All Blog
นั่งรถไฟไปคนเดียว............รำลึกความหลังที่หัวหิน
สืบเนื่องจากคุณแฟนต้องทำงานในวันหยุด 6-7 เม.ย.  เราก็เลยหาทริปแบบone day trip มาซ้อมมือหลังจากไม่ได้Backpackเที่ยวแบบบินเดี่ยวมานานเกือบ4ปี  และได้ชมกระทู้ของคุณmineday ที่ไปเที่ยวหัวหินแบบไปเช้ากลับเย็นกับการรถไฟ  เลยตกลงใจซ้อมมือด้วยทริปง่ายๆ ที่หัวหินเป็นที่แรก  ถือเป็นการไปหัวหินในรอบ15ปีเลยค่ะ  เพราะเมื่อก่อนคุณตารับราชการที่นั่น เราจะไปเที่ยวแทบทุกปิดเทอม  จนท่านย้ายไปประจำที่ระยองก็ไม่ได้ไปหัวหินอีกเลย  เป็นทริปรำลึกความหลังสมัยวัยเยาว์ไปด้วย

กระทู้คุณmineday แรงบันดาลใจ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11879802/E11879802.html

รถไฟท่องเที่ยวให้บริการในวันเสาร์ - อาทิต์และวันหยุดนักขัตฤกษ์  มีหลายเส้นทาง หลายราคาให้เลือก สำหรับสายกรุงเทพ - สวยสนประดิพัทธ์  ชั้น 3 ราคา 120-.  ปรับอากาศชั้น2 ราคา 240-.  เราจองรอบวันศุกร์ที่ 6 เม.ย. ได้แบบชั้น3 ค่ะ  เพราะแบบปรับอากาศโดนเหมาทั้งโบกี้  ไปซื้อตั๋วที่ช่องจองตั๋วล่วงหน้าตั้งแต่วันอังคาร ที่สถานีหัวลำโพง


ตอนเช้า ไปขึ้นรถไฟตอน6โมงเป๊ะ  พอเห็นที่นั่งเป็นแบบเบ่าะยาว3คนก็เซ็งเล็กน้อย  เพราะเราไม่ได้ดูวิวข้างทางเลย (อาจดูไร้สาระ  แต่เราเพิ่งขึ้นรถไฟครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้วเองค่ะ ยังเห่ออยู่)  แฟนที่มาส่งก็เลยลองถามคุณเจ้าหน้าที่ในรถไฟว่าเปลี่ยนที่นั่งได้มั๊ย  คุณเจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงให้ฟังว่าลูกค้าที่เดินทางคนเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว   เจ้าหน้าที่ขายตั๋วจะเลือกที่นั่งที่ปลอดภัยที่สุดให้ลูกค้า (ซึ่งที่นั่งของเราอยู่โบกี้หน้าสุด ที่นั่งเราก็มีคุณเจ้าหน้านั่งอยู่ข้างหน้าเลย)  แฟนเราก็เลยโอเค  รถไฟมีกำหนดออกจากหัวลำโพง 6.30น.  ออกเลทไปประมาณ 20นาที เนื่องจากกรุ๊ปใหญ่ที่เหมาโบกี้มาสายค่ะ

มีแวะรับผู้โดยสารที่สถานีใหญ่ๆ 3-4ที่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็มาทักทายและแจ้งกำหนดการต่างๆในการเดินทาง  ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาสอบถามเราว่าเดินทางคนเดียวใช่มั๊ย ลงที่ไหน จะกลับขบวนนี้รึเปล่า  ตอนนั้นก็งงๆนิดนึงว่าถามทำไม แล้วเราได้เพื่อนร่วมทางน่ารักมากๆด้วยค่ะ  ข้างๆเราอีก2ที่นั่งเป็นสามี-ภรรยา ที่ตั้งใจไปนั่งเล่นริมทะเล  ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นคู่รัก2หนุ่มพาหลานชายไปเล่นน้ำทะเล  ทั้งสองครอบครัวคอยชวนเราคุยตลอดทางค่ะ สนุกดี

