กัปตันลูกชุบ
กัปตันลูกชุบชวนเที่ยวเวียดนามเหนือ ตอนที่ 2 - เดินทางไปหยวนหยาง มณฑลหยุนหนาน พักที่ Yunti Hotel

สวัสดีครับ

รีวิวนี้เป็นรีวิวต่อจากคราวที่แล้ว เป็นรีวิวเล็กๆ เนื้อหาในวันนี้อาจไม่มีอะไรมาก เพราะวันนี้ผมเดินทางจาก ลาวไค (Lao Cai, Vietnam) --> ด่านเหอโขว่ (Hekou) ประเทศจีน --> หยวนหยาง (Yuanyang County, Yunnan, China) จะใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่บนรถเพื่อเดินทางครับ ผมใช้เวลาตั้งแต่ลงจากรถไฟที่ลาวไคไปรอข้ามด่านเหอโขว่นั่งรถไปหยวนหยางถึงเมืองหยวนหยางประมาณ 17:00 น. (เวลาข้ามมาประเทศจีนปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง)

อย่างที่บอกไว้ในรีวิวก่อนหน้าว่า การเข้าหยวนหยาง จำเป็นต้องขอ Visa ของประเทศจีนนะครับ ผมขอวีซ่าประเภทวีซ่านักท่องเที่ยว อัตราค่าธรรมเนียมในวันที่ผมไปขอคือ 1000 บาท ผมเดินทางไปขอเองที่สถานทูต และวันรับไปรับด้วยตัวเองครับ ผมขอแบบเข้าประเทศจีน 1 ครั้ง และใช้เวลากว่าจะได้รับเล่ม Passport ประมาณ 4 วันทำการ หากใครต้องการแบบด่วนอาจจะต้องเสียเงินมากกว่า 1000 บาท รวมถึงการขอเข้าออกหลายครั้งราคาก็จะต่างกันไปครับ สิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วยมี หนังสือเดินทาง รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว กรอกแบบฟอร์มคำขอวีซ่าให้ครบถ้วน และเอกสารสำคัญบางอย่างหากเจ้าหน้าที่สอบถาม ถ้าเราจองโรงแรมไว้ หรือจองเที่ยวบินไว้ เผื่อใช้ประกอบก็ดีครับ แต่ของผมวันนั้นเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ถามหาพวกเอกสารอะไร ถามผมแค่ หยวนหยาง นี่มันอยู่ที่ไหน ^ ^ ผมก็แค่ตอบเจ้าหน้าที่ไปว่า อยู่มณฑลหยุนหนานครับ และอธิบายนิดหน่อยว่าผมจะไปเข้าทางด่านเหอโขว่ (Hekou) ก็เป็นอันเรียบร้อย อ่อ สถานฑูตจีน จะอยู่ฝั่งเดียวตึกฟอร์จูนตรงไปทางห้างเอสพลานาด รัชดาภิเษก แต่ยังไม่ถึงเอสพลานาดนะครับ จะผ่านตึกฟอร์จูนเลยไปประมาณ 1 ป้ายรถเมล์กว่าๆ

เอาล่ะครับเขียนซะยาวเหยียดเลย ผมว่าไปชมรีวิวกันดีกว่า วันนี้ภาพน้อยสบายๆครับ และรีวิวนี้พ่วงที่พัก Yunti Hotel เข้าไปด้วยพร้อมกับชมบรรยากาศในเมืองหยวนหยางกันนิดหน่อย ผมว่าไปชมรีวิวการเดินทางครั้งนี้ในแบบฉบับของ กัปตันลูกชุบ กันเลยดีกว่าครับ ^_______^

ทริปการเดินทางในครั้งนี้ของผมต้องขอขอบคุณ คุณmumoo 2148 เรื่องที่พัก Hanoi Charmimg Hotel รวมถึงแผนเที่ยวฮานอยที่ช่วยส่งข้อมูลมาให้อ่านเพื่อเป็นแนวทาง และคุณ Yutphuket (ล็อกอิน phuketport) สำหรับ แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากเดินทางไปเมืองหยวนหยางและข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงแนวความคิดที่ผมนำมาใช้เพื่อเป็นประโยชน์ในการเดินทาง นอกจากนี้คงต้องขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อนๆ พี่ๆ ในห้อง BP และเว็บ Bloggang ด้วยนะครับ ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ของผมมากๆ ขอบคุณอีกครั้งครับผม^________^

