:: Japan Extra-Ordinary Trip :: ทริปญี่ปุ่นแบบขาดๆเกิน (3) ::
 2014.04.06
นี่วันแรกก็หลงซะแล้ว!!

วันนี้เรามีแพลนการเดินทางไปเที่ยวเกียวโตค่ะ ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าเลย
ตั๋วที่ไปแลกมาเมื่อคืนระบุ Tokyo – Kyoto ค่ะ เที่ยว 6:26 AM
นี่เลย วันนี้กับ Shinkansen N700 series : Hikari 501 ค่ะ

ผ่านร้านขายข้าวกล่องเยอะแยะมากมาย น่ากินทั้งนั้น แต่ไม่ไหวค่ะ ขอบาย
เช้าขนาดนี้ กินไม่ลงด้วยปริมาณมากขนาดนั้นค่ะ เลยได้มาแค่นม กะ ข้าวปั้นรองท้องไว้ค่ะ



แต่....
ไม่จบค่ะ นั่งรถไปโอซาก้า มันจะมีช่วงนึงที่ผ่านฟูจิซังค่ะ ((แถวๆสถานีชินฟูจิ))
แต่เราลืมไปว่าต้องนั่งด้านขวา เรานั่งด้านซ้ายค่ะ ลืมบอกคุณลุงด้วย อดเลยยยยยยยยยยยย TT__TT

ยังไม่พอ อากาศค่ะ ขมุกขมัวเชียว วันนี้จะรอดมั๊ยล่ะ







แล้วยังไม่จบอีก...ลืมลงที่เกียวโตค่ะ เลยต้องเลยตามเลยไปลงชินโอซาก้า สุดสาย ปลายทางไปโดยปริยายค่ะ ==,,
ทำไงได้ ถึงโอซาก้าแล้ว...ไปเอาเป้ไปฝากรร.ก่อนเลยละกัน ปรากฏว่าเดินอ้อมค่ะ วนซะครบรอบเลยทีเดียว
จริงๆออกจากสถานีชินโอซาก้า แล้วเลี้ยวไปทางขวา แล้วไปตามทางเรื่อยๆก็เจอค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
ถือเป็นการปรับสภาพขากันตั้งแต่เริ่มเลยค่ะ


วันนี้พักที่ Consort Hotel ค่ะ
เราจะพักที่นี่ สิริรวม 4 คืนนะคะ
เวปโรงแรมค่ะ : http://www.consort.co.jp/index.html ((หาหน้าเพจภาษาอังกฤษไม่เจออ่า))
เราจองผ่านอโกด้าเหมือนเดิมค่ะ จองก่อน จ่ายทีหลัง จ่ายวันที่ 1 เมษาค่ะ จองตั้งแต่ตอน พย. ปีที่แล้วค่ะ

ห้องพักค่ะ นอนสบายเลยค่ะ แต่รร.เปิดแต่ฮีตเตอร์ เราต้องแอบไปเปิดหน้าต่าง แง้มๆให้ลมเข้านิดนึงค่ะ >__<


เอาของมาฝาก แล้วก็...ไปเกียวโตกันค่ะ
((จริงๆยังเช็คอินไม่ได้ ฝากตรงเคาท์เตอร์นั่นแหละค่ะ ตอนเย็นกลับมาค่อยเช็คอินอีกทีค่ะ))

ไปสถานิชินโอซาก้าเหมือนเดิม แล้วไปจองตั๋วชินกังเซนไปเกียวโตค่ะ ^^ ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่งชม.ค่ะ
รถไฟธรรมดาไปเกียวโตมีค่ะ แต่นานหน่อย ขึ้นสาย Hankyu ไป เกียวโตค่ะ (สถานีรถไฟอยู่ใกล้ๆโรงแรมเลยค่ะ)
แต่เลือกไปนู่น เพราะเปิดพาสใช้แล้ว แถมร่นระยะเวลาค่ะ เลยจัดไป ย้อนไปเกียวโตอีกรอบ

พอถึงเกียวโตละทีนี้...จะเที่ยวไหนล่ะ!!
ตอบเลยค่ะ ว่าไม่รู้ ไม่ได้แพลนมาเลยค่ะว่าจะไปไหน เพราะที่เที่ยวแสนแปดหมื่นที่ ไม่รู้จะเริ่มทางไหนค่ะ
เลยถามน้องละกัน ว่าอยากไปไหน ได้คำตอบว่านางอยากไปนั่งรถไฟโรแมนติคค่ะ
กะไปป่าไผ่ที่อาราชิยามะค่ะ ....โอเค ไปก็ไป แต่จะไปยังไงดีล่ะ?

เปิดรีวิวอ่านไปมาแบบรวดเร็ว...เอาละเว้ย
ตัดสินใจ ง่ายสุด เจอาร์ ไปลงที่ JR Saga Arashiyama Station ค่ะ
แล้วเดินออกมานิดนึง ก็เจอ Torokko Romantic Train แล้วค่ะ

หน้าสถานี Saga Torokko ค่ะ



***website รถไฟโรแมนติค กะ อาราชิยามะนะคะ
http://www.sagano-kanko.co.jp/
เลือกภาษาได้มุมขวาบน
มุมขวาล่างสุด มีโบรชัวร์ภาษาไทยค่ะ ((ที่นั่นมีแจกด้วยค่ะ))






มาต่อกันค่ะ ความยุ่งวุ่นวายยังไม่จบเท่านี้
ฝนฟ้าอากาศก็แปรปรวน เดี๋ยวแดด เดี๋ยวฝนค่ะวันนี้ ตั้งแต่เช้ามาละ


เดินไปจองตั๋ว......ปรากฏว่าเต็มค่ะ!!! ==
รอบที่ยังว่าง (ที่นั่งว่าง) คือหลังห้าโมงเย็นค่ะ ตอนนั้นราวๆเที่ยงนะคะ
แต่เข้าใจ เพราะเป็นวันอาทิตย์ค่ะ ทุกอย่างลงหมดค่ะ ทั้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ และ กรุ๊ปทัวร์ค่ะ

เลยตัดสินใจจองเป็นตั๋วยืนแทนค่ะ เพราะไม่งั้นก็จะมาเสียเที่ยวสินะ ได้เป็นรอบบ่ายสองครึ่งค่ะ
ก่อนจะถึงเวลา เราก็เดินๆวนๆ เสียทรัพย์กับของกินแถวนั้นไปค่ะ ก่อนจะกลับมาขึ้นรถตามเวลา

