โรงพยาบาลนมแม่นั้น...สำคัญไฉน

พอรู้ว่าตั้งครรภ์แม่ก็เริ่มมองหาโรงพยาบาลที่จะไปฝากครรภ์ โดยมีข้อกำหนดอยู่ว่า

1. หมอที่ฝากท้องต้องเก่ง เย็บแผลสวย

2. ไม่ไกลจากบ้าน

3. เป็นโรงพยาบาลที่สนับสนุนการเลี้ยงด้วยนมแม่

สุดท้ายคำตอบก็มาลงที่ "โรงพยาบาลลาดพร้าว"

...ทำไมต้องนมแม่?????

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่านมแม่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่า อุดมไปด้วยพรีไบโอติกส์ ภูมิคุ้มกัน สารเพิ่มความรัก (ให้นมไปมองหน้ากันไป เราจะรักกันมากขึ้น แม่จะถ่ายทอดความอบอุ่นจากร่างกายไปให้ลูก สบตากัน คุยกัน สร้างความผูกพันกันให้มากขึ้น) และที่สำคัญที่สุด ... ประหยัด....

ตอนที่แม่ออกมาจากห้องคลอดนั้น แม่ไม่ได้อยู่ชั้นเดียวกับลูก เพราะห้องเต็ม และที่นี่มีกฎไม่ให้นำเด็กออกจากชั้นเนิร์สเด็ดขาด ดังนั้นแม่จะไม่ได้ให้นมลูกและจะไม่ได้เจอหน้าลูกไปจนถึงเช้าอีกวันนึง เมื่อเป็นอย่างนี้แม่มือใหม่อย่างเราจะยอมได้เยี่ยงไร คุณพ่อและคนรู้จักได้เห็นหน้าลูกมากกว่าแม่อีก แม่เห็นครั้งเดียวตอนคลอดเสร็จ ดังนั้นแม่จึงรีบแจ้งความจำนงค์กับคุณพยาบาลทันทีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ห้องว่่างหรือมีคนย้ายออก ขอเราย้ายลงไปทันทีเลย และแล้วความหวังของแม่ก็สำเร็จแม่ได้ย้ายลงไปตอนประมาณหกโมงเย็น อุปสรรคของตอนย้ายคือการสื่อสารของพยาบาลกับแผนกเคลื่อนย้ายผู้ป่วยผิดพลาด แทนที่จะได้เตียงเข็นเรากลับได้นั่งรถเข็น 555 ผ่าคลอดลตอนเช้าเย็นได้ลุกยืนเลย ปวดแผลดีแท้ ตอนลงจากเตียงเป็นอะไรที่พะรุงพะรังมาก ทั้งน้ำเกลือ สายฉี่ พยาบาลพยุงสองข้าง โอ้ย!!!! น่าปวดหัวดีแท้ ลงมาถึงชั้นเนิร์สเจอสามีกำลังดูลูกอยู่มีการให้แวะดูลูกด้วย (คุณฝาชีขาาาา อิแม่ปวดแผลจะตายอยู่แล้วไม่มีอารมณ์แวะนะจ๊ะ) เข้าห้องเรียบร้อย แต่ทุกครั้งที่ลูกจะมา ห้องเนิร์สจะโทรมาบอกก่อนและให้เราปรับอุณหภูมิห้องเป็น 28 องศาก่อน  สักพักพยาบาลก็เข็นลูกเข้ามาให้ Oh!!! my baby สิ่งมหัศจรรย์น้อยๆมาถึงแล้ว คุณพยาบาลน่ารักมาก วันแรกก็นอนให้นม ภูผาเป็นเด็กกินจุ ดูดนมแรงมาก แม่ยังไม่มีมีนมหรอกคุณพยาบาลบอกไม่เป็นไร เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายแม่ผลิตน้ำนมออกมา แต่น้องจะไม่หิวเท่าไหร่เพราะห้องเนิร์สจะป้อนนมให้เอง เป็นนมผสมแต่ป้อนด้วยแก้วเพราะป้องกันน้องติดจุก (ประทับใจ) ที่นี่พยาบาลจะเข็นลูกมาให้ดูดเต้าทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อเป็นการกระตุ้นน้ำนม (ประทับใจอีกแล้ว) ทุกวันที่อยู่โรงพยาบาลทุกครั้งที่ลูกมาก็จะมีพยาบาลมาสอนการให้นมการจัดท่าลูก แรกๆนมแม่ยังน้อยและเหนียวอยู่เป็นที่ขัดใจภูผามากเค้าก็จะมีนมใส่แก้วมาอีกออนซ์นึง เผื่อให้อุ่นพุงน้อยๆ  สวรรค์ของแม่หมดลงเมื่อพ้นแรก (คืนแรกเนิร์สเลี้ยงลูกให้) เข้าวันที่สอง พยาบาลให้ลูกอยู่กับเรานานขึ้น จะเอาไปเฉพาะตอนอาบน้ำ ดังนั้นลูกจะได้ดูดนมเราทุกครั้งที่หิว ภูผานอนตอนกลางวันอย่างเดียวพอกลางคืนก็เล่นคอนเสิร์ตตลอดเป็นที่น่าปวดหัวมาก (คุณแม่มือใหม่ยากเกินจะรับไหว ดีนะที่มีคุณยายมาช่วย)

