ฉันไม่ใช่คนดีแบบนางฟ้าหรอกนะ!!!!!
<<
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 สิงหาคม 2553
 
 

[Boy Love] เผลอใจรัก.........ตอนที่2

ร้านอาหาร "อร่อยเหาะ" เป็นร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ตรงปากซอยของคอนโดเม่น เดินมา5นาทีก็ถึง ถึงจะเป็นแค่ร้านอาหารตามสั่งไม่มีเมนูเลิศหรู ร้านก็ไม่ใหญ่ แต่ความอร่อยนั้น เป็นที่เลื่องชื่อนัก ป้านัน สาวโสดวัย52 เปิดร้านนี้มา20ปีแล้ว ทุกวันมีคนมาอุดหนุนเป็นจำนวนมาก เพราะผัดกระเพราของป้านันนั้นล้ำเลิศ ที่สุด!!

เม่นพามีนมาที่ร้านอร่อยเหาะ หลังจากที่เค้าแต่งตัวเสร็จ พออกมาจากห้อง เม่นก็เงียบมาตลอดทาง ตั้งแต่ลงมาจากลิฟท์ จนถึงเดินมาถึงร้านอาหาร มีนชำเลืองเม่น2-3ครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

"กะเพรา 2 ครับป้า" เม่นสั่งให้แบบเบ็ดเสร็จ เค้าเดินนำมานั่งที่โต๊ะตัวที่สุดกับตู้ปลาการ์ตูนที่ปลานันเลี้ยงไว้

"สวยดีเนอะพี่" มีนชวนคุยก่อน พลางมองปลาที่ว่ายไปมา

"..." เงียบ เม่นไม่ตอบ แต่ตาก็อยู่ที่ตู้ปลาเหมือนกัน

"พี่ชอบกินผัดกะเพราหรอ" มีนไม่ละความพยายาม ชวนคุยต่อ

"....." เงียบอีกครั้ง เม่นไม่แม้แต่มองหน้ามีน

"พี่" มีนเรียกร้องความสนใจอีกครั้ง แต่เม่นก็เงียบเหมือนเดิม

"พี่โกธรอะไรผมรึเปล่า ทำไมถามแล้วเงียบล่ะ" น้ำเสียงคนพูดค่อนข้างน้อยใจทีเดียว

เม่นละความสนใจจากตู้ปลา แล้วหันหน้ามามองมีนช้าๆ

"โกธรอะไรหรอ นายนี่เป็นจิ้งจกรึเปล่า อารมณ์ความรู้สึกถึงเปลี่ยนไวจัง"

"พี่โกธรอะไรล่ะ งงนะ"

"เมื่อกี้นายพูดอะไรก่อนออกจากห้องนอน กล้าพูดได้ยัง ไม่อายปากหรอ พอฉันออกมาจากห้อง ก็ทำยิ้มร่าเริง ชวนมากินข้าว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกของนายนี่มันไม่มั่นคงเลยนะ"

เม่นลืมตัวพูดเสียงดัง จนโต๊ะข้างๆหันมามอง เค้าเลยเงียบลง

"แล้วพี่โกธรอะไรล่ะ โกธรตรงไหนกันแน่ โกธรสิ่งที่ผมพูด หรือโกธรที่ผมทำเป็นลืมเรื่องที่พูดกันแน่"

มีนเสียงดังบ้าง เค้าก็แค่ไม่เข้าใจเม่น ที่เค้าแกล้งร่าเริง เปลี่ยนเรื่อง ก็แค่ไม่อยากทำให้เม่นอึดอัดใจ ..ก็แค่นั้น ไม่นึกว่าเม่นจะโกธรอะไรแบบนี้เลย

ส่วนเม่นพอเจอถามกลับแบบนี้ เค้าก็อึ้งๆไปเหมือนกัน เพราะจริงๆเค้าก็ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมต้องโมโหด้วย ก็แค่พอเค้าออกมาจากห้องนอน แล้วมีนทำเหมือนไม่เคยพูดอะไร ...แค่นั้นเอง

เม่นสับสนไม่รู้จะตอบว่าอะไร เลยเงียบไป เด็กในร้านอาหารยก ผัดกะเพรามาพอดี พอได้อาหารเม่นก็ตั้งหน้าตั้งตากิน มีนได้แต่มองเม่นที่อัดอาหารเข้าปากอย่างไม่เข้าใจ


