Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Pearls Before Breakfast ผู้คนกับดนตรีข้างถนน

Pearls Before Breakfast เป็นชื่อของบทความที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์สาขา Feature Writing ประจำปี 2008 เขียนโดย Gene Weingarten ผู้เขียนบทความของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ลงตีพิมพ์ในฉบับวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2007 ที่มาของบทความนี้เนื่องจากผู้เขียนอยากทดลองว่า ถ้าให้นักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกอำพรางตัวมาเล่นดนตรีข้างถนน (แบบวนิพกพเนจรนั่นเอง) จะได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างไรบ้าง

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2007 ตอนเช้าในช่วงเวลารีบเร่ง นักไวโอลินที่มาร่วมทดลอง มาในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืดแขนยาวสีเข้ม สวมหมวกแก็ป เพื่ออำพรางตัวเอง ก็มาถึงสถานีรถไฟใต้ดินที่ลองฟองต์พลาซ่า วอชิงตันดีซี ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนผ่านไปมามากเพราะอยู่ใกล้สถานที่ราชการหลายแห่ง เขาหยิบไวโอลินออกมาจากกล่อง ใส่เงินลงไปในกล่องนิดหน่อย (มีเทคนิค อิๆ) หันกล่องออกแล้วก็เริ่มบรรเลงเพลง ในอีก 43 นาทีต่อมาเขาก็ได้บรรเลงเพลงคลาสสิคไป 6 เพลง

ผู้ที่ผ่านไปมาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร คุณจะหยุดฟังมั้ย คุณจะเดินผ่านไปโดยรู้สึกผิดนิดหน่อยหรือหงุดหงิดนิดหน่อย กับเวลาที่มีจำกัดหรือคล้ายๆเงินในกระเป๋าจะถูกรบกวนมั้ย คุณจะโยนเงินให้เขามั้ย ถ้าฝีมือของเขาไม่ดีคุณจะเปลี่ยนใจไม่โยนเงินให้มั้ย แล้วถ้าฝีมือเขาดีล่ะ คุณมีเวลาสำหรับความงดงามมั้ย ในช่วงขณะอย่างนั้นสมการของความรู้สึกนึกคิดเป็นอย่างไรหนอ การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อีกอย่างคือ ต้องการรู้ว่า ผู้คนทั่วไปจะสามารถรับรู้ความสามารถทางดนตรีของผู้เล่นหรือไม่
เหล่านี้เป็นคำถามของผู้เขียนบทความ และก็คงจะเป็นที่มาของชื่อบทความที่มีความหมายประมาณว่า คนเราทุกวันนี้สนใจหรือรู้จักรับหรือให้สิ่งดีๆกับชีวิต(ไข่มุก)หรือไม่ หรือว่าไม่สนใจเพราะมีเรื่องต้องทำ(กินอาหารเช้า)

เช้าวันศุกร์ในชั่วโมงรีบเร่ง นักไวโอลินระดับโลกอย่าง Joshua Bell กับไวโอลินราคา 3.5 ล้านเหรียญ อำพรางตัว บรรเลงเพลงตรงทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ว่ากันว่าไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่คล้ายกับเสียงมนุษย์ เมื่ออยู่ในมือของนักดนตรีชั้นครู มันจะสะอื้น หัวเราะ ร้องเพลง อย่างสเน่หารัญจวน เศร้า รื่นเริง น่าหลงใหลและเปี่ยมพลัง

เพลงแรกที่เขาบรรเลงคือ Chaconne จาก Partita No.2 in D minor for solo violin, BWV 1004 ของ J.S. Bach เป็นเพลงที่เล่นยากเพลงหนึ่ง ว่ากันว่าเป็นเพลงที่มีพลัง มีโครงสร้างของเพลงดี เป็นผลงานชั้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งของ Bach

Chaconne 1/2 โดย Janine Jansen


ภาพที่ได้จากกล้องวิดีโอถ่ายทำที่ซ่อนไว้ 3 นาทีผ่านไปนับจากที่เขาเริ่มบรรเลง คน 63 คนเดินผ่านไป โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นจึงมีชายกลางคนหันมาดูแต่ก็เดินผ่านไป อีกครึ่งนาทีต่อมาจึงมีผู้หญิงคนหนึ่งโยนเงินให้แล้วก็เดินต่อไป จนเมื่อเขาบรรเลงไปแล้ว 6 นาที จึงมีคนหยุดยืนดู

ปรากฏว่าในช่วง 43 นาทีที่ Joshua Bell บรรเลงเพลงนั้น
จากจำนวน 1,070 คนที่เดินผ่าน มีเพียง 7 คนหยุดดูในช่วงสั้นๆ
27 คน โยนเงินให้

