ตุลาคม 2555

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
14
17
18
20
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
แรงเงา ตอนที่ 10(9)

แรงเงา ตอนที่ 10(9)

ต้องกรีดร้องวิ่งไปสุดระเบียงแจ็ควิ่งไล่มา

"อย่าหนีน่า กลับไปที่ห้องดีกว่า"
"อย่าเข้ามานะ"
"เธอไปไหนไม่รอดแล้วเชื่อแจ็คดีกว่า เอาอย่างนี้ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกเดี๋ยวจะพาไปส่งบ้าน"
"ฉันไม่เชื่อแกอีกแล้ว"
ต้องหันไปมองระเบียงพื้นสนามเบื้องล่างไม่สูงมาก
"เฮ้ย ไอ้แจ็ค มันทำท่าจะกระโดดว่ะ" เพื่อนบอก
"ต้อง เธออย่ากระโดดนะ" แจ็คเดินเข้ามาหาอีก ต้องตัดสินใจปีนรั้ว "เฮ้ย อย่านะต้อง"
ขาดคำต้องกระโดดลงจากระเบียงทันที กลุ่มแจ็คร้องลั่นกรูกันมาชะโงก ร่างของต้องฟุบอยู่ที่สนามหลังตึก
"ซวยแล้วกู"
ทั้งหมดรีบกรูกันไป

ต้องพยายามยันร่างขึ้นจากสนาม ปวดร้าวไปทั้งตัว สายต่าพร่าเลือน เห็นร่างชายสามคนวิ่งตรงมา
"อย่า อย่าทำอะไรฉัน"
ร่างนั้นลงนั่งประคองร่างของต้อง
"คุณต้อง"
ต้องเงยหน้ามอง คือประพงส์ เบื้องหลังคือสองสมุนปุ๊และป๋อง
"คุณประพงส์ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย"
ประพงส์กอดต้องไว้
"ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ไม่เป็นไรแล้ว" กลุ่มแจ็คกรูกันเข้ามา ชะงักเมื่อเห็นกลุ่มประพงส์ "เฮ้ย พวกเอ็งทำอะไร จัดการมันเลย" ปุ๊และป๋องวิ่งไล่กลุ่มแจ็คหนีกระเจิง "คุณต้อง ไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยแล้ว"
ประพงส์กอดต้องไว้ ต้องสะอื้นในอ้อมกอดของประพงส์

ที่โรงพยาบาล นพนภาแต่งหน้าจัดกลบความโทรม ยืนคุยอยู่กับประพงส์ สร้อยคำและวีกิจนั่งรออยู่บนโซฟา วีกิจมองประพงส์อย่างไม่ถูกชะตานัก
"ขอบคุณนะคะคุณประพงส์ โชคดีจริงๆ ที่คุณผ่านไปแถวนั้นพอดี"
"พอดีผมมีธุระแถวนั้นน่ะครับ"
เจนภพวิ่งกระหืดกระหอบมา
"ยายต้องเป็นยังไงบ้าง"
"อ้อ นังมุตตามันยอมปล่อยออกมาแล้วหรือ คิดว่าจะอยู่กับมันจนถึงเช้า"
วีกิจหน้าเผือด สร้อยคำมองดูอาการเงียบๆ
"ผมถามว่ายายต้องเป็นยังไง"
"ก็ดูสภาพชุดมันนี่ซี"
นพนภาเอาเสื้อที่กลายเป็นเศษผ้าปาใส่หน้าเจนภพ กางเกงยีนส์กระดุมหายตกลงพื้น เจนภพขบกรามถือเศษเสื้อไว้แน่น
"พูดอะไรให้สมกับเป็นแม่คนหน่อย พวกไอ้แจ็คใช่ไหม ผมจะเอาเรื่องพวกมัน"
"พวกนี้ไม่มีใครอายุถึงสิบแปดซักคนครับ"
"ยังไงผมก็จะเอามันเข้าคุก"
"ถ้าอย่างงั้นก็คงปิดข่าวไม่ได้ ถ้าคุณเอาเรื่องพวกมันก็คงเป็นข่าวใหญ่ คุณต้องอายุยังไม่เต็มสิบเจ็ดดีถ้าเป็นข่าวจะยิ่งไม่ดีกับแก ยิ่งคุณเองถ้าเป็นข่าว..."
"อู๊ย อย่าห่วงเลยค่ะ ผัวฉันน่ะขึ้นหน้าหนึ่งจนอยู่ตัวแล้ว"
"นี่คุณ"
วีกิจก้าวมา
"ผมเองน่ะอยากให้เอาเรื่องพวกมัน แต่ดูแล้วยายต้องจะยิ่งเสียหาย ผมว่าให้เรื่องเงียบไปดีกว่าฮะ ยายต้องเองก็ไม่เป็นอะไรมาก"
"ปล่อยให้มันลอยนวลหรือนายกิจ"
"ผมรู้ว่าอาภพรู้สึกยังไงฮะ หัวอกของพ่อที่ลูกสาวเกือบเสียผู้เสียคน" เจนภพสะอึกมองหน้าวีกิจ แต่วีกิจพูดเรียบๆ จนดูไม่ออก "แต่เราควรเป็นห่วงยายต้องมากกว่า อย่าทำอะไรให้เป็นการตอกย้ำดีกว่าฮะ"
เจนภพนิ่ง ประพงส์คล้ายมีรอยยิ้มนิดๆ

