รู้จักกันก่อนและสมุดเยี่ยม Guestbook เฟซบุ๊ค ชะเอมหวาน รวมเวปหาทุนและแหล่งทุน Scholarship เรียนโทสองประเทศในปีเดียว
หาตัวเองให้เจอ
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
29 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
[inspired] "ฐิภา นววัฒนทรัพย์" ธุรกิจคือต้นไม้ ต้องใส่ใจ ถึงจะแข็งแกร่ง



พอดีดูรายการ Money Channel
แล้วสะดุดตากับผู้บริหารของบ.โบรกเกอร์ทอง
จึงนำชื่อนามสกุลของเธอไปถามอากู๋
คำตอบที่ได้ต้องร้อง..ว้าว..
เชิญชมค่ะ>>>>




ไม่บ่อยนัก ที่เราจะได้เห็น ผู้บริหารสุภาพสตรีเข้ามาเยี่ยมเยือน Management 's Lifestyles แต่ครั้งนี้ว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทาง eFinancethai.com ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณมล หรือ คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG Bullion and FUTURES)1 ในโบรกเกอร์ซื้อขายทองล่วงหน้า (Gold Futures) ในตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย (TFEX) ซึ่งเธอผู้นี้ไม่ได้มีแค่ความสวยระดับน้องๆ นางเอกละครหลังข่าวเพียงอย่างเดียว แต่ยังพกความมั่นใจ และแนวคิดที่จะทำให้หลายคนคลายความสงสัยว่า
"ทำไมเธอถึงได้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารตั้งแต่อายุยังไม่ถึงเลข 3 "

เธอผู้นี้ถือว่าเป็นผู้ชี้พิสมัยในการเรียนเป็นอย่างมาก เพราะดูได้จากประวัติการศึกษาของเธอที่ได้รับการรองรับจากสถาบันการศึกษาชั้นนำจากไทย และต่างประเทศ โดยเธอผู้นี้จบปริญญาตรีบริหารธุรกิจ เอกการเงิน เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนที่จะบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปต่อปริญญาโท ด้านพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากมหวิทยาลัยเคนท์ ประเทศอังกฤษ แล้วกลับมาเรียนปริญญาโทสาขารัฐศาสตร์ อีกหนึ่งใบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาต่อปริญญาเอก ด้านบริหารการจัดการ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกใบหนึ่งด้วย



เหตุที่ทำให้เส้นทางการเรียนของเธอ เกี่ยวโยงกับด้านการเงินการบัญชีมาโดยตลอดนั้น เพราะทางบ้านเองทำธุรกิจเกี่ยวกับ จิวเวอร์รี่ ทำให้ซึมซับบรรยากาศการซื้อขายสินค้ามาตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้ เธอยังมีความรู้หลายเกี่ยวกับภาษาอีกหลากหลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นอีกหนึ่งภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะต้องใช้ติดต่อลูกค้าจากทางฝั่งยุโรป และอเมริกาอย่างต่อเนื่อง เพราะที่บ้านเริ่มให้รับออเดอร์ลูกค้าจากต่างประเทศ มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้น นอกจากนี้ ในช่วงที่เรียนอยู่ปี 3 ที่ธรรมศาสตร์ เธอก็ได้เป็นตัวแทนนักศึกษาแลกเปลี่ยนของมหาวิทยาลัยไปเรียนต่อที่ เทกซัส สหรัฐอเมริกา แถมระหว่างที่เรียนปริญญาโทอยู่ที่อังกฤษ เธอยังไปเรียน ภาษาฝั่งเศส และเสปนเพิ่มเติมมาอีกด้วย


" ตอนจะเรียนโท ชั่งใจอยู่เหมือนกันว่าจะไปที่ อเมริกาหรืออังกฤษ แต่อีกใจเราก็อยากกลับมาช่วยงานทางบ้าน เพราะถ้าเราเรียนอย่างเดียวจะทำให้เราเริ่มงานและรู้เรื่องจิวเวอร์รี่ช้ากว่าคนอื่น เลยตัดสินใจเรียนที่อังกฤษ เพราะระยะเวลาหลักสูตรเพียงแค่ 1 ปี "

