ที่ยากกว่าการทาสี...คือ...เช็ดสีที่หก
Group Blog
 
All Blogs
 

นิทานก่อนนอน....ถุงฝัน...

ณ ริมบึงใหญ่ มีเทวดาตัวเล็กจิ๋วอาศัยอยู่ สัตว์ทุกตัวเรียกเขาว่า "จ้อย" จ้อยมีหน้าที่แบกถุงฝันสองถุงใหญ่ไปตามบ้าน และโปรยเมล็ดฝันบนที่นอนของเด็กๆ

ถุงใหญ่สีดำใส่เมล็ดฝันร้าย ให้เด็กเกเรนอนฝันร้าย ฝันถึงปีศาจหัวใหญ่ ปีศาจหัวโต

ถุงสีชมพูใสเมล็ดฝันดี ให้เด็กดีนอนฝันหวานทั้งคืน

วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น "แย่แล้วใครก็ได้ช่วยด้วย" จ้อยร้องเสียงดังจนสัตว์ป่าตกใจ รีบออกมาดูกันใหญ่ "ทำไมร้องดังอย่างนี้ นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้วรู้ไหม" ลิงจอมซนบ่นพลางหาวหวอดๆ

" ต้องขอโทษ..ขอโทษจริงๆถุงฝันสีชมพูหายไป ใครเห็นบ้างไหม ถ้าฉันไม่มีถุงฝันสีชมพูเด็กดีจะเดือดร้อน นอนละเมอ ฝันร้ายกันทั้งคืน" จ้อยวิตกกังวลมาก จนจะร้องให้อยู่แล้ว พลอยให้เพื่อนๆพากันร้อนใจไปด้วย

" เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกเราแยกย้ายกันไปหาถุงฝันสีชมพู ส่วนจ้อยกับข้าจะค้นหาแถวๆนี้เอง" ลุงเต่าเจ้าปัญญาแนะนำขึ้นมา พักใหญ่ เพื่อนสัตว์ต่างทยอยมารายงานลุงเต่าและเทวดาจ้อย " ไม่เจอ...ไม่เจอเลย.." ลิงจอมซนพูดไปหอบไป " ข้าดำลงไปในน้ำหาจนทั่ว แต่ก็ไม่มี"จระเข้ใหญ่บอก "ข้าขุดดินจนเป็นโพรงใหญ่กว่าบ้านข้าอีก แต่ก็หาไม่พบ" ตัวตุ่นเล่า

ทั่ว ทั้งบึงเงียบสงัดไปพักใหญ่ ต่างพากันคิดว่าถุงฝันสีชมพูหายไปไหน แต่ก็ไม่มีใครคิดออกแม้แต่ลุงเต่าเจ้าปัญญาผู้ชาญฉลาดที่สุด " เกิดอะไรขึ้นหรือ.." ค้างคาวหนุ่มร้องถาม " ถุงฝันของฉันหายไป เธอเห็นบ้างไหม" " ถุงฝัน..ถุงใบใหญ่สีชมพูใช่ไหม ฉันเห็นยายแม่มดกำลังลากถุงสีชมพูใบเบ้อเริ่ม อาจจะ.."

"ใช่แน่..แม่มดขโมยถุงฝันไป" สัตว์ทุกตัวร้องพร้อมกันจนก้องบึง

เทวดา จ้อยขอร้องให้ค้างคาวพาไปส่งที่บ้านแม่มด เขาคิดว่าจะต้องแย่งถุงฝันสีชมพูคืนมาให้ได้ เพื่อว่าเด็กดีจะได้ไม่ต้องนอนฝันร้ายอีก ครู่ใหญ่เทวดาจ้อยก็เกาะปีกค้างคาวบินมาถึงหน้าบ้านแม่มด