ขอเสริมอีกเรื่องใครมี Facebook แวะมาทักทายพูดคุยกันได้นะครับที่ Facebook- กัปตันลูกชุบ (captain lookchoob) ขอบคุณครับ ^________^

แวะชม Review ใน Pantip ของผมได้ที่นี่ครับ

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E12171905/E12171905.html

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากรีวิวคราวที่แล้วผมนอนบนรถไฟจากสถานีรถไฟฮานอยเวลาประมาณ 20:35น. ถึงเช้าที่ลาวไคเวลาประมาณ 05:30น. ในภาพเป็นบรรยากาศหลังจากลงรถไฟมาได้ไม่นาน ^ ^ ตอนเดินออกมาจะมีพนักงานหลายคนคอยเก็บหางตั๋วบางคนก็ได้คืนพนักงานเอาไปแค่หาง บางคนก็โดนฉีกของผมโดนฉีกทิ้งเลยครับไม่ได้คืน

^ ^

ตอนเดินออกมาที่สถานีก็ตามระเบียบครับ โดนรุมเหมือนดาราเช่นเคย แต่ผมก็ไม่ได้เลือกจะไปกับใครที่มาตามตื้อทั้งนั้น ผมเลือกที่จะเดินไปตั้งหลักก่อน เลยเดินออกมาจากสถานี ส่วนมากหลายๆคนพอมาถึงลาวไคแล้วก็จะนั่งรถต่อไปซาปาเลย แต่ในครั้งนี้แผนของผมคือเดินทางไปหยวนหยางก่อน ตอนนั้นพยามยามสอดส่องว่าจะมีเพื่อนนักเดินทางคนไหนเดินทางไปด่านเหอโขว่แบบผมบ้าง วันนั้นดูแล้วเหมือนจะไม่มีเลยจริงๆครับ ผมเลยต้องตัดสินใจไปกันสองคนแล้ว ต้องบอกก่อนว่าที่สถานีรถไฟลาวไค กับด่านเหอโขว่อยู่ไม่กันครับ นั่งรถไม่น่าเกิน 10 นาทีถ้านั่งรถ แต่จะให้เดินแบกกระเป๋าไปก็จะดูลำบากเกินไป เนื่องจากไปกันสองคนตัวเลือกก็มีไม่มาก แท็กซี่รถมอเตอร์ไซด์ก็เดินเล่นตัวมาแล้ว ส่วนมากพอถามก็บอกราคามาแพงจนไม่อยากขึ้น และอีกอย่างตอนนั้นผมอยากจะหาห้องน้ำสะอาดๆเข้าสักหน่อย ผมเดินออกจากสถานีจนมาหยุดที่ร้านนึงหน้าสถานี เค้าก็ถามผมว่าจะไปไหน ผมบอกจะไปด่านเหอโขว์ เค้าบอกนั่งรถนี้ไปไหม เขาคิดคนละ 40,000 VND ยอมรับว่าแพงครับ แต่เลือกเพราะเค้าพูดจาดี และผมเลยขอเค้าเข้าห้องน้ำในร้านเค้า ล้างหน้าแปรงฟันสักหน่อย เค้าก็เต็มใจครับ แต่ผมเคยอ่านว่าหากนั่งแท็กซี่หรือรถมอเตอร์ไซค์จะถูกกว่านี้มากครับ

นั่งมาไม่เกิน 10 นาทีครับ จากหน้าสถานีรถไฟหากเราหันหน้าออกจากสถานีด่านเหอโขว่จะต้องไปตามทางด้านขวามือ แล้วก็จะถึงด่านลาวไคเวียดนามก่อน พอดีตอนมาถึงยังด่านยังไม่เปิดครับ ด่านเวียดนามจะเปิด 07.00น. แต่พอผ่านด่านนี้ไปเราต้องปรับนาฬิกาให้เดินเร็มขึ้น 1 ชั่วโมงนะครับ เพราะเข้าเขตประเทศจีนแล้ว ทำให้เราสามารถผ่านด่านเหอโข่วที่ประเทศจีนได้ตอน 8.00น.