คุณมลเล่าต่ออีกว่า หลังจากที่เรียนจบจากอังกฤษ ก็ได้เข้ามาช่วยงานธุรกิจที่บ้านคือ
บริษัท ยูหลิม ซิลเวอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ส่งออก จิวเอร์รี่อันดับ 1 ของประเทศ อย่างเต็มตัว และเป็นจังหวะที่ทางบ้านกำลังจะเริ่มขยับขยายธุรกิจพอดี เพราะช่วงเวลานั้นตลาดจิวเวอร์รี่ไทยกำลังถูกแย่งลูกค้า จากทางจีนและอินเดีย ด้วยเหตุเรื่องค่าแรงที่ถูกกว่า ทางบริษัทจึงเริ่มหันมาศึกษาและซื้อขายทองแท่งควบคู่ไปด้วย ซึ่งผู้ที่ดูแลการซื้อขายทองแท่งก็คือเธอนั่นเอง นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เธออยู่กับทองแท่งมาแล้วถึง 5 ปีเต็ม ก่อนที่จะมาเริ่มดูแลเรื่องสินค้า Golds Futures เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และให้น้องชายเข้ามาบริหารงานด้านทองแท่งแทน


" Gold Futures ไม่ต่างจากทองแท่งมากนัก จะต่างกันในรูปแบบการทำงาน เราได้เปรียบโบรกเกอร์อื่นตรงที่เรารู้พื้นฐานของทอง แต่ยังไม่รู้กฏระเบียบการขายล่วงหน้า เลยต้องมาเรียนรู้ระบบ แต่ก็ถือว่าไม่ยากมาก เพราะมีการวางกฏจาก ก.ล.ต.ไว้แล้ว เรียกได้ว่ามีคนคอยแนะนำให้ตลอด ซึ่งง่ายกว่าตอนทำทองแท่งที่ต้องใช้กฏที่เราตั้งขึ้นมาเอง"



หลักการบริหารงานของเธอเรียกได้ว่าเป็นการทำงานของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง เพราะเธอจะรับฟังความเห็นของทีมงาน และแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เห็นปัญหาในเชิงลึก กว่าที่จะลงมาดูปัญหาด้วยตัวเอง นอกจากนี้เธอยังชอบพัฒนาระบบการทำงานในองค์กรอย่างไม่หยุดนิ่ง คอยปรับรูปแบบการทำงานตลอดเวลา ด้วยการนำรูบแบบระบบการทำงาน และความปลอดภัยแบบธนาคารเข้ามาใช้ เพราะเชื่อว่าธุรกิจทองคำไม่ต่างกับธนาคาร เพียงแต่ย่อให้เล็กลงเพื่อให้เหมาะสมด้วยคติที่ว่า "ธุรกิจที่ดีต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลา"

แน่นอนว่าบุคคลที่เธอนำมาเป็นต้นแบบจะเป็นใครไม่ได้ นอกจากคุณพ่อและคุณแม่ของเธอนั่นเอง "ท่านสองคนเก่งมาก เป็นคนสม่ำเสมอ และจริงใจกับลูกค้า ไม่ได้หวังแต่จะเอาประโยชน์ เข้าตัวเองอย่างเดียว แต่จะเน้นให้ทั้งเราและลูกค้าอยู่ได้ ซึ่งจะทำให้เราเติบโตไปพร้อมๆ กัน "

นอกจากนี้เธอยังให้ความสำคัญกับความเชื่อถือของลูกค้าเป็นอันดับต้นๆ เพราะลูกค้าต้องไว้ใจ ว่าบริษัทที่ทำคู่ค้าด้วยต้องมั่นคง และน่าเชื่อถือ ตรงนี้ทำให้บริษัทได้ใจลูกค้า ความมั่นคงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งสะท้อนออกมาจากผลการดำเนินงานแต่ละปีเติบโตแบบก้าวกระโดด เห็นได้ชัดจากปีที่แล้วที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ มีร้านทองหลายรายที่ล้มลงไป ลูกค้าก็ต้องหาร้านที่มั่นคงมากขึ้น ส่วนการแข่งขันด้านราคาจะมาเป็นอันดับสองรองจากความเชื่อมั่น ซึ่งจะเน้นแต่รายใหญ่ที่เป็นร้านขายส่ง
ด้านสังคมการซื้อขายทองคำแม้ว่าจะมีหลายเจ้าที่คอยมาแย่งส่วนแบ่งการตลาด แต่เธอกลับมองว่าบรรดาร้านทองเจ้าอื่นเป็นคู่ค้ามากกว่าคู่แข่ง เพราะมีบางครั้งที่ต้องติดต่อกัน ในกรณีที่ลูกค้าผิดนัดกับรายอื่น ก็จะโทรแจ้งกันว่า ให้ระวังลูกค้ารายนี้ หรือช่วงการประชุมสมาคมค้าทอง ร้านทองแต่ละเจ้าก็เข้ามาช่วยแก้ปัญหามากกว่า ถึงจะแข่งกันตอนขายของแต่ยามมีปัญหาก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือกัน

การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาเกิดขึ้น โดยการแก้ไขปัญหาของเธอผู้นี้ คือมองปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่าการหาคนทำผิด ซึ่งเธอจะนำความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาวางมาตรการใหม่เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก เธอเล่าให้ฟังว่า ปัญหาครั้งแรกในการทำงานเกิดในช่วงปีแรก ตอนนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่มาก แผนงานไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร เลยออกอาการซึมไปพอสมควร แต่เมื่อตั้งสติได้ ก็บอกกับตัวเองว่ายังไงการทำงานจะต้องเจอปัญหา ยิ่งเจอบ่อยจะเป็นการทดสอบเราให้แข็งแกร่ง หากไม่กล้าเผชิญ ครั้งต่อไปอาจจะหนักกว่าเดิมจนเรารับไม่ไหวก็ได้ โดยเธอได้นำหลักการทำสมาธิของพุทธศาสนาเข้ามาใช้ เพื่อให้สมองปลอดโปร่งขึ้น เพื่อไม่ให้จมกับปัญหานานเกินไป เพราะเวลาที่เสียไป สามารถทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้อีกมากมาย โดยถือคติที่ว่าคนเราล้มได้แต่ล้มแล้วต้องลุกให้เร็ว
" ถือว่าตัวเองเป็นคนโชดดีด้วย เพราะเมื่อมีปัญหาก็จะมีคนมาช่วยเหลือตลอด ทั้งพ่อ แม่ รวมถึงผู้ใหญ่ในวงการธุรกิจ แต่ถามว่าเชื่อเรื่องดวงรึเปล่า บอกเลยว่าดูบ้าง แต่ไม่งมงาย เพราะเชื่อว่าทุกอย่างเรากำหนดเอง ทุกอย่างที่ตัดสินใจคือเราเอง อยู่ที่ว่าตอนนั้นเรามีสติ หรือใช้อารมณ์ในการตัดสินมากแค่ไหน ใช้เหตุและผลมากกว่า เชื่อกฏแห่งกรรมมากกว่า อะไรที่เราทำ จะต้องกลับมาหาตัวเรา "
ใช่ว่าในชีวิตของเธอจะมีแต่คำว่างานเพียงอย่างเดียว แม้ว่างานในส่วนที่เธอต้องรับผิดชอบจะดูเหมือนมากมาย แต่เธอผู้นี้ก็สามารถจัดสรรเวลาหาเวลาว่างให้กับตัวเองได้อย่างลงตัว กิจกรรมยามว่างของเธอก็อาจจะไม่แตกต่างจากผู้บริหารท่านอื่นๆ มากนัก ไม่ว่าจะเป็นการตีกอล์ฟ เล่นโยคะ และล่าสุด เธอกับเพื่อนก็หันมาสนใจกีฬาทางน้ำอย่างเคเบิ้ลสกีด้วย หรือไม่เธอก็ชอบออกไปช็อบปิ้ง ร้องคาราโอเกะ หรือดูหนัง แถมเธอยังบอกมาด้วยว่า ชอบดูหนังทุกประเภท ยกเว้นหนังสยองขวัญ สั่นประสาท เพราะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสีย เนื่องจากเวลาดูต้องคอยเอามือมาปิดตาตลอดเวลา ด้านอาหารจานโปรดหลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าสาวสวยอย่างจะยกให้ ข้าวผัดกระเพาไข่ดาว เป็นเมนูอันดับ 1 ที่จะนึกถึง