-แต่ไม่ไปพันทิพย์ ไม่ไปพันทิพย์แน่เลย-

เสียงโทรศัพท์ของเม่นดังขึ้น เบอร์คนคุ้นเคยนั้นเอง

"ครับแม่......อยู่ครับ"

"เอ๊า" เม่นยื่นโทรศัพท์ให้มีน มีนรับมาอย่างร่าเริง เพราะว่าปลายสายคือใคร

"ฮะ ป้าพีท"

"ถึงปลอดภัยนะลูก" คุณนายพีทซักถามด้วยความห่วงใย

"ฮะ ยังครบ32อยู่" มีนพูดติดตลก คุณนายลูกพีทพลอยยิ้มขำไปด้วย

"พี่เม่นเค้าดูแลมีนดีไหมลูก"

"ไม่ดีเลยฮะ ทารุณผมสุดๆ ให้ผมนอนพื้นด้วยนะฮะ เตียงตัวเองใหญ่จะตายนอนได้สัก5คนมั้ง ใจร้ายสุดๆ"

ได้ทีมีนฟ้องใหญ่ เม่นนั้นตาโตแทบถลน ไม่นึกว่ามีนจะกล้าฟ้อง

"หา ให้นอนพื้นหรอ มาๆ ให้ป้าคุยกับเม่นหน่อย" มีนยิ้มอย่างเป็นต่อ แล้วส่งโทรศัพท์คืนให้เม่น เม่นโทรศัพท์มาอย่างละเหี่ยใจ

"ครับ แม่"

"นี่ๆ ทำไมไล่น้องไปนอนพื้นหา เจ้าลูกคนนี้นี่ เค้าเป็นเหมือนน้องนุ้ง แต่ก่อนตอนแกอยู่ที่นี่ น้องเค้าก็มานอนกับแกบ่อยๆ หนอน เดี๊ยวนี้ทำแบ่งชนชั้นหรอ นายเม่น"
คุณนายเม่นร่ายยาว เพราะไม่อยากให้ใครมาว่า ว่าเอาลูกเพื่อนไปลำบาก

"แต่ตอนนี้ ผมโตแล้วนะครับ" เม่นตอบอย่างเซ็งๆ

"ไม่ได้ น้องต้องได้นอนเตียง เข้าใจไหม เดี๊ยวพรุ่งนี้แม่จะโทรไปถามน้องอีกทีว่าแกไล่เค้าไปนอนที่พื้นอีกรึเปล่า เข้าใจนะ ไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่ เจ้าเม่น"

"เฮ้ออ ครับ" เม่นถอนใจ ก่อนจะตกปากรับคำอย่างเสียมิได้ ส่วนมีนนั้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะรู้ว่าเม่นรับปากเรื่องอะไร

เม่นกดวางโทรศัพท์ แล้วหันไปมองหน้ามีนที่กินข้าวเสร็จพอดี

'หมั่นไส้ชะมัด' เม่นคิด


"แสบจริงนะ ตอนเด็กๆไม่เห็นร้ายอย่างนี้เลย" เม่นว่าเข้าให้

"พี่ก็เหมือนกัน เมื่อก่อน ไม่เห็นเข้าใจยากแบบนี้เลย" มีนไม่ยอมแพ้

เม่นส่ายหัวไปมา เจ้าเด็กคนนี้รับมือยากกว่าที่คิดไว้แฮะ





....................




เม่นเปิดประตูเข้ามาในห้อง มีนเดินตามเข้ามาติดๆ เค้าอารมณ์ดีสุดๆ ฮัมเพลงมาตลอดทาง

"พี่จะให้ผมนอนฝั่งซ้าย หรือฝั่งขวาล่ะ" มีนแหย่เล่น

"นายจะนอนฝั่งไหนก็เชิญตามสบาย ฉันจะไปนอนที่ออฟฟิต " ว่าแล้วเม่นก็เอื้อมมือไปหยิบกุญแจรถที่อยู่บนหัวเตียง มีนตกใจรีบคว้ากุญแจรถตัดหน้าเม่น เอามากุมไว้แน่น