ภาพจากแถวรอบๆสถานีค่ะ






แวะทานไก่ทอดกันก่อนนะ อิอิ




แล้วก็รีบกลับมาขึ้นรถไฟกันค่ะ



อื้อหืออออออออ....
เราว่านะ มันสวยมากค่ะ แถมระหว่างทาง นายสถานีเค้าก็เล่าเรื่องราวต่างๆนาๆให้ฟังด้วยล่ะค่ะ
แต่เราไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ค่ะ คงเพราะคนเต็มมากๆด้วยแหละค่ะ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียงคุยกันมันดังกว่าค่ะ แหะๆ
เรายืนอยู่ตรงท้ายๆโบกี้ อันมีครึ่งโบกี้แรกเป็นกรุ๊ปจีน และครึ่งโบกี้หลังเป็นกรุ๊ปไทยค่ะ.....ตลาดแตกค่ะ ฮ่าๆๆๆ

เอาเป็นว่า...ถ้าขึ้นรถไฟสายนี้ ควรมีที่นั่งค่ะ ไม่แนะนำให้ยืนแบบดิชั้น เพราะไม่ได้อะไรเลย ถ่ายรูปก็ไม่ได้ฮ่ะ
ทั้งสายจนลงสถานีสุดท้ายได้มารูปเดียว ที่พอดูได้ฮ่ะ ที่เหลือ...ปล่อยมันไปเถอะ ฮ่าๆๆๆ



ที่นี่เป็นสถานที่รอซ่อมรอบหน้า ถ้ามีโอกาสค่ะ ฮ่าๆๆๆ >__<


เราขึ้นจากต้น จน สุดสายเลยค่ะ
จาก Torokko Saga – Torokko Kameoka (ค่าตั๋วเที่ยวเดียว 630 JPY นะคะ)
ซื้อเที่ยวเดียวเพราะจะเดินกลับมาค่ะ กะว่าจะเดินกลับมาทางอาราชิยามะ (ป่าไผ่ในตำนานค่ะ ^^)
แต่....อีกแล้ว
เราขึ้นต้นสาย Torokko Saga St. ถ้าเราจะเดินป่าไผ่ เราต้องไปลงที่ สถานีถัดไปค่ะ Torokko Arashiyama st. ==,,
((คนส่วนมากขึ้นจากตรงนี้ไปสุดสาย แล้วย้อนกลับมาค่ะ))
เพราะสถานีแรก คนน้อยโหรงเหรงมากเลยค่ะ แต่พอป้ายที่สองเท่านั้นแหละ ล้นขบวนเลยค่ะ

อีกอย่างเราซื้อมาขาเดียวด้วย อยากดูวิวข้างทางอีก สวยมากค่ะ
((แต่คิดถึงทางรถไฟที่กาญฯบ้านเราเบาๆ....ซึ่งลักษณะภูมิทัศน์มันคล้ายกันมากค่ะ))
เลยตัดสินใจไปลงสุดสายเลย แล้วเดินกลับค่ะ แต่แค่เดินกลับมาขึ้นรถไฟที่ JR Umabori St. นะคะ ^^
แต่ระยะทางห้านาทีเค้า เราก็ออกนอกเส้นทางกันลืมเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

อันนี้หลังจากที่เราไปลงสุดสายโทรอคโกะนะคะ


ถ้าเดินไปสถานีอุมะโบริ (ตามป้ายชี้) ไปทางซ้าย แต่เราเห็นแม่น้ำ เราเลยนอกเส้นทางไปทางขวาค่ะ
ไปเจอคนญี่ปุ่นเค้ามาบาร์บีคิวกันริมน้ำ แล้วก็มีล่องแก่งค่ะ ^^




เดินๆมาเจอป้ายปักไว้ค่ะ
鵜の川 (Uno Kawa) เป็น 一級河川 (ikkyu kasen) เรียกว่าเป็นสายน้ำที่ทางรัฐบาลถือให้เป็นธารน้ำหลักที่อยู่ภายใต้การดูแลค่ะ
รู้สึกทางญี่ปุ่นจะแบ่งเป็นสองระดับ เป็นระดับหนึ่ง และ สอง โดยอันดับหนึ่งจะเป็นธารน้ำหลักๆที่มักเป็นต้นน้ำ นำไปใช้ในการอุปโภค บริโภคน่ะค่ะ แต่รายละเอียดลึกลงไปอันนี้ไม่ทราบละค่ะ ข้อมูลมีแต่ภาษาญี่ปุ่นหมดเลย =[]=!!


มาเดินไปต่อค่ะ ^^


สถานีปลายทาง ที่เรามาตะกี้ค่ะ Torokko Kameoka





กว่าจะไปถึงสถานีอุมะโบริค่ะ สิ่งล่อลวง(ทางสายตา)เยอะ
แถมเจอฝน กะ แดดมาพร้อมกัน วิ่งหลบไม่ทันเลยค่ะ









ถึงซะที อันที่จริงมันก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้นนะ >__<




พอขึ้นรถไฟได้เท่านั้น...เอาไงต่อ (บอกแล้วว่าไม่มีแพลนเลยค่ะ)
เปิดสมุดจิ้มๆ ไปแถวนิโจกันเถอะ เพราะจากนิโจเข้าเกียวโตมันก็ไม่ห่างกันมากเท่าไหร่ เลยไปนิโจค่ะ


จะถึงปราสาทอยู่ละ...พอไปถึงแล้ว ปราสาทปิดค่ะ ==,, แต่มี Light up ตอนกลางคืน
เปิดหกโมงเย็นค่ะ เวลาก้ำกึ่งมาก เราเลยไม่รอค่ะ เดินกลับสถานี แล้วไปสถานีเกียวโตเลยค่ะ

ที่สถานีเกียวโต ก็ไม่ได้ไปไหนค่ะ รอเวลากลับไปโอซาก้าค่ะ เลยเดินถ่ายรูปแถวนั้นมานิดหน่อยค่ะ
แล้วก็ขึ้นไปชมวิวเกียวโตยามเย็น บนดาดฟ้าของตึกตรงเกียวโตสเตชั่นค่ะ