" มาทวงถุงฝันคืนหรือจ้อย" เสียงบแม่มดแหลมปรี๊ดจนจ้อยแทบจะพลัดตกจากหลังเจ้าค้างคาว "ฮิ ฮิ ฮิ สมน้ำหน้า ตอนนี้ไม่มีเมล็ดฝันไปแจกเด็กๆล่ะสิ" แม่ มดเยาะเย้ยจ้อยโดยไม่รู้ว่าจ้อยมีถุงฝันสองใบ "ชอบใจนักหรือที่ทำให้เด็กร้องไห้ เธอแอบมาขโมยถุงฝันตอนฉันเผลอ ไม่เก่งหรอก แน่จริงเธอต้องเอาถุงฝันไปคืนก่อน และขโมยกลับมาใหม่ คราวนี้ฉันจะเฝ้าตลอดเวลา ไม่ไปไหนเลยถ้าเธอขโมยได้ถึงจะเก่งจริง"

แม่มดกลัวไม่เก่งจริง จึงหลงกลจ้อย รีบตอบตกลงทันที แถมแม่มดยังคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมา " เรื่องกล้วยๆคราวนี้จะต้องแกล้งเจ้าจ้อยด้วย ฉันจะเอาตังเมแม่มดที่เคี้ยวแล้วปวดฟัน แอบไปทิ้งไปด้วย พอเจ้าจ้อยอมตังเมของฉันแล้วก็จะต้องปวดฟัน ร้องโอย..โอย ทั้งวัน"

แม่ มดขี่ไม้กวาดเอาถุงฝันไปคืน และรอจนดึก จึงย้อนกลับมาขโมย ทั่วทั้งบึงเงียบสงัด มีเพียงเสียงกรนครอกๆ ของเจ้าจ๋อเท่านั้น แม่มดดีใจไม่ทันสังเกตว่า ถุงฝันเปลี่ยนเป็นสีดำนางโยนตังเมทิ้งไว้ ลากถุงฝันขึ้นบ่า แต่ไม้กวาดทานน้ำหนักถุงฝันไม่ไหวหักดังเป๊าะ

"เอคราวที่แล้วไม่เห็นหนักขนาดนี้นี่ เอาเถอะ ยังไงก็ต้องลากกลับไปให้ได้มิฉะนั้นจะแพ้จ้อย"แม่มดโยนไม้กวาดทิ้งแล้วแบกถุงฝันสีดำเดินโซเซกลับบ้าน

เหล่า สัตว์ในบึงใหญ่พากันดีใจไปกับจ้อยที่ได้ถุงฝันสีชมพูคืนมา " ดีนะ ที่นางแม่มดไม่รู้ว่าจ้อยมีถุงฝันสองใบ เราเลยสับเปลี่ยนกันได้ คราวนี้เด็กดีก็จะไม่ฝันร้ายอีกต่อไปแล้ว แถมยังได้ไม้กวาดวิเศษมาด้วย เดี๋ยวลุงจะซ่อมไม้กวาดวิเศษให้ เจ้าจะได้ขี่ไม้กวาดไปทำงานนะจ้อย"

" จ้อยแสนจะดีใจไม่ต้องแบกถุงฝันสองใบให้หนักแล้วทุกคืน จ้อยจะขี่ไม้กวาดไปตามบ้านคอยแจกเมล็ดฝันให้เด็กๆ ส่วนแม่มดนั้นกว่าจะลากถุงฝันสีดำเดินโซเซถึงบ้าน ก็มหดแรงหลับไปสามวัน สามคืน แถมฝันร้ายถึงปีศาจตัวใหญ่ ปีศาจหัวโตจนตกเตียงทุกคืน นางแม่มดคงฝันร้ายจนตกเตียงทุกคืนไปอีกนาน เพราะใต้เตียงของนางแม่มด มีเมล็ดฝันร้ายอยู่เต็มถุงทีเดียว

เครดิต....http://bouck.exteen.com/20050827/entry




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 21:22:54 น.
Counter : 199 Pageviews.  

