space
space
space
 
พฤศจิกายน 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
space
space
10 พฤศจิกายน 2559
space
space
space

EP3: วันนัดติดตั้ง wrap ฟิล์มใสรถยนต์



Part 3 – วันนัดติดตั้ง wrap ฟิล์มใสรถยนต์

เอาล่ะครับ วันนี้ จขกท จะมา review การติดตั้งฟิล์มใสของร้าน “Infinity Wrap Car” ให้นะครับ

หลังจากที่ได้คิวเป็นวันสุดสัปดาห์คิวแรก (ขอนัด 11 โมง เนื่องจาก จขกท อยู่ค่อนข้างไกลกับร้านพอสมควรเลยครับ) พอเข้าไปถึงปุ๊บก็มีพนักงานเข้ามาต้อนรับและรับรถดีครับ เบื้องต้นทางร้านแจ้งว่าต้องนำรถยนต์ไปล้างและนำมาปรับสภาพสีของรถยนต์ก่อน เพื่อที่จะได้ดึงสีที่สมบูรณ์ที่สุดและความเงาที่สุดของตัวถังรถออกมาได้ (ส่วนตัวก็ดีใจครับ เพราะว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ขัดเคลือบสีรถยนต์ไปนี่คือนานมากแล้ว) เบื้องต้นต้องขอแจ้งก่อนนะครับ อายุรถของ จขกท คือ 3 ปี ส่วนตัวชอบล้างรถและเคลือบสีรถเองบ้างพอสมควร คุณภาพสีถึงได้ค่อนข้างสมบูรณ์ในระดับหนึ่งเลย (ทางร้านชม ไม่รู้ว่าอวยลูกค้าหรือเปล่า) รูปด้านล่างคือรูปรถของ จขกท หลังล้างเสร็จนะครับ เป็นรูปด้านหน้ามีรอยสะเก็ดหินดีดบ้างบนฝากระโปรงและกันชนหน้า, ด้านข้างและเสาข้างกระจกขอตัวรถก่อนทำ และ ด้านหลังฝากระโปรงท้ายรถและกันชนล่าง (พอดีถ่ายตอนก่อนล้างไม่ทัน เนื่องจากไปคุยเรื่องรายละเอียด wrap รถอยู่ และ เซ็นเอกสารรับรถ) 




สำหรับงาน wrap คราวนี้ จขกท wrap ทั้งคันคือส่วนที่เป็นสีตัวรถยนต์ทั้งหมด รวมหลังคาแก้ว, ไฟหน้า และ ไฟท้าย (ไม่รวมกระจกบานหน้า, กระจกข้าง และ กระจกหลัง) โดยได้เลือกฟิล์มใสเกรด 320 ไมครอน ซึ่งเป็นขนาดหนาสุดที่ทางร้านมี (สำหรับฟิล์มใส) และนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น หลังรถล้างเสร็จปุ๊บ ก็จะมี จนท มาถ่ายรูปเก็บไว้ว่าความแตกต่างของก่อน wrap และหลัง wrap จะแตกต่างกันอย่างไร พอถ่ายรูปเสร็จทางพนักงานก็นำรถเข้าสู่ห้องปิด เพื่อทำการเริ่มปรับสภาพผิวรถและเก็บสีรถยนต์ตามรูปด้านล่างเลยครับ

พอทางพนักงานเริ่มปรับสภาพผิวรถยนต์ไป มีสิ่งหนึ่งที่ จขกท ไม่ได้คิดมาก่อน (หรือทำใจไว้) คือ ทางร้านจำเป็นต้องถอดกระจกข้าง, ที่จับประตู (ทั้ง 4 บาน), ป้ายทะเบียนหน้าและหลัง (อันนี้แอบเครียดจริงเพราะว่า จขกท เอาป้ายไปทำกรอบมาและที่ร้านที่ทำมาติดกาวไว้แน่นและดีมาก), logo ต่างๆบนตัวรถ เช่น TRD, Hybrid, Prius (ยกเว้นโลโก้ของ Toyota) ในส่วนนี้ จขกท ขอยอมรับว่าไม่ได้ทำใจมาและก็แอบ surprise ด้วยครับ พอหลังจากนั้นก็เดินไปถามกับทางร้าน ทางร้านจึงอธิบายว่า “มันจำเป็นจะต้องถอดออก เนื่องจากเนื้อฟิล์มที่ใช้ wrap ในส่วนนั้นทั้งหมดจะเป็นชิ้นเดียวกัน หาก wrap ทับกัน มันจะดูไม่เนียนและตลก” ครับ ก็เลยต้องยอมใจไป ตามรูปด้านล่างเลยนะครับ หายเกลี้ยง T_T

[แกะป้ายทะเบียนไปก่อนเลย]