"พี่...พี่จะไปนอนที่ออฟฟิตหรอ ...ผมขอโทษ ผมนอนพื้นเหมือนเดิมก็ได้ พี่อย่าไปเลยนะ"
มีนพูดรัวเพราะกลัวเม่นจะไปจริงๆ

"ฉันไม่ได้โกธรอะไรนาย แต่ฉันต้องไปทำงาน ช่วงนี้ฉันทำเพลงให้วงน้องใหม่ของค่ายอยู่ เลยต้องนอนที่นั้นเลย ปกติห้องนี้น็ไม่ค่อยได้นอนหรอกนะ" เม่นอธิบาย

"ขอกุญแจรถคืนได้ไหม" เม่นยืนมือขอกุญแจคืน มีนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ก็ส่งกุญแจคืนให้แต่โดยดี

"แต่ ผม ไม่อยากอยู่คนเดียวนี่ พี่ไม่ไปไม่ได้หรอ" มีนก้มหน้า พูดเสียงสั่นๆเหมือนจะกระซิบ

"อย่ามางอแงน่า นายไม่ใช่แฟนฉันซะหน่อย อย่าร้องเลยฉันไม่สนใจหรอก "

พูดเสร็จเม่นก็รีบเดินออกจากห้องทันที

..สุดกลั้นแล้ว ตั้งแต่เจอกัน เม่นพูดจาทำร้ายจิตใจเค้าเยอะมาก แต่เค้าก็พยายามไม่ใส่ใจ ถึงคืนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็พอทำใจได้

แต่ แต่ ไอประโยคสุดท้ายเมื่อกี้ มันเกินไปจริงๆ มีนทรุดตัวร้องไห้อย่างไม่อายใคร ไม่นึกว่าประโยคสั้นๆจากปากของเม่น จะทำให้เค้าเจ็บหัวใจได้ขนาดนี้เลย




.............


"โทรมเชียวนะมรึง"

เสียงพี่อั๋นทักเม่นที่กำลังนั่งกินกาแฟอยู่ สีหน้าเม่นอิดโรย เหมือนคนนอนไม่พอจนพี่อั๋นอดทักไม่ได้

"เพิ่งมาหรอพี่" เม่นทักกลับ

"เออ กรูว่ากรูมาเร็วแล้วนะ มรึงมาเร็วกว่ากรูอีก ว่าแต่มรึงนัดไปพวกนั้นตอนบ่ายไม่ใช่หรอ มาทำไมวะตั้งแต่10โมง" พี่อั๋นถามพลางเขยิบเก้าอี้ นั่งลงข้างๆเม่น

"ผมมานี่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วพี่" เม่นสารภาพ

"อ้าว มรึงมาทำไม เมื่อวานไม่มีงานไม่ใช่หรอ กรูนึกว่ามรึงนอนตายอยู่ในห้องซะอีก"

"ห้องมันร้อนน่ะพี่ อยู่แล้วไม่สบาย มานอนนี่ดีกว่า" เม่นตอบทีเล่นทีจริง ที่อั๋นทำหน้างง เพราะไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ใส่ใจอะไรนัก ทั้งคู่ชวนคุยเรื่องนั้นนี้ไปเรื่อย ตามประสา

หลังจากนั่งกินกาแฟกันไปคุยกันไปเกือบครึ่งชั่วโมง พี่อั๋นก็ไปทำงาน ปล่อยเม่นนั่งปล่อยอารมณือยู่คนเดียวที่โต๊ะกาแฟ

"ป่านนี้ เจ้านั่นตื่นรึยังนะ" เม่นเผลอพูดสิ่งที่คิดออกมา ความจริงเค้าเป็นห่วงมีนมาก ไม่อยากให้อยู่คนเดียวเลย แต่เมื่อวานเค้าสับสนเกินไป อยากอยู่ไกลๆเพื่อระงับจิตระงับใจสักหน่อย

