Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
16 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
หินปูนเกาะกระดูก - การนวดรักษา

ได้ดูรายการข่าวจากทีวีช่องหนึ่ง เสนอข่าวผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุทำให้เป็นอัมพฤกษ์บางส่วนของร่างกาย ทำงานหรือช่วยตัวเองมากไม่ได้เพราะมีหินปูนเกาะที่กระดูกรวมไปถึงใบหน้า ด้วยความสงสัยจะได้ค้นหาภาวะหินปูนเกาะกระดูกมาค่ะ


ภาวะหินปูนเกาะกระดูก จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อกระดูกมีความเสื่อม แตก หัก เสียหาย โดยร่างกายจะดึงแคลเซียมไปซ่อมแซมในส่วนนั้นๆ

ส่วนใหญ่แล้วการซ่อมแซมโดยธรรมชาตินี้มักจะทำให้รูปร่างกระดูกบริเวณนั้นเสียรูปทรง กลายเป็นแคลเซียมที่พอกพูนนูนผิดธรรมชาติ ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า Bony Spur หรือ Osteophyte แปลตรงตัวได้ว่า กระดูกงอก ซึ่งเป็นคนละอย่างกับหินปูนที่เกาะตามซอกฟันนะคะ


อันตรายจากภาวะกระดูกงอกที่อาจเกิดขึ้นได้ มีอาทิ กระดูกงอกทิ่มกล้ามเนื้อ กระดูกงอกทับหรือทิ่มเส้นประสาท ความรุนแรงขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิด ซึ่งอาจเกิดได้กับกระดูกทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่กะโหลกศีรษะ ลงมาถึงกระดูกแขน ขา ข้อต่อต่างๆ และซี่โครง เป็นต้น แต่ที่พบมากคือกระดูกไหล่และกระดูกสันหลัง เมื่อเกิดภาวะนี้คุณอาจต้องเจ็บปวดทรมาน เดินเหินหรือทำกิจกรรมต่างๆ ไม่สะดวก หากไม่รักษาปล่อยทิ้งเรื้อรังอาจทำให้อวัยวะนั้นๆ ใช้การไม่ได้เหมือนปกติ


วิธีสังเกตความเสี่ยง นอกจากความเจ็บปวดที่อาจเป็นสัญญาณเตือนแล้ว ให้ลองสัมผัสกระดูกส่วนต่างๆ ดูว่ามีการงอก ปูด โปนผิดปกติหรือไม่ หากสัมผัสพบความผิดปกติพร้อมความเจ็บปวด ควรพบแพทย์เพื่อเอ็กซเรย์ดูให้แน่ชัดค่ะ


ใครคือกลุ่มเสี่ยง

ร่างกายคนเราเริ่มมีการสะสมแคลเซียมตั้งแต่ครั้งเป็นตัวอ่อนในครรภ์ ถ้าไม่ได้รับปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอตั้งแต่เด็กโดยเฉพาะในเพศหญิงเมื่อถึงวัยหลังหมดประจำเดือน จะส่งผลกระทบโดยตรง เสี่ยงทั้งภาวะหินปูนเกาะกระดูก กระดูกพรุน และกระดูกเสื่อม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


วิธีป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงภาวะผิดปกติของกระดูกเมื่อถึงวัยสูงอายุ คือ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ตรวจค่าความหนาแน่นมวลกระดูกเสมอ และออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้กระดูกเก็บแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ


แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนวัยอื่นๆ จะไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงโรคกระดูก ยังมีอาการที่คล้ายกับหินปูนเกาะกระดูกเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น


วัยเด็กและวัยรุ่น : ในช่วงที่กระดูกเติบโตยังไม่เต็มที่หรือช่วงที่เด็กยังไม่หยุดสูง กระดูกจะยังมีความยืดหยุ่น หากได้รับแรงกระแทกหรือแรงดึงบ่อยๆ จากการออกกำลังกายอย่างหักโหม จะทำให้กระดูกข้อต่องอกและยืดผิดรูปจนเกิดความเจ็บปวดหรือเคลื่อนไหวลำบาก หากไม่รีบทำการรักษาจะทำให้โครงสร้างร่างกายส่วนนั้นๆ ผิดปกติได้


