Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

2560 03 25 ว่ายน้ำเพื่อชีวิต งาน ๒๕ปีมรดกโลก ทำบุญต้นโพธิ์



 วันเสาร์ บ่ายสองโมง-บ่ายสามโมง วันดีเวลาดี ที่เราจะได้มาพบกัน ในรายการ " คุณหมอ ขอคุย (เรื่องดี ๆ ) "
สถานีวิทยุชุมชน เครือข่ายประชาชนกำแพงเพชร 100.25 mHz.
ดำเนินรายการโดย นพ.พนมกร ดิษฐสุวรรณ์
โทรศัพท์ร่วมแสดงความคิดเห็น และ สนับสนุนรายการ ได้ที่หมายเลข 055 - 714 417

วันเสาร์นี้ คุยกันเรื่อง
๑. ความรู้สุขภาพ :  ว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.461096180680581.1073741852.146082892181913&type=3

๒. ข้อคิดความเห็น เกี่ยวกับบ้านเรา : งาน ๒๕ปีมรดกโลก+ศิลป์ในสวนสเปเชียล  งานบุญสืบชะตาต้นโพธิ์ ( ปี ๕ )
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1647395115276158.100000170556089&type=3
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1645053698843633.100000170556089&type=3

๓. ข่าวสารการจัดงานในบ้านเรา :  

- เสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560 กำแพงเพชรเอฟซี – อยุธยาเอฟซี เริ่มแข่งขันเวลา 16.30 น. ประตูเปิดเวลา 15.00 น.
สนามชากังราวสเตเดี้ยม บัตรราคา 40 ,80 และ 100 บาท
https://www.facebook.com/310013279035452/photos/a.310586125644834.66584.310013279035452/1244959808874123/?type=3&theater

- วันเสาร์ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๐ (เสาร์ที่สองและที่สี่ของเดือน) เวลา ๑๖.๐๐– ๒๑.๐๐ น. ถนนคนเดิน “ฅนกำแพง”
http://on.fb.me/24Aq5a8
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1313045535377786.1073742195.100000170556089&type=3

- วันที่ ๓๑ มีนาคม – ๒ เมษายน ๒๕๖๐ งาน “ ๒๕ปี มรดกโลก ““วิถีถิ่นวิถีไทย เชื่อมสายใยสู่อาเซียน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก”และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒ เมษายน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ (เรือนไทย)  และ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
ศิลป์ในสวนสเปเชียล https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1646557692026567.1073742278.100000170556089&type=3

- วันอาทิตย์ ๒ เมษายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๐๙ – ๐๘.๐๙ น. พิธีทำบุญ สืบชะตาต้นโพธิ์ หน้าเมืองกำแพงเพชร (บวชต้นโพธิ์) เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปีที่ ๕  (ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง) ณ ลานโพธิ์ เทศบาลเมืองกำแพงเพชร
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1636494783032858.1073742272.100000170556089&type=3

- วันเสาร์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๔.๐๐ น. พิธีรดน้ำขอพรแสดงกตเวทิตา คุณครู โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม (วัชร-นารี) ปีที่ ๗ ณ ลานธรรม โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1634390563243280.1073742271.100000170556089&type=3

”””””””””””””””””””””””””””””
- เชิญร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี จ.กำแพงเพชร  ณ วัดพระบรมธาตุ นครชุม
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1110300495652292.100000170556089&type=3
- เชิญร่วมสนับสนุน สถานีวิทยุเครือข่ายประชาชนกำแพงเพชร ( สคพ. ๑๐๐.๒๕ MHz)    
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1240372449311762.100000170556089&type=3
- เชิญร่วมบริจาค จักรยาน (ใหม่-เก่า) โครงการ “สองล้อเพื่อน้อง ของขวัญเพื่อโลก" @ กำแพงเพชร
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1133734349975573.100000170556089&type=3
- เชิญร่วมบริจาคโลหิต  ณ ห้องรับบริจาคโลหิต ตึก 3 ชั้น 2 รพ.กำแพงเพชร ทุกวัน เวลา 08.30 - 16.00 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)  สอบถามรายละเอียด โทร 055 - 714 223 - 5 หรือ 081- 443 2550
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.482651328417215.132977.100000170556089&type=3
- ตลาดเกษตรกร หน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ทุกวันศุกร์ เวลา ๐๗.๐๐ - ๑๗.๐๐ น
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.625007547622776.1073741882.146082892181913&type=3
- ท่องเที่ยวเทศบาลเมืองฯ ด้วยรถไฟฟ้า จุดขึ้นรถบริเวณลานโพธิ์ ไม่ต้องจองล่วงหน้า และ ฟรี   
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.611450205645177.1073741877.146082892181913&type=3
- ชิมชมช๊อป OTOP กำแพงเพชร ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชุน "ศูนย์โอทอป สาขาในเมือง" ติดกับ สนง.เกษตร จ.กพ (สามแยกหน้าวิทยาลัยเทคนิค) เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. โทร 086 515 6596
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.474248506032015.1073741854.146082892181913&type=3
””””””””””””””””””””””””””””””