ชมบรรยากาศแถวนั้นแทนนะคะ ^^












แล้วก็กลับชินโอซาก้าแบบงงๆ ว่าวันนี้คืออะไร ฮ่าๆๆๆๆ
วันนี้ไม่เป็นชิ้นไม่เป็นอันเลยค่ะ

สรุปค่าใช้จ่าย มีแค่ค่ารถไฟค่ะ Torokko Romantic Train 630 JPY

ที่เหลือใช้ JR Pass หมดเลยค่ะ ((ด้านล่างนี้คือถ้ากรณีที่ไม่ได้ใช้พาสนะคะ))
     1) Tokyo – Kyoto (แต่ไปลงโอซาก้า = 13,620 JPY) = 13,080 JPY
     2) Shin Osaka – Kyoto = 1,420 JPY
     3) JR Kyoto – JR Saga Arashiyama = 240 JPY
     4) JR Umabori – JR Nijo = 240 JPY
     5) JR Nijo – JR Kyoto = 190 JPY
     6) Kyoto – Shin Osaka = 1,420 JPY

นอกนั้นค่ากินรายทางค่ะ เดินไปกินไปโดยแท้ค่ะ
อย่าให้จำแนกเลยนะคะเพราะเราเองยังจำแทบไม่ได้เลยว่ากินอะไรไปมั่ง เยอะจริงๆค่ะ ^^

ปิดท้ายด้วย Kyoto Tower อีกสักภาพนะคะ


แล้วเจอกันใหม่ค่ะ ^^



Create Date : 25 เมษายน 2557
Last Update : 25 เมษายน 2557 10:50:58 น.
Counter : 908 Pageviews.

0 comment
:: Japan Extra-Ordinary Trip :: ทริปญี่ปุ่นแบบขาดๆเกิน (2) ::
 2014.04.05
การเดินทางที่เพิ่งจะเริ่มต้น




Delta 284
ที่ส่งเมลคอนเฟิร์มเรื่องเวลารอบแล้วรอบเล่า จนมาสุดที่ 6:30 น.
หลังจากเรานั่งรอ นอนรอจนหงายเงิบกันไปที่สุวรรณภูมิแล้ว เราก็ได้ขึ้นเครื่องกันซักทีสินะๆๆๆ
นั่งต่อไปจ่ะ ยาวไปๆ ถูกปลุกมากินอาหารเป็นพักๆ รู้สึกมื้อนั้นเป็น ผัดหมี่ กับ ไข่ กระมังคะ
(อิชั้นจำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ) ครึ่งหลับครึ่งตื่นกินไป กินแล้วก็หลับต่อ
ทีวงทีวีอะไรเราไม่ได้ดูเลยล่ะค่ะ อินางหลับลูกเดียวจริงจัง



ตัดวับมาถึงนาริตะ ผู้คนแสนแปดลงจากเครื่อง เข้าคิวตรวจพาสปอร์ตตามแถวตม.ไป ((น่าจะบ่ายสามแล้วนะตอนนี้))
เอกสารล้านสิ่งที่พกมาด้วย...คือไม่ได้ใช้เลยค่ะ ((พกไปแล้ว ใช้บ้างเหอะ เอ้ะ ยังไง ฮ่าๆๆๆ))
จริงๆไม่ใช้ก็ดีแล้วค่ะ เราไม่มีปัญหาอะไรด้วย อันนี้เราหวั่นเค้าเช็คพาสปอร์ตย้อนหลังอย่างเดียวเลย
เพราะเราลืมเอาพาสเก่ามาด้วยค่ะ คือหาไม่เจอ ไม่รู้ว่าอยู่บ้านต่างจังหวัดหรือเปล่า แต่มันไม่เจอจริงๆ
แถมพาสใหม่เพิ่งไปทำมาแบบกริบๆ หน้าขาวโล่ง ไม่มีอะไรเลย แอบหวั่นไป
แต่สุดท้ายก็ผ่านมาด้วยดีค่ะ ไม่ถามอะไรสักคำด้วย



หลังจากนั้นเราก็เตรียมตัวกันต่อ ทำอะไรก่อนดีนะ
ก่อนอื่น เอา Voucher จากการที่เราซื้อ JR Pass ไปแลกก่อนเลยค่ะ ออกเทอมินอล แล้วเดินลงชั้นล่าง ทางไปรถไฟเข้าเมืองเลยค่ะ
จะมี JR Information อยู่ค่ะ กวาดตามองๆค่ะ ถ้าเจอ Starbucks ก็อยู่ละแวกนั้นแหละค่ะ ^^
ตอนแลก จนท.เค้าก็ถามว่าเราจะใช้เลยมั้ย เราบอกไม่ เราจะเริ่มใช้วันพรุ่งนี้ค่ะ (วันที่6)
เค้าก็บอกว่า ถ้าแลกแล้วกำหนดเวลาแล้ว จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้นะ เราก็ โอเคค่ะ ตามนั้นเลย
ส่วนเรื่องจองรถไฟ เดี๋ยวเอาไว้ไปจองในเมืองเอาค่ะ เพราะคิวหลังเราแบบมหายาวมากเลย
ทั้งที่ตอนแรกคิวแทบไม่มีค่ะ ไม่รู้เพราะออกมาเร็วด้วยหรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆ จากเครื่องลง จนแลกพาสเสร็จสรรพ ใช้เวลาร่วมชั่วโมงอยู่ค่ะ
(1)


เราเข้าเมืองด้วย...KEISEI LINE ค่ะ ต้อนรับแวทใหม่ 8% ตั๋วรถหวานเย็น จากราคา 1000 JPY ถ้วน กลับเป็น 1030 JPY
((ดูจากเวลาบนตั๋ว บ่ายสามห้าสิบห้าค่ะ ตอนเรากด)) แปลว่าเราจะไปถึงประมาณห้าโมงครึ่ง ถึงหกโมงเย็นเป็นอย่างเร็ว