วัยทำงาน : วัยที่ร่างกายแข็งแรง กระดูกเติบโตเต็มที่ มักเกิดความเสี่ยงจากการทำงานมากกว่าสาเหตุอื่น คือเป็นกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม ที่คนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มักเป็นกัน ทั้งอาการเจ็บตามไหล่ แขน ข้อมือ ซึ่งคนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นความผิดปกติของกระดูก แต่ความจริงแล้วเป็นอาการของกล้ามเนื้ออักเสบมากกว่า แต่คนวัยนี้ก็มีเปอร์เซ็นต์การเกิดหินปูนเกาะกระดูกได้ (แม้จะน้อยมาก) โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกายหรือขยับร่างกายน้อย


จะทำอย่างไรเมื่อหินปูนเกาะกระดูก

มีวิธีรักษาภาวะหินปูนเกาะกระดูกอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน คือ 1. ผ่าตัด 2. ให้ยาต้านการอักเสบ และ 3. การทำกายภาพบำบัด โดยหลักการรักษาจะเป็นแบบรักษาตามอาการ เมื่อเจ็บปวดจึงรักษา หมายความว่า แม้จะเอ็กซเรย์พบว่ามีหินปูนงอกจากกระดูกจริง แต่หากผู้ป่วยไม่มีอาการเจ็บปวดทรมาน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดหรือรักษา เพราะนั่นอาจจะให้เกิดความเสี่ยงอื่นตามมาได้ และนอกจากจะรักษาตามอาการแล้ว ต้องพิจารณาว่าอาการนั้นเกิดขึ้นกับกระดูกส่วนไหน ส่งผลต่อร่างกายมากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินความเหมาะสมในการรักษาต่อไป


ส่วนเรื่องระยะเวลานั้น บางรายอาจรักษาด้วยการกินยาเพียงสัปดาห์เดียวก็หาย ในขณะที่บางคนต้องผ่าตัด บางรายอาจแค่ทำกายภาพบำบัด หรือบางคนอาจเจอแจ๊คพอตรักษาทั้ง 3 วิธี ขึ้นอยู่กับอาการและวิจารณญาณของแพทย์ แต่ที่มีการโฆษณาออนไลน์ว่ามีตัวยาช่วยละลายหินปูนเกาะกระดูกได้นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขออย่าหลงเชื่อและหามาใช้ผิดๆ เพราะอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี


แหล่ง “แคลเซียม” จากอาหาร

แคลเซียมมีบทบาทสำคัญมาก เพราะเป็นสารอาหารประเภทเกลือแร่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พบในร่างกายมนุษย์ผู้ใหญ่มากถึง 1.5-2 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว และ 99 เปอร์เซ็นต์ปรากฎอยู่ในรูปของกระดูกและฟัน หลังจากร่างกายดูดซึมแคลเซียมแล้วจะลำเลียงไปเก็บที่กระดูก และเมื่อใดที่แคลเซียมในเลือดต่ำ ทั้งไม่ได้รับเพิ่มเติมอย่างเพียงพอจากอาหาร แคลเซียมในกระดูกจะถูกดึงออกมาใช้ทดแทน เป็นจุดเริ่มต้นของโรคกระดูกมากมายตามมา


อาหารไทยโดยส่วนใหญ่แม้จะมีปริมาณแคลเซียมที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่ถึงขั้นเพียงพอต่อความต้องการ (อ่านปริมาณแคลเซียมที่ต้องการในแต่ละวัยได้ในเล่ม) ผู้บริโภคต้องได้รับแคลเซียมจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะนม หรือผลิตภัณฑ์จากนม การดื่มนมวันละ 2 แก้ว แก้วละ 200 มิลลิลิตร จะให้ปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอต่อความต้องการในหนึ่งวันค่ะ


นอกจากนมแล้ว ยังมีแหล่งแคลเซียมที่ดีอีกมากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้หรือดื่มนมวัวไม่ได้ เพราะขาดเอนไซม์ย่อยน้ำนม อาหารจึงเป็นหนทางสำคัญในการนำแคลเซียมสู่ร่างกาย (ดูตารางอาหารที่ให้แคลเซียมได้ในเล่ม)


สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมคือ การบริโภคแคลเซียมจะได้ผลดีที่สุดก่อนอายุ 30 ปี หลังจากนั้นแคลเซียมที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายจะมีผลเพียงแค่ซ่อมแซม ไม่ใช่สร้างเสริมอีกต่อไป อย่ารอให้กระดูกเสื่อมเสียก่อนแล้วค่อยมารักษา เรื่องแบบนี้กันไว้ย่อมดีกว่า

