เลียบริมโขง เมืองอุบล : Part IX



ความเดิมตอนที่แล้ว

เอาล่ะ ตอนนี้รถตู้พาพวกเรากลับมา ณ จุดเดียวกับเมื่อเช้าแล้ว
เราเข้าไปดูนิทรรศการเื่รื่องราวต่างๆ ของ อุทยานแห่งชาติ ผาแต้ม ในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกันก่อน

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร มีพื้นที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งพรมแดน มีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและเนินเขา มีหน้าผาสูงชันซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีหินทรายลักษณะแปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน


ได้เห็นภาพน้ำตกสร้อยสวรรค์แล้ว อยากร้องไห้จริงๆ
เพราะที่เราได้เห็นจริงๆ กับภาพถ่ายที่ปรากฎนี้ แตกต่างกันลิบลับ
ลองเลือกดูของที่ระลึกของอุทยาน ก็ไม่มีอะไรถูกใจ
เราไปเดินชมภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์กันดีกว่า



ผาแต้มและผาขาม เป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่เป็นระยะ มีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ที่หน้าผาด้านล่าง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ภาพเขียนจะอยู่บนผนังหน้าผายาวติดต่อกันประมาณ 180 เมตร ซึ่งเป็นมุมต่ำกว่า 90 องศา มีภาพทั้งหมดประมาณ 300 ภาพ แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ สัตว์ ลายเรขาคณิต คนทำนา ภาพมือ และภาพตุ้ม (เครื่องมือจับปลาของชาวประมงริมโขง) ด้านตรงข้ามผาแต้มคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนทำให้ผาแต้ม เป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจจะชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่แห่งใดในประเทศไทย เช่นเดียวกันกับที่หมู่บ้านเวินบึกที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไม่ไกลจากบริเวณแม่น้ำสองสีมากนัก ซึ่งทุกวันนี้จะมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก


มีจุดเดินชมทั้งสิ้น 4 จุด ระยะทางไป-กลับรวมทั้งสิ้น 4 กิโลเมตร (โดยประมาณ)
เอาน่า...ด้วยวัยขนาดพวกเรา ด้วยกำลังขาที่มี ด้วยแรงใจเต็มเปี่ยม ..คิดว่าไหวนะ



ด้านหนึ่งเลียบผาสูง หินชัน อีกด้านหนึ่งเป็นทิวไม้ ..
ยิ่งเดิน ยิ่งรู้สึกว่าสูง และตื่นเต้น
อยากเห็นนักว่า คนยุคก่อนประวัติศาสตร์ เค้าเขียนอะไรสื่อสารถึงคนปัจจุบัน
แนวร่องผา เรายังเห็นคนเรียงหินเป็นตั้งๆ เอาไว้
บางจุดก็มีกิ่งไม้ค้ำผา ...เป็นความเชื่อที่พบเห็นได้ทั่วไปบนดินแดนอีสาน



ณ จุดชมจุดแรก พวกเราพากันยืนแหงนคน สอดสายตาแลหา "ภาพปลา"
เพื่อนเรากางตำราอ่านมาแล้ว ว่าจุดนี้จะได้เห็นภาพอะไร
หากันไป หากันมา บางคนก็เห็นได้เร็ว บางคนก็เห็นได้ช้า
เราหาเจอ ก็ต้องปรับกล้อง ซูมเข้าไป...จนเก็บภาพมาได้
เฮ้อ ...เมื่อย