แล้วเราก็...วิ่งค่ะ ไปทันรอบสี่โมงสิบพอดี เริ่มต้นมาก็หวานเย็นเลยค่ะ ไม่ได้รอรถแบบ express ด้วยค่ะ
ถ้าถามว่าทำไมไม่นั่ง Skyliner / NEX คืองกค่ะ (ตึ่งโป๊ะ) คือเราเองอยากนั่งหวานเย็นเข้าเมืองค่ะ มองรอบๆไปเรื่อยๆ แป้บเดียวก็ถึง จริงๆนะ
แถมไม่มีแพลนจะไปไหนแล้วด้วยนี่ นั่งไปเรื่อยๆค่ะ มองบ้าน มองเมืองเค้าไปค่ะ
อีกอย่าง ยิ่งถ้าไม่ติดเป็นวันเสาร์อาทิตย์นะ เวลานี้เป็นเวลาดีค่ะ เด็กๆกำลังเลิกเรียนกลับบ้านกันพอดี ฮี่ๆๆๆ (เอ้ะ ป่าวคิดไรนะ >_<)



ข้ามมาเลย...เรามาถึงสถานีอุเอโนะ แล้วเราต้องต่อไปลงที่ Tawaramachi (Subway Ginza Line) กันค่ะ
เพราะจองโรงแรมไว้ที่ Asakusa Ryokan Toukaisou ค่ะ
Website > http://www.toukaisou.com/index-e.htm
มีวิธีการเดินไปโรงแรมด้วยค่ะ ถ้ามาจากที่ต่างๆ ^^
คืนนี้ที่พัก 2,020 THB นะคะ ((จองผ่านอโกด้าค่ะ))

(2)

ออก exit3 แล้วพุ่งตรงหาป้ายเลยค่ะ อิอิ (ซ้ายบน) เดินตรงไปอีกไม่กี่บล็อคค่ะ เจอป้อมตำรวจแล้วเดินต่อไปอีกบล็อคนึงค่ะ
จะเจอร้านซูชิอยู่ซ้ายมือ (Ichiban Sushi) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเลยค่ะ ตรงไปจนเจอ ศาลเจ้าเล็กๆ สีแดงๆ ขวามือ
อย่าเพิ่งเลี้ยว ไปอีกบล็อคค่ะ จากนั้นเลี้ยวขวา เดินเข้าไปเลยค่ะ ตึกแดงๆ อยู่ซ้ายมือ
ส่วนฝั่งขวาตึกสีเทาๆ โรงแรมเหมือนกันค่ะ แต่คนละอันกันนะคะ ^^

(3)

ห้องคืนนี้ค่ะ เล็กมาก ฮ่ะๆๆๆๆ แต่อยู่ได้ค่ะ สบายๆ แค่คืนเดียว ชิวๆค่ะ ^^



***งานนี้ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทริปค่ะ นางถ่ายรูปไว้หมด อะไรก็ถ่ายๆๆๆ ถ่ายเก็บไว้ก่อน
เราเลยได้มีโอกาสเอามาใช้นี่แหละ เราเป็นพวกคิดน้อยค่ะ บางทีก็ลืมบ้าง รีบบ้าง ==,,


เช็คอินเสร็จ โยนสัมภาระไว้....แล้วก็เอ่ยปาก
"หาไรกินกันเหอะ หิวจะแย่แระ แล้วจะได้ไปจองตั๋วรถไฟไว้ด้วย"
น้องก็ตกลงค่ะ โดยหารู้ไม่ว่า เราจะพาไปกินข้าว....ไกลเลย ฮ่าๆๆๆ
เราจะพานางไปชิมราเมง และ เกี๋ยวซ่าที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ >___<

เราไปตั้งต้นจากชินจุกุค่ะ วันนี้ยังไม่ใช้เจอาร์ เลยเลือกซับเวย์ค่ะ
Tawaramachi St. (Ginza Line) --> เปลี่ยนรถไปขึ้น Marunouchi Line ที่ Akasaka Mitsuke St. --> ลง Shinjuku St. (Marunouchi Line) จ้าาาาาา

ยังไม่จบแค่นี้หรอก เราต้องต่อสายโอดาคิวไปอีกค่ะ บอกแล้วว่าไกล ฮ่าๆๆๆ
ก่อนไปกินข้าวไกลๆ เรามาแลกตั๋วกันไว้ก่อนค่ะ เพราะกลับมาเคาท์เตอร์คงปิดไปแล้วแน่ๆ


จริงอยู่ที่ตั๋ว non-reserved ก็สามารถขึ้นรถไฟด่วน หรือ ชินกังเซนได้
แต่เราเกรงว่าเรามีที่นั่งไว้จะดีกว่าค่ะ อีกอย่างจะได้ฟิกซ์เวลาตัวเองไว้ด้วย
ของเราก็ตามนี้ค่ะ ปริ้นท์ไปยื่นให้กับคุณลุงเจ้าหน้าที่
แล้วก็บอกเค้าว่า กรณีที่ไม่ได้สีขาว เอาสีเทานะคะ ^^

แล้วตั๋วก็ออกมาให้เราเป็นปึกเลยค่ะ ^^ อย่างเดียวคือ “อย่าทำหายเด็ดขาด” ฮ่าๆๆ

***การระบุรอบ ขากลับส่วนใหญ่จะระบุเวลาดึกๆไว้ก่อน (กันพลาดนะคะ)
แต่ถ้าการเดินทาง หรือเราเองเรียบร้อยไว มาที่สถานีต้นทาง
(ที่จะเดินทาง แล้วขอเปลี่ยนตั๋วเป็นรอบที่เร็วที่สุดได้ค่ะ)

แล้วเดี๋ยวเราก็เดินทางไปทานราเมงกันค่ะ

ร้านอยู่คานากาว่าค่ะ (ไปซะไกลเลย) สืบเนื่องจาก จขกท.คิดถึงค่ะ เลยดันทุรังจะไปกินราเมง กะ เกี๊ยวซ่าที่คิดถึงซะหน่อย
ร้านเปิดทุ่ม ถึง ตีสองนะคะ (แต่รถไฟหมดห้าทุ่มกว่าๆค่ะ ฮ่าๆๆๆ ต้องรีบๆ)

(3)

หน้าตาราเมง และ เกี๊ยวซ่าค่ะ
อื้มมม อร่อยค่ะ ^^
งานนี้ หมดไปประมาณ 2,000 JPY ค่ะ ((สองคนนะ))
ส่วนค่ารถไฟ คนละ 1,400 JPY ค่ะ ((แพงกว่าค่ากินอีก ฮ่าๆๆๆๆ))