Bell บรรเลงอย่างจริงจัง โยกเอนตัวไปกับเสียงเพลงตามแบบของเขา ดูน่าเพลิดเพลิน แต่ดูเหมือนผู้คนที่ผ่านไปจะไม่เห็นเขา ไม่ได้ยินเขา ราวกับเขาไม่มีตัวตน ผู้เขียนบอกว่าเมื่อดูจากวิดีโอแล้ว Bell ต่างหากที่ดูมีตัวตน แต่ผู้คนเหล่านั้นเหมือนกับไม่มีตัวตน

John David Mortensen อายุ 30 กว่าๆ เป็นผู้จัดการโครงการของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง เขาได้ยินเสียงเพลงตั้งแต่ขึ้นบันใดเลื่อนมา เมื่อออกจากบันไดเลื่อน เขาก็เดินไปนิดนึง ดูเวลาที่ข้อมือแล้วก็ย้อนกลับมา เขาเป็นคนแรกที่หยุดดู เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ Bell กำลังบรรเลงช่วงที่ 2 ของ Chaconne ซึ่งมีท่วงทำนองที่ฟังง่ายกว่าช่วงแรก แต่ชายคนนี้เขาไม่รู้เกี่ยวกับเพลงคลาสิคเลย เขาบอกว่าที่หยุดดูก็เพราะได้ยินแล้วรู้สึกดี เป็นครั้งแรกที่เขาหยุดยืนดูแบบนี้ และเป็นครั้งแรกที่เขาให้เงินกับคนเล่นดนตรีข้างถนน

Chaconne 2/2 โดย Janine Jansen


หลังจากจบเพลง ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีการรับรู้ของผู้คน ไม่มีผู้ชื่นชม นานมาแล้วที่ Bell ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกและปวดใจอยู่เหมือนกัน

แล้วเขาก็เดินหน้าเริ่มเล่นเพลงต่อไป Ave Maria ผลงานที่มีชื่อเสียงมากชิ้นหนึ่งของ Schubert (ทั้งๆที่เขาไม่ค่อยได้แต่งเพลงเกี่ยวกับศาสนา)

Ave Maria โดย Joshua Bell


เมื่อ Bell เริ่มเล่นไปได้เล็กน้อย มีบางสิ่งเกิดขึ้น ผู้หญิงกับเด็กชายตัวเล็กๆขึ้นมาจากบันไดเลื่อน Sheron Parker กำลังพาลูกชายอายุ 3 ขวบ ไปฝากเลี้ยงและไปทำงานให้ทันเวลา Evan เป็นเด็กชายผิวดำที่หันมามอง Bell หลายครั้งเหมือนอยากจะหยุดดู จนแม่ของเขาต้องมายืนบังและรุนให้เขาเดินออกไป เมื่อออกประตูไปแล้ว Evan ก็ยังหันมามองอีก
เมื่อผู้สื่อข่าวบอกเธอในภายหลังเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอหัวเราะและว่า Evan สมาร์ทเหมือนกันนะนี่

บางคนบอกว่า เด็กเกิดมาโดยรู้จักกวีศิลป์จากการเต้นของหัวใจมารดา แต่การดำรงชีวิตต่อมาทำให้ห่างออกไปเรื่อยๆ
ภาพจากวิดีโอได้แสดงให้เห็นว่า ทุกครั้งที่มีเด็กเดินผ่านมา เด็กทุกคนจะพยายามหยุดฟัง แต่พ่อแม่ก็จะดึงให้เขาเดินต่อไปทุกครั้ง

ผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ในภายหลังจากเหตุการณ์ บางคนไม่รู้เลยว่ามีคนเล่นไวโอลินอยู่ตรงนั้น เพราะเขาเสียบหูฟัง iPod อยู่ หญิงคนหนึ่งเดินไปและมองอยู่ชั่วครู่ โดยไม่ได้สนใจเพลงที่กำลังบรรเลง เพราะเธอกำลังนึกอยู่ว่า เขากำลังทำอะไรอยู่ เขาจะได้เงินเท่าไร เป็นต้น เธอเป็นทนายด้านแรงงานสัมพันธ์

ผู้หญิงคนหนึ่งทำงานบริการขัดรองเท้าอยู่ใกล้ๆกัน เธอมักจะรำคาญเวลามีนักดนตรีมายืนเล่นดนตรีอยู่แถวนั้น มันรบกวนเวลาเธอคุยกับลูกค้า ทุกครั้งเธอจะโทรเรียกรปภ.ให้มาไล่ออกไป แต่คราวนี้เธอไม่ได้โทร เธอเลี่ยงที่จะพูดในเชิงบวกเกี่ยวกับนักไวโอลินคนนี้ แต่ก็บอกว่า เขาเล่นได้ดีทีเดียว

ในบรรดา 7 คนที่หยุดฟังนั้น John Picarello เป็นซุปเปอร์ไวเซอร์อยู่ที่ไปรษณีย์ เขาหยุดยืนฟังอยู่ห่างๆถึง 9 นาที เขารู้จัก Bell แต่คราวนี้เขาจำไม่ได้ว่าชายคนนี้เป็นใคร เมื่อถูกสัมภาษณ์เขาบอกว่า ชายคนนั้นเล่นไวโอลินได้ดีมาก เทคนิคการเล่นดีมาก และรู้สึกแปลกใจที่ผู้คนเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ Picarello เคยเล่นไวโอลินตอนเด็กๆ เคยอยากเป็นนักไวโอลินอาชีพ แต่เลิกไปเมื่ออายุ 18 เพราะรู้สึกว่าตัวเองฝีมือไม่ถึง