วันสุดท้ายจะมีการอบรมคุณแม่ การวินิจฉัยปริมาณน้ำนมแม่ โดยการชั้นน้ำหนักลูกก่อนกินและหลังกินนมเสร็จ เพื่อจะได้ดูว่าน้ำนมแม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกไหม อันนี้ภูผาสอบตกเพราะหลับตลอดปลุกไม่ตื่น 555 หมอให้ปั๊มนมกลับไปกินที่บ้าน แต่ปรากฎว่าหัวนมเราแตก หมอก็จะมาดูให้และสั่งครีมทาให้(ครีมที่หมอให้ใช้ดี แผลหายเร็วดี) แล้วก็มาหาสาเหตุว่าทำไมถึงหัวนมแตก ปรากฏว่าลานนมเรานิ่ม หัวนมสั้น (สั้นข้างยาวข้าง ไม่เท่ากัน) และลูกดูดผิดท่า นี่แหละที่บอกว่าโรงพยาบาลเค้าเน้นนมแม่ การเข้าเต้านี่สำคัญมากเป็นปัจจัยทำให้การให้นมแม่ล้มเหลว

อยากมีนมให้ลูกกิน ต้องมีวินัย เอาลูกเข้าเต้าอย่างสม่ำเสมอ น้ำอุ่นต้องกินตลอด และที่สำคัญต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะให้นมแม่

นมแม่...ดีที่สุด....จริงแท้แน่นอน




Create Date : 29 ตุลาคม 2558
Last Update : 29 ตุลาคม 2558 11:35:03 น.
Counter : 108 Pageviews.

0 comment
กว่าจะได้เจอกัน

เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นวันที่ได้รู้ว่ามีเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆได้มาอาศัยอยู่ในพุงอ้วนๆนี้

"ภูผา" แข็งแกร่งสมชื่อ เมื่อแรกท้องแม่ได้ไปเที่ยวประจำปีกับบริษัท และได้หลวมตัวไปดูดอกบัวผุด (Unseen Thailand นะเออ) ด้วยคำว่าแค่ 700 เมตรจากที่ทำการอุทยาน แต่จริงๆแล้ว 700 เมตรที่เขาว่าคือ ทางขึ้นเขาชัน เราจึงตกอยู่ในสถานการณ์ กลับไม่ได้ไปไม่ถึง ดังที่พี่เบิร์ดว่าไว้ เราค่อยๆไปจนสุดท้ายเราก็ถึงที่หมายจนได้ ภูผาเป็นเด็กปีแพะ แม่ว่าหนูคงไม่ใช่แพะธรรมดาแต่เป็นแพะภูเขา เพราะหนูปีนเขาตั้งแต่อยู่ในท้องเลยทีเดียว

Italian Lover..... เมื่อท้องภูผา แม่ชอบกินอาหารอิตาเลียนมากกก เนย ชีส แป้ง มาเลย แม่ไม่ยั่น และสิ่งเหล่านี้แหละที่มันย้อนกลับมาทำร้ายลูกของแม่ ทำร้ายอะไร? ยังไง? เดี๋ยวตอนต่อไปจะมาคุยต่อ

เด็กหัวสูง..... ภูผาเป็นเด็กหัวสูงแต่เด็ก...ที่แม่ตัดสินใจนัดคุณหมอผ่าคลอดเพราะลูกไม่ยอมลงเชิงกรานสักที ขนาดก่อนคลอด คุณหมอมาจับดูก็ยังไม่ยอมลงอีก

วันที่เราได้เจอกัน....ภูผาคลอดในตอนเช้าของวันที่ 3 กันยา ด้วยน้ำหนักที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป 3030 กรัม แถมมีบาดแผลที่หางคิ้วขวาเนื่องจากอุปกรณ์การแพทย์ วินาทีที่เจอกันลูกแม่เป็นอาตี๋น้อยผิวขาว (แม่กลัวมากว่าจะได้สีผิวพ่อมา ที่จริงแม่อยากได้ตาสวยๆของพ่อมานะแต่ลูกดั้นนนนหยิบเอาตาสองชั้นหลบในของแม่มา) ได้เจอกันซะทีนะเจ้าตัวน้อยของแม่

นักร้องนำประจำเนิร์ส.... ภูผาเป็นแพะขี้เซามากกกก ในวันแรกๆภูผาไม่ยอมตื่นมากินนมในตอนกลางวันเลย ทุกครั้งเราต้องพยายามปลุกแล้วปลุกอีกให้เจ้าตัวเล็กมากินนม แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าไหร่ แต่พอยามกลางคืนพ่อคุณจะตื่นมากินพร้อมกับเสียงร้องอันทรงพลัง (โตขึ้นแม่จะพาไปแข่งเดอะว๊อยซ์) และเสียงนี้แหละจะชวนเพื่อนพ้องในเนิร์สให้ร้องตามกันไป ทำให้พี่ๆพยาบาลคนสวยปวดหัวไปตามๆกัน เป็นที่รู้กันว่าเมื่อไหร่ที่ภูผาร้อง พี่สาวคนสวยจะเข็นภูผามาเปิดคอนเสริตที่ห้องแม่ทันที

เมื่อก่อนไม่เคยคิดเลยนะว่าจะมีใครกล้าตายแทนกันได้ แต่นับจากวินาทีที่ได้พบเจ้าตัวเล็ก แม่ก็รู้เลยว่าทั้งชีวิตนี้แม่สามารถยกให้หนูได้โดยไม่ลังเลเลย....แม่รักหนูมากนะครับ

..




Create Date : 29 ตุลาคม 2558
Last Update : 29 ตุลาคม 2558 11:35:40 น.
Counter : 321 Pageviews.

0 comment

moonoibeaver
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]