เจนภพเข้ามานั่งข้างเตียงต้อง เห็นสภาพเฝือกที่เท้าของลูกและรอยฟกช้ำ เจนภพสลดใจ วีกิจตามเข้ามามองเจนภพอย่างดูแคลน
"ยังไงก็ต้องจัดการไอ้แจ็คมันให้ได้"
"คงไม่ทันแล้วมังครับ เพราะนายแจ็คเลิกเรียนไปแล้ว ตอนนี้คงหนีไปไหนต่อไหนแล้วด้วย"
"โธ่ ยายต้อง ต้องไปคบไอ้พวกกุ๊ยนี่มานานเท่าไหร่แล้ว นายรู้ไหม"
"มันเป็นหน้าที่พ่อไม่ใช่เหรอครับที่ต้องรู้ อ้อ ผมลืมไป อามีเรื่องมุตตาสำคัญกว่าที่จะมาสนใจเรื่องของต้อง"
"ถ้าไม่อยากคุยด้วยกันดีๆ นายกลับไปเลยดีกว่า"
"กำลังจะกลับอยู่ครับ แต่บอกให้อาภพรู้อีกเรื่อง ยายต้องไม่ใช่แค่รักษาเรื่องกระดูกข้อเท้าแต่ต้องรักษาอาการติดยาด้วย"
"อะไรนะ"
"นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่พ่อควรรู้ใช่ไหมครับ"
วีกิจออกจากห้องไป เจนภพมองต้องอย่างเศร้าใจ

เมื่อออกจากโรงพยาบาลกลับมาบ้าน ต้องเดินโขยกเขยกมีพลาสเตอร์ที่หน้าผาก ข้อศอก หัวเข่า รอยช้ำตามตัวและหน้ายังเหลืออยู่จางๆ บางรอยก็ตกสะเก็ด เอามือจับพนักโซฟาประคองตัวมายังเก้าอี้นอน ต้อมนั่งดูอย่างสะใจ
"ฮิ ฮิ ฮิ อีเป๋"
"อีเด็กนรก"
ต้องนั่งลงบนเก้าอี้นอน เจนภพกับนพนภากลับมาจากข้างนอก เจนภพเข้าไปนั่งลงลูบผมต้อง นพนภามองอย่างหมั่นไส้
"ยายต้อง วันนี้เป็นไงบ้างลูก"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พรุ่งนี้ก็คงหาย"
"ยังจะมาปากดี ระริกนัก เกือบได้ผัวทีเดียวเป็นฝูง"
เจนภพลุกพรวดมามองหน้านพนภา

"หุบปากเดี๋ยวนี้นะ นภา"

"ทำไม ฉันจะพูด ฉันเป็นแม่ ทำไมฉันจะอบรมลูกไม่ได้ เชอะ มาทำเป็นห่วงลูกถ้ามันไม่โดนเรียงคิวน่ะจะกลับมาดูมันไหม คงกกกับนังมุตตามากกว่า"

