แล้วก็ดูการ์ตูน บ้านนี้ต้องมีเหมียว ทาง Youtube สนุกดีอ่ะ คนมันรักแมวอยู่แล้วนิเนอะ
ไปแฟมิลี่มาร์ท ไปซื้อชาเขียว มิเรอิ สองขวด 20 บาท ช่วงโปรโมชั่นนะ โคตรคุ้มเลย
ทั้งอาทิตย์กินไปแปดขวดได้แล้วมั้งเนี่ย
ความจริงปิดคอมไปนานแล้วแหละ แต่อยากมาเขียนอะไรนิดๆหน่อยๆ
ที่ชาร์จแบตมือถือก็ไม่ได้เอามาจากหอ ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปอะไรมาลงเลย
ใช้ 3310 แบตเสื่อม โทรหาใครไม่ถึงนาทีก็ไปเกิดแล้ว แต่ก็ยังเปิดเครื่องติดอยู่ดี
สุดท้ายขอส่งทุกท่านเข้านอนด้วยเพลง จดหมายจากความเหงา เข้านอนกันนะครับ
เรียนรู้ อยู่กับความเหงาอย่างเข้าใจ แล้วผจญภัยไปกับมันครับ

คนเราเกิดมามีนิสัยต่างกัน บางคนมีจิตใจอ่อนโยนว่านอนสอนง่าย บางคนมีจิตหยาบกระด้างโหดเหี้ยมทารุณชอบก่อเรื่องทะเลาะวิวาท บางคนมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ บางคนมีแต่ความเห็นแก่ตัวจะทำอะไรก็เพื่อตัวเองเป็นใหญ่ไม่ใส่ใจคนอื่นเลย เห็นคนอื่นได้ดีกว่าเป็นไม่ได้ บางคนชองการเรียนรู้ ชอบซักชอบถาม บางคนชอบคนยอ บางคนชอบคุยใหญ่คุยโตโอ้อวด ไม่รู้ก็ทำเป็นรู้ ไม่มีก็ทำเป็นมี บางคนชอบติ เขาบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ที่ใครต่อใครบอกว่าดีแล้ว งามแล้ว สวยแล้ว ถูกแล้ว แต่เขาสามารถจะหาให้เห็นสิ่งตรงข้ามได้แน่นอน เช่น เราอาจสร้างบ้านหลังสวย ๆ ทำของให้งาม ๆ คิดว่าถูกใจเรามากที่สุดแล้วให้ใครดูก็บอกว่าหาที่ติไม่ได้ ครั้นชายคนนี้มาดู เขาจะต้องบอกว่าอันนี้ไม่สวย ตรงนี้ไม่ดี ตรงนี้ไม่งาม ชื่อเสียงในเรื่องชอบติของเขาจึงดังกระฉ่อนไปทั่ว
วันหนึ่ง มีช่างฝีมือยอดเยี่ยม มาสร้างพระพุทธรูปให้วัดในหมู่บ้านนั้น พอสร้างเสร็จชาวบ้านทุกคนเห็นว่าดีงามทุกส่วน ถูกต้องตามพุทธลักษณ์ ใครดูต่างก็ชมว่าฝีมือของช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่มีใครติแม้แต่คนเดียว ชาวบ้านจึงอยากจะลองถามชายคนนี้ดูว่าพระพุทธรูปทำได้ดีสวยงามขนาดนี้เขาจะหาเรื่องมาติได้ไหม
พอชายชอบติคนนั้นเดินเข้าไปพิจารณาดูพระพุทธรูป เขาเพ่งมองดูซ้ายขวา เสียงใครคนหนึ่งก็พูดว่า นี่พ่อคุณ ติมาเถิดว่าพระพุทธรูปไม่ดีตรงไหน ไม่สวยตรงไหน ชาวบ้านต่างคาดเดากันว่าเขาคงจะดีว่าปากเล็ก หูใหญ่ คอสั้น ตีนผี มือสั้น แต่ทุกคนต้องตะลึงเมื่อเขาไม่ติตามที่ทุกคนคาดเดา แต่เขาติว่า