๑. ความรู้สุขภาพ :  ว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
จากข้อมูลอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ ของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2548-2557) มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตแล้ว 11,771 คน เฉลี่ยปีละ 1,291  คน หรือ เฉลี่ยวันละเกือบ 4 คน  เฉพาะในช่วงปิดเทอม 3 เดือนมีนาคม-พฤษภาคม  มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงถึง 442 คน (เฉลี่ยวันละ 5 คน)    เพศชายมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเพศหญิง ประมาณ 2 เท่าตัว  
แหล่งน้ำที่มีเด็กเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำสูงที่สุด คือ แหล่งน้ำธรรมชาติใกล้บ้าน (ร้อยละ 49.4) รองลงมาคือ สระว่ายน้ำ (ร้อยละ 6.9) และอ่างอาบน้ำ (ร้อยละ 4.6)
เดือน มีนาคม - เมษายน ๒๕๕๘  มีเหตุการณ์เด็กจมน้ำ  ๔๗ ครั้ง เสียชีวิต ๔๕ คน บาดเจ็บ ๒๐ คน
ร้อยละ ๒๐ ของการเกิดเหตุ เป็นการจมน้ำหมู่
ร้อยละ ๑๐ เกิดในสระว่ายน้ำมาตรฐาน (บ้าน โรงเรียน โรงแรม)
เกือบครึ่งหนึ่ง เป็นเด็กอายุ ๕ - ๘ ปี
ประชาชนไทยประมาณร้อยละ 42  ยังมองเรื่องการตกน้ำ จมน้ำเสียชีวิตว่าเป็นเรื่องของเคราะห์กรรม ซึ่งข้อเท็จจริงนั้น การตกน้ำ จมน้ำเป็นเรื่องที่ช่วยกันป้องกันได้   ดังนั้น ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก อย่าปล่อยเด็กเล่นน้ำตามลำพัง  แม้ว่าจะเป็นแหล่งน้ำใกล้บ้านหรือแหล่งน้ำที่คุ้นเคยก็ตาม  โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจะจมน้ำง่ายแม้จะมีน้ำเพียงเล็กน้อย ควรสร้างรั้วล้อมรอบแหล่งน้ำและติดป้ายคำเตือน รวมทั้งการจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำ   ( ใช้วัสดุที่ลอยน้ำได้ เช่น ลูกมะพร้าวแห้ง แกลลอนพลาสติก ผูกเชือกติดกัน) สำหรับเด็กที่ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมทางน้ำ รวมทั้งผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็น แต่ต้องการลงเล่นน้ำคลายร้อน ควรสวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง  
หัวใจสำคัญของการป้องกันคือ เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปต้องได้เรียนว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด  ผลการประเมินการว่ายน้ำเป็นของเด็กไทย อายุ 5-14 ปี   ซึ่งมีกว่า 8 ล้านคน ในปี2556 พบว่า มีว่ายน้ำเป็น ร้อยละ 25 แต่สามารถว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดได้เพียงร้อยละ 4    
เด็กที่เรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด จะมีทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนถึง 21 เท่าตัว  และ มีทักษะการช่วยเหลือคนตกน้ำ/จมน้ำ สามารถแก้ไขปัญหาและการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนถึง 3 เท่าตัว   ดังนั้นการเรียนว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด เป็นมาตรการหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันการจมน้ำได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเรียน
เน้นให้เด็กรู้วิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำที่ถูกต้อง คือ เมื่อพบคนตกน้ำ  “ ต้องไม่กระโดดลงไปช่วย แม้จะว่ายน้ำเป็น  เพราะอาจถูกกอดรัดและจมน้ำเสียชีวิตพร้อมกันได้  วิธีการช่วยให้ยึดหลัก 3 อย่างคือ ตะโกน โยน ยื่น
- ตะโกน คือการเรียกให้คนมาช่วย และโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669    
- โยน อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว  เช่น เชือก ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า ขวดน้ำพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้  โดยโยนครั้งละหลายๆชิ้น  
- ยื่น อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ   
การฝึกว่ายน้ำให้กับเด็กจะช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางน้ำได้  แต่  หลักสูตรการเรียนว่ายน้ำของบ้านเรา มุ่งไปที่การเรียนว่ายน้ำให้เป็นมากเกินไป แต่ ลืมการสอนวิธีช่วยเหลือตัวเองในน้ำ เช่น การลอยตัวในท่าชูคอขึ้น และรู้จักจังหวะหายใจ เมื่อจมูกและปากอยู่เหนือพื้นน้ำ เพราะต่อให้ว่ายน้ำเป็น ส่วนใหญ่ว่ายไม่กี่ร้อยเมตรก็หมดแรง การลอยตัวรอให้คนมาช่วยจึงปลอดภัยกว่า เป็นต้น
สาเหตุที่ทำให้มีผู้จมน้ำเสียชีวิตมาก   มี 2 ช่วงคือ
1. ขณะอยู่ในน้ำ ซึ่งเด็กๆจะเล่นน้ำเป็นกลุ่ม พอมีเพื่อนจมน้ำก็จะลงน้ำไปช่วยกันเอง โดยไม่มีความรู้ในการช่วยที่ถูกต้อง จึงมักจะพบการเสียชีวิตพร้อมกันหลายคน   
2.การช่วยเด็กหลังนำขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 93 ยังเข้าใจผิด คิดว่าการอุ้มพาดบ่าและกระแทกเอาน้ำออกเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งในความจริง เป็นวิธีที่ผิด เนื่องจากจะทำให้ผู้จมน้ำ ขาดอากาศหายใจนาน


การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งสูงมากกว่า อุบัติเหตุจราจรถึง 2 เท่า การสอนเด็กให้ว่ายน้ำเป็น รู้จักวิธีการเอาชีวิตรอด และวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการป้องกันการจมน้ำของเด็ก
จากข้อมูลพบว่า เด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ว่ายน้ำเป็นร้อยละ 16.3 และเด็กส่วนใหญ่ไม่เรียนว่ายน้ำจนกว่าอายุ 9 ปีขึ้นไป ยิ่งไปกว่านั้นการเรียนว่ายน้ำในปัจจุบันของเด็กยังอยู่ในวงจำกัดเช่น สระว่ายน้ำที่มีอยู่มีจำนวนไม่มาก โอกาสในการเข้าถึงสระว่ายน้ำ ทัศนคติของผู้ปกครอง ขาดบุคลากรที่มีความรู้เกี่ยวกับทักษะความปลอดภัยทางน้ำ และการสอนว่ายน้ำที่มีอยู่ยังไม่เน้นในเรื่องของทักษะความปลอดภัยทางน้ำ วิธีการเอาชีวิตรอด และวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำซึ่งเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่จำเป็นที่เด็กควรจะได้เรียนรู้ ประกอบกับข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก ส่วนใหญ่เกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็ก การขาดทักษะการเอาชีวิตรอดและทักษะการช่วยชีวิตโดยมักจะพบบ่อยในกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี
ดังนั้นเพื่อเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยลดการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก สำนักโรคไม่ติดต่อจึงได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญการสอนว่ายน้ำ/Life Saving สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ฝึกสอนว่ายน้ำแห่งประเทศไทย สถาบันการพลศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กองพลศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม และศูนย์วิจัยเพื่อ สร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กโรงพยาบาลรามาธิบดี ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากองค์การอนามัยโลก จัดทำหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด (Survival Swimming Curriculum)และคู่มือการสอน สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปหรือบุคคลที่ไม่เคยเรียนหลักสูตรนี้มาก่อน โดยใช้หลักสูตรที่มีอยู่ของสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำเป็นพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำหรับครูผู้สอนใช้ประกอบการวางแผนและการจัดการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกัน
จุดมุ่งหมายของหลักสูตรฯ คือ เมื่อเรียนจบหลักสูตรผู้เรียนจะมีทักษะในการเอาชีวิตรอดในน้ำมีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ มีทักษะในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ และมีความสามัคคีและมีน้ำใจนักกีฬา หลักสูตรใช้ระยะเวลาในการเรียนทั้งหมด 15 ครั้งครั้งละ 50-60 นาที โดยแบ่งเป็นการเรียน 14 ครั้งและครั้งที่ 15 เป็นการวัดผลการเรียนการสอน การเรียนประกอบไปด้วยครูผู้สอน 1 คน ต่อนักเรียน 9-10 คน
หลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด (Survival Swimming Curriculum) ประกอบด้วยส่วนของเนื้อหาหลักสูตร และคู่มือการสอน ดังนี้
􀂃 เนื้อหาหลักสูตร แบ่งออกเป็น 3 หน่วยการเรียนคือ
หน่วยการเรียนที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ (Water Safety Knowledge) ใช้เวลาเรียน 1 ชั่วโมง เป็นการให้ความรู้และสอนให้เด็กรู้จัก
1) แหล่งน้ำเสี่ยงทั้งในบ้าน รอบบ้าน ละแวกบ้าน และในชุมชน
2) สภาพแหล่งน้ำ เช่น น้ำลึก น้ำตื้น น้ำวน ปรากฏการณ์ Rip Current
3) วิธีการลงและขึ้นแหล่งน้ำด้วยความปลอดภัย
4) ทักษะความปลอดภัยในกิจกรรมทางน้ำ (การปฏิบัติตามระเบียบการใช้สระว่ายน้ำ และกฎแห่งความปลอดภัยทั่วไป)
5) ความปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำ

หน่วยการเรียนที่ 2 การเอาชีวิตรอดและพื้นฐานการว่ายน้ำ (Swim and Survive) ใช้เวลาเรียน 10 ชั่วโมงเป็นการสอนให้เด็กมีทักษะ
1) การเอาชีวิตรอดในน้ำ โดยการลอยตัวทั้งการลอยตัวแบบนอนคว่ำ (ท่าปลาดาว ท่าแมงกะพรุน) การลอยตัวแบบนอนหงาย (แม่ชีลอยน้ำ) และการลอยตัวแบบลำตัวตั้ง (การลอยคอ การลอยตัวแบบลูกหมาตกน้ำ) การทำท่าผีจีน (Kangaroo jump) การใช้อุปกรณ์ช่วยในการเอาชีวิตรอด เช่นขวดน้ำดื่มพลาสติก รองเท้าแตะฟองน้ำ การเคลื่อนที่ไปจับอุปกรณ์ลอยน้ำในน้ำลึก และการเลือกใช้เสื้อชูชีพ
2) พื้นฐานการว่ายน้ำ ได้แก่การสร้างความคุ้นเคยกับน้ำ การหายใจในการว่ายน้ำ (Bobbing or Proper Breathing) การเคลื่อนที่ไปในน้ำ การกระโดดพุ่งหลาว และการเตะเท้าคว่ำแล้วพลิกหงายแล้ว พลิกคว่ำสลับกัน

หน่วยการเรียนที่ 3 การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ (Water Rescue) ใช้เวลาเรียน 3 ชั่วโมง เป็นการสอนให้เด็กรู้จักการร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ การช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำด้วยการโยนอุปกรณ์ เช่น ขวดน้ำดื่มพลาสติก ถังแกลลอน เสื้อชูชีพ และการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำด้วยการยื่นอุปกรณ์ เช่น Kick board ท่อ PVC ไม้พลอง กิ่งไม้ หรือ Swimming Noodle
ทั้งนี้จะเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเนื้อหาได้ผสมผสานการเรียนรู้ทั้ง 3 หน่วยการเรียนไปพร้อมๆ กันในแต่ละชั่วโมง โดยเริ่มเรียนจากเรื่องง่ายๆ แล้วค่อยเพิ่มระดับความยากให้มากยิ่งขึ้นและมีการวัดและประเมินผลอย่างเป็นระบบ