ขอบคุณข้อมูล : health&cuisine - สำนักข่าวไทย

โดยคุณ:ฟากฟ้าทะเลฝัน (ทีมงาน TeeNee.Com)


----------------------------------------------------------------------------------


พอจะเข้าใจแล้วว่าอาการของโรคมันเป็นเช่นนี้เอง เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาจินได้พาคุณแม่ไปนวดเขี่ยเส้น เพื่อคลายเส้นที่ตึงจากการทำงานของคุณแม่ ทำให้ปวดช่วงเอวลงไปที่ขา เพราะคุณแม่ช่วยจินทำโปสการ์ดนั่งเอง ลุงหมอได้นวดเขี่ยเส้นให้คุณแม่ จินก็ถามอาการว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า? ลุงหมอก็บอกว่าไม่มีอะไรมาก มีแต่เส้นมันไปกองๆ เป็นกระจุกที่ช่วงก้นก้บเลยเขี่ยออกมา ช่วงที่นวดก็คงจะเจ็บตามอาการของคนโดนเขี่ยเส้น แม่ก็ร้องโอดโอยตามระเบียบเหมือนทุกครั้ง หลังจากการนวดไปราวๆ 1 ชม. ลุงหมอก็ให้แม่ลุกขึ้นมาเดินดูว่ายังปวดอยู่หรือเปล่า? แม่บอกไม่ปวดแล้วค่ะ แต่เจ็บรอยที่โดนเขี่ยเส้นตามปกติ ลุงหมอก็ให้ยาสมุนไพรมารับประทานตามปกติ (แม่จะเจ็บรอยที่โดนนวดประมาณ 2-3 วันก็หายเป็นปกติค่ะ)



จินสังเกตว่าบริเวณน่องของแม่จะมีปุ่มเส้นเลือดนูนๆ ขึ้นมาอยู่อันหนึ่ง แม่บอกว่าเมื่อก่อนขี่มอเตอร์ไซด์แล้วสตาร์ทเครื่อง ดันเอาน่องไปโดนกับคันสตาร์ทเลยทำให้เกิดเส้นเลือดปูดขึ้นมา ส่วนเส้นเลือดฝอยอันอื่นๆ ที่ปูดๆ ออกมาก็ตามสภาพร่างกายและอายุค่ะ แต่พอหลังจากที่คุณแม่ไปนวดกับลุงหมอกลับมาไอ้ตัวที่ปูดๆ ออกมาซึ่งมีลักษณะแข็งๆ ด้านๆ ได้อ่อนลงและยุบลงไปค่ะ แต่ถ้าห่างจากการนวดเขี่ยเส้นไปนานๆ ก็มีนูนกลับมาบ้างค่ะ รอยเส้นเลือดฝอยที่น่องแม่ก็จางไปเยอะสังเกตดูไม่เห็นชัดแล้ว การนวดก็คงจะทำให้เลือดลมเดินสะดวกขึ้น


บางคนไปนวดกลับมาสงสัยว่าทำไมนวด 2-3 ครั้งแล้วยังไม่หายขาด มันก็แล้วแต่อาการของแต่ละคนนะคะ มันเอามาเทียบว่าจะต้องเหมือนกันทุกคนไม่ได้ คนที่นอนเฉยๆ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาษ ยังต้องมีการขยับแขนขาเลย นับประสาอะไรกับคนปกติธรรมดาอย่างเราๆ มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ยกนั่น ทำนี่ ขนาดจินเองนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดก็ยังมีอาการเลย ก็มีบางครั้งก็ยอมทนเจ็บให้ลุงหมอเขี่ยให้ค่ะ (แค่เขี่ยทีน้ำตาแทบปริ แต่สุดท้ายก็หายเป็นปกติค่ะ) ส่วนมากก็จะตรงข้อมือ ศอก - ส่วนนี้จะวางกับที่วางแขนของเก้าอี้ตลอด สังเกตหากวันไหนนั่งทำงานนานๆ มันจะเกิดอาการชา เอาแขนไปโดนอะไรจะรู้สึกจี๊ดๆ พอเอามือไปเขี่ยเส้นเอ็นแถวๆ ข้อศอกรู้เลยค่ะ เป็นเพราะเราวางแขนไว้นานๆ จินเลยจะต้องหาเบาะหรือผ้าหนาๆ มาพันที่วางแขนของเก้าอี้ทำงาน


เออ....ออกนอกนอกเรื่องไปตั้งนานกลับมาเรื่องหินปูนเกาะกระดูกกันต่อค่ะ ขณะที่ลุงหมอได้นวดคุณแม่ จินก็ถามลุงหมอว่าไอ้อาการหินปูนเกาะกระดูกเนี้ยมันรักษาหายหรือเปล่าค่ะ?


