Group Blog
 
All Blogs
 
ด้วยสองมือแม่ที่สร้างโลก

ผมรู้จักผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเกิด เเธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ
สูงแค่ 150ซม. กว่าๆแต่เธอมีพลังมหาศาล สามารถเลี้ยงดูลูกน้อยทั้ง7 คนโดยลำพัง ปลูกแตงโม ปลูกข้าวโพดเป็นไร่ๆไว้เลี้ยงลูกๆไม่เคยให้ลูกของเธอต้องอดอยาก ไม่ว่าที่ไหนมีพื้นดินเธอจะปลูกมันทุกอย่าง บนเนื้อที่บ้านสวน4ไร่แทบไม่มีพื้นที่ว่าง ทั้งต้นหม่อนที่ไว้เลี้ยงตัวไหม หน่อไม้ ขนุน พุทรา ละมุดฝรั่งสารพัดพันธุ์ทั้ง ฝรั่งขี้นก ฝรั่งเวียดนาม น้อยหน่า ชมพู่ ลำใย นี่ ถ้าบ้านเราปลูกเชอรี่ก้านยาวหรือแอปเปิ้ลผลไม้เมืองหนาวได้
คงไม่เกินกำลังของเธอแน่ นอกจากผลไม้สารพัดแล้ว ยังมีสารพัดพืชผักสวนครัวทั้งข่า ตะไคร้ กะเพรา แมงลัก โหระพา มะนาวและที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับชาวอีสานคือมะละกอนั่นเอง บ้านไหนไม่มีถือว่าแย่มากๆ มีทุกอย่างที่ปลูกได้ ถ้าจะทำกับข้าวแทบไม่ต้องใช้เงินซื้อเลย นอกจากกะปิ น้ำปลา
น้ำตาลเท่านั้น





สำหรับหญิงหม้ายตัวเล็กๆคงเกินกำลังของเธอที่ต้องออกไปจับปลาแบบชาย แต่ถึงเราจะไม่มีพ่อที่ออกไปหาปลาเหมือนครอบครัวอื่น แต่เธอก็มีวิธีของเธอ ด้วยการไปจ้างรถมาขุดบ่อเลี้ยงปลา
นอกจากจะขุดบ่อเลี้ยงปลาในบ้านสวนแล้ว เธอยังไปขุดบ่อเลี้ยงปลาในที่นาอีกหลายบ่อ พวกเราลูกๆทั้ง7คนก็เลยมีอาหารการกินอย่างไม่ต้องอดอยากปากแห้ง ไม่น้อยหน้าลูกชาวบ้านเลย





