เครื่องมือเทรด











  ในยุคเริ่มแรกของการซื้อขายหุ้น เราซื้อขายหุ้นผ่านคนกลาง ที่เรียกว่า โบรกเกอร์ คนซื้อหรือขายจะติดต่อโบรคเกอร์ เพื่อให้โบรกเกอร์แจ้งคำสั่งซื้อขายไปที่หน้ากระดานตอนนั้น ซึ่งยุคนั้นข้อมูลเรียลไทม์จะอยู่บนหน้ากระดานไวท์บอร์ด มูลค่าการซื้อขายยังไม่เยอะเท่ากับปัจุบัน


 ต่อมาตลาดทุนพัฒนาให้มีระบบการซื้อขายที่มีความทันสมัยมากขึ้นผ่าน ระบบ Streaming  เพื่อช่วยในการส่งคำสั่งซื้อขาย และปัจุบัน มีการพัฒนาให้มีฟังก์ชั่นอื่นๆเข้ามาเพิ่ม ได้แก่

  -Technical Chart   :  กราฟเทคนิคและอินดเคเตอร์บอกสัญญาณการซื้อขาย
  -Alert   :  ตั้งค่าเตือนเมื่อราคาหุ้นวิ่งมาถึงจุดที่กำหนด
  -Jitta    :  หาหุ้นดีเชิงพื้นฐาน
  -Sense :  แจ้งเตือนข้อมูลเฉพาะหุ้นที่เราสนใจ เช่น Volume Breakout, การขึ้นเครื่องหมายหุ้น


 นอกจากนี้ก็มีเครื่องมือที่ใช้สแกนหุ้น คือ Efin stock pick up และ Aspen  ที่จะบอกข้อมูลได้ทั้งแง่พื้นฐานและทางเทคนิค เป็นเครื่องมือที่ให้ข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียดและครบถ้วนมากขึ้นไปอีกระดับ  เราามารถเปิดใช้ฟรีนะคะ ซึ่งบางโบรคมีและไม่มีให้ สำหรับเราเองใช้ Efin stock pick up ข้อมูลที่เราจะใช้จากโปรแกรมนี้ค่อนข้างหลากหลายมาก เช่น 

  -Volume Analysis   :  ดูปริมาณซื้อและขาย

  -Scanning      :  สแกนหาหุ้นตามเงื่อนไขที่เราสร้าง

  -Money Flow   :  กระแสเงินลงทุนสะสมของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติใน SET

  -Big lot     :   ดูคำสั่งซื้อขายนอกเวลาทำการ ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 1 ล้านหุ้น หรือ มูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาท

  -Stock Focus   :   บอกข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียน 

นอกจากที่ยกตัวอย่างก็ยังมีอีกหลายเครื่องมือที่น่าเข้าไปเล่นนะคะ ลองศึกษาคู่มือการใช้ได้ผ่าน Link : http://helponline.efinancethai.com/index.php?option=com_content&view=category&id=86&Itemid=1115



------เครื่องมือลงทุนก็เหมือนอาวุธที่เราจะใช้ต่อสู้ ถ้าเราใช้อาวุธที่เราถนัดเราจะใช้มันต่อสู้ในแบบของเราได้ดีที่สุดคะ-----


แหล่งข้อมูล
Settrade
Efinance Thailand





 

Create Date : 19 มีนาคม 2560   
Last Update : 21 มีนาคม 2560 8:13:51 น.   
Counter : 292 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ











ทำไมเราจึงต้องดูแหล่งข้อมูล?

  ข้อมูลที่สามารถเอื้อประโยชน์ ในการตัดสินใจลงทุนนั้นมีมากมายหลายแหล่งด้วยกัน แต่ทุกแหล่งที่มาของข้อมูลควรคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ เพราะ บางแหล่งข้อมูลข่าวสารอาจเป็นเพียงแค่ข้อคิดเห็นเท่านั้น ส่วนความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่ก็ได้  หลายครั้งที่นักลงทุนถูกชักจูงโดยแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือพอ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สุดท้ายก็เป็นเหยื่อของกลุ่มคนที่ปล่อยข้อมูลข่าวสารนั้นออกมา


แหล่งข้อมูลที่ว่ามีอะไรบ้าง ?

ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน 
  Settrade (http://www.settrade.com)
  SET  (https://www.set.or.th)
  SEC (http://www.sec.or.th)
  Efinance thailand (http://www.efinancethai.com/index.aspx)

ข่าวสารหุ้นต่างๆ
  Efinance thailand (http://www.efinancethai.com/index.aspx)
  Thunhoon (https://www.thunhoon.com)
  Kaohoon  (www.kaohoon.com)
  Money Channel ( http://www.moneychannel.co.th/news)




ทำยังไงกับข้อมูลที่ไม่มีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือพอ ?
 ถ้าข่าวสารที่ออกมาเป็นข่าวที่บริษัทยังไม่มีการเปิดเผยหรือเป็นข้อมูลจากการบอกต่อ ยังไม่ควรตัดสินใจเชื่อ เราควรรอการชี้แจงจากบริษัทจดทะเบียนนั้นๆอีกที ตามแหล่งข่าวข้างต้น





 

Create Date : 16 มีนาคม 2560   
Last Update : 19 มีนาคม 2560 10:29:30 น.   
Counter : 258 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เลือกหุ้นยังไง





หากเราลงทุนเราคงต้องมีสิ่งที่ช่วยให้เราตัดสินใจซื้อขายและขายหุ้นอย่างมีเหตุและผล เอาเป็นว่ามีหลักเอาไว้เกาะ 

ขอแบ่งรูปแบบการตัดสินใจลงทุน ของนักลงทุนเป็น 3 สาย

1.สายทนรวย
สายนี้จะให้ความสำคัญกับการดูผลกำไรของหุ้นว่าเติบโตมากน้อยขนาดไหน และเข้าซื้อด้วยปัจจัยพื้นฐาน โดยส่วนตัวส่วนใหญ่จะดูอัตราส่วนทางเงิน 
          % EPS Growth (บอกการเติบโตของธุรกิจ) 
           D/E (สถานะทางการเงิน) 
           P/E  (ความถูกแพงของหุ้นในปัจุบัน)

2.สายศรีจะไม่ทน
สายนี้มักใช้กราฟเทคนิคช่วยในการตัดสินใจ เพราะต้องซื้อขายเร็ว เน้นเก็งกำไร  ไม่ชอบถือหุ้นนานๆ เพราะมองว่าการถือหุ้นนานๆมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน แต่ละคนที่มาสายนี้ระดับความอดทนแตกต่างกันไป บ้างซื้อขายเป็นรายนาที รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน 

   อยากแนะนำให้ศึกษาเครื่องมือทางเทคนิค หรือเรียกว่า Indicator ซึ่งมีหลายตัวด้วยกัน
โดยส่วนตัวมีใช้ไม่กี่ตัว คือ

       -ADX (บอกความแรงของการขึ้นและลงของหุ้น)
       -MA (บอกเทรนระยะสั้น กลาง ยาว)
       -Volume (บอกปริมาณการซื้อขาย)
       -RSI (บอกปริมาณการซื้อและขายว่ามากหรือน้อยอยู่ในระดับใด)

โดยจะเลือกใช้เฉพาะเครื่องมือที่เราถนัดหรือเราเคยใช้แล้วมันสามารถบอกเราในสิ่งที่เราอยากรู้ได้

3.สายกลาง 
มาถึงจุดนี้ได้ บางเคยเป็นทั้ง VIและ Day trader มาแล้ว จึงเอาทั้งสองอย่างมาผสมผสานกัน โดยมองหาหุ้นพื้นฐานดี มีสภาพคล่อง ตามสายทนรวย ร่วมกับ หาจุดเข้าออกซื้อขายโดยพิจาณาจากกราฟเทคนิค ตามสายศรีจะไม่ทน เพื่อดูว่าราคาที่เข้านั้นอยู่แนวโน้มขาขึ้นหรือลง และถ้าเข้าตอนนี้จะมีความเสี่ยงมากหรือน้อยเท่าไร

   ซึ่งวิธีนี้จัดว่าเป็นวิธีนึงที่เรานำมาใช้ในการเลือกหุ้นเข้าพอร์ต ซึ่งเป็นหลักการเดียววกับ Mark Minervini นักเทรดชาวอเมริกันที่ชนะการแข่ง US. Investing Championship 

----------------------------หรือจะสายเม่าดีล่ะ---------------------------







 

Create Date : 08 มีนาคม 2560   
Last Update : 16 มีนาคม 2560 10:59:21 น.   
Counter : 140 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

สินค้าที่เค้าซื้อขายกัน












  ตลาดหุ้นในประเทศไทย เรียกย่อๆว่า SET มาจากคำว่า Stock Exchange of Thailand ส่วนใหญ่คนจะเทรดหลักทรัพย์ที่เรียกว่า "หุ้น" แต่ก็ยังมีสินค้าอื่นๆให้เรารู้จักเพิ่มขึ้น ได้แก่ Warrant , Derivative Warrant ซึ่งสองอย่างที่กล่าวมามีความเสี่ยงมากกว่าหุ้นที่เรารู้จัก แล้วมันคืออะไรกันล่ะ