ภาพบรรยากาศบนรถไฟ  โบกี้ที่เรานั่งมีกลุ่มใหญ่10กว่าคนด้วย เลยเฮฮาเสียงดังกันใหญ๋


ประมาณแปดโมง  รถไฟจอดที่สถานีนครปฐมและให้เราเดินเที่ยวได้40นาที  เราก็เดินไปถ่ายรูปพระปฐมเจดีย์นิดหน่อย(เป็นคริสเตียนค่ะ ไม่ได้เข้าไปไหว้)  แล้วก็ออกมาเดินชมบรรยากาศตลาดตอนเช้าๆ แดดแรงพอสมควรก็เดินหาซื้อหมวกไปเรื่อย  ได้หมวกสานแบบบ้านๆ 1ใบช่วยบังแดดให้ค่ะ (สาวๆนครปฐมทั้งขาวทั้งสวยเลยค่ะ ผิวเด้งมากๆ สาวกรุงเทพดำๆอย่างเราอายจังเลย)




ครบ40 นาทีก็เดินทางต่อ  ในรถก็มีเสียงพูดคุยกันบ้างประปราย  ส่วนมากก็เริ่มหลับเอาแรงเพราะออกเดินทางกันแต่เช้า  เราก็นั่งอ่านหนังสือไปค่ะ  เอาติดมือมาเล่มนึงซึ่งช่วยส่งเสริมบรรยากาศมาก  เพราะมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ช่วงรัชกาลที่7 ที่ในหลวงและพระบรมวงศ์หลายพระองค์เสด็จประทับหัวหินและเสด็จไปสงสขลาโดยรถไฟในเส้นทางเดียวกับเราในวันนี้  ให้อารมณ์เส้นทางสายประวัติศาสตร์มากๆ


ในที่สุดก็ถึงสถานีหัวหินจนได้ ราวๆ11.15น.ค่ะ  รถไฟจะไปสุดที่สวนสนประดิพัทธ์ แต่เราจะลงที่นี่เพื่อเดินชมเมืองให้หายคิดถึงก่อนค่ะ  เนื่องจากเป็นวันหยุด ที่สถานีหัวหินมีนักท่องเที่ยวช่าวไทยเยอะมากๆ ส่วนชาวต่างชาติก็มีพอสมควรตามปกติของหัวหินค่ะ




เดินดูสภาพบ้านเมืองและวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ ทางซ้ายของสถานีรถไฟ จนถึงตลาดในที่สุด  ก็นั่งรถสองแถวเขียวหัวหิน-เขาตะเกียบเพื่อไปเพลินวาน  ระหว่างทางก็ดูสองข้างถนนที่เปลี่ยนไปมากของหัวหินไปด้วย  10กว่าปีก่อนร้านอาหารริมถนนแทบไม่มี  เดี๋ยวนี้เยอะมากทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ มองเพลินๆแค่5นาทีก็ถึงแล้วค่ะ เพลินวานอยู่ระหว่างซอยหัวหิน38และ40 ติดถนนเลยหาง่ายมากๆ  เห็นเพื่อนๆร่ำลือ+รีวิวในพันทิปก็ตั้งใจว่าจะมาสักครั้งให้ได้



ไปถึงตอน11โมงครึ่ง เพิ่งเปิดครึ่งชั่วโมงแต่คนเริ่มเยอะแล้วค่ะ  เดินดูทั่วๆและถ่ายรูปในช็อตยอดนิยมทั้งหลาย  พูดตามจริงก็ผิดหวังเล็กน้อยค่ะ คิดว่าจะมีอะไรมากกว่านี้  คือถ้ามาเพื่อถ่ายรูปก็คงสมหวังมาความสุขดี  แต่เรามาคนเดียวไม่มีใครถ่ายรูปให้ก็ได้แต่เดินเล่นเพลินๆไปเรื่อย ดูไม่ค่อยมีจุดประสงค์น่ะค่ะ แหะๆๆ


เดินจนพอใจแล้วก็หาอะไรใส่ท้องหน่อย  ได้ผัดไทยกุ้งสดจานนึงก็โอเคค่ะ รสชาติธรรมดาไม่ได้อร่อยเหาะ ราคาพอรับได้ ปริมาณก็กำลังอิ่มดีค่ะไม่น้อยไป มาช้ำใจกับราคาน้ำซะมากกว่า เพราะเราติดกินโค้กแล้วต้องซื้อน้ำเปล่าเพื่อทานยาด้วย  ส่วนตัวคิดว่าน้ำแพงไปมากเลยค่ะ  อาหารหรือขนมอื่นๆ ราคาโอเคเลย