ด้านสถานที่ท่องเที่ยวเธอค่อนข้างชอบ ทะเลเป็นพิเศษ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเที่ยวทะเลใกล้ๆ กรุงเทพฯ อย่าง หัวหิน หรือพัทยาในช่วงเสาร์ - อาทิตย์เท่านั้น ด้วยเหตุผลที่จะต้องรีบกลับมาทำงานในวันจันทร์นั่นเอง ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวต่างประเทศ เธอบอกว่าตอนนี้ไม่ได้เที่ยวมาประมาณ 1 ปีแล้ว เพราะต้องคอยดูงานเกี่ยวกับ Gold Futures แต่ถ้าจะออกนอกประเทศส่วนใหญ่ก็เป็นในเรื่องการไปดูงานในตลาดทองประเทศอื่นมากกว่า
ส่วนก๊วนเพื่อนสนิทที่รู้ใจของเธอก็มีอยู่ประมาณ 5-6 คน ส่วนใหญ่ก็จะคลุกคลีและจะกระจายอยู่ในแวดวงการเงินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ในสายแบงก์ สายตลาดหลักทรัพย์ แม้แต่สายบันเทิงหรือเป็นอาจารย์ก็มี โดยเธอมีคติในการคบเพื่อนที่น่าสนใจ คือ คบเพื่อนไม่ได้หวังผลทางธุรกิจ แต่เพราะอยากมีเพื่อนมากกว่า ส่วนเพื่อนทางธุรกิจเธอเชื่อว่า หน้าที่และการงานจะทำให้เธอได้เจอเอง แต่คำตอบที่อาจจะทำให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ใจสลายกันเป็นแถวก็คือ ตอนนี้เธอมีคนรู้ใจแล้ว ส่วนจะเป็นใครนั้นขอปิดเป็นเรื่องส่วนตัว
เพราะทำงานใกล้ชิดกับทองคำอย่างนี้ เธอจึงไม่สามารถต้านทานเสน่ห์อันเย้ายวนของทองคำได้ วิถีการลงทุนของผู้หญิงคนนี้ส่วนใหญ่จึงมีทองคำเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตลอด เพราะนอกจากเธอจะแบ่งรายได้ส่วนตัวมาเก็บออมระยะยาวในรูปแบบของทองคำแท่งที่เธอคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เธอยังหุ้นกับเพื่อนๆ มาลงทุนใน Gold Futures อีกด้วย แต่เธอจะเน้นลงทุนแบบ อาบิทาจ คือ การเก็งกำไรส่วนต่างจากราคาทองล่วงหน้า และราคาทองในตลาดจริง ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่ที่หลายคนต้องแปลกใจ คือ เธอคนนี้ไม่ชอบการใส่เครื่องประดับ เพราะเธอขอนำทองที่ใส่ มาขายจะทำให้รู้สึกว่ามีคุณค่ากับเธอมากกว่า

ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นเธอบอกว่าไม่ชอบเท่าไหร่ แม้ว่าจะมีเพื่อนๆมาชักชวนก็ตาม เพราะให้ความรู้สึกเหมือนว่าเอาเงินตัวเองไปให้คนอื่นบริหาร ดังนั้นถ้าจะลงทุนต้องทำด้วยตัวเอง ศึกษาเอง แม้จะขาดทุนก็ขาดทุนด้วยตัวเอง เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุนไปต้องคุ้มค่าที่สุด



นอกจากทองคำจริง และทองล่วงหน้า เธอยังเจียดเวลามาเปิดร้านอาหาร ที่ชื่อว่า ไชน่าทาวน์ ที่ชั้น 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นร้านที่หุ้นกับญาติๆ โดยเธอจะมาดูแลในส่วนของการจัดซื้อ เพราะเธออยากหาอะไรที่พิเศษและสนุกๆ ทำ โดยแอบกระซิบมาว่า หมูแดงร้านของเธอรสเด็ดมาก จนหลายคนติดอกติดใจยอมขับรถไปซื้อถึงสุวรรณภูมิก็มี ส่วนในอนาคตเธอสนใจจะลงทุนที่ดิน ซึ่งตอนนี้เก็บหอมรอมริบ และหาทำเลที่ถูกใจอยู่

หากจะให้ตัวเธอกำหนดนิยามที่บ่งบอกตัวตนของผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ได้มากที่สุด เธอบอกว่า เธอไม่เชื่อเรื่องความเก่ง แต่เชื่อเรื่องความสม่ำเสมอและความใส่ใจ เธอเปรียบการใช้ชีวิต และการทำงานเหมือนกับต้นไม้ ที่จะต้อง รดน้ำและใส่ปุ๋ยทุกวัน ถึงจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ของเธอพร่ำสอนมาตลอดนั่นเอง

By : สุรเมธี มณีสุโข
eFinanceThai.com
ที่มา...http://www.efinancethai.com/lifestyle/management.asp?name=l_frontpage_tipa



Create Date : 29 มิถุนายน 2554
Last Update : 16 กรกฎาคม 2554 16:31:34 น. 7 comments
Counter : Pageviews.