ตรงข้ามด่านเราจะเห็นโรงแรม Sapaly Hotel

หน้าตาด่านลาวไคฝั่งเวียดนามครับ ตอนมาถึงยังไม่เปิดเลยต้องนั่งรอหน้าด่านนานพอสมควร แต่ก็มีคนมาเข้าคิวพอสมควรนะครับ เสียแต่เพียงไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่จะไปจุดหมายเดียวกัน

พอประตูเปิดทุกคนก็เข้าไปต่อคิวด้านในกันล่ะครับ

บรรยากาศตอนรอคิวภายในด่าน ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มา ด่านที่นี่มีห้องน้ำให้เข้าครับ แต่จะเป็นแบบไม่มีประตูแล้ว ห้องน้ำสไตล์เมืองจีน จากที่ดูผมว่าห้องน้ำที่ด่านเหอโขว่จะน่าเข้ามากว่าครับ

ผ่านการตรวจหนังสือผ่านแดนฝั่งลาวไคมาได้แล้ว เดินผ่านตรงนี้ไปก็เข้าเขตด่านเหอโขว่ประเทศจีนแล้วครับ จะเห็นอาคารตรวจคนเข้าเมืองอยู่ก็เดินเข้าไปเลย วันที่ไปเจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มให้ความช่วยเหลืออย่างดีทีเดียว การตรวจคนเข้าเมืองด่านเหอโขว์จะไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มเข้าเมือง เพราะที่นี่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ scan วีซ่าเราลงบัตรแล้วเราแค่กรอกว่าจะไปไหน มาจากไหนและ เซ็นชื่อ ตอนผมไปจะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกวิธีการอย่างดีเลยทีเดียว หลังจากนั้นค่อยต่อคิวเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจ Passport ที่นี่ตอนผมไปผมไม่โดนตรวจอะไรนะครับ ผ่านไปสบายๆ แต่จากที่อ่านบางรีวิวหลายคนโดนตรวจเข้มพอสมควร พวกข้าวของในกระเป๋าต่างๆก็โดนรื้อ เห็นผมอ่านจากหลายๆที่ให้ระวังเรื่องหนังสือ Lonely Planet- China ครับ เพราะเป็นของต้องห้ามของประเทศจีน ถ้าเจอเค้าจะริบสถานเดียวครับ ซึ่งตอนอยู่ที่หยวนหยางก็ได้รับการยืนยันจากน้องกลุ่มหนึ่งที่เจอที่นั่นครับว่าโดนริบหนังสือไป ส่วนของผมที่พกไปคือ Lonely Planet- Vietnam ไม่โดนครับ

เดินออกมาจากด่านให้เราเลี้ยวซ้าย เดินตรงไป จะเจอถนนให้เลี้ยวขวา เดินไปอีกไม่น่าเกิน 100 เมตร ทางด้านซ้ายมือเราจะเจอสถานีขนส่งของที่นี่ครับ ผมเดินมาถึงสถานีขนส่ง เวลาประมาณ 08:50 น. ตามเวลาประเทศจีน ผมมาถึงก็มีนายหน้าเดินเข้ามาถามเลยจะไปไหน ตอนแรกจริงๆแล้วแผนผมคือ ผมจะไปเจี้ยนสุ่ย (Jianshui) ก่อน ผมถามเค้าว่าคันไหนไปเจี้ยนสุ่ย เค้าบอกคันนี้จะผ่านเจี้ยนสุ่ยแล้วไปหยวนหยางต่อ คือภาษาพอคุยกันได้แต่ก็ไม่ค่อยดีนัก อีกอย่างผมพูดภาษาจีนไม่ได้ ผมมีหนังสือภาษาจีนอยู่เล่มเดียวที่พกติดตัวไป เอาไว้เผื่อฉุกเฉิน เขาบอกให้ผมขึ้นไปรอบนรถเลย จากนั้นคนขับรถก็ขึ้นมา และตามมาด้วยกระเป๋ารถมาหยิบของอะไรสักอย่างแล้วก็ลงไปยืนรอคนต่อ ตอนนั้นผมเริ่มงงๆ ว่าด้านในมันมีที่ขายตั๋วนี่หน่าผมเลยลองเดินลงไปดู แต่พอคนขับรถเห็นผมเขาก็บอกว่าให้ขึ้นรถเขาผ่านเขาจะพาไปส่งเอง ผมก็เดินงงขึ้นรถมานั่งปรึกษากับเพื่อนร่วมทริป แล้วก็เดินลงไปอีก ไปดูความคืบหน้าว่าจะยังไง บังเอิญเจอคนไทยคนนึง พี่เค้าดีมากๆครับ แถมคุยภาษาจีนได้ด้วย เลยคุยกับคนขับรถคันที่ผมจะไปให้ ตอนแรกพี่เค้าก็บอกว่าคันนี้ไม่ผ่านเจี้ยนสุ่ยนะ ผมบอกผมก็คิดเหมือนกันน่าจะไปหยวนหยางเลย แต่ทำไปทำมาคุยไปคนขับรถก็บอกเขาจะพาไปเอง ผมเลยขอบคุณพี่คนไทยคนนั้นและกลับมานั่งรอในรอเวลารถออกตามระเบียบ