ลุงหมอได้บอกว่าน้ำแคลเซี่ยมหินปูนทำให้เกิดกระดูกงอก รักษาให้หายด้วยการนวดได้ การนวดก็เป็นทางหนึ่งที่รักษาให้หายขาดได้ เมื่อก่อนก็มีคนมารักษา ลุงหมอได้นวดเขี่ยเส้นแล้วประคบด้วยลูกประคบร้อน + น้ำมันยาหม่องน้ำที่สกัดจากสมุนไพร ใช้เวลาระยะหนึ่งอาการก็จะดีขึ้น ด้วยทักษะการนวดและคุณสมบัติของสมุนไพรไทย นี่อาจจะเป็นอีกทางหนึ่งของการรักษาให้บรรเทาดีขึ้นหรือหายได้ค่ะ




Create Date : 16 กรกฎาคม 2552
Last Update : 29 สิงหาคม 2552 16:17:03 น. 15 comments
Counter : Pageviews.

 
โอ้ว น่ากลัวจิงๆ แฮะ สมัยนี้โรคเยอะจริงๆ


โดย: peeshin วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:24:37 น.  

 
อ่านแล้ว ตอนแรกนึกว่าเป็นหมอ หรือพยาบาลซะอีก 55 ที่แท้เป็นสาวเชียงใหม่ ที่ใจดี *-*


โดย: เอื้องผึ้งจันทร์ผา IP: 202.28.25.22 วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:16:12 น.  

 
ยิ้นดีจ๊าดนักเจ้า


โดย: JeaNie (CM-ThaiMassage ) วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:22:18 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ^ ^


โดย: bbr2003 IP: 222.123.99.239 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:20:01:54 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลและคำแนะนำที่ดีค่ะ หนูเองก็เพิ่งรู้ตัวเองว่าเป็นโรคนี้เหมือนกัน

ขออนุญาติแอดบล็อคนะคะ


โดย: ยัยหนูเจน IP: 222.123.251.140 วันที่: 14 ธันวาคม 2552 เวลา:0:13:04 น.  

 
^
^
ยิ้นดีจั๊ดนักเจ้า


โดย: JeaNie_cm-thaimassage IP: 112.142.56.235 วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:10:20:41 น.  

 
แม่อายุ 80 รักษามะเร็งปากมดลูกผ่านมา4 ปีแล้วค่ะ ตอนนี้ปวดเข่ามาก น้ำหนักตัวเยอะ ขาโก่งงอเดินลำบากมาก เคยกินยาประดงด้วย ไม่ทราบว่าจะเป้นผลมานากสเตียรอยจากยาด้วยเหรอเปล่าไปตรวจมาแล้วหมอบอกว่ามีหินปูนที่เข่า แล้วคนเป้นมะเร็งสามารถนวดหรือแช่น้ำอุ่นที่ขาได้หรือเปล่าค่ะได้ยินมาตลอดว่าห้ามนวดเด็ดขาด ตอนนี้ท่านเดินลำบากมาก แต่ก้อพยายามเดินออกกำลังกายเช้าๆๆทุกวัน


โดย: เอ้ IP: 124.157.141.166 วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:15:59:18 น.  

 
คุคุณเอ้ลองโทรไปปรึกษาอาการกับลุงหมอดูนะคะ ท่านน่าจะให้คำปรึกษาคุณเอ้ได้ตรงประเด็นค่ะ


โดย: jeanie (CM-ThaiMassage ) วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:15:48:28 น.  

 
แล้วอาการนิ้วล็อคจะรักษาให้หายล็อคได้ไหมคะ กรุณาให้เบอร์โทร.ลุงหมอด้วยค่ะ อยู่ม.เชียงใหม่ คงติดต่อไม่ยากนะคะ ขอบคุณมากค่ะ


โดย: กัญ IP: 202.28.24.226 วันที่: 23 กรกฎาคม 2553 เวลา:12:41:10 น.  