ตามถนนของแต่ละเมือง จะมีฝาท่อที่มีลวดลายต่างกันค่ะ งานนี้ถือเป็นมิชชั่นของเราเลย ฮ่าๆๆ
เก็บไอเท็มฝาท่อ >___<
เมืองนี้...คานากาว่า เป็นรูปนี้ค่ะ ต้นไม้ กับ ดอกไม้ค่ะ ((แถวนี้มีสวนพฤกษาศาสตร์ ชมพันธุ์ไม้ ดอกไม้ และแมลงอยู่ค่ะ ^^
ใกล้ๆ แต่เปิดเฉพาะกลางวันค่ะ ฉะนั้น เราอด ส่วนดอกไม้ เราไม่แน่ใจว่าเป็นดอกคิขุ (ดอกเบญจมาศ) หรือเปล่า
ตอนแรกเรามองเป็นทานตะวันเฉยเลย แหะๆ))
ส่วนสีๆรุ้งนั้นจะเป็นชื่อย่านค่ะ ^^ ((บางที่ก็ไม่มีนะ แต่ที่นี่มี เลยถ่ายมา))


กินเสร็จ กลับค่ะกลับ เดี๋ยวไม่ทันรถไฟ เดินทางออกมาไม่ได้ใกล้ค่ะ
เกือบหนึ่งชั่วโมงเลยล่ะค่ะ เหอๆๆ (บอกแล้วว่าเป็นการดันทุรังของเราเอง)

คืนนี้ กลับบ้าน อาบน้ำ นอนค่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นไว ออกไวค่ะ


***ตอนเช็คอิน เราแจ้งทางพนง.นะคะ ว่าจะขอฝากกระเป๋าเอาไว้ (กระเป๋าลากคนละใบ) ได้ไหม
(พร้อมทำหน้าละห้อย ฮ่าๆๆ) เค้าให้เราฝากค่ะ เพราะเราจะกลับมาพักที่นี่อีกสี่คืน ก่อนกลับไทยค่ะ
พนง.ที่รร.พูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ ถามเค้าได้ ไม่กัด น่ารักอีกตะหาก อิอิอิ


****แถมๆ
แถวโรงแรม ก่อนทางเลี้ยวตรงร้านซูชิด้านซ้ายมือ (ที่บอกข้างบนอ่ะค่ะ) ฝั่งขวามือเป็นย่านชอปปิ้งใหม่ค่ะ ไม่รู้เปิดนานยัง
ยืนฝั่งนี้มองเห็น Tokyo Sky Tree นะคะ ถ้าข้ามถนนไป ก็เป็นร้านค้าตลอดแนวเลยค่ะ เดินไปเรื่อยๆ ทะลุตรอกตรงวัดเซนโจจิ (Asakusa dera) ค่ะ
แล้วก็ไปวัดได้ ใกล้มากๆเลยค่ะ เดินๆๆทะลุไปอีก ก็จะถึงแม่น้ำสุมิดะละค่ะ ไปถ่ายรูปริมน้ำ ตึกอาซาฮี (ตึกอุนจิ)
หรือโตเกียวสกายทรี ก็ใกล้มากฮะ ถือว่าโอเคเลยทีเดียว)

-------------------------------------------------------------
จบวันนี้ค่ะ



Create Date : 25 เมษายน 2557
Last Update : 25 เมษายน 2557 10:55:17 น.
Counter : 88 Pageviews.

0 comment
:: Japan Extra-Ordinary Trip :: ทริปญี่ปุ่นแบบขาดๆเกิน (1) ::
ชั่งใจอยู่นาน ว่าจะเขียนรีวิวทริปย่อมๆของตัวเอง
กับประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งมีโอกาสได้ไปเยือนมาดีหรือไม่
เนื่องจากตัวเองเป็นคนป้ำๆเป๋อๆ แถมยังเขียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง
ใช้คำ ใช้ภาษาอาจจะไม่แตกฉานเท่าที่ควร (เป็นคนไทยนะ จริงๆ ฮ่าๆๆ)

แต่เราเองก็ใช้รีวิวของหลายๆคนในห้องบลูฯนี้
ก่อนจะไปย่ำรอยเท้า หลงทางเอาที่นู่นเหมือนกัน
เลยตัดสินใจมาเขียนค่ะ เผื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังคิดอยากจะไปเที่ยวประเทศนี้ ^^ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ต่างๆที่ได้ประสบพบเจอกันด้วยค่ะ กับประเทศญี่ปุ่น...ประเทศที่ไปเยือนครั้งเดียว...ไม่เคยพอ จริงๆ



ทริปนี้เดินทางกันทั้งหมด 2 นางค่ะ ^^
ตั้งแต่วันที่ 5 - 14 เมษายน 2557 ด้วยสารการบิน Delta Airline ค่ะ
เป็นทริปที่โชคดีมากกกกกกกก ฟ้าเปิดแทบทุกวันเลยค่ะ ^^
หลักๆของการเที่ยวในครั้งนี้ จะเป็นเที่ยวไปเรื่อยๆ ไม่รีบ วันนึงได้แค่ ที่สองที่เท่านั้นค่ะ ((เราเอื่อยอ่ะ))

แต่เราฟินมากค่ะกับทริปนี้ ^^ เรียกได้ว่าสมความตั้งใจเลยทีเดียว (เราตั้งใจไปชมซากุระค่ะ ฮ่าๆๆ)


ยังไงตามมาชมกันนะคะ ^^




-------------------------------------------------------

***เริ่มจากลิสต์วัน และ สถานที่ เป็นภาพรวมคร่าวๆ ไว้ก่อนนะคะ***


1st Day : 2014.04.05
บินไฟลท์เช้า ถึงบ่าย เข้าเก็บของที่โรงแรม แล้วออกไปหาอะไรอร่อยๆทานกันค่ะ



2nd Day : 2014.04.06
เข้าเกียวโต และ เที่ยวแถบเกียวโตค่ะ



3rd Day : 2014.04.07
Yoshino Yama



4th Day : 2014.04.08
ชมซากุระแบบเต็มตา พร้อมชมปราสาทซึยาม่าค่ะ (Tsuyama Castle)