จริงๆแล้วตามแผนที่วางไว้คือจะไปแวะที่เมืองเจี้ยนสุ่ยก่อนหนึ่งคืน แล้วค่อยต่อรถไปหยวนหยาง แล้วพักที่หยวนหยาง 2 คืน แต่วันที่ผมไปไม่มีรถจากที่ Hekou ไปเจี้ยนสุ่ยเลย จึงต้องต่อรถที่ไปหยวนหยาง โดยคนขับรถบอกว่าจะต้องลงกลางทางเพื่อไปต่อรถอีกคันเพื่อไปเมืองเจี้ยนสุ่ย ถ้าจำไม่ผิดคือเมือง Mengzi แต่พอเอาเข้าจริงๆ รถที่จะไปเมืองเจี้ยนสุ่ยคนเยอะมาก ไม่มีแม้แต่ที่ที่จะยืน ซึ่งคุณลุงคนเก็บเงินก็พยายามไปต่อรองให้ ให้รถคันนั้นรับคนเพิ่มอีกสองคน แต่สุดท้ายคงจะไม่มีที่จริงๆเค้าเลยไม่รับ คุณลุงดูท่าหงุดหงิดมาก ประมาณว่าตะโกนด่ารถคันนั้นตามหลังไป และกระเป๋าก็ยิ้มบอกผมด้วยความที่ไม่รู้จะพูดกับผมยังไง เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้ผมเลยตัดสินใจบอกกับคุณลุงว่าไปหยวนหยางแล้วกัน ไม่ไปแล้วเมืองเจี้ยนสุ่ยคุณลุงทำท่าดีใจแล้วก็ลากพวกเราขึ้นรถไปเหมือนเดิม สุดท้ายก็เลยได้ไปแค่หยวนหยางที่เดียวครับ = = จริงๆแล้วอยากไปเจี้ยนสุ่ยมาก แต่คงต้องไว้โอกาสหน้า

จากประสบการณ์ ผมคิดว่าถ้ามาจากคุนหมิง น่าจะไปเจี้ยนสุ่ยได้สะดวกกว่า เพราะรู้สึกว่าจะมีรถออกทุกวัน แล้วค่อยต่อรถจากเจี้ยนสุ่ยมาหยวนหยางอีกต่อน่าจะมีรถมากกว่าครับ แต่ถ้าเราจะมาจาก Hekou ไปหยวนหยางก็จะมีรถจากหยวนหยางไปเจี้ยนสุ่ยเหมือนกัน แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะมีรถจากเจี้ยนสุ่ย กลับมาที่ Hekou หรือไม่ครับ รู้สึกว่าน่าจะต้องกลับมาต่อรถที่หยวนหยางอีกต่อนะครับ

บรรยากาศภายในรถเป็นมินิบัสคันเล็กๆ เดินทางออกประมาณ 09:00 ถึงประมาณ 17.00น. ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 8 ชั่วโมง ไม่มีแอร์และเลือกไม่ได้มีแค่รถแบบนี้เท่านั้นครับ วันนึงจะออกจากสถานี 2 รอบ รอบเช้า 06:00น.อีกรอบ คือรอบ 09:00น. เป็นรอบที่ผมขึ้นในวันนี้ หากมาไม่ทันจะต้องจับรถไปที่อื่นและไปต่อรถไปหยวนหยางเอาเองครับ

