blog สำหรับคนไร้สาระ
Group Blog
 
All Blogs
 
การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน(ไฮโดรโปรนิค)

การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน(ไฮโดรโปรนิค)


การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน เป็นวิธีการผลิตผักที่อาศัยหลักการคล้ายคลึงกันกับการปลูกผักแบบธรรมดา แต่มีการพัฒนาปรับปรุงวิธีการเพื่อให้สามารถทำการปลูกผักในลักษณะแถวชิดได้ สามารถปลูกผักได้ในบริเวณบ้านที่มีพื้นที่จำกัด หรือในบริเวณที่พื้นที่ดินเดิมขาดความอุดมสมบูรณ์ก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงสภาพพื้นที่ดินเดิม เนื่องจากสภาพพื้นที่ดินที่มีการให้ธาตุอาหารในลักษระของสารละลายผ่านระบบ การปลูกพืชผัก โดยที่ระบบรากพืชไม่ได้สัมผัสกับดินจริงๆ แต่ต้นผักเจริญเติบโตและตั้งทรงต้นอยู่บนภาชนะปลูกได้ โดยระบบรากยึดอยู่กับแผ่นฟองน้ำ ที่วางอยู่ในรางปลูก หรือที่ใช้แผ่นโฟมขนาดใหญ่ตั้งเป็นฐานของรางปลูกที่ใช้ หรือใช้วัสดุปลูกเป็นก้อนดินเผาขนาดเล็กอัดเป็นเม็ด หรือใช้วัสดุประเภทเพอร์ไลท์หรือแผ่นใยสังเคราะห์แทนดินปลูกก็ได้




วิธีการปลูกผักแบบไม่ใช้ดินทำได้ 2 ลักษณะ คือ

1. วิธีการนี้สะดวกง่ายและไม่ต้องห่วงว่าระบบรากพืชจะขาดออกซิเจน เพราะถ้าระบบรากพืชขาดออกซิเจนจะเกิดอาการเหลืองที่ใบและผลร่วง พืชจะได้รับความเสียหาย พืชผักที่เหมาะสมปลูกในระบบแบบนี้ ได้แก่ มะเขือเทศ แตง ผักกินใบ ทุกชนิด ฯลฯ
2. ไม่ใช้ระบบปั๊มอากาศ แต่ผู้ปลูกต้องมีทักษะ ควรปรับลดระดับสารละลายธาตุอาหารที่ใช้เลี้ยงระบบรากพืช เมื่อพืชผักโตขึ้นต้องปรับลดระดับของสารละลายให้เกิดสภาพระบบรากพืชไม่จมแช่ อยู่ในสารละลายทั้งหมด มีบางส่วนของช่วงระหว่างโคนลำต้นของพืชกับระบบรากมีช่องว่างสัมผัสอากาศได้ บ้าง พืชผักที่ปลูกได้ผลในระบบนี้ในประเทศไทย เช่น คึ่นฉ่าย ผักบุ้งจีน ฯลฯ

ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติในการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน (ไฮโดรโปนิค)




1. เพาะเมล็ดผักในฟองน้ำตัดเป็นชิ้นเล็กๆ โดยแช่ฟองน้ำอยู่ในน้ำธรรมดา 4-5 วัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอก
2. ย้ายชิ้นฟองน้ำเล็กๆ มาลงปลูกในถ้วยปลูกเรียงอยู่ในราง หรือกะบะปลูกที่มีสารละลายธาตุอาหารผ่านระบบปั๊มอากาศหมุนเวียนตลอดเวลา
3. สารละลายธาตุอาหารที่ใช้ลดกล้าหรือใช้ปลูกผักแบบไฮโดรโปนิค เตรียมมาจากสต๊อคสารละลาย A และสารละลาย B เจือจางในน้ำสะอาด โดยค่อยๆ ปรับแต่งสัดส่วนธาตุอาหาร โดยใช้เครื่องมือ SALIMETER เช็คให้มีค่าความเป็นเกลือของธาตุอาหารอยู่ที่ระดับค่า 9 สำหรับใช้ปลูกผักกินใบ ประเภท ผักสลัดหรือผักกาดหอม หรือค่าความเป็นเกลือของธาตุอาหารอยู่ที่ระดับ 15 สำหรับผักกินใบ หรือกินผล เช่น คะน้า กวางตุ้ง กะเพรา โหระพา มะเขือเทศ หรือแตงกวา
4. เมื่อต้นกล้าผักเจริญเติบโตมีอายุ 10-15 วัน จึงย้ายถ้วยปลูกมาใส่ในรางปลูกแบบไฮโดรโปนิค ระยะกล้าเจริญเติบโตเป็นต้นผักที่สมบูรณ์
5. เมื่อเรียงถ้วยปลูกในรางปลูกผัก แบบไฮโดรโปนิคเรียบร้อยแล้ว ต่อระบบรางเข้ากับวาล์วก๊อกน้ำ และมีปั๊มน้ำ ซึ่งต่อระบบรางปลูกกับถึงใส่สารละลายปุ๋ยที่มีค่าความเข้มข้นของความเป็น เกลือของธาตุ ตามรายละเอียดข้อ 3 เมื่อติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเปิดสวิตซ์ไฟฟ้า เพื่อปั๊มธาตุอาหารให้ไหลเวียนไปตามรางปลูกผัก