"เมื่อวานทำท่ายังกะจะร้องไห้ เป็นไรรึเปล่าก็ไม่รู้" เม่นทาทางไม่ค่อยสบายใจนัก พอเค้ามาถึงบริษัทเมื่อวาน เค้าก็นั่งๆนอนๆ คิดจนหัวแทบแตกว่าทำไมเค้าถึงหวั่นไหวง่ายขนาดนี้ พยายามที่สุดแล้ว ที่ระงับหัวใจตัวเอง พยายามมาตลอด10ปี ไม่คิดว่าจะมาสิ้นท่าง่ายขนาดนี้ เพียงแค่ได้เจอมีนอีกครั้ง เค้าคิดจนนอนไม่หลับ ทั้งสับสนตัวเอง ทั้งเป็นห่วงมีน ว่าจะอยู่คนเดียวได้ไหม หนังหน้าก็เลยโทรมจนพี่อั๋นทัก

เม่นคิดไปคิดมา เริ่ม จิตตก เค้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจจะโทรหาหนุ่มน้อยผู้อาศัย แต่ว่า....

"เชี้ยแล้ว ไม่รู้เบอร์นี่หว่า"

เม่นสบถกับตัวเอง ทั้งเค้าและมีนต่างไม่รู้เบอร์กันเลย ถ้าเค้าจะไปถามแม่ แล้วแม่ซักไซ้เรื่องราว รู้ว่าเค้าทิ้งมีนให้อยู่คนเดียว ได้เกิดเรื่องใหญ่แน่ เม่นคิดไปคิดมา เลยกดเบอร์ห้องตัวเอง

'วันนี้มีนไมมีสัมภาษณ์ที่โรงแรม คงยังอยู่ในห้องละนะ' เค้าคิด


"ตรู๊ดดดดด ตรู๊ดดดดดดดด ......"
เสียงเรียกครบ12ครั้ง จนตัดสายไป ไม่มีคนรับ เม่นแปลกใจ เลยกดดูอีกครั้ง ได้ผลเหมือนเดิม ไม่มีคนรับ เค้าลองอีก2-3หน ก็ไม่ได้ผล

"อะไรวะ ไปไหนเนี๊ย เฮ้อออ" เม่นร้อนใจ จนบ่นเสียงดัง

'ไม่ได้การแล้ว' เค้าคิด

'เกิดเจอโจรฆ่าปาดคอ หรือโดนรถชนจะทำไง เจ้านั้นยิ่งหน้าตาเหมือนผู้หญิงอยู่ด้วย ถ้าโดยขมขืนล่ะ โอ๊ยย ปวดกะบาล'

ยิ่งคิด เม่นก็ยิ่งเตลิด จนนั่งเก้าอี้ไม่ติด เค้าเดินไปมาเหมือนหนูติดจั่น ไม่รู้จะทำไงดี

"เอาวะ"

เม่นบอกตัวเอง แล้วรีบหยิบกุญแจรถ จุดปลายคือ ห้องของตัวเอง




......................


"น้ำมันหอย น้ำตาล ใบกะเพรา เนื้อไก่ ขาดอะไรอีกนะ" เชฟอนาคตไกลจากสงขลายืนเช็กของที่อยู่ในตะกร้า ที่เพิ่งมาจากชั้นวางของในซุปเปอร์มาเด็ตแถวคอนโด

"อืมม อ๋อ กระเทียม กับไข่ไก่ โอเค กลับไปทำกะเพาไก่ไข่ดาวได้แล้วว" มีนยิ้มกับตัวเอง พลางหาของที่จะทำอาหาร

...มีนเองเมื่อคืนก็นอนไม่หลับ เพราะทั้งโกธรทั้งเสียใจ ในคำพูดของเม่นมาก พออยู่คนเดียวในห้อง เค้าไม่มีอะไรทำ เค้าก็ไปหาอะไรอ่านที่โต๊ะทำงานของเม่น ที่มีทั้งเนื้อเพลงที่เม่นแต่งไว้ นักสือรถที่เม่นชอบอ่าน มีนดูไปเรื่อย ก้เปิดลิ้นชักดูบ้าง เค้าก็พบกับรูปสมัยเด็กของเค้าก็บเม่นอยู่ในนั้น

'เจ้าคนปากแข็ง'

มีนคิด แล้วมองรูปที่เม่นเก็บไว้ เค้าใจชื้นขึ้นมา เพราะรู้ว่าสิ่งที่เม่นพูดเมื่อวาน อาจจะไม่ตรงกับใจ