บ้านสวนบนเนื้อที่ 4 ไร่ของเราเต็มไปด้วยของกินสารพัดด้วย
สองมือแม่ที่สร้างมันขึ้นมา ผมมีความสุขมากๆที่เติบโตมาบนบ้านสวน
แห่งนี้ ผมชอบปีนเก็บผลไม้ที่แม่ปลูกไว้
ปีนไปเก็บฝรั่งขี้นกเด็ดกินบนต้นสดๆลูกที่สุกแล้วกลิ่นมันช่างหอมหวานยั่วยวน บางลูกกำลังห่ามก็มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว
บางพันธุ์เนื้อก็สีชมพูระเรื่อตัดกับเปลือกสีเขียวสดน่ากัดกินยิ่งนัก
ฝรั่งเวียดนามลูกโตๆสดกรอบ น้อยหน่าสุกปริออกเห็นเนื้อในสีขาวน่ากินให้ผีเสื้อตอม บางลูกผมก็ไม่ทันผีเสื้อต้องให้ผีเสื้อลิ้มลองก่อน แต่บางลูกเริ่มมีรอยแตกแสดงว่าสุกแล้วผมเจอก่อนก็ได้ลิ้มลองก่อนเจ้าผีเสื้อ รวมทั้งเจ้าค้างคาวที่มันชอบมาขโมยละมุดตอนกลางคืน ละมุดลูกโต
เกินกว่าค้างคาวจอมขโมยจะคาบไปได้ มันก็หล่นใต้ต้นละมุดนั่นแหล่ะ ตอนเช้าผมตื่นมาก็ได้กินละมุดสุกที่ค้างคาวคาบไปไม่ได้ ถ้าเทียบกับละมุดที่วางขายที่ตลาดแล้ว ละมุดที่สุกคาต้นรสชาติมันจะหวานอร่อยมากๆเทียบกันไม่ได้เลย แม้ว่าจะมีรอยจิกของค้างคาวก็เถอะ
มันช่างมีความสุขเหลือเกินที่ได้ปีนต้นไม้เด็ดกินผลไม้จากต้นสดๆปีนจากต้นน้อยหน่า ไปหาต้นฝรั่งขี้นกแล้วยังปีนไปเก็บลูกมะพร้าวอ่อนได้อีก บางทีก็ปีนไปต้นมะขามหวานต่อในช่วงปีใหม่มะขามหวานจะสุกดกเต็มต้น ช่วงที่ลูกหม่อนสุกผมจะชอบมาก รสชาติของมัน
หวานอมเปรี้ยว ลูกมีม่วงคล้ำๆอมสีแดงเลือดหมู ช่วงที่มะม่วงสุกก็เป็นอีกช่วงที่ผมชอบมากได้กินมะม่วงกวนที่อร่อยที่สุดด้วยฝีมือแม่ แม่จะใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สุกมากกวนไม่ผสมอะไรเลย ผลไม้กวนของแม่จึงอร่อยมาก กัดไปแต่ละคำรสชาติมะม่วงล้วนๆ ผมไม่เคยกินมะม่วงกวนที่ไหนอร่อยเท่าแม่ทำมาก่อนเลย ส่วนช่วงหน้าฝนลูกตาลจะออกลูกเต็มต้น พอมันสุกแม่ก็จะทำขนมตาลให้เรากิน ขนมตาลต้นนี้รสชาติหอมหวานมาก ด้วยวัตถุชั้นดีบวกกับฝีมือของแม่ ที่ผมก็ไม่รู้ว่าแม่ทำอย่างไรขนมตาลของแม่จึงฟูนุ่มลิ้นรสชาติขนมตาลของแม่จึงอร่อยมาก เอาไปให้เพื่อนๆกินที่โรงเรียนต่างติดใจกันทั้งนั้น ใช่ว่าตาลทุกต้นจะเหมือนกันหมด ต้นตาลบางต้นรสชาติเผื่อนๆ ทำขนมจะฝีมือดีแค่ไหนก็ไม่อร่อยแต่สำหรับต้นตาลต้นนี้แล้ว
ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง







นอกจากฝีมือทำขนมแล้ว ฝีมือทำกับข้าวแม่ก็อร่อย กับข้าวที่ผมชอบมากที่สุดก็คือห่อหมกปลาเนี้ออ่อนห่อด้วยใบตองกล้วย และแกงกะทิฟักทองใส่ไก่ แน่นอนฟักทองก็มาจากสวนที่เราช่วยกันปลุกกับแม่นั่นเองเนื้อเหนียวนุ่ม ส่วนไก่ก็มาจากเล้าของเราเช่นกัน ยิ่งตอนที่แม่ใส่ใบแมงลักก่อนจะยกลงจากเตาถ่าน กลิ่นหอมใบแมงลักช่างชวนน้ำลายสอยิ่งนัก และที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือขนมจีนน้ำยานั่นเอง แม่จะใช้ปลาช่อนนาตัวโตมาทำ ผสมกับกะทิมะพร้าวห้าวหลังสวน ส่วนเส้นขนมจีนแม่ก็เป็นคนหมักข้าวเองกับมือส่วนใหญ่จะนิยมทำในช่วงงานบุญประเพณีต่างๆไม่มีเส้นขนมจีน
สำเร็จรูปมาแร่ขายเหมือนอย่างทุกวันนี้ เวลาทำเสร็จก็ไปเด็ดใบแมงลัก
ใบโหระพา ปลีกล้วยมากินกับขนมจีนได้เลย แทบจะต้องไม่ใช้เงินเลย ทุกอย่างหาได้ในบ้านสวนหลังนี้ ทุกอย่างสร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือแม่ทั้งนั้น