[ตามด้วยกระจกข้าง และ ที่จับประตูทุกบาน (และแผงประตูในรถด้วยเช่นกัน T_T)]


[ปรับสภาพสีผิวรถด้วยน้ำยารอบคัน]



หลังจากที่ทางร้านได้ถอดอุปกรณ์ทั้งหมดและปรับสภาพสีผิวรถยนต์แล้ว ก็ได้นำฟิล์มที่จะใช้ wrap รถยนต์มาเริ่มไล่ติดทีละจุด โดยเริ่มจากตำแหน่งที่ง่ายที่สุดก่อนคือฝากระโปรงหน้า แล้วก็ค่อยๆ ไล่ตามขึ้นส่วนใหญ่ๆ ของรถยนต์ไปรอบๆ (ดูตามภาพด้านล่างเลยนะครับ) โดยที่จะมีการใช้ไดร์เป่าร้อนและยางไล่กดและดึงฟิล์มเข้าไปตามขอบ (หลังลอกฟิล์มออกมาแล้ว) ไปเรื่อยๆ (ดูรูปไล่ตามไปได้เลยนะครับ)

[ม้วนฟิลม์ใสหนา 320 ไมครอน]



[ทำการวัดขนาดฟิล์มที่ต้องใช้]



[ใช้น้ำฉีดและเอาไดร์ร้อนเป่า แล้วก็ลอกฟิล์มชั้นนอกออก]



[เก็บฟิล์มตามขอบตัวรถต่างๆ]



[เริ่ม wrap หน้ารถ]


โดยที่ จขกท ก็อยู่คุมงานอยู่(เกือบ)ตลอดนะครับ เนื่องจากส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนรู้ไปด้วย สงสัยตรงไหนเราก็จะได้ถามกับทางร้านได้เลยเช่นกัน แต่พอคุยไปคุยมา ก็มาทราบเพิ่มเติมว่าบางส่วนสามารถ wrap เป็นสีเงาหรือรมดำได้เช่นกัน เช่น ไฟหน้าหรือไฟท้ายรมดำ, เสาข้างประตูรถก็สามารถ wrap ให้ดูเงาและ premium ขึ้นได้ หรือกระทั้งหลังคารถก็สามารถ wrap ให้ดูเป็นหลังคาแก้วทั้งหมดได้เช่นกัน (เพิ่มเติมนะครับ ขอ Prius นั้นหลังคาแก้วมีมาให้บางส่วนแต่ว่าไม่ดำแก้วทั้งหมด จะมีส่วนสีขาวตัวรถตัดกันอยู่ด้วย) ก็เลยจัดไปครับ (แต่ว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนิดหน่อยนะครับ แต่ไม่มาก)

ระหว่างที่ช่าง wrap รถของ จขกท ไป ตัวผมก็มีแว๊บไปนั่งทานร้านเบอร์เกอร์ด้านหน้า (เจ้าของเดียวกัน) ชื่อร้านว่า “Garage 51” ซึ่งน่าตกใจเช่นกันว่า burger ร้านนี้รสชาติดีทีเดียวเลยครับ ระหว่างรอรถไป จขกท ก็จัดไป 2 เมนู คือ Avocado & Salsa Burger เพิ่ม bacon และเป็น Burger เนื้อ (ทางร้านมีเนื้อให้เลือกหมดเลยนะครับ ระหว่าง หมู, ปลา, ไก่ หรือ เนื้อ) และ Mac & Cheese burger เพิ่ม bacon อีกเช่นกัน เด็ดใช้ได้เลยครับและราคาไม่แพง (ราคาตกจานละ 151 – 240 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกใส่อะไรใน burger บ้าง)

[Avocado & Salsa Burger]


[Mac & Cheese Burger] 



หลังจากที่ผ่านไปเกือบ 8 ชั่วโมง รถของ จขกท ถึงความจริงครับ เสร็จซ่ะที รอนานมากเลย แต่ว่าก็พอเข้าใจครับ ว่างานมันต้องใช้เวลาพอสมควร รูปรถที่ wrap เสร็จ ก็ตามรูปด้านล่างเลยครับ (** แสงอาจจะไม่ชัดมากนะครับ เนื่องจากถ่ายตอนประมาณเกือบ 2 ทุ่มแล้ว)

[รูปด้านหน้า (ก่อนเก็บงาน) หลัง wrap แล้ว]



[รูปด้านหลัง (ก่อนเก็บงาน) หลัง wrap แล้ว + จขกท เพิ่มรมดำเข้าไปที่ไฟท้ายด้วยเลย จะได้เข้ากับหลังคา]

ตอนนี้ลองมาดูความแตกต่างระหว่างก่อนและหลัง wrap กันนะครับ อาจจะเห็นไม่ชัดมากเพราะว่ามืดแล้ว และก็ จขกท เพลียมากกกกกกกกกกก (ถึงมากที่สุด)