ตื่นมา มีนเลยอารมณืดี นึกอยากทำกับข้าวให้เม่นทาน เลยมาเลือกซื้อแต่เช้านี่เอง
มีนจ่ายเงินเสร็จ ก็หอบของที่ซื้อเดินกลับคอนโดอย่างอารมณ์ดี พอมาถึงเค้าก็เห็นร้านสะดวกซื้อที่อยู่ข้างล่างคอนโด มีนนึกอะไรขึ้นได้


"ซื้อไอติมดีกว่า พี่เม่นชอบกินรสชอกโกแลตนี่นา" มีนเดินเข้าไปในร้านแล้วมาหยุดตรงที่ตู้แช่ไอศรีม มองหาไอศรีมชอกโกแลต เหลืออยู่กล่องนึงพอดี มีนรีบยื่นมือไปหยิบ แต่ว่า มีอีกมือ มือนึงมาคว้าตัดหน้าไปซะก่อน มีรีบหันไปมอง รู้สึกโมโหชะมัด

"เราหยิบก่อนนะ" มีนพูดกับคนแปลกหน้าที่ขโมยไอศรีมไปต่อหน้าต่อตา

"เสียใจจ๊ะสาวน้อย หยิบก่อนได้ก่อนนะ"ชายหนุ่มหน้าลูกครึ่งฝรั่งพูดขึ้น เค้าชื่อ อีริก เป็นไทย-อเมกา พักอยู่คอนโดเดียวกับเม่นนั้นเอง อยู่เมืองไทยตั้งแต่เด็ก พูดไทยชัดแจ๋วเลยทีเดียว

อีริกคงคิดว่ามีนเป็นผู้หญิงแน่ๆ เพราะมีนนั้นน่าตาก็น่ารัก ตัวก็ผอมบาง แถมวันนี้ยังใส่เอี้ยมสีฟ้าตัวโคร่งกับเสื้อยืดหลวมๆ ทำให้ไม่เห็นสัดส่วนของผู้ชาย แล้วมีนยังคาดผมอีกตะหาก ถึงผมมีนจะไม่ยาวมาก แต่ก็มีหน้าม้า วันนี้อากาศร้อน เลยต้องคาดผมซะหน่อย

"แต่เราเห็นก่อนนะ" มีนไม่ยอม เค้าลืมประเด็น "สาวน้อย" ไปเสียสนิท เพราะสนแต่ไอศรีมเท่านั้น

อีรักไม่ใส่ใจ เค้าเดินไปที่แคชเชียรื เตรียมจ่ายเงิน

"เอาคืนมาเถอะนะ เราต้องการจริงๆ" มีนเปลี่ยนเสียง ยอมพูดดีๆกับคนแปลกหน้า เพราะเค้าอยากเอาไปให้เม่นจริงๆ

อีริกหยุดเดินแล้วหันมามองมีน
"โห ต้องการเวอรือ่ะ ชอบกินมากเลยหรอ" "เปล่า จะเอาไปให้.. ให้เพื่อนน่ะ" มีนตอบอายๆ

"อินเลิฟซะด้วย จะเอาไปให้แฟนหรอ" อีริกทำทะเล้นใส่มีน

"ไม่ต้องมาถามได้ไหม จะให้รึเปล่า" มีนชักยัวะแล้วสิ

"โอ๋ คนสวยอย่าโมโหดิ ยิ้มก่อนน๊า เดี๊ยวให้เลย" อีริกนึกสนุก แหย่เล่นใหญ่ เค้าคิดว่ามีนเป็นผู้หญิงจริงๆด้วย

"สวยบ้า สวยบอ อะไร ฉันน่ะเป็น..."

"มีน!" ไม่ทันที่มีนจะพูดจบประโยค ก็มีเสียงเรียกดังมาจากหน้าร้าน ...เม่นนั้นเอง

"อยู่นี่นี่เอง โทรหาเป็น10รอบแล้ว นึกว่าโดนฆ่าปาดคอซะแล้ว ขึ้นไปที่ห้องก็ไม่มีใคร โอ๊ยเหนื่อย" เม่นใส่เป็นชุด เพราะเค้าวิ่งตามหามีนอยู่ โชคดีจริงๆที่เจอ เค้าเดินเข้ามาหามีนที่ยืนอยู่ที่ตู้แช่ไอติม กับผู้ชายอีกคน


"ใครเนี๊ย" เม่นมองหน้าหนุ่มลูกครึ่ง ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

