ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
คิดถึงหนังสารคดี "สองข้างทางรถไฟ"
ปกติผมเป็นคนชอบดูหนังสารคดีมานานแล้ว อาทิ หนังสารคดีชุดสองข้างทางรถไฟ จัดทำโดย สรรพสิริ และหนังสารคดีชุดเที่ยวไปกับโอวัลติน หนังสารคดีชุด ความรู้คือประทีป ของ เอสโซ่ ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ฉายออกอากาศทาง ทีวีไทย ทุกบ่ายวันเสาร์ เวลา 16.00 น. เป็นต้น

มาวันนี้ผมก็เป็นแฟนคลับดูหนังสารคดี ที่ฉายออกอากาศทาง ทีวีไทย ภายใต้การบริหารงานของ เทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการที่มีฝีมือ






เทพชัย หย่อง


คราวก่อนที่ผมเขียน กล่าวชมยกย่อง คุณภาพรายการสารคดีศิลปะบันเทิงต่างๆ ของช่องทีวีไทย ภายใต้แนวทางนโยบายของผู้บริหารองค์กรอย่าง คุณเทพชัย หย่อง


มีอยู่รายการหนึ่งที่ชอบมากๆ คือ ''พินิจนคร'' ที่มี นิธิ สมุทรโคจร เป็นพิธีกรพาเที่ยว เมืองเก่า ถิ่นเก่าของเราแต่ก่อน นับตั้งแต่ตอนแรกๆ ในเขตต่างๆ ที่เป็นประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ตอนนี้ออกต่างจังหวัดแล้ว

บริษัทที่ผลิตรายการ น่าจะได้ทุนจากทีวีไทย ผลิตรายการ ป้อนให้กับสถานีโทรทัศน์ภาครัฐ

ดูแล้วชื่นใจครับ เขาทำดี ตั้งใจทำ ไม่มั่วๆ รักที่จะทำ เพื่อให้ความรู้ ให้ความสุขกับผู้ชม โดยเฉพาะกับคนไทยที่คิดถึงอดีตรากเหง้าเก่าแก่ครั้งปู่ย่าตายาย ที่มีความสุขรื่นรมย์

รายการอย่างนี้ เอาเงินงบประมาณรัฐที่มาจากเงินภาษีราษฎรของพวกเราไปใช้ไปทำ..ก็ไม่ว่าสักคำ

ไม่เชื่อ ลองดูซิครับ ประมาณสามสี่ทุ่ม วันอังคาร ช่องทีวีไทย

ดูเหมือนว่า วันอังคารที่จะถึงนี้ เป็นเรื่อง ''คนสุพรรณ'' ที่อาจตอบได้ว่าทำไมเลือดสุพรรณถึงข้นนัก

ดูรายการสารคดีบันเทิงทางช่องทีวีไทยเหมือนกัน ที่เขาไปทำสกู๊ป คุณโดม สุขวงศ์ ผู้สร้างผู้กรำการทำ หอภาพยนตร์ หรืออีกนัยหนึ่งคือพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์แห่งชาติ

ใครๆ ก็รู้ว่า ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา คุณโดมได้ตามเก็บหลักฐานที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย โดยเฉพาะฟิล์มภาพยนตร์ต่างๆ เอาไว้มากมาย

คุณโดมทุ่มเท ทั้งใฝ่ตระเวนหา ทั้งเก็บดุจสมบัติล้ำค่า ยิ่งเสียกว่าภาครัฐทำเสียอีก

คุณโดมให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า บางทีไปตามหาฟิล์มภาพยนตร์ เห็นแล้วก็จะท้อนใจ เพราะถูกทิ้งๆขว้างๆ กองอยู่ใต้ขี้ฝุ่นเขลอะ เหมือนของหมดค่าแล้ว ทั้งที่นั่นคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์

ในเมืองนอก ฟิล์มภาพยนตร์เก่าอายุห้าหกสิบปีถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าแล้ว ต้องเก็บรักษาเป็นอย่างดี อยู่ในห้องอุณหภูมิคงที่ เพื่อไม่ให้เนื้อฟิล์มย่อยสลายหมดสภาพ

ดูคุณโดมเอ่ย ผมนึกวูบ ความทรงจำสมัยเด็กๆ ผุดขึ้นมาทันที

ใครที่อายุเลยครึ่งศตวรรษ ใกล้แตะเลข 6 นำหน้า จะเกษียณมะรอมมะร่อ จำรายการโทรทัศน์สารคดีท่องเที่ยว ''สองข้างทางรถไฟ...เที่ยวเมืองไทย ไปกับโอวัลติน'' ได้ไหมครับ

โทรทัศน์ยังเป็นขาวดำ ผมจำไม่ได้ว่า เป็นรายการของช่องไทยโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม หรือสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (สมัยโน้น ทีวีมีแค่สองช่อง)