เอ้า...เดินหน้ากันต่อไป จุดที่ 2 มีให้ชมเยอะกว่านี้ ชัดกว่านี้ สวยกว่านี้



ในแนวช่วงที่ 2 นี้ออกจะยาวสักหน่อยนะ
แต่ว่าอุทยานก็ทำที่ให้ชมได้สะดวกขึ้น มีทั้งให้ปีนขึ้นไปดูได้ชัดในระดับสายตา
ใครถนัดแหงนคอ ก็แหงนมองกันไป
...ภาพช่วงนี้ เหมือนมนุษย์ต่างดาวหัวหวดนึ่งข้าวเหนียวนะ
เพื่อนบางคนเริ่มล้า ...ขอถอนตัว ไม่เดินต่อ จะนั่งรอที่จุดนี้
ส่วนเรา หันไปเห็นป้ายบอกทางว่าอีก 500 เมตรถึงจุดต่อไป
ยังพอมีแรงกายและแรงใจดีอยู่ เลยเดินต่อ
ปรากฎว่า ช่วง 500 เมตรที่ว่านี้ มันก็ครึ่งกิโลเชียวนะ
แถมยังเป็นเินินขึ้นลงซะอีก เมื่อยและเหนื่อยเร็วกว่าเดิม
แต่พอถึงจุดชม .. ภาพชัดมากเลย



ยืนเล็งเก็บภาพกันเต็มที่ พร้อมกับรุ้สึกอัศจรรย์อยู่ในใจ ..
ภาพเหล่านี้ เป็นหลักฐานชัดเจนกว่า เมื่อหลายพันปีก่อน
ดินแดนแถบนี้ มีความเจริญมากพอที่ผู้คนจะรู้จักผสมสี
และรู้จักเขียนภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์ อยู่ใต้เพิงผา รอดลม รอดฝน รอดภัยธรรมชาติ
มาให้พวกเราที่อยู่อีกพันปีต่อไป ได้มายืนชื่นชมและทึ่งอยู่อย่างนี้



แสงตะวันเริ่มลาแสงอ่อนลง..พระอาทิตย์คงใกล้จะตกแล้ว
พวกเราเดินย้อนกลับเส้นทางเดิม ...หมดแรงจะเดินต่อไปยังจุดที่ 4 แล้ว
เอาไว้มาเก็บตกในทริปครั้งหน้าละกัน เราบอกตัวเองในใจแบบนั้น



กลับมายืนดึ่มด้ำ บนตำแหน่งเดียวกับเมื่อเช้า
แสงยามเย็น ทำให้ความงดงามของทิวทัศน์บริเวณเดิม เปลี่ยนไป



พวกเราไม่ได้เร่งร้อนจะไปเที่ยวจุดอื่นอีกแล้ว
ก็เลยกระจายตัวกัน บ้างถ่ายรูป บ้างนั่งพัก บ้างไปยืนรับพลัง ตามอัธยาศัย



รอเวลาให้พระอาทิตย์ตกดินเสียก่อน ...



ต่ำลงมาแล้ว ...ต้องหาฉากหน้าประกอบภาพซะหน่อย



พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ...ก็ได้เวลาเดินทางกลับที่พัก



มื้อเย็นในวันนั้น ...พวกเราก็เิดินเข้าตลาด เดินย้อนมาตามเส้นทางเดียวกับคืนแล้ว
แล้วก็นั่งที่ร้านเดิม สั่ง ก๊วยจั๊บญวน เจ้าเดิม เพิ่มผัดไทร้านข้างๆ มาชิม
ผ่านวันที่ 2 ไปแล้ว เหนื่อยแต่ประทับใจสุดๆ







โปรดติดตามตอนต่อไป

ปล. ภาพเมฆ ฟ้า และพระอาทิตย์ ชมเพิ่มได้ที่บ้านมัลติพลายนะคะ

ข้อมูลอุทยานแห่งชาติผาแต้ม




Create Date : 02 มิถุนายน 2554
Last Update : 3 มิถุนายน 2554 7:13:15 น. 6 comments
Counter : Pageviews.

 
น้ำตาของเธอไหลเป็นธารน้ำตกสร้อยนทีไปเสียแล้ว ^^


โดย: นู๋เมี่ยง IP: 58.9.86.184 วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:0:37:14 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายยามเย็น สบายดีนะคะคุณนัทธ์


โดย: เกศสุริยง วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:19:43:47 น.  