ภาคบ่าย มาต่อกันที่ปราสาทโอกายาม่าค่ะ





5th Day : 2014.04.09
ตื่นเช้า ออกไปปั่นจักรยานริมทะเลสาปบิวาโกะกันค่ะ



บ่ายเข้าตัวเมืองฮิโกเน่ มาชมปราสาทฮิโกเนะกันค่ะ





6th Day : 2014.04.10
วันนี้เดินชิวๆ เดินเล่นที่ปราสาทโอซาก้าค่ะ
ก่อนจะกลับเข้าสู่เมืองหลวงอันแสนวุ่นวาย





7th Day : 2014.04.11
วันนี้ไปชมฟูจิซังกันค่ะ ที่คาวากุจิโกะ และ เจดีย์แดง (Chureito Pagoda)





8th Day : 2014.04.12
ส่วนวันนี้ ชมชายทะเลญี่ปุ่น ตรงเอโนะชิม่ากันค่ะ ค่ำๆค่อยไปต่อที่โยโกฮาม่า





9th Day : 2014.04.13
ตามใจเพื่อนร่วมทริปบ้างค่ะ ตะลุยแหล่งชอปปิ้งค่ะ อาซากุสะ ชินจุกุ ชิบูย่า ฮาราจุกุ และปิดท้ายที่ โตเกียวทาวเวอร์ค่ะ





10th Day : 2014.04.14

วันสุดท้าย ออกมาชิวแถวโรงแรมค่ะ ย่านอาซากุสะ เดินเล่น ชมวิว ชมแมว พูดคุยกับชาวบ้าน ก่อนเดินทางกลับค่ะ





Create Date : 25 เมษายน 2557
Last Update : 25 เมษายน 2557 10:09:57 น.
Counter : 373 Pageviews.

0 comment
2010.10.26 # Book Fair & Daddy Dough
วันนี้เป็นวันหยุดอีกหนึ่งวัน หลังจากลองวีคเอนด์
แต่ที่ได้หยุดอีกวันเพราะเป็นวันก่อตั้งบริษัทนั่นเอง โฮ่ะๆๆ
วันนี้ก็เลยได้ฟรีไปอีกหนึ่งวัน แบบสบายๆ กลับมาจากต่างจังหวัดเหนื่อย ได้พัก อิอิ

เริ่มเช้านี้มาก็นอนอย่างเต็มที่กันทีเดียว ตื่นมาไม่เช้าล่ะนะ สายเลยล่ะ
ฝนตกพอให้รู้สึกนอนได้อย่างสบายใจกันเลยเชียวล่ะ


ได้ฤกษ์ออกจากบ้านตอนบ่ายสองโมง
ไปนู่น นี่ นั่น...
จนจะออกจากเดอะมอลล์ แล้วนั่นแหละ ความอยากลองบางอย่างก็เกิดขึ้น
มีคนเคยบอกเราว่า แดดดี้ โด อร่อยมากกกกกกกก
เท่านั้นแหละ....ไปซื้อมากินดีกว่า โฮ่ะๆๆ



หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ซื้อ BAPPLE ที่สยามเซนเตอร์ ชั้น4 มากิน
ปรากฏว่า....ฮาาาาาาาาาาาา กินไม่ได้ (ไม่ถูกปากอย่างแรง)
มันหวานมาก บวกกับลักษณะของแป้งที่เราไม่ชอบด้วยล่ะนะ
โดนัทญี่ห้อนี่ก็ถูกเราตัดคะแนนออกไปจากสารระบบฉิมพลี

มาที่ Daddy Dough กันต่อดีกว่า
วันนี้ซื้อมาแบบหกชิ้น ราคาอยู่ที่ 125 บาท
(ถ้ามีบัตรสมาชิก จะได้้ลดอีก กี่เปอร์เซนต์ไม่ทันได้ถามคะ ลืม แหะๆ)
**บัตรสมาชิก ถ้าอยากได้ ไปซื้อช่วงปลายปีนะ เค้าจะให้ช่วงนั้นล่ะ



หกชิ้นค่ะ ที่กล่องมีวิธีการกินให้ด้วย หลังจากเข้าตู้เย็น ให้อุ่นแค่แปดวิค่ะ



วันนี้ที่เลือกมาก็นี่เลย

Classic Glazed (คลาสสิค เกรซ)


White Choc Twister (ไวท์ ช็อค ทวิสเตอร์)


Cappuccino (คาปูชิโน่)


Banoffi (บานอฟฟี่)


Tiramisu (ทีรามิสุ)


Choco Misto(ช็อคโค่ มิสโตะ)


สรุปคือ...อร่อยดีนะคะ มีหน้าตาให้เลือกหลายหลาก(มากกกก) จนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว
ทั้งมีไส้ ไม่มีไส้ใน เลือกกันได้ตามความพอใจและชอบกินกันของแต่ละคนค่ะ

แต่ความเห็นส่วนตัว...
เราว่ามันหวานเกินไปน่ะค่ะ แต่ถ้าหากกินกับน้ำชาร้อนๆ ขมๆ น่าจะเข้าทีเชียวค่ะ
ลิ้นเราไม่ค่อยถูกกับของหวาน แต่ด้วยความที่อยากจะลอง ก็เลยซื้อมาลองค่ะ
ปรากฏว่า กินไม่หมดสักกะชิ้น คำสองคำจอดหมดเลย

ณ เวลานี้ ที่หนึ่งในใจเราสำหรับโดนัทราคาไม่ถูกของบ้านเรานี่
ยกให้คริสปี้ครีมในเรื่องแป้งค่ะ...ตั้งแต่กินมา...แป้งเจ้านี้แหละที่เอาใจไป
แต่จะเอาใจคืนมาก็เพราะความหวานค่ะ หวานเกิ๊นนนนนนนนนนนน

อีกอันที่เราชอบมากๆไม่แพ้กันคือ พอน เดอ ริง ของมิสเตอร์โดนัทค่ะ
อันนี้อร่อยจริงจัง แป้งหนึบๆ รสชาติก็ไม่หวานมากค่ะ
เหมาะสำหรับคนชอบกินไม่หวานค่ะ อิอิ

นอกเรื่องมาเชียว แต่ก็จบการคอมเม้นท์โดนัทในวันนี้ค่ะ ฮ่ะๆๆๆ


มาต่อกันที่ งานหนังสือดีกว่า ...ต้องบอกว่าได้ไปสักที หลังจากเปลี่ยนตารางตัวเองไปมา
ปรากฏว่า...โดนปล้นค่ะ!!!
ด้วยสนพ.บลิซค่ะ แล้วที่เหลือก็ได้มาจากสนพ.อื่นๆอย่างละนิดละหน่อยค่ะ
แต่บลิซปล้นซะหมดตัวเลยค่ะ -_______-;;