แน่ะ...เสียงอินโทร แตรฟันฟา แต่น..แต๊น..แตนแต๊นแต๊น แต๊นแต่นแต๊น แตน..แต่น....มาริ้วๆ เลย ( ถ้าใครร้องทำนองให้ฟัง คนวัยผมจะคุ้นหูมาก ผมเคยอ่านมานานแล้วว่า ผู้แต่งท่วงทำนองนี้คือ ชาร์ลี แช็ปปลิน ไว้อินโทรภาพยนตร์ (หนังใบ้) เรื่องหนึ่งของเขา

แล้วเสียงของ คุณสรรพสิริ วิริยศิริ ที่ทุ้มต่ำก็ตามมา เล่าเรื่องราวหลายหลาก ในรูปแบบสารคดีท่องเที่ยว ไปยังจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย สมกับชื่อรายการ สองข้างทางรถไฟ...เที่ยวเมืองไทยไปกับโอวัลติน

สองข้างทางรถไฟ...ก็คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นสปอนเซอร์รายการ

เที่ยวเมืองไทยไปกับโอวัลติน...ก็คือโอวัลติน เครื่องดื่มมอลต์โกโก้ยุคแรกเป็นสปอนเซอร์ (ผมเป็นคนหนึ่งที่โตมาจากโอวัลติน จำความได้ แม่ก็ชงให้ ตั้งแต่ดูดด้วยขวดนม จนดื่มถ้วย เรียกว่าถ้ากระป๋องไม่ใช่สีส้ม ชงมาแล้วบอกว่าเหมือนกันแหละ...ก็ไม่ยอมกิน ต้องโอวัลติน...โอเลงเตง...เท่านั้น)

รายการสารคดีท่องเที่ยวเมืองไทยนี้ ต้องถือว่าเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์นะครับ เพราะมีอายุไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว

สองข้างทางรถไฟ จังหวัดต่างๆ ในยุคกระโน้น ย่อมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายตามกาลเวลา หากเปรียบเทียบกับยุคนี้

ผมอยากเรียนกับคุณโดมด้วยความนับถือว่า...ฟิล์มภาพยนตร์สารคดีชุดสองข้างทางรถไฟ...เที่ยวเมืองไทยไปกับโอวัลติน ยังจะพอสามารถค้นหาได้หรือไม่ครับ?

หรือสูญหายไปหมดสิ้นแล้ว?

ถ้ายังหาได้ ขอนำกลับมารีไวส์ใหม่

ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธ์ มอบลิขสิทธิ์ให้ทีวีไทย ไปทำสารคดีเพิ่มเติม

ให้จ็อบกับทีมงานผลิตรายการ ''พินิจนคร'' ทำ

คุณปู่สรรพสิริ พาเที่ยวจังหวัดต่างๆ สองข้างทางรถไฟเมื่อครึ่งร้อยปีก่อน นำเอามาเทียบเคียงกับวันนี้ของยุคของ นิธิ สมุทรโคจร

ภาพในอดีตเทียบกับภาพปัจจุบันในมุมเดียวกัน อะไรที่ยังหลงเหลือ อะไรที่จบสิ้น โดนแทนที่ไปแล้ว ล้วนคือวิถีที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาที่น่าทึ่งที่สุด และมีคุณค่าที่สุด

ผมฝากไอเดียนี้ด้วยนะครับ คุณโดม และ ผอ.เทพชัย หย่อง

ด้วยเชื่อว่า ไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นผมเท่านั้นที่อยากเห็นอยากดู แต่เด็กรุ่นหลังลงมาก็คงสนใจว่า จังหวัดถิ่นเกิดสมัยพ่อของเขานั้น วิถีเป็นอย่างไร

ใครทำได้ ต้องถือว่าเป็นงานชิ้นโบแดง เป็นเกียรติยศที่สุด เพราะคุณทำรายการโทรทัศน์ระดับชิ้นงานประวัติศาสตร์

จะเรียกว่า ทำผลงาน ฝากไว้ในแผ่นดิน ก็น่าจะได้

ครึ่งร้อยปี หลายสรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงแน่นอน

แต่น่าขำหรือน่าเศร้าก็ไม่รู้นะครับว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยก็คือ รางรถไฟ

อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น ทั้งที่รถไฟคือระบบการคมนาคมสาธารณะที่สำคัญยิ่งสำหรับประชาชนทั้งประเทศ เป็นเท้าเดินทางไกลของชาวบ้านรากหญ้ายากจน

เส้นทางรถไฟ ควรจะไปถึงทุกจังหวัดของประเทศ มีประสิทธิภาพเดินทางรวดเร็ว เป็นหัวใจแห่งการคมนาคม และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจ

แต่กี่ปีๆ ก็รางเหล็กคู่เดิม เหมือนเดิม เท่าเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ประโยชน์ของรางรถไฟประการหนึ่งคือ นับว่าเป็นโบราณวัตถุของประเทศไทยโดยแท้

แหม...อยากดูรายการโทรทัศน์ในฝัน...ดันมาแขวะ การบริหารราชการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลหลายยุคสมัยที่ผ่านเสียนี่


กามาจิณ


ข้อมูลและภาพประอบจาก สยาม/ดารา



Create Date : 13 ตุลาคม 2553
Last Update : 13 ตุลาคม 2553 10:36:01 น.
Counter : Pageviews.

