EP10 :: ครบเครื่องเรื่องหนังสือ กับ อาคุงกล่อง ::







Smiley

BlogGang Hang Girls EP10 ขอต้อนรับเดือนแห่งความรัก โดยเชิญหนอนหนังสือหนุ่มใน BlogGang.com มาร่วมพูดคุยและทำความรู้จักกันให้มากขึ้น บล็อกเกอร์อีกหนึ่งท่านที่มีใจรักในการอ่านหนังสือและการสร้างสรรค์งานเขียน ถ้าทุกคนได้แวะเข้าไปเยี่ยมชมบล็อกของเขาอยู่บ่อยๆ จะสังเกตได้ว่าเรื่องราวส่วนใหญ่นั้นจะมีการเขียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือ เรื่องสั้นต่างๆ ซึ่งการได้พูดคุยกับบุคคลท่านนี้เราสามารถรับรู้ได้ทันทีเลยว่าความรักหนังสือของเขามีไม่น้อยเลยทีเดียว และเขายังสัญญากับสามสาวพิธีกรด้วยว่าจะพาเที่ยวชมสถานที่ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเขา ที่หลายคนอาจไม่เคยเข้ามาได้ชมหรือไม่ได้นึกถึงเลย ถ้าพร้อมแล้ว...ไปลุยกันเลยค่ะ Smiley







อาคุงกล่อง
ชื่อสมาชิก : อาคุงกล่อง
ชื่อเว็บไซต์ : http://akung-klong.bloggang.com


พิธีกร : สวัสดีค่ะ พบกับพวกเรารายการ BlogGang Hang Girl ค่ะ
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : วันนี้ก็เหมือนเดิม เห็นกันอยู่แล้วหน้าตาคุ้นเคย
พิธีกร (คุณแหม่ม) : หน้าตาคุ้นมาก วันนี้เราจะมาพบกับคุณอาคุงกล่องค่า
อาคุงกล่อง : สวัสดีครับ ชื่อกล่องครับ ชื่อล็อกอินที่ใช้ในบล็อกแก๊งคือ อาคุงกล่อง และก็เล่นพันทิปด้วยครับ แล้วก็ตระเวณพันทิปไปหลายๆ ห้อง จริงๆ เป็นชีวิตออนไลน์มา 10 กว่าปีแล้ว แต่พอมาเจอบล็อกแก๊งเจอพันทิปเนี่ย เราก็ปักหลักยาวเลย จริงๆ เข้ามาพันทิปครั้งแรกคือแชทรูมนะครับ ห้องจ๊ะจ๋าโหย...มันส์มาก
พิธีกร (คุณแหม่ม) : แต่ก็ยังไม่ได้เป็นสมาชิกใช่ไหมคะ
อาคุงกล่อง : ช่วงแรกตอนนั้นพันทิปไม่ได้ระบุให้เป็นสมาชิก คือเราอยากเป็นใครก็ได้ วันนั้นอยากเป็นนักบิน วันนี้เราอยากเป็นสาวน้อย คือช่วงนั้นอินเตอร์เน็ตมันเป็นแบบนี้จริงๆ ยังเป็นช่วงที่ไม่ได้กำหนดตัวตนกัน
พิธีกร (คุณแหม่ม) : ก็เลยเริ่มสมัครเลยใช่ไหมคะ
อาคุงกล่อง : จริงๆ ถ้าถามผม ผมมาจากไดอารี่ออนไลน์นะ ผมเขียนเว็บหนึ่งมาก่อน ทีนี้มันมีปัญหาอย่างหนึ่งคือเว็บมันล่ม สมัยก่อนเทคโนโลยีมันไม่เหมือนทุกวันนี้ พอเว็บมันล่ม ข้อมูลที่เราเขียนไว้ทุกวันมันหาย เราเสียดายมาก คนก็เลยแนะนำว่ามาที่พันทิปสิ มีบล็อกแก๊งนะ ช่วงนั้นช่วงที่ผมมา บล็อกเปิดมาแล้วประมาณ 2 ปี หรือ 3 ปี ผมจำได้ว่าเข้ามามีการประกาศสายสะพายกันตั้งแต่รุ่นนั้นเลย พอมาใช้บล็อกแก๊งช่วงแรกก็อัพทุกบล็อกทุกวัน มีเพื่อนทุกวัน คุยกันทุกวัน
พิธีกร (คุณแหม่ม) : คือเขียนเกี่ยวกับไดอารี่ของตนเองเหรอคะ
อาคุงกล่อง : คือเอาของเก่าโอนมา