6. ระบบรางปลูกผักแบบไฮโดรโปนิคสามารถปลูกโดยใช้ร่วมกับเลี้ยงพืชในโรงเรือน หรือปลูกแบบกลางแจ้งก็ได้ (ในกรณีที่ปลูกในโรงเรือน สามารถป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ด้วย ก็จะเป็นการงดการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช)
7. ควรหมั่นตรวจสอบค่าความเป็นเกลือของสารละลายธาตุอาหารทุกวัน รวมทั้งเช็คระบบการไหลเวียนของสารละลายธาตุอาหารเพื่อให้เกิดสมดุลย์ในระบบ การปลูกพืชให้คงที่ พืชผักจะเจริญเติบโตได้เร็ว
8. เมื่อผักเจริญเต็มที่สามารถเก็บเกี่ยวมาใช้บริโภคได้ หรือจำหน่ายเป็นธุรกิจได้ โดยเฉลี่ยการปลูก โดยวิธีแบบไม่ใช้ดิน อายุการเก็บเกี่ยวพืชผักแบบนี้จะเร็วกว่าปลูกพืชในดิน 7 – 10 วัน
9. การเก็บเกี่ยว ถ้าเป็นผักสดกินใบ เมื่อถอนออกมาจากรางปลูก นำมาตัดโคนต้นผักออกจากถ้วยปลูก นำไปล้างน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้ง นำไปใช้บริโภคหรือประกอบอาหารได้
10. ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิคสามารถปลูกจำนวนต้นผักได้ เพิ่มต้นขึ้นในลักษณะระบบแถวชิด ไม่เปลืองเนื้อที่ เพราะระบบรากพืชจะไม่แผ่กว้างเหมือนในดิน และผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผักปลอดภัยด้วย เพราะผักจะมีสมดุลย์ในตัวเองในการดูดธาตุอาหารเข้าไป จึงไม่ต้องกลัวปัญหาว่าะาตุอาหารของปุ๋ยในสารละลายตกค้างในผักมากเกินไป

สูตรอาหารสำหรับใช้เลี้ยงพืชผัก

สูตร 1 สต๊อค A ประกอบด้วย
แคลเซียม ไนเตรด 80.9 กรัม / น้ำ 100 ลิตร
สต๊อค B ประกอบด้วย
โปแตสเซียม ซัลเฟต 55.4 กรัม
โปแตสเซียม ฟอสเฟต 17.7 กรัม
แมกนีเซียม ฟอสเฟต 9.9 กรัม
แมกนีเซียม ซัลเฟต 46.2 กรัม
เหล็ก (ซีเลตติ้ง) 3.27 กรัม
แมงกานีส ซัลเฟต 0.02 กรัม
กรดบอริค 0.173 กรัม
ซิงค์ ซัลเฟต 0.044 กรัม
แอมโมเนีย โมดิบเดท 0.005 กรัม

สูตร 2 สต๊อค A ประกอบด้วย
แคลเซียม ไนเตรด 2.5 ก.ก./น้ำ 25 ลิตร
สต๊อค B ประกอบด้วย
โปแตสเซียม ไนเตรด 1.5 ก.ก.
โมโน โปแตสเซียม ฟอสเฟต 0.5 ก.ก.
แมกนีเซียม ซัลเฟต 1.3 ก.ก.
สารละลาย Nzhydroppnic 0.1 ก.ก.

อนึ่งสูตรอาหาร นอกจากนี้มีหลากหลายสูตร เช่น สูตรของ Knop สูตรประเทศอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมจากเอกสารทางวิชาการด้านการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน

ปัจจุบัน มีภาคเอกชนจำหน่ายชุดการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิคสำเร็จรูปในประเทศไทยหลายชนิด มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศโดยตรง และประยุกต์รูปแบบโดยใช้วัสดุภายในประเทศ ซึ่งการผลิตผักแบบไฮโดรโปนิคมีทั้งการทำผลิตเชิงการค้า ซึ่งให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี รวมทั้งมีลู่ทางตลาดการส่งออกรองรับผลผลิตผักที่ปลูกโดยวิธีนี้ด้วย นอกจากนี้มีผู้สนใจนำไปปลูกผักเพื่อการบริโภคในครัวเรือน ในขนาดเล็กๆ ทำให้สะดวกต่อการควบคุมและป้องกันศัตรูพืชผักได้ง่าย ทำให้ผลผลิตที่สะอาดและปลอดสารพิษ รวมทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีด้วย



Create Date : 04 มีนาคม 2553
Last Update : 4 มีนาคม 2553 22:55:16 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
TS2P
Location :
มุกดาหาร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




พวกเราบ้า พวกเราซ่าส์ พวกเราเจ๋งพวกเราเป็นกุลสตรี(น) เพราะพวกเราคือเด็กมีปัญหาๆๆช่วยไม่ได้เลยเธอ อิอิ
Friends' blogs
[Add TS2P's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.