 
รุ่งได้อ่านประวัติของคุณลุงแล้ว ทำให้รุ่ง สนใจ เกี่ยวกับการนวดเขี่ยเส้นที่ท้อง มากเพราะ รุ่ง มีพี่สาวที่ป่วยเป็นโรคพากินสัน ซึ่งโรคนี้ม่ค่อยมีใครป่วยมากนัก ซึ่งคุณลุงก็ยังรู้จังวิธีการนวดรักษาโรคนี้ได้ดี รุ่งยิ่งยากจะพาพี่สาวไปรักษา กับคุณลุง เพราะอาารหนักสั่นทั้งตัวไปไหนมาไหนก็ลำบาก บางครั้งทำอะไรไม่หยุดนิ่งนิ่ง พูดก็ไม่ได้


โดย: รุ่งทิพย์ IP: 178.30.155.164 วันที่: 30 ธันวาคม 2553 เวลา:21:27:46 น.  

 
วันนี้แฟนหนูไปหาหมอมาแล้วหมอบอกว่าเป็นหินปูนเกาะกระดูกสันหลังค่ะหนูรู้สึกไม่สบายใจเลยค่ะหมอบอกว่าต้องผ่าตัดหนูควรทำอย่างรัยดีค่ะสิ่งที่กลัวคือกลัวแฟนเจ็บมากค่ะและแฟนกังวลมากเลยค่ะหมอให้ยามากินแล้วบอกว่าอีก3วันค่อยไปเอาที่คาดเอวค่ะแต่หมอบอกว่าก็ต้องผ่าตัดช่วยบอกหน่อยนะค่ะว่าต้องทำอย่างรัยบ้างขอบคุณค่ะ


โดย: ปัทมา พลชัย IP: 171.4.115.56 วันที่: 25 ตุลาคม 2554 เวลา:17:10:18 น.  

 
เเมื่อวานซืนเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ล้มทับตัวเอง ทำให้ข้อเท้าบวมมากแต่ก็ฝืนไปทำงานอีกแต่พอกลับมาถึงบ้านปรากฎว่าข้อเท้าบวมมากๆเวลานอนก็ลำบากอุตส่าห์ยกเท้าสูงแล้ว พอตอนเช้าก็ไปหาหมอ เอ็กซ์เรย์เท้าดูปรากฎว่าเป็นหินปูนเกาะกระดูกอยู่หมอบอกว่าไม่เป็นไร แต่เราก็เป็นห่วงตัวเองว่าจะเป็นอะไรมากหรือไม่ ถ้ามีใครเคยเป็นช่วยComment กลับมาด้วยนะจ้ะ


โดย: พัดชา IP: 171.5.16.67 วันที่: 19 ธันวาคม 2555 เวลา:14:21:05 น.  

 
แล้วลุงหมออยู่ทีไหน บอกด้วย ที sarinput@gmail.com จะเป็นพระคุณอย่างสูง ตอนนี้เป็นกระดูกงอกประมาณ 2-3 จุด ทีสะโพก แล้วก็กระดูกสันหลัง ขอที 4 และ 5


โดย: วาส IP: 124.122.50.82 วันที่: 22 พฤษภาคม 2556 เวลา:23:39:43 น.  

 
ขอเบอร์ติดต่อลุงหมอที่ว่าด้วยค่ะ พอดีเพิ่งตรวจแล้วเจอว่าเป็นแคลเซียมเกาะกระดูกคอ
ไม่อยากผ่าตัดค่ะ กลัวมาก รบกวนขอเบอร์ติดต่อด้วยค่ะ jantana.kai@gmail.com
ขอบคุณค่ะ


โดย: Kook IP: 182.52.18.48 วันที่: 25 กรกฎาคม 2556 เวลา:0:01:20 น.  

 

ไปทำMRI ผลบอกว่าแคลเซียมเกาะที่เส้นเอ็นหัวไหล่
ไม่ทราบว่าเหมือนกัยเกาะกระดูหรือเปล่า หมอให้ผ่าตัดขูดแคลเซียม ออก เป็นกังวลเหลือเกิน
ตอนนี้ก็ใช้แขนขวาจะไม่ได้อยู่แล้ว
ช่วยแนะนำด้วยค่ะ


โดย: เต้าเจียว IP: 103.10.228.114 วันที่: 10 ตุลาคม 2556 เวลา:17:41:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Haniba JeaNie
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




จุดเริ่มต้นของการทำบล๊อกเรื่องการนวดเขี่ยเส้น สาเหตุก็มาจากคุณแม่เกือบจะต้องผ่าตัดเพราะป่วยเป็น "โรคกระดูกทับเส้น" เกิดอาการชาตามแขนขา นั่งนานๆ ไม่ได้ ปวดต้นขาอยู่ตลอดเวลา