ข้าวของทุกอย่างอยู่ในนี้ทั้งหมดสำหรับ 2 คน กับการเดินทาง 15 วัน ค่าตั๋วโดยสารผมโดนไป 100 หยวน (Yuan) ตอนนั้นผมอ่านมาไม่ถึงนะครับ แต่ทำไรไม่ได้แล้วไม่ได้ซื้อตั๋วก็ต้องจ่ายตามที่ราคากระเป๋ารถเมล์บอก แต่ผมไม่แน่ใจตอนนี้ราคาเท่าไหร่แล้วยังไงลองศึกษากันดูอีกทีก่อนไปนะครับ พอเค้าบอกราคาผมคนละ 110 หยวน ผมคิดในใจโดนฟันแล้ว แถมคุยภาษาอังกฤษกันไม่ได้อีก ผมเลยเปิดกระเป๋าหาหนังสือภาษาจีนที่ผมเอาไป ชื่อ จิ้ม ชี้ เที่ยว เปิดขึ้นมาก็หาเลยครับ คำไหนประโยคไหนที่หมายถึงลดราคาให้ผมหน่อยได้ไหม ผมก็จิ้มไปประโยคนั้น แล้วให้พี่เค้าอ่านเอาเอง ^ ^ พี่กระเป๋าเห็นก็หัวเราะ แล้วบอกเหมือนว่า ผมร้ายจริงๆ ต่อราคาด้วย สุดท้ายลดให้ผมเหลือคนละ 100 หยวน ^ ^ ผมแนะนำให้เข้าไปซื้อตั๋วด้านในครับ ราคาถูกกว่าแบบที่ผมโดนแน่นอน ตอนเดินเข้าขนส่งใครพูดอะไรอย่าสนใจเดินเข้าไปดูก่อนและถ้าไม่รู้ภาษาจีนปริ้นคำว่าหยวนหยางและเหอโขว่ไว้เป็นภาษาจีนไว้ประกอบด้วยครับ เวลาจะขึ้นรถบัสก็เอามาเทียบกันด้วย เดี๋ยวจะขึ้นผิดคัน

นั่งรอในรถสักพักประมาณ 09:00น. รถก็ออกช้านิดหน่อย แต่ก็วนรับของรับคนในตัวเมืองนานพอสมควรกว่าจะได้ออกจากเมืองนี้จริงๆเกือบๆครึ่งชั่วโมงได้ครับ

แผนการเดินทางของผมวันนี้ โดยจะเริ่มเดินทางจากสถานีขนส่งเมืองเหอโขว่ไปหยวนหยาง จากรูปจะเห็นว่าเมืองเจี้ยนสุ่ยอยู่เลยหยวนหยางไปอีก ทำให้ต้องต่อรถไปอีกต่อ

ที่มา: Guidebook of Yuanyang Hani Terraced Field ของการท่องเที่ยวหยวนหยาง

ระหว่างทางก็จะมีวิวให้ชมต่างๆกันไป ผ่านหมู่บ้านต่างๆ มีด่านตรวจ 2-3 ด่าน โดยเค้าจะขอตรวจ Passport นำไปเขียนบันทึกลงทะเบียนการเข้าออกไว้ ไม่มีอะไรมากครับ ตอนของผมเจ้าหน้าที่จะขึ้นมาเอา Passport ไปเอง ไม่ต้องลงไปครับ เป็นแค่ด่านตรวจเล็กๆ

ระหว่างทางมีทั้งทางขรุขระและทางสบาย

ผ่านอุโมงค์ที่เจาะผ่านเขา หลายอุโมงค์มากครับ ระยะทางยาวพอสมควรเลยภายในอุโมงค์

ผ่านทั้งทางแบบ local road และ highway

ระยะเวลาที่นั่งรถได้ผ่านทั้งหมู่บ้านเล็กๆริมน้ำ หมู่บ้านกลางๆ มีทั้งขึ้นเขาลงเขา แต่คนขับขับดีพอสมควรครับ

วิวทิวทัศน์บางส่วนระหว่างทางที่นั่งๆ อยู่บนรถ ในภาพวิวภูเขา จะมีแวะพักรถให้ทานอะไรนิดหน่อยครับ ประมาณ 30 นาที

ผ่านเมืองใหญ่ด้วย ถนนหนทางกว้างพอสมควร

อีกสักรูป ผมเองจำไม่ได้ว่าผ่านเมืองไหนบ้างเพราะผ่านหลายเมืองพอสมควร แต่เมืองใหญ่ๆน่าจะเมืองนี้เมืองเดียวนะ ซึ่งก็คือเมือง Mengzi อันนี้ผมไม่แน่ใจ ลืมๆไปบ้างแล้ว เพราะอยู่บนรถผมไม่ได้หยิบกล้องมาถ่ายตลอด เมืองนี้เป็นเมืองที่จริงๆแล้วจะต้องต่อรถไปเจี้ยนสุ่ยครับ

ผมว่าเมืองนี้เจริญพอสมควรเลยทีเดียว จากที่นั่งรถผ่านเชื่อว่ามีการจัดผังเมืองได้ดีพอสมควรทีเดียว

จากนั้นรถก็ค่อยๆขึ้นเขามาสูงพอสมควรเลยครับกว่าจะถึงเมืองหยวนหยาง ผมมาถึงประมาณ 17:00น