"พี่เม่นมาได้ไงเนี๊ย คือ มีนไปซื้อของมาน่ะ นี่ไง" มีนอวดของที่ซื้อมาใหญ่

"อ่ะ แฮ่ม สวัสดีครับ คุณเป็นแฟนของสาวน่ารักคนนี้หรอครับ เรากำลังต่อรองไอศรีมกันอยู่น่ะ" อีรักพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงฟังแล้วชวนกวนteen ทีเดียว

"บ้าหรอ แฟนอะไร เจ้านี้ เป็นผู้ชาย" เม่นรีบบอกปัด

"หา เป็นผู้ชายหรอ เฮ้ย ไม่เชื่อหรอก" อีริกไม่เชื่อจากใจจริง เค้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆมีน จนเจ้าตัวยังตกใจ

"เฮ้ยๆๆ ทำอะไรน่ะ" เม่นรีบดึงมีนออกมาให้อยู่ใกล้ตัว

"จะเชื่อรึเปล่ามันเรื่องของนาย ฉันไปล่ะ" เม่นพูดจบก็จับมือมีนเดินไปทางลิฟท์ มีนก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี

"ไม่เอาไอศรีมแล้วหรอ" อีริกเดินตามออกไปถึงลิฟท์ เค้าถามมีน คราวนี้น้ำเสียงเปลี่ยนไป ไม่กวนสักเท่าไหร่แล้ว

"เออ.. ไม่เอาแล้วขอบใจนะ" มีนตอบ สายตามองเม่นตลอด เม่นจับมือมีน ไม่ยอมปล่อยเลย

"หรอ...นายเป็นผู้ชายจริงๆหรอ" อีริกยังไม่ละความพยายาม เม่นเริ่มหงุดหงิดอยากไปเร็วๆให้พ้นตรงนี้สักที แต่ลิฟท์ยังไม่ลงมาเลย

"อืม ฉันเป็นผู้ชาย" มีนตอบ ลิฟท์มาพอดี เม่นดึงแขนมันเข้าไปในลิฟท์ อีริกรีบกดปุ่มเปิดค้างไว้

"อย่าเพิ่งไป ฉันแค่อยากจะบอกว่า ตอนแรกฉันคิดว่านายเป็นผู้หญิงเลยไม่ให้ไอศรีม ถ้ารู้ว่านายเป็นผู้ชายคงให้ไปแล้ว นายน่ารักมากๆเลยนะ"

จบประโยค เค้าก็ปล่อยมือ ปล่อยให้ลิฟท์ปิดไปตามระบบ





............................




ความรู้สึกของเม่นตอนนี้ คืออยากต่อยหน้าคนสุดๆ เค้าหันไปมองมีนที่ยืนนิ่งอยู่ข้าง อย่างไม่สบอารมณ์อย่าแรง เม่นปล่อยมือที่จับมีนไว้

"ดีใจมากสินะ" เม่นเริ่มก่อน น้ำเสียงประชดประชันสุดๆ

"ไม่ได้ดีใจสักหน่อย ตกใจตะหากล่ะ" มีนรีบบอก กลัวเม่นเข้าใจผิด

"ไอเราก็อุตส่าห์เป็นห่วง นึกว่าจะเป็นไรรึเปล่าถ้ารู้ว่าแฮปปี้อย่างนี้ คงไม่มาขัดจังหวะหรอกนะ" เม่นเริ่มพูดไม่หยุด จนเค้ายังแปลกใจตัวเอง

"ไปฝรั่งนั้นหล่อดีนี่ ไม่ไปเป็นแฟนกัยมันเลยล่ะ โหดีว่ะ มากรุงเทพครั้งแรกได้แฟนเลย"


"แฮปปี้อะไร ได้แฟนอะไร พูดอยู่ได้ไม่รู้เรื่อง คนเค้าอุตส่าห์ไปซื้อของมาทำให้กิน ยังจะว่าอีก เสียใจนะ" มีนงอน เม่นเลยหุบปากได้ซะที


..