Stacy Furukawa ทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ เป็นคนเดียวที่จำ Bell ได้ เธอมาถึงตอนที่ใกล้จะจบการเล่นแล้ว เธอไม่ค่อยรู้เรื่องดนตรีคลาสสิคมากนัก แต่เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนนี้ เธอได้ดู Bell แสดงดนตรีฟรีที่ห้องสมุดสภาคองเกรส
เธอแปลกใจที่เห็นเขามายืนแสดงเปิดหมวกแบบนี้ แปลกใจที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้หยุดดู หรือแม้แต่จะมองเลย เธออยู่ห่างออกไป 10 ฟุต ยืนอมยิ้มดูเขาเล่นจนจบ แล้วจึงเอ่ยทักทาย เขาเดินไปจับมือขอบคุณเธอ




วันนั้นมีคนโยนเงินให้ Bell 32.17 เหรียญ (ไม่รวม 20 เหรียญของ Furukawa)
เขาหัวร่อแล้วบอกว่า ไม่เลวเลยนะสำหรับการทำงานไม่ถึงชั่วโมง ยึดเป็นอาชีพได้เหมือนกันนะนี่



Create Date : 23 มกราคม 2552
Last Update : 26 มกราคม 2552 11:43:02 น. 3 comments
Counter : 913 Pageviews.

 
"Bell ต่างหากที่ดูมีตัวตน แต่ผู้คนเหล่านั้นเหมือนกับไม่มีตัวตน" อ่านแล้วเห็นภาพเลย

ตอนแรกคิดว่าที่เมืองนอก คนเปิดหมวกจะได้รับความสนใจเสียอีก อย่างตอนที่ไปเที่ยว ไม่ว่าไปเมืองไหนก็เห็นคนมาเปิดหมวกแทบทุกเมืองเลย คนก็สนใจกันนะคะ หรือเพราะมันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่รู้

น่าเสียดายที่บ้านเราไม่ค่อยมี หรือเพราะมันร้อน ริมถนนฝุ่นก็เยอะ มีแต่เสียงดัง เล่นอะไรไปก็ไม่ได้ยิน

ปล. เราเองชอบหยุดดูคนเปิดหมวกนะคะ (แสดงว่าเรายังเด็กใช่ไหม )



โดย: Vitamin_C วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:9:22:19 น.  

 
^
บ้านเราก็มีนะครับ สงสัยไม่ค่อยได้เดินถนนล่ะม้าง

ปล. น่าจะเป็นไปได้ 555
แต่ว่า... ชอบดูเฉพาะตอนที่เขากำลังเปิดหมวกเหรอ ดูตอนที่เขาบรรเลงด้วยป่าว


โดย: <เซ็นเซอร์> วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:11:57:50 น.  

 
ผมว่า Washington Post แกล้งพี่ Bell ของเราน่ะ
ถ้าเขาเล่นในชั่วโมงอื่นที่ไม่ใช่ Rush Hour คงมีคนสนใจมากกว่านี้ คิดดูทุกคนรีบไปขึ้นรถเพื่อไปทำงานเช้าๆ ใครๆก็นึกถึงแต่ขบวนรถไฟใต้ดินทั้งนั้นแหละ

ผมจำได้ว่าได้อ่านบทความข่าวชิ้นนี้ด้วย เขาเขียนเหมือนเย้ยหยันเล็กๆนะว่า ฝีมือขนาดนี้ทำไมไม่มีคนสนใจ

แต่ก้ต้องชมสปิริตของ Bell นะ แกถ่อมตัวดี ถ้าเป้นศิลปินใหญ่คนอื่นคงไม่เอาชื่อเสียงมาเสี่ยงแบบนี้หรอก


โดย: davebartus วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:19:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

<เซ็นเซอร์>
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





บลอกล่าสุด Latest Blogs

  • Valse Sentimentale - Tchaikovsky
  • Nocturne No.20 - Chopin
  • Shostakovich's pieces for violin duets
  • Le Cygne (The Swan) - Saint-Saëns
  • Zigeunerweisen - Sarasate
  • Serenata - Toselli
  • Pearls Before Breakfast ผู้คนกับดนตรีข้างถนน
  • Souvenir - Drdla
  • Liebesleid - Kreisler




  • Materials posted on this blog are not for commercial purpose. They are intended to be informative of their existence to wider audience. If copyright owner(s) disagrees with this intention, please send a verifiable cease-and-desist letter by e-mail to nikanoly@gmail.com.



    Word of the Day
    Friends' blogs
    [Add <เซ็นเซอร์>'s blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.