจากตำแหน่งการเป็นสายลับและแน่นอนว่า สหายร่วมงานคู่ใจอย่างลูซี่ จะต้องไปทำงานต่อที่ออสเตรเลียจึงทำให้เขาเสียใจและเพ้อถึงลูซี่ตลอดมา

แต่ที่จะเห็นเป็นจุดคลายแมทซ์ของแอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็คือลูซี่กระโดดลงจากเครื่องบินมางานเลี้ยงปาร์ตี้ของจอมวายร้ายที่ได้จัดขึ้นและทำให้เขาได้รู้ความจริงว่าคนขโมยสารพิษคือใครทำไมเขาจึงไม่เคยเชื่อสิ่งที่กรูส์พูดเลยทั้งๆที่จอมวายร้ายคนนั้นปลอมตัวมาเป็นพ่อค้าห้างพาราไดร์ย่านใจกลางเมืองชื่อดังเรื่องราวดำเนินการไปด้วยความตื่นเต้นระทึกฉากต่อสู้ต่างๆแบบฉบับของเอนิเมชั่นที่ทำให้ผู้ชมได้ชวนมองและที่เห็นว่าจะขโมยซีนสุดๆก็คือเจ้าพวกมินเนี่ยนทั้งหลายในเรื่องครับถึงแม้เราแทบจะไม่รู้ว่าพวกมันพูดเรื่องอะไรกันแต่ท่าทางตลกๆของพวกมันสามารถทำให้เราเข้าใจและตลกไปกับการกระทำฮาๆของเจ้าพวกนี้ครับจุดที่ผมชอบตั้งแต่ภาคแรกคือตรงที่ว่ามิสเตอร์กรูว์สามารถจำและเรียกชื่อของเจ้าพวกนี้แต่ละตัวได้อย่างถูกต้องผมว่าถ้าตัดบทของเจ้าพวกนี้ออกไปผมว่าหนังคงจะหมดความสนุกไปมากๆและผมเชื่อว่าคงมีคนตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้เพราะเจ้าพวกมินเนี่ยนพวกนี้หลายท่านครับ

ในด้านเนื้อเรื่องของตัวประกอบทั้งหลายก็เป็นไปตามเรื่องตามราวไม่มีปริศนาอะไร ไม่มีอะไรให้ครุ่นคิดตามเท่าไรปมประเด็นบางส่วนก็เหมือนจะพยายามยัดเข้ามาอย่างเช่นเรื่องของความรักในวัยเด็กลูกสาวคนโตมาร์โก้ที่ดูเหมือนจะใส่มาให้เธอพอมีบทบาทบ้างส่วนตัวละครอีดิธลูกสาวคนกลางแทบจะไม่มีบทบาทเด่นๆอะไรเลยบทที่เด่นสุดก็คือหนูน้อยแอคนีสที่คอยให้กำลังใจและมีการดำเนินเรื่องราวกับมิสเตอร์กรูว์มากกว่าครับ


และที่เห็นว่าจะขโมยซีนสุดๆก็คือเจ้าพวกมินเนี่ยนทั้งหลายในเรื่องครับถึงแม้เราแทบจะไม่รู้ว่าพวกมันพูดเรื่องอะไรกันแต่ท่าทางตลกๆของพวกมันสามารถทำให้เราเข้าใจและตลกไปกับการกระทำฮาๆของเจ้าพวกนี้ครับจุดที่ผมชอบตั้งแต่ภาคแรกคือตรงที่ว่ามิสเตอร์กรูว์สามารถจำและเรียกชื่อของเจ้าพวกนี้แต่ละตัวได้อย่างถูกต้องผมว่าถ้าตัดบทของเจ้าพวกนี้ออกไปผมว่าหนังคงจะหมดความสนุกไปมากๆและผมเชื่อว่าคงมีคนตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้เพราะเจ้าพวกมินเนี่ยนพวกนี้หลายท่านครับ

โดยรวมแล้วหนังเอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ยังคงสนุกได้เรื่อยๆเหมาะกับการพาบุตรหลานไปดูสนุกๆหรือถ้าคุณจะไปดูเจ้าพวกมินเนี่ยนทำอะไรเปิ่นๆฮาๆก็ได้ครับภาคนี้ตัวละครหลักบางตัวอย่างกลุ่มลูกสาวดูจะเหมือนจะโดนลดบทบาทลงไปนิดหน่อยหนังจะเน้นไปที่ประเด็นเรื่องราวความรักของมิสเตอร์กรูว์มากกว่าความสนุกส่วนใหญ่ของหนังจะมาจากเจ้าพวกมินเนี่ยนเป็นส่วนใหญ่ครับแต่ผมกลับไม่รู้สึกรำคาญกับมุกตลกของพวกมันเลย เพราะมันตลกจริงๆส่วนเรื่องแอคชั่นการผจญภัยในตอนท้ายเรื่องก็ดูสนุกดีครับแต่ถ้าเอาไปเทียบกับภาคแรกผมว่ายังสนุกไม่เท่าภาคแรกสักเท่าไร

มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด 2 จะตลกขนาดไหนนั้นผมแนะนำให้ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองกันดีกว่าครับ เริ่มฉายแล้วในโรงภาพยนตร์บ้านเราตั้งแต่วันที่ 4กรกฎาคม 2556 ที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนี่เอง




54019406 น.ส.ศิรประภา สมพันธ์  RTV
54049237 นายเนติรัตน์ ท้าวนิล       PR



Create Date : 30 กรกฎาคม 2556
Last Update : 30 กรกฎาคม 2556 22:17:30 น.
Counter : 1796 Pageviews.

0 comment

อ้วนจัง สมุทรปราการ
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]