"นี่.. ไม่ได้ชอบคนนั้นหรอ" เม่นไม่จบ แต่คราวนี้น้ำเสียงสงบลง

"ไม่ชอบ"!!" มีนตอบกลับอย่างรวดเร็ว นายเม่นยิ้มหน้าบาน มีนมองเห็นแล้วนึกหมั่นไส้ เลยแกล้งแหย่ ลิฟท์เปิดพอดี

"เอ หรือว่าจะชอบดีนะ หล่อดีเหมือนกัน" เม่นหุบยิ้มแทบไม่ทัน เค้าเดินออกจากลืฟท์ เปิดประตูห้องดัง 'โครม' มีนเดินตามเข้าดึงแขนเม่นไว้

"ผมไม่ชอบเค้าหรอก อย่าโกธรเลยนะ"

เม่นรู้สึกว่าตัวเองโดนปั่นหัวเข้าให้แล้ว

"เออ เออ รู้แล้ว ปล่อย ปล่อย"

เม่นทำเป็นสะบัดแขนออก แล้วเดินไปในครัว

"จะทำอะไรก็รีบทำ ฉันจะได้กินๆ จะไปทำงานแล้ว" เค้ารีบเปลี่ยนเรื่อง

"ก็เพิ่งกลับมาเอง จะไปอีกแล้วหรอ" มีนหน้าเบ้

"เฮ้อ ถูกทิ้งอีกแล้วหรอเนี๊ย" มีนพูดปนน้อยใจ

"ไม่หรอก เดี๊ยวคืนนี้ฉันนอนที่นี่ ไม่ไหว อยู่คนละที่กับนายแล้วจิตตก นอนไม่หลับ ขนาดเมื่อกี้นายออกไปข้างนอกแป๊ปเดียว ยังมีผู้ชายตามเลย"

เม่นบ่น แล้วเดินไปหยิบเบียร์กระป๋องในตู้เย็น เปิดดื่มอย่างกระหาย

"พี่เป็นห่วงหรอ"

"เออนะสิ"

มีนยิ้มหน้าบาน แล้วหันไปจัดแจงของที่ซื้อมาอย่างอารมณ์ดี เค้าเอาเนื้อไก่ล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นสไลด์อย่างรวดเร็ว เม่นยังอึ้ง

"โห เก่งนี่" เม่นถือกระป๋องเบียร์ มายืนดูใกล้ๆคนทำ

"แน่นอน ผมน่ะฝึกมาตลอดเลยนะ ผมต้องเป็นเชฟอันดับ1ให้ได้ พี่คอยดูนะ" มีนเล่าถึงความฝันด้วยตาเป็นประกาย

"ตอนแม่บอกฉันว่านายไปเป็นเชฟ ฉันล่ะไม่อยากเชื่อ เด็กที่ขี้แยคนนั้นจะกล้าถืออีโต้ สับไก่ ฉับๆ ขนาดนี้" เม่นยิ้มล้อเลียน

"อืมสิฮะ ตอนนั้นแค่เห็นหนูตาย ผมยังร้องเลย ขี้แยจะตาย" มีนพูดถึงอดีตบ้าง ทั้ง2คนหัวเราะร่มกันเมื่อนึกถึงอดีตที่ผ่านมา

"อืม...มีน เรื่องเมื่อคืน ฉันขอโทษนะ ฉันพูดแรงไปน่ะ"

เม่นรู้สึกผิดจริงๆที่เมื่อวานพูดจาเย็นชาเกินไป

"ช่างเหอะ ผมรู้ว่าพี่ไม่ได้พูดจากใจ ผมเห็นรูปในลิ้นชักแล้วนะ....รูปพี่กับผมน่ะ"

มีนหันมองมองเม่นอย่างคนรู้ทัน เม่นตกใจ รีบละล้าลังตอบแทบไม่ทัน

"มันติดมากับกระเป๋าเดินทางตอนมาที่นี่น่ะเลยเก็บไว้"

เม่นแถไปเรื่อย มีนอมยิ้มอย่างรู้ทัน


"ตอนนั้น....ตอนที่พี่มากรุงเทพ รู้ไหม ผมร้องไห้ไม่ไปไหนเป็นเดือนเลย รู้สึกเหมือน หมาถูกทิ้งเลย"

มีนหยุดงานในมือ แล้วหันมาจ้องตาเม่นอย่างจริงจัง จนเม่นรู้สึกหวามไปถึงหัวใจ

"ผมไม่เข้าใจ..ว่าพี่...ทำไมต้องทิ้งผมไป"