"คุณ"
"นี่แม่อยากให้หนูโดนข่มขืนมากนักหรือคะ ทำไมคะ ทำไมแม่ถึงเกลียดหนูนักหนา" ต้องถามโพล่งขึ้นมา นพนภาหน้าเจื่อนลงแล้วเชิดหน้า
"ฉันจะไปเกลียดอะไรแก ถ้าแกทำตัวดี ฉันจะไปว่าอะไรแกได้ แม่ทุกคนน่ะรักลูกทั้งนั้น"
"นั่นมันเรื่องน้ำเน่าค่ะ ข่าวมีอยู่ทุกวัน แม่หักคอลูก แม่เอาลูกไปขาย แม่ให้พ่อเลี้ยงเข้าหาลูกเพราะกลัวถูกผัวทิ้ง"
"ยายต้อง หยุดนะลูก"
"ไม่ค่ะ หนูจำได้ว่าตั้งแต่เกิดมาแม่ไม่เคยรักหนูหรือว่าเพราะหนูเกิดมาทำให้แผนชีวิตแม่พัง" นพนภาเชิดในใจรู้สึกว่ามีส่วน "หรือว่าเพราะพ่อเขาเห่อหนู เขารักหนูมาก แม่ก็เลยทนไม่ได้ที่หนูมาแย่งความรักจากพ่อ แม่ไม่ได้หึงแค่เมียน้อยใช่ไหมคะ แต่หึงกระทั่งลูก"
นพนภาเบิกตากว้าง ต้องจ้องมอง เจนภพมองอย่างงุนงง
"ไม่จริงใช่ไหม นภา"
นพนภาร้องกรี๊ด อับอายเกินกว่าจะยอมรับ ร้องกรี๊ดผวาจะเข้าไปตบต้อง ต้องยิ้มเยาะ ต้อมอ้าปากค้าง
เจนภพกันนพนภาไว้ผลักไปล้มลง ต้อมเริ่มหน้าเสีย
"นังต้อง แกหยุดเรียนไปเลย ไม่ต้องไปเรียนอีกแล้ว ฉันจะควบคุมพฤติกรรมแกทุกวัน ทุกชั่วโมง ให้เหมือนพวกคนคุกเลย"
นพนภาสะบัดออก ต้องร้องไห้กับเจนภพ

นพนภามาที่ผับ นั่งปรับทุกกับประพงศ์เรื่องต้อง
"ลูกเวรลูกกรรมอะไรไม่รู้ ทั้งใจแตก ทั้งติดยา นี่ฉันให้มันไปดร็อปเรียนแล้วนะคะ"
"ดีครับ คุณนภาจะได้ใกล้ชิดลูก ลูกผู้หญิงที่เริ่มสาวน่ะต้องมีแม่เป็นเพื่อนเป็นที่ปรึกษา"
นพนภามองประพงส์อย่างนับถือในความคิด
"มันน่ะไม่เห็นหัวฉันหรอกค่ะ"
"เออ นี่ครับ ผมลองเอาดวงคุณต้องไปให้หมอทิพยเนตรดู"
"หือม์ คุณช่วยเอาไปดูให้ด้วย"
"ครับ ผมสงสารคุณต้องน่ะ"
"หมอว่ายังไง"
"คุณต้องน่ะ เกิดในฤกษ์ดาวโจร หมอเขาให้แก้เคล็ด"
"แก้ยังไงคะ"
"ต้องให้คุณต้องช่วยคุณนพนภาทำงานน่ะซีครับ"
"แหม งานซื้อขายที่มันมาช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอกค่ะ เด็กเกิน"
"นี่ครับ หมอบอกว่าต้องเป็นงานกลางคืนครับถึงถูกดวงกัน ดาวโจรนี่ต้องทำงานกับคนกลางคืนจะได้แก้เคล็ด ไม่งั้นมันมีหวังกลายเป็นโจรไปเสียเอง"
"จริงเหรอคะ"
"หมอคนนี้ไม่มีพลาดหรอกครับ" นพนภาหยิบใบดวงมาดู ครุ่นคิด "คุณนภาครับ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ทำใจให้สบายเถอะครับ อีกไม่กี่วันคอมเพล็กซ์ของเราจะเปิดแล้ว เตรียมตัวสำหรับการเปิดตัวแกรนด์โอเพนนิ่งของเราดีกว่านะครับ"
นพนภายิ้มออก
"ค่ะ คุณประพงส์"