นิทาน....นิทานใบไม้....

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดอกไม้และใบไม้ยังไม่ได้รวมอยู่บนต้นเดียวกัน
อย่างเช่นทุกวันนี้ มันต่างก็แยกกันอยู่ อีกทั้งเหล่าใบไม้ก็ไม่ได้มีแต่สีเขียว
หากแต่มีหลากหลายสีสันงดงามนัก
..แต่ดอกไม้กลับมีเพียงสีขาวเท่านั้น ใบไม้รวมอยู่กับหมู่ใบไม้ด้วยกัน มี
แต่ความร่าเริง มีนิสัยรักสนุก ต่างจากดอกไม้ที่อยู่อย่าง เงียบเหงา เดียว
ดาย แม้จะอยู่รวมกันคุยกันกับหมู่ดอกไม้ด้วยกัน แต่ดอกไม้แต่ละดอกต่าง
มีความคิด และวาดฝันเป็นของตัวเอง เธอเฝ้ารอบางสิ่งบางอย่างที่เธอ
เองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร บ่อยครั้งที่เธอมองไปที่ใบไม้ แล้วนึกอยากเป็นส่วน
หนึ่งของสีสันสวยงามนั้นบ้าง แต่ดอกไม้ดอกเล็กและเสียงเบาเกินกว่าที่
จะเรียกใบไม้ให้หันมา
กระทั่งวันหนึ่ง ... ใบไม้เกิดรู้สึกเบื่อสีสันของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
พลัน สายตาก็เหลือบ ไปเห็นดอกไม้น้อยสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งเข้า ใบไม้ไม่รู้จักสีขาวมาก่อน เขาไม่รู้ว่าสีขาวเป็นอย่างไร เพราะใบไม้ต่างก็มีสีสันกันทุกใบ ใบไม้เกิดหลงใหลในความอ่อนหวานละมุนละไมของดอกไม้น้อยในทันที แต่ในความอ่อนหวานนั้นดูเหมือนจะมีความเหงาแฝงอยู่ด้วย ใบไม้จึงเข้าไปถามดอกไม้ว่า
"ดอกไม้ เธอช่างมีสีขาวสวยเหลือเกินแต่ทำไมเธอจึงดูเงียบเหงาอย่างนี้เล่า" ดอกไม้น้อยแหงนมองใบไม้กิ่งใหญ่ แข็งแรงก่อนจะตอบกลับไปว่า
"สีขาวซีดอย่างนี้หรือสวย ฉันอยากจะมีสีสันอย่างเธอบ้างจัง มันคงจะทำให้ฉันมีชีวิตชีวาขึ้นมาก"
ใบไม้ได้ฟังแค่นั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องช่วยเหลือ ดูแล และปกป้องดอกไม้น้อยดอกนี้ เขาจึงบอกเธอไปว่า
"มาซิดอกไม้ ฉันช่วยเธอได้นะ ถ้าเพียงเธอมาอยู่กับฉัน ฉันจะทำให้เธอมี ชีวิตชีวาขึ้นเอง"
ดอกไม้น้อยไม่รอช้ารีบตอบตกลงในทันที
เมื่อดอกไม้ไปอยู่กับใบไม้แล้ว ใบไม้ก็ให้การดูแลเธออย่างดี ทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่เขาทำเพื่อเธอ ถ่ายทอดออกมาเป็นสีสันสวยงามให้กับดอกไม้
แล้ววันหนึ่งเมื่อดอกไม้น้อยมองลงไปในลำธาร เธอก็เห็นเงาตัวเองเปลี่ยน
เป็นดอกไม้สีสวยที่มีชีวิตชีวา แต่เมื่อหันไปมองที่ใบไม้ เขากลับกลาย เป็นสี
เขียวที่ดูอบอุ่นนัก ดอกไม้น้อยถามใบไม้ว่า
" ใบไม้ นี่ฉันแย่งสีสันในชีวิตเธอมารึเปล่านะ "
ใบไม้ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า
" ไม่หรอก ทุกวันนี้เธอคือสีสันในชีวิตฉัน ฉันไม่ต้องการสีสันอะไรอีกแล้ว"
ฉันมีเพียงความสบายใจที่ได้เห็นเธอมีความสุข " จากนั้นมา ดอกไม้กับ
ใบไม้ก็อยู่ร่วมกันเป็นต้นไม้ที่อบอุ่น บนรากของความรัก ที่หยั่งลึกลงไปใน
ผืนดินของหัวใจ
ด้วยเหตุนี้ ใบไม้จึงมีสีเขียว สีเขียวที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา เพราะ
เมื่อเรามองดูสีเขียว เมื่อไร เราจะรับรู้ได้ถึงความสบายใจของใบไม้ที่เห็นดอกไม้น้อยของเขามีความสุข
ส่วนดอกไม้ ขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ อ่อนหวาน ละมุนละไม
นั้น ดอกไม้คงไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้หายไป จึงยังคงมีดอกไม้สีขาว
ให้เราเห็นมาจนทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน ...