􀂃 คู่มือการสอน ประกอบด้วย 5 ตอนคือ
ตอนที่ 1 แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียนตามหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด เนื้อหาประกอบไปด้วยการจัดหลักสูตร ระยะเวลาการเรียนการสอน จำนวนครูผู้สอนกับผู้เรียน คุณสมบัติของครูผู้สอนคุณสมบัติของผู้เรียน และคุณลักษณะของแหล่งน้ำที่ใช้สอน
ตอนที่ 2 แผนการสอนรายชั่วโมง จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้และทักษะที่ครูผู้สอนจะดำเนินการสอนเป็นรายชั่วโมง
ตอนที่ 3 เนื้อหาการเรียนการสอน ประกอบด้วยรายละเอียดของเนื้อหาและขั้นตอนการฝึกทักษะต่างๆ ที่ครูผู้สอนจะดำเนินการสอน
ตอนที่ 4 อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน เนื้อหาแสดงถึงจำนวนและชนิดของอุปกรณ์/สื่อที่ใช้ รวมทั้งตัวอย่างภาพที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน
ตอนที่ 5 การประเมินผล ผู้เรียนจะถูกวัดผลเป็นระยะๆ ตลอดหลักสูตร ตามแบบประเมินผลการเรียน หากทักษะใดไม่ผ่านให้มีการวัดผลใหม่อีกครั้งในชั่วโมงที่ 15 ทั้งนี้ผู้เรียนจะต้องมีเวลาเรียนในหลักสูตรนี้ ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง (ร้อยละ 80) ของเวลาเรียนตามหลักสูตร จึงจะมีสิทธิสอบประเมินผล เกณฑ์การประเมินผลแบ่งออกเป็น 5 ระดับคือ ระดับ A, B, C, D และ F ผู้ที่สอบผ่านคือเด็กที่ผ่านตามเกณฑ์การประเมินผลตามแบบประเมินผลการเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 (ระดับ D) และต้องผ่านทักษะการเอาชีวิตรอดโดยการยืนที่ขอบสระหรือบนแท่นกระโดด กระโดดลงน้ำลึก แล้วพลิกตัวลอยตัวอยู่ในน้ำได้อย่างน้อย 3 นาที ส่วนผู้ที่สอบไม่ผ่านคือเด็กที่สอบได้ต่ำกว่าร้อยละ 50 (ระดับ F) และไม่ผ่านทักษะการเอาชีวิตรอด หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเด็กที่สอบไม่ผ่านจะต้องกลับมาเรียนตลอดทั้งหลักสูตรใหม่