ช่วงหน้าหนาวแม่ก็จะไปซื้อด้ายมาทอผ้าห่มเองกับมือ เราไม่ต้องนอนหนาวกันเลยผ้าห่มของแม่มีหลากสีสันสวยงาม ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับผู้หญิงคนนี้ เพราะปกติแม่ก็ทอผ้าไหมเองอยู่แล้ว แม่ก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วไปที่กลัวหนอน แต่กลับเลี้ยงไหมได้ตอนที่ตัวไหมมันชูคอรออาหารจากกระด้ง แม่ก็ให้อาหารตัวไหมไป ขนลุกไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผู้หญิงเก่งคนนี้จะทำไม่ได้ เธอทำได้ทุกอย่างเพื่อลูกของเธอ ตอนเด็กๆ
ผมจำได้ตอนน้ำท่วม นาล่มพวกเราดีใจกันใหญ่ได้เล่นน้ำสนุกสนานตามประสาเด็กแต่ผมไม่ทราบหรอกว่าแม่จะทุกข์ใจขนาดไหน จำได้ว่าแม่เคยทำปลาส้มไปแลกข้าวสารหมู่บ้านอื่นที่น้ำไม่ท่วมมาเลี้ยงเพวกเรา





เธอเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่งหญิงหม้ายผัวตายที่เลี้ยงลูก 7คน
โดยลำพังไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
เธอไม่เคยให้ลูกต้องอดอยาก ผู้หญิงตัวเล็กๆปลูกข้าวเป็นร้อยๆไร่
ปลูกแตงโม ปลูกข้าวโพดปลูกถั่วลิสงป็นไร่ โดยมีลูกน้อยเป็นผู้ช่วย
คอยหยอดเมล็ดพืชตามหลุมที่เธอขุดแล้วใช้เท้ากลบ
ปลูกผักทุกชนิดที่ขึ้นได้ ปลูกทุกอย่างที่ขวางหน้า ทุกตารางเมตร
ไม่มีที่ว่างสำหรับเธอบริเวณบ้านสวน 4ไร่ของเธอเปรียบกับซุปเปอร์มาเก็ตขนาดย่อม สด สะอาด ไม่ติดป้ายราคา
เปิดตลอด 24 ชั่วโมงพอๆกับ 7-11 แต่ไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว






ตอนด็กๆไร้เดียงสา ขณะที่ผมช่วยแม่ดายหญ้าที่แปลงข้าวโพด
ผมถามแม่ว่า “รักลูกแค่ไหน”
แม่ตอบว่า “รักเท่าฟ้า”คล้ายๆกับสโลแกนของสายการบินไทย
เลยทั้งๆที่ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักการบินไทยหรอก
“แล้วถ้าใครเอามาเครื่องบินมาแลกล่ะ แม่จะยอมมั้ย” ผมถามไปตาม
ประสาเด็ก “ไม่เอา”แม่ตอบสั้นๆ
“แล้วรถไฟล่ะ”ผมถามต่อ”
“อะไรก็ไม่เอา” ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าแม่พูดจริงหรือเปล่า
แต่น้ำเสียงของแม่ตอบไปขำไปปนเอ็นดูที่ลูกน้อยช่างสรรหา
คำถามซื่อๆที่ตอบง่ายๆทว่าทึ่งกับคำถามจากปากเด็กไร้เดียงสา
แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า คำถามที่ตอบง่ายๆแบบนั้น แม่พุดออก
มาจากใจจริง ถึงผมยังไม่เคยมีลูกก็พอจะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ดี