เครดิต... http://bouck.exteen.com/20050918/entry




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 21:34:17 น.
Counter : 127 Pageviews.  

นิทาน....กระต่ายขาวกับเงาจันทร์....

ณที่ดาวแครอทซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มาก กระต่ายนาๆชนิดมีความสุขกับการเพาะปลูกแครอท แต่แล้วอยามาวันนึงก็เกิดภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่ดาวแครอทเกิดแห้งแล้งโดยที่ไม่ทราบสาเหตุทำไมถึงเป็น อย่างนี้เนี่ยกระต่ายน้ำตาลพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าเศร้าสลด ชั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้แต่ชั้นว่าเรามาหาวิธี ปลูกแครอทกันดีกว่า
กระต่ายขาวพูดนายจะบ้าหรือไง แห้งแล้งอย่างนี้ จะเอาน้ำที่ไหนรดแครอทละ กระต่ายส้มพูดสวนกลับอย่างโมโหแต่ชั้นว่ามันต้องมี วีธีซิ..เออ! กระต่ายขาวทำท่านึกชั้นนึกออกแล้ว....เราลองไปปลูกที่ดวงจันทร์กันดูมั๊ยที่ นั่นน่าจะพอมีน้ำไว้รดแครอทของพวกเรากระต่ายขาวเสนอความคิดงั้นก็ได้...เป็น ไงเป็นกันกระต่ายน้ำตาลพูดอย่างมีกำลังใจ


เหล่ากระต่ายเริ่มทยอย ขึ้นยานแครอทไปยังดวงจันทร์เพื่อจะนำแครอทไปปลูกที่ดวงจันทร์............. เมื่อถึงที่ดวงจันทร์เหล่ากระต่ายก็แยกย้ายกันไปปลูกแครอท........วันเวลา ผ่านไปเกือบเดือนก็ยังไม่มีวี่แววของแครอทที่จะโผล่พ้นผิวดวงจันทร์ออกมา ชั้นว่าพวกเรากับกันดีกว่า..จะรดน้ำมาเกือบเดือนแล้ชั้นยังไม่เห็นแครอทโผล่ออกมาเลย กระต่ายส้มพูด แต่ชั้นว่าพวกเรารออีกหน่อยน่ะกระต่ายขาวพยายามรั้งเพื่อนๆไว้ถ้านายอยากรอ ก็รอไปคนเดียวเถอะ กระต่ายน้ำตาลเริ่มโมโหสุดท้ายกระต่ายขาวก็ต้องกลับไปที่ดาวแครอทตามเพื่อนๆ