๒. ข้อคิดความเห็น เกี่ยวกับบ้านเรา :  
ศิลป์ในสวน ร่วมกับ ศูนย์จริยศึกษา สธ. สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.กพ และ อุทยานประวัติศาสตร์ กำแพงเพชร (๒๕ปี มรดกโลก)
# กิจกรรม”ศิลป์ในสวน” ทั้ง ๓ วัน ( ๓๑ มีค.- ๒ เมย.)
- นิทรรศการภาพถ่าย “งามล้ำ กำแพงเพชร”  ( ชมรมถ่ายภาพ จ.กำแพงเพชร )
- กิจกรรม “งานศิลป์ แผ่นดินกำแพง” ( ชมรมศิลปะ จ.กำแพงเพชร )
          - กิจกรรม ระบายสีน้ำ “ภาพประทับใจในอุทยานฯ”
          - กิจกรรม “ศิลาแลงสร้างภาพ”
          - กิจกรรม “ เล่าเรื่องเมืองกำแพงจากทรายแม่น้ำปิง”
- ภูมิปัญญาไทย ในพวงมะโหตร ... ( น้ำฝน @ไม้ไทยแกลอรี่ )
- รำลึก องค์พระภูมี ระบายสี รัชกาลที่ 9 .. ร่วมกันวาดพระบรมสาทิศลักษณ์ ( เผด็จ @ไม้ไทยแกลอรี่ )
- นิทรรศการ “ย่ามไทย” และภูมิปัญญาถิ่น ศิลปะการตัดกระดาษ (ครูดอกแก้ว @ร.ร.พิไกรวิทยา)
- งานศิลปะบนเปลือกหอย  (ครูวิทยา ร.ร.ทุ่งโพธิ์ทะเลพิทยา @Painting Gallery  )
- กิจกรรมประดิษฐ์โคมจีน ปลาคาร์ฟญี่ปุ่น จาก ร.ร.ทรัพย์สถิตย์วิทยาคาร
- กิจกรรม นิทานหรรษา และ ศิลปะสร้างสรรค์ จาก ร.ร.อนุบาลราชภัฏกำแพงเพชร โปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มรภ.กพ
- นั่งรถไฟฟ้า ชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ยามค่ำคืน พร้อม เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากมัคคุเทศก์น้อยและมัคคุเทศก์เชี่ยวชาญมรดกโลก  (ฟรี)
- ชิมชมช๊อบ สินค้าแฮนเมด เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร และ ร่วมทำกิจกรรม ประดิษฐ์ประดอยตกแต่งอย่างมีสไตล์เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร ไอเดียเริ่ด ไม่ว่าจะเป็น ถุงผ้าถุงขนมอาหารเครื่องดื่ม จาก เครือข่ายศิลป์ในสวน อีกเพียบ
# กิจกรรมพิเศษ เนื่องในโอกาส ครบรอบ ๒๕ ปี มรดกโลกกำแพงเพชร
วันศุกร์ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
- วงดนตรี “เครื่องสายผสมชมมรดกโลก”  จาก มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก
- การแสดงโขน ตอน "นางลอย" ดนตรีไทยและนาฎศิลป์ไทย จากวิทยาลัยนาฎศิลป์สุโขทัย

วันเสาร์ ๑ เมษายน ๒๕๖๐
- วงอังกะลุง "คณะ นิยมไทย " จาก ร.ร.ทรัพย์สถิตย์วิทยาคาร
- การแสดงมายากล "คณะ Smart Magic" จาก ร.ร.ทุ่งโพธิ์ทะเลพิทยา (ดีกรีรางวัลเหรียญทอง งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับประเทศ  พ.ศ.๒๕๖๐)
- การแสดง การต่อสู้โบราณ ชุด ยุทธศิลป์แผ่นดินสยาม มวยคาดเชือก ดาบสองมือ พลอง พลองไฟ
- การแสดงโขน ตอน "ถวายลิง ยกรบ ชูกล่อง" ดนตรีไทยและนาฎศิลป์ไทย จากวิทยาลัยนาฎศิลป์สุโขทัย

เสวนาวิชาการเรื่อง “๒๕ ปี มรดกโลกกำแพงเพชร”
วันศุกร์ที่ ๓๑ มีนาคม – วันเสาร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๐
ณ ห้องประชุมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
วันศุกร์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียนรับเอกสาร
๐๙.๓๐ – ๑๐.๐๐ น. การบรรยายพิเศษ เรื่อง “๒๕ ปีแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
ในฐานะเมืองมรดกโลก” โดย อธิบดีกรมศิลปากร (หรือผู้แทน)
๑๐.๑๕ – ๑๑.๐๐ น. การบรรยายเรื่อง “ศิลปะสกุลช่างกำแพงเพชร”
โดย นายภาคภูมิ อยู่พูล นักโบราณคดีชำนาญการ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. การบรรยาย เรื่อง “ศิลปะล้านนากับเมืองกำแพงเพชร”
โดย ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ นักวิชาการประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี
๑๓.๐๐ – ๑๖.๔๕ น. การเสวนา “เรื่องราวและเรื่องเล่า ในเมืองมรดกโลกกำแพงเพชร” วิทยากรโดย
นายสันติ อภัยราช    ผู้ทรงคุณวุฒิ จังหวัดกำแพงเพชร
นางอมรา ศรีสุชาติ นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ   ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณคดี (โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์)
นายปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ข้าราชการบำนาญ   อดีตผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ น่าน
นางธาดา สังข์ทอง หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
นางสาวปัฏฐยา โอฟริต มัคคุเทศก์เชี่ยวชาญมรดกโลก ดำเนินรายการ