อยู่เพลินวานจนถึงเที่ยงครึ่ง นั่งวางแพลนว่าจะไปไหนต่อดี  ก่อนมาตั้งใจจะไปเดินหาของกินที่ถ.แนบเคหาสน์  แต่ว่าแดดค่อนข้างร้อน(กลัวดำกว่าเดิม)และอิ่มแล้วด้วย  เลยตัดสินใจไปสวนสนเลยดีกว่า ไปนั่งกินลมชมทะเลชิลๆ จนกว่าจะถึงเวลากลับ ย้อนกลับโดยนั่งสองแถวสายเดิมจากเพลินวานกลับมาในตลาดราคา10-. เท่านั้น  แล้วไปต่อรถสองแถวที่่เหมือนกับมินิบัสสีส้มๆ เส้นทางหัวหิน-ปราณบุรีเพื่อไปยังสวนสนค่ะ  รถจะออกทุก20นาที  แต่เท่าที่นั่งรอ เหมือนคนขับแกรอคนขึ้นเต็มรึเปล่าไม่รู้ รอเกินครึ่งชั่วโมงได้  ค่ารถ20-.ค่ะ


นั่งดูสภาพความเปลี่ยนแปลงของหัวหินจากตลาดถึงสวนสน  โครงการคอนโดริมทะเลเยอะมากๆๆๆๆ มองไปในซอยที่เคยมีบ้านพักของคนรู้จักซึ่งเป็นมรดกของราชตระกูล ก็กลายเป้นอนโดหรูไปซะแล้ว  ห้างสรรพสินค้าและร้านฟาสต์ฟู้ดก็เยอะมาก อารมณ์เหมือนอยู่ในกรุงเทพ ถือว่าเป็นเมืองเล็กๆที่สะดวกสบายน่าอยู่เหมือนกัน  เป็นป้ายว่ามีสวนน้ำกับตลาดน้ำเปิดใหม่ด้วย

บ่นเหมือนคนแก่ประมาณ10นาที ก็ถึงสวนสนแล้วค่ะะลงสองแถวริมถนนแล้วเดินเข้าไปในพื้นที่ของทหารได้เลย ทะเลรออยู่ปลายทางแล้ว^^





จัดแจงหามุมร่มๆใต้ต้นสนแล้วก็เช่าเก้าอี้ผ้าใบหนึ่งตัว วางของไว้แล้วก็เดินเล่นกินบรรยากาศทะเลให้ชื่นใจ  วันนี้วันหยุดคนเลยเยอะเป็นพิเศษ เห็นรถทะเบียนไกลอย่างมุกดาหาร พิษณุโลก พิจิตร จอดเต็มเลย ส่วนมากก้มาแบบครอบครัว มีเตาย่างมาปิ้งอาหารทะเลสดๆกันด้วย  เด็กๆก็ลงน้ำท้าแดดกันเลยที่เดียว
ด้านซ้ายของหาดมองเห็นเขาตะเกียบชัดเจน


ด้านขวามองเห็นเขาเต่าลิบๆ   10กว่าปีก่อนเขาเต่าไม่มีอะไรเลยค่ะนอกจากโครงการหลวง(จำไม่ได้ว่าทอผ้าหรืออะไร)บ้านพักอาศัยของคนท้องที่และวัดเขาเต่าตั้งอยุ่ริมทะเล เราเคยไปหัดขี่จักรยานในลานวัด ล้มๆลุกๆหลายรอบกว่าจะเป็น พระในวัดเคยพาเราไปดูต้นมะม่วงหิมพานต์ด้วยเพราะท่านเห้นเป็นเด็กกรุงเทพ ท่านว่าน่าจะไม่เคยเห็น  เรายังเก็บลูกมะม่วงหิมพานต์มาฝากยาย5-6ลูกเลย  จำได้ว่าขั้วมันเอามาเผาไฟได้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เราชอบ  ส่วนเนื้อมันยายเอาไปตำน้ำพริกค่ะ  ปัจจุบันทราบว่าเต็มไปด้วยโครงการบ้านจัดสรร คอนโดและโรงแรมห้าดาว (ย้อนอดีตวัยหวานอีกแล้ว สงสัยจะแก่จริงๆ
)