ทุกๆ คืนกระต่ายขาวจะมานั่งมองเงาของดวงจันทร์โดยหวังว่าซักวันหนึ่งจะเห็นเงา ของดวงจันทร์โผล่ออกมาจากดวงจันทร์ แต่กระต่ายขาวก็ต้องผิดหวังมาโดยตลอด........คืนนี้เป็นคืนที่ครบครึ่งเดือน พอดีกระต่ายขาวก็ยังคงมามองเงาของดวงจันทร์อีกเช่นเคยและความหวังทั้งหมด ของกระต่ายขาวก็เป็นจริงขึ้นมา..กระต่ายขาเริ่มเห็นเงาของแครอทโผล่ขึ้นมา จากดวงจันทร์ทีละน้อยๆกระต่ายขาวดีใจจนทำอะไรไม่ถูกพวกเราชั้นเห็นแครอทที่
ดวงจันทร์แล้ว..แครอทของพวกเราขึ้นแล้วกระต่ายขาววิ่งตะโกนบอกเพื่อนๆด้วย ความดีใจแต่ก็ไม่มีใครสนใจคำพูดของเจ้ากระต่ายกระต่ายขาวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ยังยิ้มได้อยู่


ในคืนเดียวกันนั้นกระต่ายขาวก็นำยานออก ที่ดวงจันทร์อีกครั้ง ณ ที่ดวงจันทร์ โอ้โห ! กระต่ายขาวอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อในสายตาตัวเองพวกเรารอดตายแล้วกระต่ายขาว ร้องออกมาด้วยความดีใจและในคืนนั้นนั่นเองกระต่ายขาวก็เริ่มเก็บเกี่ยวแครอทไปใส่ยานที่ละน้อยๆ จนหมดแล้วกระต่ายขาวก็รีบกลับไปที่ดาวแครอทโดยทันทีโดย หวังว่าเพื่อนๆคงจะดีใจเป็นแน่เพื่อนคงดีใจแน่ๆเลยกระต่ายขาวนึกในใจ


เมื่อ มาถึงที่ดาวแครอทกระต่ายขาวก็รีบไปบอกเพื่อนให้มาที่ยาน เพื่อนๆชั้นมีอะไรมาให้พวกนายดูกระต่ายขาวชวนเพื่อนมาที่ยานแครอทนี่เจ้า กระต่ายขาวนายไปเอาแครอทมาจากที่ไหนเนี่ยกระต่ายน้ำตาลถามด้วยความสงใส ก็ที่ดวงจันทร์ไงที่ที่เราเคยๆไปปลูกแครอทไว้ไง กระต่ายขาวบอกเพื่อนด้วยความดีใจเป็นไปได้ยังไงเนี่ยกระต่ายส้มทำท่างงๆ ทุกคนต่างดีใจที่มียังมีแครอทกิน ต่างก็โยนกระต่ายขาวขึ้นบนท้องฟ้าอย่างมีความสุขเย้ ! นายคือวีรบุรุษของพวกเราเจ้ากระต่ายขาว


หลังจากนั้นทุกคนก็อยู่บนดาวแครอทอย่างมีความสุขและความอุดมสมบูรณ์บนดาวแครอทก็กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เหมือนดังเดิม......


เครดิต....http://writer.dek-d.com/jarearnsuk/writer/view.php?id=59997 โดยคุณ Jeki Kit




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2554 18:33:48 น.
Counter : 279 Pageviews.  


*เช้านี้โลกสดใส*
Location :
จันทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มันผ่านมาแล้วละ...อย่าไปคิดให้เสีย....ถึงเวลาเริ่มต้นใหม่....พร้อม..!! ^^
^..........^ นิทานทุกเรื่องที่นำมาลงไม่ได้แต่งเองนะคะ...เป็นเรื่องที่อ่านแล้วมีความสุข...ดังนั้น..ขอเป็นผู้ส่งต่อความสุขให้ทุกๆคนได้อิ่มเอมใจกันบ้าง ^^
Friends' blogs
[Add *เช้านี้โลกสดใส*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.