หนังสือที่ได้มาวันนี้ค่ะ

Oshin (สองเล่มจบค่ะ)
หญิงสาวชีวิตรันทด ที่สุดท้ายกลายเป็นผู้ก่อตั้งห้างเยาฮัน
(อันนี้มีเป็นละคร แต่ยังไม่อยากดูค่ะ รันทดเกิ๊นนนน อ่านเอาดีกว่า แหะๆ)


ยาคุโมะ
ตอนออกทีละเล่มไม่ซื้อค่ะ แบบนี้ดีกว่า ซื้อทีเดียวเลย


สุดท้ายเรื่องนี้ค่ะ

โชเนน อนเมียวจิ เซ็ทสิบสามเล่ม
กับสลับตัวมาป่วนวัง สองเล่มจบ


จริงๆได้หนังสืออื่นๆมา แต่จับยัดตู้ไปแล้ว ไม่ได้เอาออกมาถ่ายไว้
จำได้ว่ามี....
-คู่มือเที่ยวปี 54
-หนังสือของมงคลญี่ปุ่น

น่าจะหมดแล้วเนาะ อิอิ
ซื้อมาทีนึงนี่อ่านได้เป็นปีกันเลยทีเดียว

จริงๆสำนักพิมพ์แจ่มใสก็น่าซื้อนะคะ แต่คนเยอะ ไม่อยากเบียดค่ะ
แค่เบียดบลิซไป ก็เหนื่อยละ...แล้วพักนี้แจ่มใสนิยายหวานเยอะค่ะ
เราเป็นคนขมๆ ฮ่าๆๆๆ น่าจะไม่เหมาะ (คิดเองซะงั้น หุหุ)


หวังว่าจะไม่มีหนังสืออะไรต้องซื้อไปจนกว่างานปีหน้านะคะ ฮ่ะๆๆๆๆ
มีงานที หมดตัวกันทีนึงค่ะ แต่ก็ดีนะคะ ซื้อหนเดียว ได้หนังสือเยอะๆ
แถมยังได้ลดอีกสิบห้าเปอร์เซนต์เป็นอย่างต่ำค่ะ ถือว่าคุ้มแสนคุ้มค่ะ
งานดีดีแบบนี้ ต้องให้มีบ่อยๆค่ะ เด็กไทยของเราจะได้อ่านหนังสือกันเยอะๆ


จบการรายงานชีวิตของตัวเองวันนี้แต่เพียงแค่นี้
(ไม่ได้เขียนไดอารี่นาน....เวิ่นเชียว ฮ่าๆๆ)



Create Date : 27 ตุลาคม 2553
Last Update : 27 ตุลาคม 2553 0:43:36 น.
Counter : 445 Pageviews.

0 comment
อยาก...กิมจิ
จู่ๆเลือดจะไป ลมจะมาหรือยังไงไม่รู้
เกิดอยากกินอาหารเกาหลีขึ้นมาซะอย่างนั้น
((ที่จริงตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่เพิ่งได้ฤกษ์เอามาอัปซะงั้น))

จริงๆแล้ววันนี้เราไปเที่ยวกันมาทั้งวันเลยตะหากล่ะ
ไปแอ่วฟูจิคิว...เล่นมาซะเหนื่อยทั้งวันเลย
(จริงๆคือนั่งรถเหนื่อย...นั่งรถมากกว่าเล่นเครื่องเล่นซะอีก)
กลับมาถึง ตอนแรกว่าจะกลับไปนอนบ้านแล้วล่ะ
คุยไปคุยมา...ไหงไปลงร้านอาหารเกาหลีได้ก็ไม่รู้แฮะ

ว่าแล้วก็เดินๆตามกันมาทางย่านเกาหลี ผ่านชินจุกุออกมาหน่อย คือแถว "ชินโอคุโบะ"
โอ้โฮแฮะ...นี่อิชั้นหลุดเข้ามาโซลรึเปล่านี่???
ร้านอาหารเกาหลีติดกันเป็นตับ คนเกาหลีเต้มมมไปหมด
รอบกายจากภาษาญี่ปุ่นก็ได้ยินคนผ่านไปมาพูดเกาหลีกันเยอะกว่าภาษาญี่ปุ่นอีกมั้ง อ่ะเหอๆๆ

จัดการเดินหาร้านที่เพื่อนแนะนำมาแล้ว...เจอแล้ว ต้องลงไปข้างล่างนี่เอง...เอ้า ลงเว้ยลง
เอ่...ลงไปแล้วคุ้นตาไงพิกล มองไปมองมา เอ้อ เพื่อนเกาหลีเคยพามากินครั้งนึงนี่หว่า _ _ (แต่ตั้งเมื่อปีที่แล้วโน่นแน่ะ)
มิน่า...คุ้นตาชะมัดเลย แหะๆๆ


จัดการ...สั่งอาหารด้วยความเชี่ยวชาญ (อย่างรุนแรง)
ไม่รู้หรอกว่าตัวเองสั่งอะไรมากิน เหอๆๆๆ
ด้วยความมั่วอย่างแรงของสาวไทย _ _ ไอ้ที่รู้จักไม่กินหรอก ไปสั่งเอาอันไม่รู้จักโน่นแหละ อร่อยเลย ฮ่ะๆๆ

เริ่มต้นด้วยนี่...
หลังจากสั่งอาหารเสร็จไป (สั่งอะไรไปก็ไม่รู้เหมือนกัน)
ทางร้านก็จะเอาพวก เครื่องเคียง กับแกล้มมาให้ก่อน (เอ่อ กับแกล้ม...กินเหล้ากันเลยมั๊ย?? ฮ่าๆๆ)