สิ้นคำถาม มีนเดินเข้าไปใกล้ๆเม่น จนหน้าแทบจะชนกัน เม่นตกใจ ปล่อยกระป๋องเบียร์ตกพื้น เค้ากระอักกระอ่วนใจกับคำถามนี่เป็นที่สุด แล้วยังท่าทางของมีนอีก

"เอ่อ อื้อ นาย เบอร์โทรนายอะไรหรอ วันนี้ที่เกิดเรื่องวุ่นขึ้น ก็เพราะเราไม่เบอร์กันนี่แหละ"

เม่นเดินไปที่โต๊อาหารนั่งลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นทำทาบันทึกเบอรื มีนเห็นก็อ่อนใจ....เม่นเปลี่ยนเรื่องอีกแล้ว

"080-546xxxx ฮะ ของพี่ล่ะ" มีนยอมเปลี่ยนเรื่องตาม
"081-8563xxx...โอเค มีอะไรก็โทรมานะ" เม่นกดบันทึกอย่างรวดเร็ว มีนยังยืนมองอยู่ที่เดิม โปรดิวเซอร์หนุ่ม ฝืนยิ้ม แล้วไปหยิบผ้ามาเช็ดที่พื้น ที่ตัวเองทำเบียร์หกไว้

มีนยืนมองเม่นที่ลุกเข้าเช้ดเบียรือยู่เบื้องหน้า อย่างท้อใจ เค้าไม่รู้จริงๆ ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ายังรู้สึกกับเค้าเหมือนเดิมรึเปล่า

...เพราะเมื่อไหร่ที่เค้าพยายามจะเปิดหัวใจนั้น เม่นก็จะพยายามปิดมันทุกที.....


"ยืนเหม่ออะไรครับคุณเชฟ ไม่ทำกับข้าวแล้วหรอ" เม่นร้องทัก

"อ๋อ อืม ไม่ลืมหรอก" มีนหันกลับไปหั่นไก่ต่อ เม่นพอเช็ดพื้นเสร็จ ก็เหลือบมองดูนฬิกาในครัว

"เฮ้ย เที่ยงแล้ว ต้องไปก่อนนะ เดี๊ยวค่อยกลับมากินมื้อเย็นละกัน ไปทำงานก่อน" เม่นวางผ้าขี้ริ้วไว้ที่เดิม แล้วเอามือปัดฝุ่นเบาๆที่เสื้อ

"ไปอีกแล้ว " มีนอดบ่นไม่ได้ เม่นหยิบโทรศัพทื และกุญแจรถ แล้วเดินออกไปทางประตู มีนเดินตามออกมาส่ง

"เออ ถ้าไปฝรั่งมันมาอีก ก็อย่าไปคุยกับมันล่ะ " เม่นรีบกำชับ

"ฮะ ฮะ รู้แล้วน่า ถ้าไม่ใช่พี่ ผมไม่เปิดประตูให้หรอก"

เม่นยิ้มพอใจในคำตอบที่ได้รับ เค้าเดินไปจากห้อง กดลิฟท์ มีนก้เดินเข้าห้องปิดประตู

ระหว่างรอลิฟท์ เสียงsms ของโทรศัพท์เม่นก็ดังขึ้น


...เค้าเปิดดูก็เจอกับข้อความ




"พี่รู้ใช่ไหม....ว่าผมรักพี่"





เม่นรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ทำไมเค้าจะไม่รู้ เค้านี่แหละรู้ดีที่สุด

เค้าหันกลับไปมองห้องของตัวเอง ที่ประตูปิดอยู่ ใจนึงก็อยากจะเปิดประตูเข้าไป ใจนึงก็อยากจะวิ่งหนีไปจากตรงนี้ให้พ้นๆ


-ติ้ง-

เสียงลิฟทื เรียกสติเค้ากลับคืนมา เม่นรีบเข้าไปในลิฟท์ ตอนนี้เค้าสับสนเกินไป ที่จะตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น


เดินออกมาก่อน ... น่าจะดีที่สุด





 

Create Date : 28 สิงหาคม 2553
0 comments
Last Update : 28 สิงหาคม 2553 19:38:45 น.
Counter : 1227 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

โคมัทซึ นานะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add โคมัทซึ นานะ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com