5 comments
  
โดย: หน่อยอิง วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:19:41:33 น.
  
ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ
โดย: หนุ่มร้อยปี (ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์ (หนุ่มร้อยปี ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:49:35 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณหนุ่มร้อยปี หนูก็ชอบรายการพินิจนครเหมือนกันค่ะ

ส่วนรายการ ''สองข้างทางรถไฟ...เที่ยวเมืองไทย ไปกับโอวัลติน'' เกิดไม่ทันแน่ ๆ แต่ก็อยากเห็นค่ะว่าเป็นยังไง
โดย: kapaeng_83 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:46:56 น.
  
เพิ่งมีโอกาสมาได้อ่านค่ะ ขอบคุณนะคะที่ติดตามชมรายการ รวมไปถึงแนวทางในการสร้างสรรค์รายการและคำชมที่เป็นกำลังใจสำหรับคนทำงานด้วยค่ะ
โดย: ทีมงานรายการพินิจนคร IP: 110.164.239.242 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:12:41 น.
  
หนังสือ American Way in American Words: "อเมริกันวิถี ในวลีอเมริกัน" (สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ในบท "Bearish and Bullish" (footnote 31, page 38) มีการรำลึกถึงความทรงจำวัยเด็กจากภาพยนตร์การฺตูนโฆษณายาหม่องบริบูรณ์บาลฺม โดยสำนักงานโฆษณาสรรพสิริ (วิริยะสิริ) ["หนูหล่อ พ่อเขาพาไปดูหมี ที่นา ตาหมอหลอ...."]

แต่ที่ยังติดตาตรึงใจและรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุญของบรรพชนผู้ปลูกฝังรสนิยมดนตรีคลาสสิคให้ผม (และสืบทอดถึงลูก) คือผู้ผลิตรายการสารคดี "ท่องเมืองไทยไปกับโอวัลติน" (เที่ยวทางรถไฟ) เพราะตอนเริ่มต้นมีฉากรถไฟแล่นตามทางโค้ง เห็นรางรถไฟ และมีดนตรีท่อนสำคัญจากอุปรากร Aïda ของ เเวรฺดี้ (Giuseppe Verdi) ซึ่งตอนเด็กๆไม่รู้จักหรอก พออยู่จุฬาฯ มีเพลงเชียรฺของคณะบัญชี ที่รุ่นพี่ผู้มีรสนิยมได้บรรจงแต่งเนื้อร้องภาษาอังกฤษใส่เข้าไปในท่วงทำนองที่ฝังหัวผมมาตั้งแต่วัยหกขวบ

เนื้อร้องมีว่า "We cheer AC today then we all will win. Hurry up comrades, hurry up, hurry up, don't slow."

หากท่านใคร่รู้ว่าดนตรีท่อนสำคัญนั้นเป็นเช่นไร ให้ไปดูตั้งแต่นาทีที่ 1:02:05 ของอุปรากร Verdi: Aïda - San Francisco Opera (starring Luciano Pavarotti) http://www.youtube.com/watch?v=b8rsOzPzYr8
โดย: C. Watanagase IP: 58.11.242.164 วันที่: 18 เมษายน 2557 เวลา:12:11:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
หนุ่มร้อยปี
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



บล็อกนี้สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 โดย ชายไทยวัยสูงอายุ มีวัตถุประสงค์ในการบันทึกและนำเสนอเรื่องราวต่างๆแบบครอบจักรวาล อาทิ ภาพยนตร์ ดนตรี รายการทีวี หนังสือน่าอ่าน อาหารน่ากิน ท่องเที่ยว สะสมสิ่งของ ตำนานชีวิตบุคคลน่าสนใจ รู้ไว้ใช่ว่า จิปาถะ
ฯลฯ เป็นต้น คำขวัญประจำบล็อก ประสบการณ์ชีวิตที่ดีในอดีต คือทรัพยากรที่ทรงคุณค่าในปัจจุบัน คำขวัญประจำตัวเจ้าของบล็อก "อายุเป็นเพียงตัวเลข" บรรณาธิการบริหารบล็อกคือ หนุ่มร้อยปี บล็อกนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย ท่านใดเห็นว่าข้อเขียนหรือภาพประกอบในบล็อกนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ได้ แต่โปรดอ้างอิงชื่อบล็อกนี้ด้วย จักขอบคุณยิ่ง













free counters