 
อัลบั้มนี้เมฆสวยอีกแล้ว.. .ครั้งล่าสุดที่ไปอุบลตอนแรกตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาแต้มเหมือนน้องนัทธ์ แต่ปรากฏว่าเพื่อนต้องขึ้นเครื่องแต่เช้าวันรุ่งขึ้น เราเลยย้ายเข้ามานอนในเมือง ออกจากโขงเจียมตอนเย็น อดเลย

เมฆรอบนี้สวยอีกแล้ว

รูปตรงทางเดินลงไปดูภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้มสวยดีค่ะ

เดินข้างล่าง ๔ ก.ม. เดินข้างบนกลับมาที่ลานจอดรถอีกเกือบ ๔ หลงจ๊งเกือบ ๘ กิโล ดีที่ขากลับป้าขอโบกรถหลานๆ แถวนั้นว่าป้าจะเอาชีวิตมาทิ้งที่ผาแต้มแน่ ถ้าให้เดินกลับไปที่ศูนย์เอง .. หลานเขาคงเห็นสภาพป้าระทดระทวยน่าดู เพราะเน่ามาตั้งแต่ข้างล่างแล้ว เลยรับขึ้นรถมา ให้ป้านั่งในเก๋งด้วย พวกน้องไปร้อนที่กะบะข้างหลัง.. น่ารักจัง.. แก่แล้วก็มีข้อดีเหมือนกันนะ .. เข้าอุทยานแห่งชาติก็ไม่เสียตังค์ .. ถ้าถึง ๖๐ ปี บางคนอายุจริงยังไม่ถึง แต่ "หน้าถึง" ก็ได้เข้าฟรีเหมือนกัน..


โดย: ณงลักษณ์ IP: 58.8.62.213 วันที่: 4 มิถุนายน 2554 เวลา:21:47:00 น.  

 
ขอถามเป็นแนวทาง ว่าจะไปอุบล ปลายปีนี้ น้ำตกสร้อยสวรรค์ ไม่ค่อยจะน่า...หรือเปล่าคะ


โดย: normalization วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:11:23:06 น.  

 
พิชญ์เดินชมตลอดเส้นทางแค่ครั้งเดียวเองค่ะ ทั้งเมือ่ยเหนือยมากเลยจริงๆ หลังจากนั้นพอแวะไปอีกตั้งใจว่าจะไปเดินดูอีกล่ะ พอเอาเข้าจริงถึงที่ก็ถอดใจไปซซะงั้นเลยค่ะ

ภาพอาทิตย์ตกที่ผาแต้วสวยมากเลยค่ะ คุณนัทธ์

น้ำตกสร้อยสวรรค์นี่พิชญ์ไปหลายครั้งแต่มักจะเป็นช่ววงธันวานะคะ น้ำนังมากกว่านี้ แต่ก็ไม่เคยเจอเหมือนกับเวลาเราดูภาพเลยสักที


โดย: pichayaratana วันที่: 30 ธันวาคม 2554 เวลา:8:49:58 น.  

 
ขอตอบ คุณ normalization ให้นะคะ (ไม่รุ้จะพอเป้นข้อมุลหรือเปล่า มาตอบเอาจะสิ้นปีเลย)ถ้าจะไปช่วงปลายปีนำ้ตกยังพอมีน้ำค่ะ แต่ที่ลานเหนือน้ำตกจะมีทุ่งดอกหญ้าเล็กๆบานกันสวยมากเลยค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 30 ธันวาคม 2554 เวลา:8:56:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
นัทธ์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]





รักที่จะอ่าน รักที่จะเขียน
เปิดพื้นที่ไว้ สำหรับแปะเรื่องราว
มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง ณ ที่นี้



สงวนลิขสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539

ห้ามผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่ายและ/หรือข้อความต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดใน Blog แห่งนี้ไปใช้
และ/หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

Share |
Instagram Follow Me on Pinterest

2014 Reading Challenge

2014 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide
New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
2 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นัทธ์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.