คุณแม่ท่านไปให้คุณหมอแผนปัจจุบันรักษามาก็หลายที่ แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้น ทั้งกินยา ทั้งฉีดยา ทุกวิธีที่เขาจะสรรหามารักษาคุณแม่ วิธีเหล่านั้นช่วยได้แค่ทำให้อาการปวดทุเลาขึ้น แต่ก็ไม่ได้หายขาด

จนมาวันหนึ่งได้ดู "รายการก่อนถึงจันทร์" มีลุงหมอคำมูล เข็มขาวมาออกรายการสาธิตวิธีการนวดเขี่ยเส้นแบบโบราณล้านนา จินยังจำวันนั้นได้ดีรู้สึกว่าเหมือนมีพระมาโปรดส่องทางสว่างให้จินกับคุณแม่ จินไม่รีรอรีบไปหยิบปากกาขึ้นมาจดเบอร์โทรศัพท์ (แอบดีใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าลุงหมอเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกัน) จนเช้าวันรุ่งขึ้นจึงไม่รีรอเลยที่จะกดหมายเลขโทรศัพท์ไปถามว่าบ้านลุงหมออยู่ที่ไหน ทางไปยังไง แรกๆ ไปก็มีหลงทางบ้างค่ะเพราะฟังแค่เสียงจากโทรศัพท์ที่ค่อนข้างจะอู้อี้เล็กน้อย แต่ด้วยความหวังว่าจะต้องพาคุณแม่ไปพบลุงหมอให้ได้ จะต้องงมหาทางไปยากขนาดไหนก็บ่อยั้นค่ะ ถามทางชาวบ้านไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็พบบ้านคุณลุงหมอ

เมื่อมีโอกาสได้พาคุณแม่มาหาลุงหมอแล้ว เหมือนยกภูเขาที่สะสมมานานยกออกจากอกในทันที จากความหวังว่าการผ่าตัดหลังคุณแม่เป็นวิธีสุดท้ายที่เหลืออย่างแน่นอน แม่จะต้องเจ็บแน่ๆ แล้วก็ต้องเสียเงินในการผ่าตัดก็ไม่น้อยชัวร์ ความคิดเหล่านั้นค่อยเริ่มๆ หายไป เมื่อคุณแม่ได้มาเจอลุงหมอแล้วทำการนวด ประคบด้วยสมุนไพรและเอายาสมุนไพรกลับไปทาน เพียงแค่การนวด 3 ครั้งอาการคุณแม่ดีขึ้นตามลำดับ โดยคุณลุงหมอได้นัดไปนวดวันเว้นวัน ถ้านวดยังไม่หายปวดคุณลุงหมอก็ใจดีนวดให้อีกจนคุณแม่รู้สึกดีขึ้นค่ะ

ตอนนี้คุณแม่อาการหายดีแล้วค่ะ แต่นานๆ ก็กลับให้ลุงหมอยกท้องให้เพราะคุณแม่ทำงานที่ก้มๆ เงยๆ บ่อยย่อมมีอาการปวดบ้างเป็นธรรมดา แต่ไม่ใช่ปวดเหมือนกับตอนที่ป่วย หากวันนั้นไม่มีโอกาสได้ดูรายการก่อนถึงจันทร์แล้ว คุณแม่ก็คงจะต้องเข้าโรงพยาบาลให้หมอผ่าตัดอย่างแน่นอนเลยค่ะ

ฉะนั้นบล๊อกเรื่องนวดเขี่ยเส้นจึงเป็นบล๊อกที่จะแนะนำเกี่ยวกับการนวดเขี่ยเส้นของลุงหมอคำมูล เข็มขาว ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับเส้นเอ็น เส้นประสาท อัมพฤกษ์ อัมพาต เบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูกต่างๆ หากคิดว่าการผ่าตัดเป็นทางออกสุดท้ายแล้ว ลองเข้ามาอ่านเนื้อหาก่อนก็ได้นะคะ บางทีวิธีนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้การรักษาโรคเหล่านั้นได้ผลมากกว่าการผ่าตัดด้วยค่ะ นวดแผนโบราณแบบล้านนา นวดประคบ และการทานยาสมุนไพร เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ....... JeaNie


หากมีคำถามสามารถเขียนอีเมล์มาหาจินได้ค่ะอีเมล์คือ
chinjin2@hotmail.com เผื่อบางทีไม่ได้เข้าบล๊อกบ่อยค่ะ
Google
Friends' blogs
[Add Haniba JeaNie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.