คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เปิด 5 หลักสูตรอินเตอร์ สร้างวิศวกร…ป้อนไทยแลนด์ 4.0


       ตอบรับไทยแลนด์ 4.0 และกระแสโลกในการพัฒนาเทคโนโลยีสู่ประสิทธิภาพและความยั่งยืนจากวิวัฒนาการของดิจิตอลเทคโนโลยีการสื่อสารและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก นำมาซึ่งการปรับตัวและพัฒนาของภาคการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เปิด 5 หลักสูตรวิศวกรรมอินเตอร์ ประกอบด้วย Innovative CivilEngineering, Chemical Engineering, Industrial and Management SystemEngineering, Biomedical Engineering, Computer Innovation Engineering โดยมี 7 กูรูผู้เชี่ยวชาญร่วมเสนอแนวทาง “ปั้นวิศวกรอินเตอร์สู่ไทยแลนด์ 4.0 และโลกที่น่าอยู่”เตรียมความพร้อมสู่ไทยแลนด์ 4.0 ทั้งบุคลากร หลักสูตรการศึกษา องค์ความรู้ใหม่ ๆ ตอบสนองต่อแนวโน้มวิชาชีพและเทรนด์โลกในงานยังได้เปิดตัวนวัตกรรม Fall Detection V.1 เครื่องตรวจจัการล้มอัจฉริยะ คว้า 2 รางวัล จาก Young MakerContest โดยฝีมือสองหนุ่มน้อยเมคเกอร์อีกด้วย ที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้สูงวัยคนไทยจากการลื่นล้มอันเป็นสาเหตุการตายสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุทางถนน

รศ.ดร.คมสัน มาลีส (Assoc.Prof.Dr.KomsanMaleesee) คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ประธานเปิดงาน กล่าวว่าภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีในปัจจุบันคือยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0เยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจึงจำเป็นต้องพัฒนาเปิด 5 หลักสูตรอินเตอร์ ประกอบด้วย Innovative CivilEngineering, Chemical Engineering, Industrial and Management SystemEngineering, Biomedical Engineering, Computer Innovation Engineering เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ และการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม(First S-Curve) และเติมต่อ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) สู่เป้าหมายไทยแลนด์4.0 ด้วยการศึกษาที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั้งวิชาการและทักษะการปฎิบัติรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาวิศวกรไทยสู่ไทยแลนด์4.0 และสังคมโลก

คุณคริสโตเฟอร์ไรท์ (Mr.Christopher Wright) กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมของนักศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญนักศึกษาไทยยุค 4.0 ควรมีทักษะ ดังนี้ 1.ทักษะการแก้ไขปัญหาที่ทับซ้อน 2.การคิดวิเคราะห์3.มีความคิดสร้างสรรค์ 4.การจัดการด้านบุคคล5.การทำงานร่วมกับผู้อื่น 6.ความฉลาดทางอารมณ์7.การเจรจาต่อรอง 8.ทักษะที่หลากหลายทั้งทางปัญญาและการสื่อสารทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นทักษะที่เสริมสร้างคุณภาพบุคคลอันก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการศึกษาและการทำงานและปฎิเสธไม่ได้ว่าอีกทักษะสำคัญของการทำงานในโลกปัจจุบันและอนาคตนั้น คือ ทักษะการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลเปิดใจเรียนรู้และตั้งใจฝึกฝนพัฒนาตนเองเพื่อนำไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผศ.ดร.นันทวัฒน์จรัสโรจน์ธนเดช (Assoc.Prof.Dr.NunthawathCharusrojthanadech) ประธานหลักสูตรวิศวกรรมโยธา กล่าวถึงการเปิดหลักสูตรอินเตอร์นวัตกรรมวิศวกรรมโยธา Innovative CivilEngineering เพื่อปั้นวิศวกร 4.0 ว่า ผู้เรียนจะได้เปิดมุมมองเชิงนวัตกรรมโดยหลักสูตรจะมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบProject – Based Learning คือการเรียนรู้ที่ให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติจริงในลักษณะของการสำรวจค้นคว้า ทดลอง ประดิษฐ์คิดค้น โดยผู้สอนเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ให้ความรู้สู่การเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด(Coach) ทำหน้าที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทำงานเป็นทีมกระตุ้น แนะนำ และให้คำปรึกษา เสริมองค์ความรู้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่นการวิเคราะห์ระบบ BIM (Building Information Modeling) คือ การศึกษาแบบจำลองข้อมูลของอาคารผู้เรียนจะได้ศึกษาโครงสร้างพื้นฐานตามบริบทและความเปลี่ยนแปลงของโลก อีกทั้งหลักสูตรยังส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันและหน่วยงานต่างประเทศผลักดันให้นักศึกษาเกิดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อสร้างความพร้อมและเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานและร่วมงานกับองค์ระดับสากลหลักสูตรอินเตอร์วิศวกรรมโยธามุ่งผลิตวิศวกรที่มีความรู้ความสามารถในการทำงานระดับสากลผสมผสานความรู้เชิงนวัตกรรมเพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ (Creative Design) ในทุกกระบวนการการเรียนรู้ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการทำงานในสังคมโลก

ดร.นริศรา ทองบุญชู (Dr.NarisaraThongboonchoo) ประธานหลักสูตรวิศกรรมเคมี กล่าวถึงความสำคัญในการเปิดหลักสูตรอินเตอร์วิศวกรรมเคมีChemical Engineering ในการสร้างบัณฑิตให้มีความแข็งแกร่งทางด้านวิชาการมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งทักษะในวิชาหลักด้านการเรียนรู้และนวัตกรรมด้านสารสนเทศ ด้านการใช้ชีวิตและวิชาชีพ หลักสูตรอินเตอร์วิศกรรมเคมีตอบรับนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมในยุคที่4 หรือ Industrial 4.0 ผ่านการเรียนรู้ด้วยวิธีการผสมผสานเพื่อสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่21 ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking),การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking), การคิดวิเคราะห์ (Interpretationand Arguments), นวัตกรรมเพื่อการสื่อสาร (InnovationCommunication), คิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ (DesignMethods for innovation), ความเป็นผู้นำและการพัฒนาตนเอง(Leadership and Personal Development) ทั้งหมดนี้เพื่อให้ผู้ศึกษามีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของวิชาชีพวิศวกรเคมี ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และสามารถเชื่อมโยงความรู้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผู้ศึกษาที่จบหลักสูตรอินเตอร์วิศวกรรมเคมีสามารถประกอบอาชีพได้ทั้งในภาครัฐและเอกชนโดยอยู่ในหลายภาคส่วนอุตสาหกรรมเช่น การสำรวจและการผลิตปิโตรเลียม, โรงงานผลิตและประกอบรถยนต์, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ถือเป็นมิติใหม่ในการผลักดันบุคลากรของประเทศเข้าสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ความก้าวหน้าต่อไป

ผศ.ดร.ชุมพล ยวงใย (Asst.Prof.Dr.ChumpolYuangyai) ประธานหลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการระบบวิศวกรรม กล่าวถึงการเปิดหลักสูตรอินเตอร์ Industrial and ManagementSystem Engineering มีจุดเด่นของการเรียนการสอนทอยู่ที่การบูรณาการของ3 สาขาวิชา ได้แก่ วิศวกรรมอุตสาหการ,วิศวกรรมคอมพิวเตอร์สารสนเทศ และการจัดการธุรกิจเพื่อบ่มเพาะนักศึกษาให้เป็นผลผลิตที่มีความรู้รอบด้านและสามารถต่อยอดองค์ความรู้เพื่อการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตด้วยเนื้อหาวิชาที่ครอบคลุมด้านการวิจัยดำเนินการ,การสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์,การจำลองสถานการณ์การวิเคราะห์และจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด, วิทยาการข้อมูล(Data Science) และการจัดการนวัตกรรม โดยเนื้อหาวิชาดังกล่าวเป็นนักศึกษาจะได้เรียนเป็นพื้นฐานในหลักสูตรปริญญาตรีจากโดยทั่วไปแล้วจะเริ่มเรียนในระดับปริญญาโท ทั้งหมดเพื่อเสริมศักยภาพและสร้างความพร้อมให้แก่ผู้เรียนเพิ่มทักษะการจัดการทางวิศวกรรมที่ดีและทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง(Robustness/ Resilience) ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคอุตสาหกรรม4.0

