กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
5
11
12
13
19
23
24
26
27
28
 
 
All Blog
ข้างหลังชีวิต ภาคมัชฌิมวัย ตอน "คนโรงแรม" (11)



ข้างหลังชีวิต ภาคมัชฌิมวัย ตอน”คนโรงแรม”(11)

พูดถึงระบบการบริหารโรงแรม แกรนด์เดอวิลล์ ยังมีเรื่องที่ควรเขียนถึงอีกประเด็นหนึ่งคือ นอกจากจะใช้ระบบครอบครัวบริหารงานแล้ว นพ.กำพล ตังฑัตสวัสดิ์ พี่ใหญ่ของน้องๆที่ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ยังเอาระบบงานราชการมาประยุกต์ใช้ด้วย นั่นคือเพราะตอนกลางวันสวมหมวกเป็นหมออยู่ที่ รพ.ตำรวจ ตอนกลางคืนจึงสวมหมวกอีกใบเป็น กรรมการผู้จัดการโรงแรมของครอบครัว เมื่อมาถึงโรงแรมผู้บริหารส่วนใหญ่ก็กลับบ้านเกือบหมดแล้ว นพ.กำพลจึงเขียนบันทึกแบบราชการไปวางไว้ตามโต๊ะทำงานของผู้บริหาร ผมเองมาถึงโรงแรมตอนเช้าจะพบบันทึกของคุณหมอจำนวนวันละไม่น้อยกว่า 3-4 ชิ้น งานชิ้นไหนทำได้หรือมีปัญหาอะไรก็เขียนบันทึกตอบ แล้วนำไปวางที่โต๊ะทำงานของท่าน ผมเองสบายมากเรื่องการเขียนบันโต้ตอบ เพราะเคยรับราชการมาก่อน สงสารแต่บางคนที่ไม่คุ้นเคยกับระบบแบบนี้ก็มีปัญหากับท่าน

ท่านจะมาโรงแรมก็วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดของท่านที่ รพ.ตำรวจ แต่มีระบบที่ดีอีกสองสามอย่างที่ควรจะเขียนถึงคือ ท่านจะวางระบบความสำคัญของเอกสารทั้งหมดว่า เอกสารอะไรที่มีความสำคัญระดับไหนของแต่ละฝ่าย แล้วกำนดสีของความสำคัญไว้ที่แฟ้มเอกสาร นัยว่าหากเกิดอุบัติภัยเช่นไฟไหม้ พนักงานจะได้รู้ว่าควรจะเก็บเอกสาร แฟ้มไหนก่อนหลัง อีกเรื่องหนึ่งคือการกำหนดขั้นตอนหากแขกที่มาพักเสียชีวิต ใครควรจะมีหน้าที่อะไร อย่างไร กำหนดแม้กระทั่งการเคลื่อนย้ายศพแขกที่เสียชีวิต มีขั้นตอนอย่างไร ใครจะเป็นผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชน ทุกอย่างมีระเบียบและขั้นตอนโดยละเอียด ผมว่ายากที่จะมีผู้บริหารโรงแรมไหนในประเทศไทยจะกำหนดขั้นตอนเหล่านี้ได้ เรื่องอื่นๆเช่นหากเกิดไฟไหม้ควรจะทำอย่างไร ฯลฯ เป็นต้น ดูๆไปตอนนั้นโรงแรมแกรนด์ เดอ วิลล์ ใกล้จะเป็นหน่วยราชการเข้าไปแล้ว

การประชุมผู้บริหารประจำสัปดาห์ก็จะต้องมีระเบียบวาระการประชุม มีผู้จดบันทึกการประชุม และมีการรับรองรายงานการประชุมในครั้งต่อไป เป็นต้น ผมมักจะถูกกำหนดเป็นผู้จดรายงานการประชุม เพราะท่านพูดว่าภาษาหนังสือของผมใกล้เคียงระบบราชการดี (ฮะแอ้ม ท่านคงไม่รู้ว่าผมเคยรับราชการมาเหมือนกันนะ)

หากจะถามว่าระบบระเบียบที่ นพ.กำพลวางขึ้นนี้ ดีใหม ตอบว่า ดีครับ เพราะผมรับได้ทั้งหมด เว้นแต่คนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะลำบากใจหน่อย ผมเองก็ยังอดคิดในบางครั้งไม่ได้ว่า ผมทำงานราชการหรือทำงานโรงแรมกันแน่

เมื่อผมทำงานใกล้จะครบกำหนดสัญญาจ้างงานคือ หนึ่งปี ผมก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หลายคนก็แสดงความดีใจต่อตำแหน่งใหม่ของผม แต่ผมกลับเฉยๆครับ เพราะตำแหน่งนี้เกือบจะไม่มีงานอะไรทำเลย นอกจากงานเอกสารซึ่งไม่ใช่ความต้องการของผมในการทำงานโรงแรม

แล้วชีพจรก็ลงเท้าผมอีกครั้ง ท่านคงทราบดีว่าคืออะไร ผมลาออกจากงานทันทีที่ครบสัญญาจ้างงาน ไม่ว่าใครจะทักท้วงอะไรผมไม่ฟังอีกแล้ว เพราะเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่นี่เป็นที่สุด(จริงๆ)

จาก http://www.1938centuryboy.wordpress.com



Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2560 9:35:01 น.
Counter : 232 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หนุ่มร้อยปี
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]



บล็อกนี้สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 โดย ชายไทยวัยสูงอายุ มีวัตถุประสงค์ในการบันทึกและนำเสนอเรื่องราวต่างๆแบบครอบจักรวาล อาทิ ภาพยนตร์ ดนตรี รายการทีวี หนังสือน่าอ่าน อาหารน่ากิน ท่องเที่ยว สะสมสิ่งของ ตำนานชีวิตบุคคลน่าสนใจ รู้ไว้ใช่ว่า จิปาถะ
ฯลฯ เป็นต้น คำขวัญประจำบล็อก ประสบการณ์ชีวิตที่ดีในอดีต คือทรัพยากรที่ทรงคุณค่าในปัจจุบัน คำขวัญประจำตัวเจ้าของบล็อก "อายุเป็นเพียงตัวเลข" บรรณาธิการบริหารบล็อกคือ หนุ่มร้อยปี บล็อกนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย ท่านใดเห็นว่าข้อเขียนหรือภาพประกอบในบล็อกนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ได้ แต่โปรดอ้างอิงชื่อบล็อกนี้ด้วย จักขอบคุณยิ่ง













free counters