 
ทั้งสวย ทั้งเก่ง เลยนะคะ หน้าเค้าออกโทนเกาหลีด้วยสิ


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:15:30:47 น.  

 
เจอเพิ่มเติม
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=moonfleet&month=10-2010&date=17&group=198&gblog=2


โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:16:05:04 น.  

 

ชอบจังเลยล่ะคนสวยที่เก่งแบบนี้
แหล่มจ้าน้องชะเอม


โดย: อุ้มสี วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:20:20:49 น.  

 
อ่านจบเพราะความสวยนี่แหละ อิอิ


โดย: is_ninja วันที่: 30 มิถุนายน 2554 เวลา:0:15:27 น.  

 
โห .. เก่งด้วย สวยด้วย แบบนี้เรียกว่า
เหมาไม่แบ่งใครเลยได้เหมือนกันนะค่ะนี่


โดย: JewNid วันที่: 30 มิถุนายน 2554 เวลา:0:56:09 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องเอม ตามมาอ่านประวัติคนสวย คนเก่งด้วยคน
เป็นตัวอย่างสุภาพสตรีไทยที่ดีมากๆ
ดีใจที่เรามีสาวไทยแบบนี้ น่าภาคภูมิใจค่ะ

ขอบคุณมากๆ ที่ตามมาเดินตลาดนัดด้วยกัน
วันนั้นร้อนนนนน แต่ใจอยากช้อปปิ้ง ฮ่ะฮ่ะ ไม่หวั่นๆๆๆ
สนุกดีนะคะ ตลาดนัดแบบนี้ เวลาจัดทีของแต่ละอย่างก็ไม่เหมือนกัน
เดินไป ถ่ายรูปไป หนุกหนานๆ

ปล.เอาเมนูสีชมพูมาฝากค่ะ



โดย: diamondsky วันที่: 30 มิถุนายน 2554 เวลา:4:47:45 น.  

 
- หวัดดียามเย็นครับ

- เข้ามาชื่นชม ญ เก่งสามารถครับผม


โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 30 มิถุนายน 2554 เวลา:19:06:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
ชะเอมหวาน
Location :
Dalian(China),Guildford(UK),กทม.,สกลนคร United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Edutainment
International Business
Bossa Nova& Easy Listening

ถ้าถามอะไรในนี้ไม่ได้ตอบ
กรุณาส่งไปทางเฟซบุ๊คเลยนะคะ
ไม่ค่อยได้เช็คบล็อกค่ะ
ขอบคุณค่ะ


 ยินดีต้อนรับ
ณ บ้านชะเอมหวานค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนกันเสมอนะคะ
จขบ.เป็นอาจารย์เล็กๆค่ะ
ฟรีแลนซ์ พิธีกรงานแต่งงาน
สะสมโปสการ์ดค่ะ
ฟังเพลงสบายๆ
ชอบแต่งหน้าแต่งตัว
แต่งกลอน ขีดๆเขียนๆ
ท่องเที่ยว
ก็เป็นกำลังใจให้กันด้วยค่ะ จุ๊บๆ 





บ้านนี้จขบ.ต้องการสร้างสรรค์ให้เบา สบายๆค่ะ
เอนทรี่เก่าๆเกี่ยวกับอาหารและการท่องเที่ยวจะย้ายบ้านไปที่

Amiley lala(ท่องเที่ยวและอาหาร)



POSTCARD & International Business


ถ้าจะโหวตขอหมวดการศึกษา

และหมวดดนตรีค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ
credit::::
photo by พี่เป็ดสวรรค์)
Head blog กับของตกแต่งจาก

pk12th
และ

คุณกุ้ง Kungguenter


Follow amiley on Twitter



ค้นหาข้อมูลจากกูเกิลที่นี่ได้เลยค่ะ Share link
ffox bullet um lung mai rss

free counters bg comment ช่วยเมตตาสักวันละคลิกนะคะ ขอบคุณค่ะ
google kingmoon Emotion
MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
New Comments
Friends' blogs
[Add ชะเอมหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.