รถจะขับพาเราไปยังสถานนีแล้วเราก็ลงรถตรงนั้นครับ

ภาพด้านล่างเป็นแผนที่ ที่ผมเอามาจากเว็บของ Windows of Yuanyang ซึ่งเป็นร้านขายของ hand-made ของชาวพื้นเมือง และได้รับการสนับสนุนจาก NGO World Vision โดยร้านนี้จริงๆแล้วก็เป็น Tourist Information ที่หนึ่งครับ แต่ผมไม่ได้ไปที่ร้านนะครับ โดยตอนนี้พอเข้าเว็บไปอีกทีก็ไม่มีรูปแผนที่แล้ว เหมือนเว็บมีปัญหา ผมเลยใช้วิธีสแกนเอาจากรูปที่เคยพิมพ์ไปตอนไปเที่ยวครับ ภาพเลยอาจไม่ชัดบ้างนะครับ

โดยจุดสีฟ้าคือรายชื่อโรงแรม สีแดงคือร้านอาหาร

ที่มา: windowofyuanyang.com

ส่วนสีม่วงคือร้านค้าต่างๆครับ

ที่มา: windowofyuanyang.com

พอลงตรงสถานี ผมเดินย้อนกลับมาทางเดิม เพราะก่อนถึงผมเห็นโรงแรม Yunti Hotel ที่ผมจะพักแล้ว

Yunti Hotel มีสองสาขา อีกอันเป็น Yunti Shun Jie ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้อันไหนใหม่กว่ากัน แต่ตอนที่ผมไปผมรู้สึก Yun Ti Shun Jie จะใหม่กว่า

แต่ที่ผมเลือก Yunti Hotel อันนี้ เพราะผมเห็น Yunti Shun Jie ตอนที่ผมจะเดินเข้าไปๆดูมั่วๆยังไงไม่รู้ ตรงแถวหน้าโรงแรม ทั้งสองที่นี้เป็นโรงแรมของรัฐบาลนะครับ จริงๆที่หยวนหยางมีที่พักอีกเยอะพอสมควรแต่ที่เป็นโรงแรมใหญ่ๆจะมีแค่สองที่นี้เท่านั้นครับ รูปนี้บรรยากาศหน้า Yunti Hotel

เข้าไปถามราคาผมไม่ได้จองไปครับ เพราะคิดว่าตอนที่ไปไม่ใช่หน้าไฮน่าจะพอมีห้องว่าง ผมนอนที่นี่ 2 คืน ได้ราคาคืนละ 190 หยวน พร้อมอาหารเช้าแต่ผมไม่ได้ทานทั้งสองวันครับ ออกเช้าทั้งสองวัน ผมลองขอราคาห้องแบบไม่รวมอาหารเช้าแต่เค้าไม่ให้ครับ เป็นราคานี้ราคาเดียว

อีกเรื่องคือคนที่เหอโขว่และหยวนหยาง พูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้เลยครับ อย่างตอนบนรถทั้งคนขับรถและกระเป๋าก็พูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้ ส่วนที่หยวนหยางที่โรงแรมมีคนพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก พนักงานที่ lobbyมีคนพูดภาษาอังกฤษได้คนเดียว ผมใช้วิธีพิมพ์ตัวอักษรภาษาจีน และตัว pinyin ชื่อเมืองที่จะไป ชื่อโรงแรม และชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไป และพกหนังสือภาษาจีนที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปเล่มหนึ่ง พอจะไปไหนก็ชี้ให้เค้าดูในกระดาษที่พิมพ์มาหรือเปิดประโยคที่ต้องการให้เค้าอ่าน แล้วใช้ภาษามือ บวกกับการวาดรูปและเขียนผสมกันไปครับ ก็พอเดาๆ สื่อสารกันไปได้บ้างครับ ทริปนี้เป็นทริปที่มันมากๆ ได้ใช้ทักษะหลายอย่างเลยทีเดียว ^__^

บรรยากาศบริเวณ Lobby

บริเวณ Lobby อีกภาพ

ทุกอย่างเรียบร้อยก็ขึ้นห้องพักกันครับ วันนี้ผมได้ชั้น 3

พาชมในห้องพักกันก่อน

เข้ามาถึงห้องผมซ้ายมือเป็นห้องน้ำ

มี Shower และมีอ่างอาบน้ำ

อีกมุมภายในห้องน้ำครับ

ภายในห้องพักจะไม่มีแอร์และพัดลมนะครับ ที่หยวนหยางอากาศสบายๆตลอดปี

มีน้ำให้กดดื่มภายในห้อง

มุมเตียงนอนบ้าง

วิวจากหน้าต่างห้องครับ จะเห็นว่าตอนที่ผมไปโรงแรมกำลังปรับปรุงด้านนอกอยู่ เวลาอยู่ในห้องเลยต้องปิดม่านให้มิดชิด ^ ^