เริ่มจากหุ้น (Stock) คือ บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะถูกเสนอขายกันในตลาดแรกก่อน จากนั้นจะถูกเปลี่ยนมือมาซื้อขายกันในตลาดรอง เราสามารถซื้อขายหุ้นได้อย่างง่ายในตลาดรอง โดยผู้ถือหุ้นจะมีสถานะเป็นเจ้าของกิจการ

ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (Warrant) คือ ตราสารที่ให้สิทธิผู้ถือในการซื้อหุ้นสามัญ ซึ่งอ้างอิงกับใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยบริษํทออกวอแรนด์มาเพราะต้องการเงินทุน นักลงทุนทุกประเภทควรระมัดระวังการซื้อขายวอแรนด์ เนื่องจากมีวันหมดอายุ

เช่น Mint-W4

ใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ (Derivative Warrant หรือ DW) คือ สินค้าทางการเงินที่อ้างอิงกับหุ้นสามัญ มีวันหมดอายุเช่นเดียวกับ Warrant โดยนักลงทุนสามารถเลือกที่จะส่งคำสั่งได้ 2 แบบ ดังนี้

   1. ซื้อสินค้าอ้างอิงหุ้น หรือเรียกว่า Call
   2. ขายสินค้าอ้างอิงหุ้น หรือเรียกว่า Put 

เช่น Put หุ้น GL คือ GL01P1704A
      Call หุ้น TRUE คือ TRUE13C1709A

!!  DW เป็นสินค้าที่เหมาะกับการใช้เก็งกำไรนะคะ มีความผันผวนสูง ไม่เหมาะจะมาลงทุนอะไรทั้งนั้น บางคนก็ใช้เป็นช่องทางในการลดความเสี่ยงจากการถือหุ้นโดยการเข้าไป Put DW ที่อ้างอิงกับหุ้นที่ถือก้มี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
SET
Stock2morrow
BLSwarrant




 

Create Date : 07 มีนาคม 2560   
Last Update : 8 มีนาคม 2560 12:04:35 น.   
Counter : 157 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

รู้จักตัวเอง







ก่อนที่จะรู้จักโลกการลงทุน เรารู้จักตัวเองมากน้อยขนาดไหน

อยากให้ลองสแกนนิสัยยตัวเองกันก่อนว่าเหมาะกับการเข้ามาเป็นนักลงทุนหรือนักเก็งกำไร สิ่งที่น่าสนใจที่จะช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นจากหัวข้อต่อไปนี้

1.ระดับความอดทนมากหรือน้อย
        อดทนมาก (1) อดทนน้อย (2)
2.ชอบระเอียดหรือชอบดูภาพรวม
        เน้นระเอียด (1) มองภาพรวม (2)
3.ชอบความตื่นเต้นหรือชอบความแน่นนอน
        แน่นอน (1) ท้าทาย (2)
4.ยึดมั่นศรัทธาหรือยืดหยุ่นตามสถานการณ์
        ศรัทธา (1) ยืดหยุ่น (2)
5.ชอบสวนกระแสหรือชอบตามกระแส
       สวนกระแส (1) ตามกระแส (2)
6.ยอมรับความผิดพลาดยากหรือไม่ยาก
       ยาก (1) ไม่ยาก (2)
7.ชอบการจินตนาการหรือความเป็นจริง
       โลกความจริง (1) จินตนาการ (2)




...........จากทั้งหมด 7 ข้อ.............
หมายเลข 1 เกิน 5 บอกได้ว่ามีความเป็นนักลงทุนสูง
หมายเลย 2 เกิน 5 บอกได้ว่ามีความเป็นนักเก็งกำไร
หมายเลข 1 และ 2 อยู่ระหว่าง 3-4 ก็มีความเป็นไปได้ทั้งสองทาง 

ทั้งหมดไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนหรือนักเก็งกำไร สิ่งที่ขาดไม่ได้เรยคือการเรียนรู้และสติคะ 

Bmatrading










 

Create Date : 07 มีนาคม 2560   
Last Update : 8 มีนาคม 2560 9:07:16 น.   
Counter : 261 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


สมาชิกหมายเลข 1179938
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




***เปนคนนึงที่มีประสบการณ์ในตลาดหุ้นมา 2 ปีกว่าได้ และตอนนี้ค้นพบว่าตัวเองชอบการเทรดซื้อขายเก็งกำไรและพยายามใช้สิ่งที่ตัวเองถนัดในการตัดสินใจลงทุน นั่นก็คือ การวิเคราะห์ทางเทคนิค มีอะไรดีๆจะมาแบ่งกันนะคะ***
[Add สมาชิกหมายเลข 1179938's blog to your web]