[ความแตกต่าง ก่อน / หลัง **หลังคาดำเพิ่ม และ รมดำ**]

[ความแตกต่าง ก่อน / หลัง **เสาข้างประตูและราวประตูเป็นแบบเงา**]

[รูปหน้ารถก่อนขับออกไป]



เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับภารกิจในวันนั้นครับ เหนื่อยมากจริงๆ เพราะว่า จขกท ไปนั่งรถทั้งวัน หลังจากที่ wrap เสร็จแล้ว บางส่วนยังมีฟองอากาศอยู่บ้าง เนื่องจากทางร้านแจ้งว่าฟิล์มอาจจะต้องเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ในการ set ตัวเข้ากับตัวของรถยนต์ หลังจาก 1-2 อาทิตย์ก็ให้นำรถกลับเข้ามาที่ร้าน เพื่อดูว่าตรงไหนยังมีฟองอากาศเหลืออยู่ หากยังมีทางร้านก็จะเก็บและไล่ฟองอากาศออกให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

ประเด็นสุดท้ายที่หลายๆ ท่านอยากรู้ตอนนี้คือ........................ !!!!!!!!! ค่าเสียหายที่โดนไปเท่าไร

** สรุปเลยนะครับว่า จขกท ก็ต่อราคาส่วนอื่นๆ ด้วย เบ็ดเสร็จงานนี้จบที่ 30,000 บาท ถ้วนครับ (มีงบแค่นี้ด้วย) และได้ฟิล์มใสขนาด 320 ไมครอน ซึ่งหนาที่สุดในจำพวกฟิล์มใส พร้อมการรับประกันตลอดอายุฟิล์มเลยทีเดียว ไม่ว่าจะลอก, หลุด, บวม ฯลฯ ก็สามารถขับเข้ามาที่ร้านได้เลยครับ (เก็บใบเสร็จร้านไว้ด้วยน้าาาา) **

ข้อเสียของร้านนี้ครับ จขกท ขอแจ้งด้วยล่ะกัน เดี๋ยวหาว่าทำไมดูดีเว่อวังไปซ่ะหมด:

        ข้อแรกเลยครับ คือ ไม่มีห้องรับรองแขกที่สะดวกสบาย ส่วนใหญ่ จขกท ก็เดินไปมา เพราะว่าไม่มีที่นั่งดีๆ นี่แหล่ะครับ (นอกจากในร้านอาหาร ซึ่งก็มีลูกค้าเข้าออกตลอดเวลา ค่อนข้างวุ่นวายไปหน่อยครับ)
        ข้อที่สอง คือ ห้องน้ำของร้านแย่ (ค่อนข้างมาก) เช้าๆ นี่ยังดีครับ แต่ว่าพอหลัง 3 โมงเย็นไป ขอไม่พูดถึงล่ะกันนะครับ ละไว้ในฐานที่เข้าใจกัน
        ข้อที่สาม คือ อาจจะต้องแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจนและคุมไปด้วยก็จะดีครับ เนื่องจากตอนแรกบางส่วนที่ จขกท จะ wrap รมเทา ทางร้านเผลอ wrap ใสไป เลยต้องลอกออกและเสียเวลามากขึ้นครับ
        ข้อที่สี่ คือ ที่จอดรถในร้านน้อยมากกกกกกกกกก เนื่องจาก จขกท อยู่ทั้งวัน รถวิ่งเข้าออกร้านตลอดเวลา พร้อมลูกค้าร้านเบอร์เกอร์ ทำไมแอบดูวุ่นวายพอสมควร คิดว่าทางร้านควรจัดระเบียบเรื่องนี้ให้ดีกว่านี้ครับ
        ข้อที่ห้า คือ ป้ายทะเบียนรถของ จขกท ไปทำกรอบมาใหม่ ร้านที่ไปทำป้ายทะเบียนติดกาว 3M มาให้อย่างดีมาก แต่ว่าหลังจากที่ทางร้าน wrap แกะออกมาแล้ว ติดกลับไปไม่ดีเท่าเดิมเหมือนครั้งแรกครับ T_T (กาวน้อย ซึ่งทำให้ป้ายจะหลุดแล้ว)

เอาล่ะครับ หวังว่าทุกท่านคงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นะครับ เดี๋ยว part 4 จขกท จะมาเสริมบริการหลังการขายให้นะครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และ ไว้จะถ่ายรูปชัดๆ มาให้ดูกันอีกนะครับ

^_^ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ ^_^




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2559
0 comments
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2559 13:42:35 น.
Counter : 810 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

BMT
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add BMT's blog to your web]
space
space
space
space
space