ก็จะมี....
เริ่มจากตรงกลาง ไอ้ก้อนสีขาวเหลี่ยมๆ มันก็คือ เต้าหู้นั่นเองค่ะ เย็นๆ ราดโชยุเค็มๆ อื่ม อร่อย
ถัดไปขวามือ หย่อมสีส้มๆแดงๆ มันคือ ปลาหมึกเจ้าค่ะ
อารมณ์ และรสชาติ มันเหมือนปลาหมึกหั่นเล็กๆ หมักเอาไว้น่ะค่ะ คล้ายๆปลาแจ่วบ้านเรา(อันนี้เพื่อนว่ามา) แต่มันชื่ออะไรจริงๆนั้น...อิชั้นไม่ทราบเด้อค่ะ
ต่อไปอันตรงข้าม...เป็นผักกาดลวกคลุกกับน้ำมันงา รสชาติหวานๆมันๆดีค่ะ
สุดท้าย..อันที่เรารอคอย...กิมจิเดสสส
ร้านนี้เสิร์ฟกิมจิแบบที่ทำจากไดกอง (หัวไชเท้า) ค่ะ
อร่อย...มากกกก รสชาติแบบที่เราเองชอบเลย
กิมจิเองมีหลายรสมากๆ และรสชาติปกติที่เราชอบก็แบบกิมจิไดกองที่ร้านนี้เลยล่ะค่ะ อิอิ
มาเป็นคำๆ หั่นเป็นก้อนๆพอดีปาก เคี้ยวทีก็กรุบๆกรอบๆ หึยยย ว่าแล้วก็อยากกินอีกสักจานสองจาน หุหุหุ

อ้อ...ลืมบอกไปว่าเครื่องเคียงร้านนี้เค้าเสิร์ฟตลอดค่ะ อันไหนพร่องไปก็ตามเสิร์ฟให้ตลอด น่ารักดีจริงๆ อิอิ หนูชอบบบบบ

รอกันมาหอมปากหอมคอ อาหารชิ้นต่อไปก็ตามมา
มันคือ....แท้นแทนน
ข้าวค่ะ เหอๆๆๆ (พูดซะน่าตกใจ)

ข้าวในร้านอาหารเกาหลีส่วนใหญ่ จะเสิร์ฟกับถ้วยอลูมิเนียมเล็กๆ มีฝาปิดแบบนี้ค่ะ กินกันร้อนๆเนี่ยแหละ อุ่นมือดีแท้

ต่อด้วยอาหารจานต่อไป
มันคือผัดปลาอะไรสักกะอย่าง คุยกะพนักงานไปแล้วว่ามันคือปลา...ที่เหนียวเหมือนเนื้อไก่เลย ฮ่าๆๆๆ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่ามันคือปลา

มาเป็นหม้อเลยค่ะทีนี้...ตอนยกมา แอบตกใจกัน เฮ้ย มันอันใหญ่ขนาดนี้เลย...เรอะแต่รสชาติ ก็เหมือนผัดปลาใส่น้ำมันงาทั่วไป...เอิ่มม คิดว่าของไทยอร่อยกว่านะ (เรามันชอบแซ่บๆน่ะ อิอิ)

ยังตกใจกันไม่พอ...เมื่อหม้อต่อไปมา

เฮือกกก นี่สั่งหม้อกลางไปนะ ถ้าสั่งหม้อใหญ่จะไม่แย่เลยรึไงกันเนี่ย เหอๆๆๆๆ
หม้อนี้เป็นนาเบะค่ะ...เหมือนต้มแซ่บบ้านเราเลย (แต่แซ่บไม่เท่า) สีน้ำจะแดงๆ คงเอากิมจิใส่มั้งคะ แต่มันไม่เผ็ดอ่ะ กินกันเหงื่อไหลไคลย้อย...คงเพราะมันร้อนนั่นเอง
พนักงานบอกต้องตั้งไฟแล้วกินกันเลย เพื่อนเราดับไป เจ๊ก็มาเปิดให้ใหม่ เป็นอย่างนี้ประมาณสามรอบได้ เอ่อ คือ แบบว่าน้ำมันแห้ง เราก็ปิดกันช่ะมะคะ แต่เค้าก็มาเปิดให้ เป็นงี้มาสองรอบ...จนเค้าบอกว่า ต้องกินร้อนๆค่ะ ไม่ร้อนไม่อร่อย (_ _") แต่น้ำมันแห้งมากแล้วง่ะ แล้วมันก็เดือดปุดๆซะจนไม่รู้จะทำไงแล้ว สุดท้ายเค้าก็เอาน้ำซุปมาเติมๆให้ แล้วก็เปิดแก็ซให้เราตามใจเค้าน่ะค่ะ เหอๆๆๆ


สรุป...สามสี่อย่างวันนี้...ทำเอาเราเกือบท้องแตกตายไปได้ ดีที่สั่งมาแค่นี้ ตอนแรกกะบ้าพลัง กิน ทปปกกิ จิจิมิ ละก็บิบินบาอีกนะ เหอะๆๆ ยังคิดสภาพตัวเองไม่ออกว่าถ้าเกิดสั่งไปแล้วมาเต็มโต๊ะนี่....คงสยองพิลึกนะคะ


สรุป...
วันนี้เสียเงินไปประมาณ เกือบหกพันเยนค่ะ เบ็ดเสร็จ ไปสามนาง ก็จ่ายคนละสองพันเยนได้...
เชื่อมั๊ย..ว่าไม่เคยกินอาหารไทยตามร้านให้ได้ราคานี้เลย เพราะรู้สึกว่า...แพงจัง เง้อออ
แต่ระดับความอิ่ม อิ่มจริงจังค่ะ แถมกลับไปนอนอืดบ้านอีกคืนนึงเลย เหอๆๆๆ
แต่เอาน่า...นานๆทีก็สักครั้งนึง ไม่ลองก้อไม่รู้ใช่มั๊ยคะ?
เรื่องกินๆนี่ขอให้บอก ชอบดีแท้ โฮ่ะๆๆๆ


สุดท้าย ท้ายสุดวันนี้ เราๆก็ต้องเดินย่อยเล่นกันแถวชินจุกุกันสักพัก ก่อนจะจรลีแยกย้ายกันกลับบ้านไผบ้านมัน

ว่าแล้ว ก็จบการรายงานการกินอาหารเกาหลีแต่ประการฉะนี้


ชะแว้บบบบ



Create Date : 10 ธันวาคม 2549
Last Update : 10 ธันวาคม 2549 11:58:47 น.
Counter : 224 Pageviews.

6 comment

sabishii
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



นานา....สาระไม่มี
ร อ ย ล ม