วันเสาร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๐
๐๙.๐๐ – ๑๐.๓๐ น. เข้าเยี่ยมชมโบราณสถานเขตอรัญญิก (วัดช้างรอบ วัดพระสี่อิริยาบถ วัดพระนอน)
นำบรรยายโดย วิทยากร อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (เดินทางโดยรถไฟฟ้า)
๑๐.๔๕ – ๑๒.๐๐ น. ชมการบูรณะโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
กำหนดการ
“วิถีถิ่นวิถีไทย เชื่อมสายใยสู่อาเซียน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก”
และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒ เมษายน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม – ๒ เมษายน ๒๕๖๐
ณ พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ

วันศุกร์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
เวลา ๙.๐๐ -๑๖.๐๐ น. –กิจกรรมอบรมและสาธิตการแสดงหุ่นสำหรับเด็ก (Mommy Puppet)
เวลา ๑๖.๐๐ -๑๘.๐๐ น. - กิจกรรมตลาดอาหารพื้นบ้านเมืองกำแพงเพชร (ตลาดย้อนรอยชากังราว)
-กิจกรรมจัดนิทรรศการงานประณีตศิลป์ ร้อยดอกไม้ แกะสลักผลไม้ (วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร)
-กิจกรรมหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ของจังหวัดกำแพงเพชร (วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร)
-ชมนิทรรศการ“๒๕ ปีมรดกโลก เมืองประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” (อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)
-ชมนิทรรศการ “พระบิดาแห่งพลังงานไทย” (สำนักงานพลังงานจังหวัดกำแพงเพชร)
-กิจกรรมศิลป์ในสวน สเปเชียล สอนศิลปะ แสดงดนตรี สินค้าโฮมเมด แฮนด์เมด (กลุ่มศิลป์ในสวน)
-กิจกรรมออกร้านของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC (หอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร)
เวลา ๑๘.๐๐ – ๒๐.๐๐ น -กิจกรรมนั่งรถรางชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรยามค่ำคืน (อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)
เวลา ๑๘.๐๐ – ๑๙.๐๐ น. -พิธีเปิดงาน “๒๕ ปีมรดกโลก เมืองประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” (อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)
เวลา ๑๙.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. -ชมการแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ประกอบด้วย รำประเลง ระบำทวาราวดี
ระบำศรีวิชัย ระบำลพบุรี ระบำเชียงแสน ระบำสุโขทัย และการแสดงโขน นางลอย

วันเสาร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๐
เวลา ๙.๐๐ -๑๒.๐๐ น. -กิจกรรมอบรมและสาธิตการแสดงนาฏศิลป์ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
(ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดงประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)
เวลา ๑๖.๐๐ -๑๘.๐๐ น. - กิจกรรมตลาดอาหารพื้นบ้านเมืองกำแพงเพชร (ตลาดย้อนรอยชากังราว)
-กิจกรรมจัดนิทรรศการงานประณีตศิลป์ ร้อยดอกไม้ แกะสลักผลไม้ (วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร)
-กิจกรรมหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ของจังหวัดกำแพงเพชร (วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร)
-ชมนิทรรศการ“๒๕ ปีมรดกโลก เมืองประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” (อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)
-ชมนิทรรศการ “พระบิดาแห่งพลังงานไทย” (สำนักงานพลังงานจังหวัดกำแพงเพชร)
-กิจกรรมศิลป์ในสวน สเปเชียล สอนศิลปะ แสดงดนตรี สินค้าโฮมเมด แฮนด์เมด (กลุ่มศิลป์ในสวน)
-กิจกรรมออกร้านของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC (หอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร)
เวลา ๑๘.๐๐ – ๒๐.๐๐ น –กิจกรรมนั่งรถรางชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรยามค่ำคืน (อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)
เวลา ๑๙.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. -ชมการแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ประกอบด้วย รำฉุยฉายกิ่งไม้เงินทอง
ฟ้อนบายศรีสู่ขวัญ ฟ้อนเอ้ดอกคูณ เรือมจับกรับ มโนราห์เล่นน้ำ และการแสดงโขน ตอน ถวายลิง ยกรบ ชูกล่อง