วิวจากหน้าต่างห้องอีกภาพ ห้องจะไม่มีระเบียงนะครับ

เก็บของเสร็จก็ออกไปหาอะไรทานและเดินชมเมืองนิดหน่อย

จากที่พักเดินต้องเดินลงเนินนิดนึง

ส่วนที่เห็นภาพนี้คือ Yunti Shun Jie ห่างกันไม่มากครับ

หน้า Yunti Shun Jie เป็นสวนสาธารณะของชาวเมืองหยวนหยาง เวลาเย็นจะทำกิจกรรมกันเยอะแยะบริเวณนี้

อีกมุม

บริเวณนั้น

วันแรกผมก็เดินๆดู เลือกร้านเข้าไปหาไรทานสักหน่อย หาทานตรงตึกแถวนี้ล่ะครับ พูดจีนไม่ได้ และเขาก็พูดอังกฤษไม่ได้ ได้แต่จิ้มๆเอาครับ สั่งแบบโต๊ะข้างๆ พอดีมีเด็กๆนั่งทานอยู่ผมก็บอกชี้เอาแบบนั้น เด็กๆแถวนั้นคงมองว่าเราแปลกๆ หัวเราะกันใหญ่แต่ก็มาบริการผมกันทุกคน สั่งนู้นนี่ให้ ^ ^

วันนั้นผมกินข้าวผัด ในรูปดูจานเล็กแต่จริงๆจานใหญ่ทานสองคนอิ่มครับ ชาไข่มุก น้ำมะนาว ทั้งหมดราคา 12 หยวน ผมว่าอาหารที่หยวนหยางราคาถูกมากๆครับ

ทานอิ่มก็เดินชมวิวต่อ หยวนหยางเป็นเมืองที่อยู่สูงมากครับ ที่นี่ค่ำช้ามากครับ ภาพนี้ 19:40น. แล้ว

วิวบ้านเมืองที่นี่ตั้งอยู่ไล่ระดับเขาลงไป

ได้บรรยากาศดีจังนะครับ

หันมามองอีกฝั่งก็มีอีกเช่นกัน

อย่างที่ผมบอกเย็นๆแถวนี้คนจะเยอะมาก ภาพนี้กำลังออกกำลังกายกันอยู่ ^ ^

เป็นที่ชมวิวเมืองที่ดีมากๆ

อีกภาพกับบ้านเมืองไล่ระดับบนเขาของเมืองหยวนหยาง

ชมวิวเมืองเต็มอิ่มก็ได้เวลากลับไปติดต่อจองทัวร์พาเที่ยวพรุ่งนี้ที่โรงแรมแล้วครับ

จริงๆแล้วผมแนะนำว่าถ้ามาเที่ยวหยวนหยางแล้วน่าจะอยู่เที่ยวสัก 3 คืนนะครับ จะได้ไม่เหนื่อยมาก เพราะที่นี่ก็มีที่เที่ยวเยอะมากเหลือเกิน ผมได้มีโอกาสเที่ยวแค่วันเดียว เพราะวันนี้มาถึงก็ค่ำแล้ว รู้สึกเสียดายมากๆครับ

ก่อนเดินขึ้นเนินจะกลับโรงแรมจะมีมินิมาร์ทอยู่ ราคาไม่แพงครับ

คืนนั้นซื้อไอศกรีมกินหน่อย

พอกลับมาโรงแรมก็มาติดต่อเรื่องทัวร์พรุ่งนี้ จากการที่โรงแรมเองพนักงานก็ใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่กี่คน คุยกันไม่เข้าใจพนักงานเลยต่อโทรศัพท์ให้ผมคุยเอง เหมือนตอนแรกผมจะได้ไปรวมกับอีกกลุ่มหนึ่งอันนี้คือผมคุยไว้ก่อนลงไปทานข้าวช่วงเย็น แต่ผมยังไม่ตอบตกลง แล้วผมคิดไปคิดมาเลยจะตกลงกับเขาแต่พอพนักงานโอนสายให้ คนที่คุยกับผมหายไปแล้วและคนที่รับเรื่องใหม่ตอนนี้เป็นคนละคนกัน และเขาบอกไม่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นผมเลยตัดสินใจเหมารถเที่ยว 300 หยวน โดยไปตามที่ผมแพลนไว้ ไปประมาณ 4 ที่ รถจะมารับเราตั้งแต่ 05:30 น. สุดท้ายกลายเป็นว่าไปเจอกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้น เป็นน้องๆชาวไทยมาเที่ยวหยวนหยางเหมือนกัน โดยตั้งใจจะไปต่อที่ Kunming เค้าบอกว่าเค้าก็รออยู่เหมือนกันที่ Yunti Shun Jie แต่ไม่มีใครโทรกลับมา กลายเป็นว่าคลาดกัน น่าเสียดายมาก จริงๆจะได้แชร์ค่ารถกันหลายคนจะได้ถูกลง