ตอนนี้สองมือแม่ที่เคยโอบอุ้มพวกเราก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงด้วยวัยที่ล่วงโรยไปตามกาลเวลา สองเท้าที่เคยแข็งแกร่งตอนนี้เดินไม่ได้เสียแล้ว ต้องนั่งรถเข็นอย่างเดียว ทั้งๆที่หญิงชราวัย 73 วัยเดียวกันยังเดินเหิรได้อยู่
เพราะร่างกายที่ตรากตรำทำงานหนักเลี้ยงลูกเป็นโขยง เท่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะทำได้ สุดความสามารถของเธอ
ทุกครั้งที่ผมกลับไปเยี่ยมบ้าน รอยยิ้มดีใจของแม่ไม่เคยเหือดแห้ง
เราจะนอนคุยกันจนดึกดื่น แล้วก็เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ทุกครั้งที่ผมมีความสุข คนแรกที่ผมจะคิดถึงก่อนใครก็คือแม่นี่แหล่ะ นึกขอบคุณที่แม่ให้ชีวิตกับผม ให้การศึกษา อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี อย่าเอาเปรียบใคร
ตอนที่ผมยืนมองภูเขาหิมาลัยทอดยาวจนลับสายตา สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอดบนความสูงกว่า 4,000 เมตรผมอยาก
ให้แม่มายืนอยู่เคียงข้างคงจะดีไม่น้อย แม่แทบจะไม่เคยเดินทางไปไหน
แต่วันนี้แม่คงไม่มีโอกาศเแล้ว เพราะสุขภาพของแม่ไม่เอื้ออำนวยเสียแล้ว คงจะสุขมากกว่าทุกข์เป็นแน่แท้ หากต้องเดินทางไปไหน
แม่บอกว่านั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอก ขอให้ลูกเอาตัวเองให้รอดแม่ก็พอใจแล้วสิ่งที่แม่ห่วงก็คือกลัวว่าลูกจะลำบาก กลัวไม่มีคนดูแล
ในสายตาแม่ยังเห็นลูกๆเป็นเด็กเสมอ ทั้งๆที่ก็โตเป็นควายกันหมดแล้ว






ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน จะทำตัวให้แม่ไม่ต้องเป็นห่วง แม่จะได้สะบายใจไม่เป็นกังวล ทุกครั้งจะทำอะไรลงไป ผมจะนึกถึงหน้าแม่เสมอ ผมรู้ว่าแม่เหนื่อยยากแค่ไหนกว่าจะเลี้ยงผมให้ปีกกล้าขาแข็งได้ ถึงผมจะไม่ใช่ลูกที่ดีอะไรมากมายแต่ผมจะไม่ทำให้แม่เสียใจแน่นอน












Create Date : 06 พฤษภาคม 2554
Last Update : 8 พฤษภาคม 2554 20:56:52 น. 1 comments
Counter : Pageviews.

 
อ่านแล้วซึ้ง นึกถึงแม่เราเอง แม่เราก็เคยทำงานหนักมากเลี้ยงลูกๆเหมืนกัน....

ชอบอ่านค่ะ ถ้าว่างๆจะเข้ามาอ่านใหม่นะ


โดย: piscellino วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:30:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
butterfly angel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับเพื่อนร่วมโลกทุกคน
ข้อความทั้งหมดที่ผมเขียนก็แค่อยากเขียน อยากเล่า อยากถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ตามแบบฉบับของตัวเอง ไม่ได้ยึดหลักการเขียนแบบนักเขียนมืออาชีพ เพราะก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแบบเขียนที่ดีเป็นแบบไหน อยากเขียนแบบไหนก็เขียน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ให้ความรู้และความบันเทิง ไม่มีมากก็น้อย

ข้อมูลหรือความคิดทั้งหมด เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด หากใครแวะมาอ่าน โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

ล๊อกอินนี้ใช้ร่วมกับหลานสาวและครอบครัวนะครับ
บางกระทู้ ก็เป็นคนในครอบครัวใช้นะครับ
แต่บล๊อกเป็นงานเขียนของผมคนเดียว




Friends' blogs
[Add butterfly angel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.