วันอาทิตย์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๐
เวลา ๖.๐๐ - ๗.๑๙ น. - ถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์
เวลา ๗.๑๙ - ๗.๓๙ น. –พิธีทำบุญเนื่องในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี วันอนุรักษ์มรดกไทย วันที่ ๒ เมษายน
เวลา ๗.๓๙ - ๑๐.๐๐น. -ประธานในพิธีเปิดกรวยถวายพระพร และกล่าวอาศิรวาท
- การแสดงพิธีเปิด “รำถวายพระพร” ของนักเรียนชุมนุมนาฏศิลป์ ศูนย์จริยศึกษา สธ.กำแพงเพชร
- กิจกรรม“อิ่มบุญ อุ่นใจ นุ่งไทย ใส่บาตร” ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ จานวน ๖๒ รูป
เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. -พิธีมอบเกียรติบัตรให้นักเรียนที่ผ่านการฝึกหัดอบรมชุมนุมนาฏศิลป์ ศูนย์จริยศึกษา
สธ.กำแพงเพชร รุ่น ๑๗ โดยพระโสภณคณาภรณ์ มอบเกียรติบัตร และให้โอวาท
เวลา ๑๓.๐๐ -๑๖.๐๐ น. - กิจกรรมสาธิตและการแสดงหุ่นละคร (มหาวิทยาลัยนเรศวร)
เวลา ๑๖.๐๐ -๑๘.๐๐ น. - กิจกรรมตลาดอาหารพื้นบ้านเมืองกำแพงเพชร (ตลาดย้อนรอยชากังราว)
-กิจกรรมจัดนิทรรศการงานประณีตศิลป์ ร้อยดอกไม้ แกะสลักผลไม้ (วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร)
-กิจกรรมหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ของจังหวัดกำแพงเพชร (วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร)
-ชมนิทรรศการ“๒๕ ปีมรดกโลก เมืองประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” (อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)
-ชมนิทรรศการ “พระบิดาแห่งพลังงานไทย” (สานักงานพลังงานจังหวัดกำแพงเพชร)
-กิจกรรมศิลป์ในสวน สเปเชียล สอนศิลปะ แสดงดนตรี สินค้าโฮมเมด แฮนด์เมด (กลุ่มศิลป์ในสวน)
-กิจกรรมออกร้านของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC (หอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร)
เวลา ๑๘.๐๐ -๒๐.๐๐ น -กิจกรรมนั่งรถรางชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรยามค่ำคืน (อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)
เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๗.๓๐ น. - วงดนตรีไทยจากโปรแกรมดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร บรรเลงเพลงโหมโรง
เวลา ๑๗.๓๐ - ๑๙.๐๐ น. - การแสดงนาฏศิลป์ของนักเรียนชุมนุมนาฏศิลป์ ศูนย์จริยศึกษา สธ.กำแพงเพชร
เวลา ๑๙.๐๐ -๑๙.๓๐ น. -พิธีเปิดงานและมอบของที่ระลึกให้กับผู้มีอุปการคุณและตัวแทนนักแสดงอาเซียน
กล่าวรายงานโดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
ประธานกล่าวเปิดงาน
การมอบโล่เกียรติคุณให้กับหน่วยงานที่สนับสนุนงบประมาณดำเนินงาน
การมอบของที่ระลึกให้วิทยากรจากประเทศอาเซียน
การมอบโล่นักเรียนดีเด่น ให้กับนักเรียนชุมนุมนาฏศิลป์ ศูนย์จริยศึกษา สธ.กำแพงเพชร

เวลา ๑๙.๓๐ - ๒๒.๐๐ น. -กิจกรรม “การแสดงนาฏศิลป์อาเซียนเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”







Create Date : 27 มีนาคม 2560
Last Update : 27 มีนาคม 2560 15:02:56 น. 0 comments
Counter : 239 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 679 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]