Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง
Group Blog
 
All Blogs
 
ยาคุมกำเนิด แบบฉีด


ยาคุมกำเนิดแบบฉีด


ข้อแนะนำสำหรับสตรีที่ใช้ยาฉีดคุมกำเนิด

1. ภายใน 2 อาทิตย์หลังฉีดยาคุมกำเนิดครั้งแรก ควรใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น ถุงยางอนามัย หรือ งดเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เนื่องจากยายังออกฤทธิ์ไม่เต็มที่

2. ต้องฉีดยา เข้ากล้าม ตามกำหนด เช่น ทุก 1 เดือน หรือ ทุก 3 เดือน

3. อาจเกิดความผิดปกติของประจำเดือน เช่น นาน ๆ จึงมีประจำเดือน อาจมีปริมาณมากหรือน้อยกว่าปกติ หรือ ไม่มี-ประจำเดือนเลยก็ได้ ถ้าไม่แน่ใจว่ามีอาการเลือดออกผิดปกติ หรือไม่ ควรไปปรึกษาแพทย์

4. ถ้ามีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว ปวดขา เจ็บหน้าอก ต้องปรึกษาแพทย์

5. ตรวจร่างกายทั่วไป ปีละครั้ง

6. ถ้าต้องการมีบุตรอีก อาจจะต้องรอให้มีประจำเดือนปกติก่อน ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 12 – 16 เดือน



ประสิทธิภาพของยา

สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ประมาณ 99.5 %
( อัตราเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ ประมาณ 0.25 ต่อสตรี 100 คนที่ใช้ยานี้ติดต่อกันตลอด 1 ปี )



อาการข้างเคียง

ที่พบบ่อยคือ เลือดประจำเดือนออกผิดปกติ อาจออกมาก ออกนาน หรือ ออกกะปริบกะปรอย ก็ได้

หลังจากฉีดยา ไปแล้ว 9 – 12 เดือน จะพบอาการ ประจำเดือนขาด ได้

หลังฉีดยา อาจมีปัญหาเรื่อง มีบุตรยาก ภายหลังหยุดยาแล้ว 1 ปี สตรีมากกว่า 80 % สามารถมีบุตรได้



ข้อห้ามใช้ / ข้อควรระวัง
ในผู้ที่เป็นโรคตับ เบาหวาน โรคหัวใจ โรคเส้นเลือด เส้นเลือดดำอุดตัน โรคไต โรคภูมิแพ้ โรคลมชัก สตรีอายุมากกว่า 40 ปี มะเร็งเต้านม มะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ เนื้องอกมดลูก

ไม่ควรใช้ในสตรีที่ไม่เคยตั้งครรภ์ เป็นลมชัก หรือ ไมเกรน



การดูแลสตรีที่ได้รับยาคุมกำเนิด เป็นระยะเวลานาน

1. ซักประวัติโดยละเอียด โดยเฉพาะโรค หรือ ภาวะที่เป็นข้อบ่งห้ามใช้ยา

2. ตรวจร่างกายทั่วไป เช่น ชั่งน้ำหนักตัว วัดความดันโลหิต ดูว่าตาเหลืองตัวเหลืองหรือไม่ คลำตับ ตรวจเต้านม ต่อมทัยรอยด์ ตรวจหาเส้นเลือดขอด เป็นต้น

3. ตรวจภายใน เพื่อหาความผิดปกติต่าง ๆ เช่น เนื้องอกของมดลูก มะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ ตรวจว่าตั้งครรภ์หรือไม่

4. ตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ


หมายเหตุ

เรื่องนี้ ผมไม่ได้เขียนเอง ( น่าจะปรับปรุงนิดหน่อย) แต่จำไม่ได้ว่า นำต้นฉบับมาจากที่ไหน ... ถ้าใครพบว่า น่าจะเป็นต้นฉบับจากที่ไหน ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ


Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 19:28:43 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
BlogGang Popular Award#10


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 454 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
Friends' blogs
[Add หมอหมู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.