เดินจนพอใจก็ไปนั่งที่เก้าอี้ผ้าใบแล้วจัดการถ่ายรูปตัวเองบ้าง  เอียงซ้ายเอียงขวาสักพักหันไปข้างๆ ที่มีครอบครัวนึงนั่งอยุ่  คุณยายวัย60กว่าๆก็ทักทายและชวนคุยไปเรื่อย พอเราบอกว่ามาคนเดียวคุณยายก็ทำหน้าแบบเห็นใจเรา แล้วแกก็หันไปบอกลูกแกว่าเรามาคนเดียว  ลูกแกก็ถามใหญ่เลยว่าทำไมมาคนเดียว สนุกมั๊ย แฟนไม่มีเหรอ ทำไมไม่ชวนเพื่อนมา บลาๆๆๆๆ ทำให้เราเห็นชัดเจนเลยว่าการเที่ยวคนเดียวในสายตาคนไทยค่อนข้างเป็นเรื่องแปลก  โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงยิ่งแล้วใหญ่  แม้แต่แฟนเราเองยังบอกว่าแปลกเลยค่ะ

ไม่มีใครถ่ายให้ ถ่ายเองโลด


พอบ่ายสามเราก็เริ่มเก็บสัมภาระเตรียมกลับ(รถไฟออกบ่ายสามครึ่งค่ะ)  เดินไปหาซื้อน้ำติดมือไปด้วย  พอเดินไปที่จุดจอดรถไฟก็เจอกับพี่ๆ ที่นั่งมาด้วยกันตอนแรก  พี่เค้าบอกว่าเจ้าหน้าที่รถไฟหาเราอยู่  เราก็งงว่าหาเราทำไม พี่เค้าบอกว่าเจ้าหน้าที่เห็นเรามาคนเดียวก็เลยเป็นห่วงมาก ให้เรากับพี่เค้าย้ายไปนั่งโบกี้แรกด้วย(โบกี้แรกตอนขากลับคือโบกี้ที่อยู่ท้ายสุดตอนขามา  ส่วนโบกี้หัวขบวนที่เรานั่งตอนมา จะกลายเป็นท้ายขบวนตอนขากลับ มันจะสลับกันค่ะ) โอ้!!!มีดูแลความปลอดภัยให้ด้วย  น่ารักจังเลย

รถไฟออกจากสวนสนตอนบ่ายสามครึ่งพอดี  ตอนนี้รถว่างไปเยอะแล้วเพราะกลุ่มที่มากันเยอะๆ ค้างคืนที่สวนสน เราก็เลยนั่งคนเดียวที่เบาะคู่สบายๆ เหยียดขาเหยียดแข้งได้ตามอัธยาศัย  เจ้าหน้าที่เดินตามหาจนเจอเราด้วยค่ะ เค้าบอกนั่งตรงนี้ดีแล้วเพราะใกล้เจ้าหน้าที่และคนขับรถไฟ จะได้หลับได้ไม่ต้องกังวล  แหมๆๆๆ รู้ด้วยอ่ะว่าเราง่วงมาก เหอๆๆ 

ดูวิวสวยๆสองข้างทาง อากาศดีมาก ท้องฟ้าใสปิ๊งเลย





จากนั้นก็หลับยาว...........มาถึงสถานีหัวลำโพงสองทุ่มครึ่ง!!!!! เลทไปหนึ่งชั่วโมงเต็มเนื่องจากติดขบวนเสด็จสองครั้ง ที่สถานีสามเสนและสถานียมราช  คุณแฟนบ่นเป็นหมีเลยค่ะ >,,<