สร้อยคำวางอาหารลงตรงหน้าต้องที่หน้าตาซึมเศร้า ผ่านการร้องไห้มาพักใหญ่
"แผลจางไปเยอะแล้วลูก อีกวันสองวันก็สวยใสวัยทีนเหมือนเดิมแล้ว"
ต้องทำตาปริบๆ มองสร้อยคำแล้วน้ำตารื้นขึ้นอีก
"แม่ไปฟ้องป้าใช่ไหมคะ ที่หนูเถียงแม่เมื่อกี้"
สร้อยคำดึงต้องมากอดไว้ลูบผมเบาๆ น้ำตาเอ่อทั้งป้าหลาน
"อย่าน้อยใจแม่เขาเลยนะลูก แม่เขารักเรา เพียงแต่เขาอาจจะไม่รู้วิธีที่เขาจะแสดงออกมา"
"ไม่เหมือนลูกคนอื่นใช่ไหมคะ อย่างต่อ อย่างต้อม"
"ไม่เอาน่า ไม่คิดร้ายอย่างนั้น ต้องคิดดีนะลูก คิดดีชีวิตก็สุข คิดร้ายก็มีแต่ทุกข์"
ต้องขยับถอยออก สร้อยคำมองดูต้องเอานิ้วกรีดน้ำตาให้หลาน
"ฟังป้านะ ชีวิตเราท่านว่ามีแต่ทุกข์" ต้องนิ่งฟัง "แต่ถ้าเรารู้จักทุกข์ รู้จักจะจัดการกับมันก็จะทุกข์น้อยลง ถ้าเก่งจริงๆ ก็จะถึงขั้นไม่ทุกข์เลย"
"ทำยังไงหรือคะ"
"หนูเชื่อกฎแห่งกรรมไหมล่ะลูก"
"เรื่องชาตินี้ชาติหน้า เรื่องบาปเรื่องบุญน่ะหรือคะ หนูไม่รู้"
"ดีลูก งั้นก็ฟังหูไว้หู กรรมทุกอย่างที่เราทำมันมีผลตามมาทั้งนั้น ถ้าทำดีผลมันก็ดี ถ้าทำไม่ดีผลมันก็แย่"
ต้องยิ้มนิดหนึ่ง พูดกึ่งประชด
"ค่ะ เถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี เป็นบาปหนาใช่ไหมคะ"
"พ่อกับแม่ก็แค่คนธรรมดา ไม่ใช่พระพรหมอย่างที่เขาพูดกันหรอก พ่อแม่ก็ทำผิดได้ หนูเองก็ทำผิดได้ ป้าเองก็ไม่ใช่คุณป้ากายสิทธิ์แสนดีนักหรอกลูก" ต้องยิ้มมากขึ้น "กฎข้อแรกที่จะทำให้เราทุกข์น้อยลงก็คือ กรรมอะไรที่มันก่อทุกข์ก็อย่าไปทำมัน แค่นั้นเอง"
"พูดง่ายแต่ทำยากค่ะ"
ต้องพูดไปอย่างงั้นแต่รับฟังอย่างเต็มใจ สร้อยคำมองอย่างปรานี

รถญี่ปุ่นคันยาวอายุราว 20 ปี สภาพค่อนข้างโทรม เพราะเป็นรถสำหรับให้ยายแหวง แต้วไปจ่ายกับข้าวละแวกบ้าน แล่นเข้ามาจอดในที่จอดรถของเจนภพขนาบข้างด้วยรถหรูของคนอื่น เจนภพลงมาจากรถหน้าร้อนผ่าว ข้าราชการสาวสองนางเดินมาคุยหัวเราะเล่นกัน เจนภพหน้าตึง อุปาทานคิดว่าสองสาวหัวเราะเยาะ
เจนภพก้าวเข้าไปในลิฟท์ เจอรัชนกอยู่ข้างใน รัชนกยกมือไหว้อ่อนหวานงดงาม
"สวัสดี หนูรัชนก"
"สวัสดีค่ะ ผ.อ."
"นายประสิทธิ์ชัยเป็นยังไงบ้าง"
"ไม่ทราบค่ะ"
"อ้าว ทำไมไม่ทราบเป็นแฟนกันยังไง"
"เราเป็นแค่เพื่อนกัน ในกองเราไม่รู้เป็นไง ใครสนิทกับใครหน่อยก็ถูกจับคู่ เอ้อ ขอโทษนะคะ"
รัชนกขยับมาใกล้อกแนบกับเสื้อนอกเจนภพ เจนภพอึ้ง แต่รัชนกดูไม่รู้ตัว รัชนกใช้นิ้วคีบหยิบเส้นผมที่ร่วงติดแถวไหล่ 2-3 เส้นออกทิ้ง
"ขอบใจ เฮ้อ คนแก่ก็ยังงี้แหละ"

"ถ้าผู้หญิงคนไหนเห็น ผ.อ.แก่ ก็แปลว่าถ้าตาไม่เป็นต้อก็คงตาบอด" รัชนกยิ้มไร้เดียงสาแต่ตากลับวูบวาบแพรวพราย เจนภพอึ้งไปอีกครั้ง แล้วมีแววกริ่มภาคภูมิใจในตัวเอง รัชนกคุยจ๋อยๆ "นกยังไม่มีแฟนค่ะ เพราะพี่ชายนกคุมเข้ม แบบไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ"

http://www.manager.co.th/Drama/




Create Date : 19 ตุลาคม 2555
Last Update : 19 ตุลาคม 2555 10:16:14 น.
Counter : 2712 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
bosszone
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]