รศ.ดร.ชูชาติปิณฑวิรุจน์ (Assoc.Prof.Dr.ChuchartPintavirooj) ประธานหลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์กล่าวถึง จุดแข็งของหลักสูตรอินเตอร์และบทบาทของวิศวกรรมชีวการแพทย์ BiomedicalEngineering ประเทศไทยมุ่งเป็น Medical Hub ของอาเซียน ทำให้โรงพยาบาลต้องปรับมาตรฐานให้ได้ตามมาตรฐานสากล (JointCommission International) ซึ่งกำลังต้องการนักวิศวกรชีวการแพทย์เข้ามาดูแลและคิดค้นเครื่องมือแพทย์รวมถึงวิทยาการต่างๆ นอกจากนี้ในแต่ละปีประเทศไทยมีการนำเข้าเครื่องมือแพทย์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการมีผู้เชี่ยวชาญ การบำรุงรักษาและการใช้งานเฉพาะทางหลักสูตรจึงมุ่งเน้นการศึกษาคิดค้นวิจัยต่อยอดเครื่องมือต่าง ๆเพื่อพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ลดการนำเข้าและเป็นการลดต้นทุนการรักษาของผู้ป่วยอีกด้วยหลักสูตวิศวกรรมชีวการแพทย์ยังมีเอกลักษณ์โดดเด่น คือมุ่งเน้นภาคปฎิบัติ(Practical Based) เพื่อให้นักศักษาเกิดประสบการณ์ตรงและนำไปปรับใช้ได้จริงซึ่งหลักสูตรมีการเชื่อมโยงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ อาทิ Glasgowสก๊อตแลนด์, Tokai ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยโจเซฟ ฟูริเยร์ (Joseph Fourier) ประเทศฝรั่งเศสเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ให้นักศึกษา รวมถึงยังมีโอกาสต่อยอดการศึกษาในขั้นสูงในหลักสูตรปริญญาโท4 + 1 หลักสูตรปริญญาเอก หรือเลือกเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ สจล. จบปริญญาใน8-9 ปี สู่การเป็นแพทย์นักวิจัยที่มีความสามารถครอบคลุมทั้งในด้านการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการรักษาและวินิจฉัยโรคต่างๆ ถือเป็นโอกาสที่สำคัญในการเปิดหลักสูตรอินเตอร์ BiomedicalEngineering ในประเทศไทยเพื่อผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ให้เพียงพอต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

รศ.ดร.ปิติเขตสู้รักษา (Assoc.Prof.Dr.PitikhateSooraksa) ประธานหลักสูตรวิศวกรรมนวัตกรรมคอมพิวเตอร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวว่า ข้อแตกต่างของหลักสูตร คือบทบาทของดิจิตอลและเทคโนโลยีในปัจจุบันที่เป็นแกนหลักในการพัฒนาวิทยาการทุกด้านเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์4.0 ตลอดระยะเวลาเรียน 4 ปี หลักสูตรจะผลักดันการสร้างนวัตกรรมและเสริมสร้างความเป็นสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ (Entrepreneurs and Technical Leadership) เกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศด้านการเรียนการสอนในแต่ละภาคการศึกษาเน้นการคิดวิเคราะห์โครงงาน (Project-basedtheme) ซึ่งฝึกฝนให้ผู้เรียนได้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญจากการปฏิบัติจริงและการออกแบบโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมในด้านต่างๆพัฒนาพื้นฐานในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การพัฒนาทักษะการสื่อสารและการสัมผัสแนวคิดโปรแกรมและระบบดิจิตอลโดยโครงงาน ผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์ตรงจากการฝึกปฏิบัติและการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อาทิ การประยุกต์ออกแบบโซลูชั่นด้วยเทคนิคต่างๆเช่น ระบบไซเบอร์ทางกายภาพและโครงสร้างคอมพิวเตอร์ ต่อยอดความรู้สู่เทคโนโลยีคลาวด์,Mobile Computing, Cyber Security, Big Data Analytics และ Internetof Things ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิตอลในอนาคตผู้เรียนจะได้ทำโครงงานออกแบบนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่สำคัญโดยประยุกต์ทักษะและองค์ความรู้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืน ผนวกไว้ด้วยกันเพื่อการต่อยอดความคิดเชิงธุรกิจการเป็นเมคเกอร์นักประดิษฐ์ หรือสตาร์ทอัพ โดยหลักสูตรมีจุดเด่น คือกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมโดยมีผู้เรียนเป็นศูนย์ของการเรียนรู้มีผู้สอนเป็นโค้ชดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

ในโอกาสนี้คณะวิศวกรรมศาสตร์สจล. ร่วมกับโรงเรียนต่าง ๆ อาจารย์แนะแนวการศึกษาและเยาวชน ได้ร่วมกันเปิดสโมสรKMITLInternational 4.0 Clubซึ่งเปิดรับสมาชิกทั้งครูผู้แนะแนวและเยาวชนนักเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโลกทัศน์และความร่วมมือสนับสนุนความพร้อมเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์4.0 ให้ความรู้อัพเดตความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโลกที่เปลี่ยนแปลงส่งเสริมการเรียนรู้และจัดกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์แก่โรงเรียนและเยาวชนถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในเครือข่ายการศึกษาและเยาวชน

รายละเอียด5 หลักสูตรวิศวกรรมอินเตอร์ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. http://eneng.kmitl.ac.th/inter-admission หรือ Email : eng-inter@kmitl.ac.th โทร02-329-8321




Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560 15:48:02 น.
Counter : 312 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: peepoobakub วันที่: 15 มีนาคม 2560 เวลา:12:24:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Sky of Thailand
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
24
25
26
28
 
 
All Blog