สรุปความประทับใจครั้งนี้ให้เต็มสิบเลยค่ะ  ทริปง่ายๆใกล้กรุงเทพที่ไปมาสะดวกและปลอดภัย เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี  ได้เพื่อนร่วมทางน่ารักๆ แถมได้อิสระเสรีแบบ100%เต็ม อยากไปไหนอยากทำอะไรได้เต็มที่  ถือว่าเป็นทริปประเดิมที่เราว่าเวิร์กมากค่ะ ค่าใช้จ่ายก็ถูกมากๆ ต่อไปคงได้อุดหนุนการรถไฟบ่อยๆแล้วล่ะค่ะ

ความประทับใจ
- การดูแลของเจ้าหน้าที่
- น้ำใจจากเพื่อนร่วมทาง
- เที่ยวแบบราคาประหยัด  ใช้เงินไปประมาณ 400-. ค่าเดินทาง120-. ถูกซะยิ่งกว่าถูก!!!!
- พอเห็นเราเริ่มกลับมาเที่ยวฉายเดี่ยวแบบไม่ง้อใคร  คุณแฟนเริ่มเคลียร์ตารางงานให้เบาบางลงแล้วค่ะ  วันจันทร์นี้จะให้พาไปหัวหินอีกรอบ จองตั๋วรถไฟท่องเที่ยวเรียบร้อย  อันนี้ถือเป็นผลพลอยได้นะเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ

 ลาไปด้วย"รูปที่มีทุกบ้าน" ถ่ายจากเพลินวานค่ะ ^^





เที่ยวประหยัดด้วยรถไฟ

Smiley นั่งรถไฟไปพระราชวังบางปะอิน.....ย้อนสู่อดีตในวันฝนพรำ




Create Date : 24 เมษายน 2555
Last Update : 5 มิถุนายน 2556 16:13:05 น.
Counter : 9065 Pageviews.

10 comments
  
เก่งจัง ส่วนตัวคงไม่กล้าไปคนเดียวแแน่ ๆ เลยค่ะ
โดย: ครูปัญญดา วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:3:58:26 น.
  
แวะมาทักทายครับ ขอตามเที่ยวด้วยคน
โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:9:19:57 น.
  
เริ่ดค่ะ
โดย: deco_mom วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:9:29:55 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ
ไม่ชอบไปเที่ยวคนเดียว มันเหงาๆน่ะ

และเห็นด้วยว่าคนไทยส่วนใหญ่ มองผู้หญิงที่เที่ยวคนเดียวว่าแปลก
โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:10:07:53 น.
  
คิดอยู่ว่าจาไปหัวหินคนเดียวสักครั้งก่อนคุณแฟนกลับมาดีมั้ย
เจอบล็อคนี้ ทำให้มีไอเดียเลย อิอิ
โดย: มิลเม วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:12:53:42 น.
  


เป็นความสนุก เพลินๆอีกแบบหนึ่งเลยนะคะ
ชอบๆๆๆ
ดี.ไม่เคยได้ไปไหนคนเดียวเลย
อยากลองบ้าง
โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:15:29:47 น.
  
ตอนเด็กนั่งรถไฟบ่อยมากค่ะ แต่อยากให้รถไฟไทยปรับปรุงให้ทันสมัยอีกหน่อย จะน่านั่งมากกว่านี้
โดย: -Ki- วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:21:50:15 น.
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 25 เมษายน 2555 เวลา:2:59:42 น.
  
น่าสนุกนะคะ
ขวัญก้อชอบไปเที่ยวคนเดียว มันชิวๆดี
โดย: kwan_3023 วันที่: 25 เมษายน 2555 เวลา:7:57:58 น.
  
เอาข่าวมาบอกครับ เจ้าของบล๊อกมีภาพทะเลสวยๆ
ลองส่งภาพพร้อมเขียนรีวิวประกวดมั้ยครับ ตอนนี้ที่เว็บบอร์ด ททท
http://social.tourismthailand.org/forumdisplay.php?f=26
มีกิจกรรมหน้าร้อนนอนทะเล review ที่เที่ยวทะเล เผื่อได้รางวัลที่พัก 3 วัน
2 คืน ยังไงลองดูนะครับ
โดย: birdshadow วันที่: 25 เมษายน 2555 เวลา:16:44:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Just a little step in the Big World
โลกกว้างใหญ่ มีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก

ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง
All rights reserved
[สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539]