พระพุทธรูปองค์นี้ ทำได้ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือพูดไม่ได้ ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะนึกไม่ถึงว่าเขาจะติมาได้อย่างนั้น ขายคนนั้นเดินไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อที่จะหาเรื่องติสิ่งต่าง ๆ สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองให้มากขึ้น
วันหนึ่งเขาเดินไปพบสวนแตงโม ฟักทอง เขาบอกว่า ธรรมชาติช่างไม่ดีจริง ๆ หนอ สร้างอะไรขึ้นมาก็ไม่สมดุล อย่างแตงโม ฟักทองนี้ ต้นเครือเล็ก ๆ แต่ดอกผลใหญ่ ที่จริงผลน่าจะเล็กกว่านี้นะ ติแล้วก็หัวเราะให้ธรรมชาติ และภูมิใจในตนเองที่หาเรื่องมาติได้ เดินต่อไปเจอต้นมะขามแขกก็ตะโกนขึ้นว่า นั่นแหน่ะเห็นไหมธรรมชาติไม่ดีเลย มะขามต้นใหญ่ผลเล็กใบก็เล็ก ไม่เหมาะสมกันเลย โอยธรรมชาติอะไร ว่าแล้วก็เดินต่อไป
ต่อมาเขามาเจอต้นมะม่วง เขาก็ไม่เดินผ่านไปเฉย ๆ แต่เขาก็หาเรื่องติเช่นกันว่า
มะม่วงเอ๋ย ธรรมชาติสร้างเจ้ามาน่าหัวเราะจริงหนอ ต้นดูใหญ่ แต่ออกผลเล็ก ใบก็เล็กไม่ต่างจากมะขามเลย ที่จริงผลของเจ้าน่าจะเท่าผลของแตงโม หรือฟักทองมากกว่า จึงจะเหมาะสม ฮะ ฮ้า เขาติแล้วก็หัวเราะลงลูกคอ ฮะ ฮ้า
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ทำให้เขานอนพักผ่อนอยู่ใต้ต้นมะม่วงนั้น และม่อยหลับไป ขณะที่เขากำลังหลับสบายอยู่นั้น เขาต้องสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาทันที เมื่อมะม่วงสุกลูกหนึ่งร่วงหล่นลงมาถูกจมูกเขาอย่างแรง เขาคลำจมูกของเขาอย่างเจ็บปวด นึกว่าจมูกของตัวเองแตกเสียแล้ว เขาปวดมาก ร้องโอย โอย สักครู่ต่อมาก็มีเลือดกำเดาไหลออกมาซิบ ๆ พอเขาเห็นเลือดกำเดาไหลออกมา เขารู้สึกตกใจ แล้วพูดรำพึงรำพันอย่างคนสำนึกผิดว่า โถ ธรรมชาติได้สร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาพอดีแล้ว เหมาะสมดีแล้ว ถ้าธรรมชาคติสร้างมะม่วงให้มีผลใหญ่เท่าผลแตงโมหรือฟักทอง ป่านนี้ข้าพเจ้าคงตายไปแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่า ธรรมชาติได้สร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาเหมาะสมแล้วจริง ๆ เขากล่าวสารภาพผิดที่ชอบคิดอะไรต่าง ๆ นานา แล้วก็ลูบคลำจมูกร้องโอย โอย จากต้นมะม่วงไปเพราะกลัวมะม่วงจะหล่นลงใส่ศีรษะอีก
ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้
คนเราอย่าคิดว่าตัวเองเก่ง ชอบติอะไรได้ทุกอย่าง ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนจะติติงอะไร ลูกเสือควรระมัดระวังในเรื่องของคำพูด จงคิดก่อนพูด อย่าได้พูดก่อนคิด