บรรยากาศ Lobby ช่วงค่ำ

ข้างๆ lobby มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ฟรีครับ

อีกมุมกับบริเวณ Lobby ชั้นหนึ่งของโรงแรม

พรุ่งนี้ผมต้องออกตั้งแต่ 05:30 ผมเลยต้องรีบขึ้นไปนอนเอาแรงสักหน่อย

สำหรับรีวิวในครั้งผมคงต้องทิ้งท้ายไว้ที่ภาพนี้แล้วล่ะครับ ขอบคุณที่ตามชมแล้วพบกันใหม่รีวิวครั้งหน้านะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับผม ^___________^

Yunti Hotel

สื่งที่ประทับใจ/จุดเด่น

- ความสะอาดพอใช้ ห้องไม่เหม็นบุหรี่
- โรงแรมอยู่ใกล้กับมินิมาร์ท
- ของใช้ค่อนข้างครบถ้วน
- ดูไม่วุ่นวายเท่า Yunti Shun Jie Hotel อาจเป็นเพราะตรงนั้นเป็น minibus stand ก็เป็นได้ เลยดูวุ่นวายหน่อยๆ
- ห้องที่พักเห็นวิวทุ่งนาขั้นบันได ไม่แน่ใจว่าเห็นวิวทุกห้องรึเปล่านะครับ
- หน้าต่างมีมุ้งลวด ทำให้เวลาเปิดหน้าต่างแมลงไม่เข้ามาในห้อง

สิ่งที่ไม่ประทับใจ/ควรปรับปรุง/จุดด้อย

- ไม่ชอบตรงที่พื้นห้องเป็นพรม
- น้ำต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะร้อน
- reception ของที่นี่มีคนเดียวที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้
- ไม่มีตู้เย็น แต่จริงๆก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอกครับ เพราะน้ำเย็นสามารถกดเอาได้
- ส่วนตัวผมไม่ชอบที่ Shower และอ่างอาบน้ำอยู่ในจุดเดียวกัน
 




Create Date : 05 มิถุนายน 2555
Last Update : 5 มิถุนายน 2555 14:43:00 น. 4 comments
Counter : 3147 Pageviews.

 
สวัสดีตอนเย็นๆจ้า ภาพเยอะจุใจมาก ชอบๆ


โดย: pragoong วันที่: 5 มิถุนายน 2555 เวลา:15:43:23 น.  

 
เรื่องห้องน้ำเป็นอะไรที่น่ากลัวมากค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:11:08:41 น.  

 

พี่ชอบรีวิวคุณกัปตันตรงนี้แหละ รายละเอียดเยอะดี จำเก่งนะ เพราะบางรีวิวห่างจากวัน-เวลาที่ไปเที่ยวนานโขอยู่

วิวเมืองหยวนหยางสวยค่ะ ชอบหมอกไหลไปมาแบบนี้...เป็นใครก็หลงเสน่ห์




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:17:54:45 น.  

 
รบกวนสอบถามข้อมูลนิดนึงค่ะ ไม่ทราบว่ารถที่เช่าแบบเหมาวันไปนี่ ติดต่อที่ไหนเหรอคะ พอดีกำลังหาข้อมูลเรื่องรถเช่าและไกด์ในหยวนหยางอยู่ค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ขวัญเรือน IP: 115.87.157.247 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:16:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กัปตันลูกชุบ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




กัปตันลูกชุบ
รูปภาพและบทความในบล็อคสงวนลิขสิทธิ์ครับ ห้ามนำรูปภาพไปใช้เพื่อการพาณิชย์ ยกเว้นจะได้รับคำยินยอมจากเจ้าของบล็อค นอกจากนี้หากต้องการนำไปใช้หรือเผยแพร่ รบกวนบอกกล่าวเจ้าของบล็อคซักนิดนะครับ ขอบคุณครับ

ติดต่อเจ้าของครับ captainlookchoob@hotmail.com




Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
5 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กัปตันลูกชุบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.