พิธีกร (คุณแหม่ม) : แล้วเขียนเรื่องราวนี่เขียนยังไงบ้างคะ
อาคุงกล่อง : จริงๆ ช่วงแรกผมเน้นเรื่องตลกนะ เรื่องตลกเนี่ยมันเป็นเรื่องเขียนยาก เพราะความตลกของแต่ละคนมันแตกต่างกัน คุณเส้นตื้นไหม ผมเป็นคนเส้นลึก เรื่องนี้คุณอาจจะตลกแต่ผมไม่ตลก แต่ผมอาจจะตลกเรื่องที่คุณเฉยๆ อะไรอย่างนั้น เวลาเราเขียนเราต้องหาตรงกลางให้เจอ เพื่อให้อย่างน้อยมันตลกนิดหนึ่ง ถ้าเขียนเรื่องตลกแล้วตลกสัก 10% ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ช่วงที่เขียนช่วงนั้นคือทำงานเครียดมาก ทำงานด้านการเงิน ก็เลยเขียนเรื่องตลก เรื่องตลกเขียนยากจริงๆนะครับ
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : เหมือนเป็นการเยียวยาตัวเอง
อาคุงกล่อง : ใช่ๆ คนอื่นที่เข้ามาอ่านเขาก็รู้สึกแฮบปี้ว่า เฮ้ย...ช่วยให้เขาคลายเครียดได้ด้วย เราก็รู้สึกดีขึ้นในส่วนตัวนั้น



พิธีกร (คุณแหม่ม) : แต่ตอนนั้นได้รางวัลมาด้วยนะคะ ได้ BlogGang Poppular Award เกี่ยวกับเรื่องขำขัน
อาคุงกล่อง : แต่พอได้สายสะพายมาก็อึดอัดเหมือนกันนะ พอจะไปเขียนแนวอื่นเราก็เกรงใจสายสะพายเรา เดี๋ยวนี้ช่วงหลังดีหน่อยมาทำเรื่องหนังสืออย่างเดียว ผมว่าผมอ่านในบล็อกแก๊งมา 9 ปี ผมโตขึ้นนะ จากแรกๆ ที่เข้ามาผมใส่เต็มที่ อะไรก็ใส่ๆ จนมาถึงวันนี้เราคัดแล้วนะว่าสิ่งที่เราใส่ไปให้คนเข้ามาอ่านบล็อกเรา เค้าน่าจะได้ประโยชน์อะไรจากบล็อกเราบ้าง อย่างน้อยก็สักน้อย คือมีประเด็นอย่างนี้คือผมเขียนเรื่องตลกเกี่ยวกับโอลิมปิก เด็กไทยสามคนเป็นตำนานของโอลิมปิก เขียนมุกตลกแฮบปี้มาก จนผ่านไป 4 ปี มาเป็นลอนดอนเกมส์ 2012 ผมได้รับอีเมล เป็นผู้ปกครอบเขียนมาต่อว่า เขาด่าแหละว่าลูกเขามาหาข้อมูลในบล็อกคุณ แล้วก็เขียนส่งอาจารย์ โอ้โห...เป็นเรื่องใหญ่มาก คือเฮ้ย...หลังจากนั้นเราจะทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว เวลาเราเขียนเรื่องตลก เราจะใส่คำเตือนตั้งแต่หัวบล็อกเลยนะ เราก็ไม่อยากให้สิ่งที่เราหวังดีไปทำร้ายใคร

พิธีกร (คุณรจ) : เท่าที่ดูคืออาคุงกล่องเขียนหลายแนวอยู่เหมือนกัน เอาจริงๆ ถ้าเป็นแนวที่ถนัดมากที่สุดชอบเขียนแนวไหนคะ
อาคุงกล่อง : ผมเขียนเรื่องตลกได้ เป็นความสามารถพิเศษของผมนะ
พิธีกร (คุณแหม่ม) : คือเอาสาระมาทำให้มันดูตลกได้
อาคุงกล่อง : ใช่ครับ ผมเขียนเรื่องตลกลงเรื่องสั้นในสกุลไทย 2 เรื่องได้ ทีนี้ผมต้องการเขียนเรื่องที่ไม่ตลกให้ได้ดีด้วย ผมก็ต้องไปหาข้อมูลด้วย
พิธีกร (คุณแหม่ม) : ตอนที่เริ่มเขียนใหม่ๆอ่ะค่ะ เรามีแรงบันดาลใจหรือว่าทำยังไง เล่าประสบการณ์ว่าก่อนที่จะมาเป็นนักเขียนเนี่ยเราต้องทำยังไง อะไรคือแรงบันดาลใจ
อาคุงกล่อง : จริงๆ เราเป็นคนอ่านหนังสือและชอบอ่านหนังสือ ทีนี้พอมียุคหนึ่งที่มันมีอินเตอร์เน็ต เราสามารถเขียนลงไปได้ ให้คนอ่านได้ เราแฮบปี้มาก แรงบันดาลใจคืออยากให้คนเข้ามาอ่าน เข้ามาฟีดแบ็คกับเราบ้าง
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : อยากจะเขียนไปแล้วได้ฟีดแบ็คกลับมาด้วย
อาคุงกล่อง : เราต้องพัฒนางานเขียนของเรา อย่างถ้าเราเขียนแบบทุกวันนี้เราก็อยู่ได้แค่บล็อก ซึ่งเราสามารถเขียนพัฒนาเป็นอาชีพหรือเป็นอย่างอื่นได้ไหมในอนาคต
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : แต่อาคุงกล่องจริงจังมากนะในการเขียน แสดงว่าใส่ใจมาก ทีนี้อย่างเราจะเขียนสักเรื่องหนึ่งอ่ะค่ะ มีวิธีการหรือใช้เวลาในการค้นคว้าข้อมูลขนาดไหน
อาคุงกล่อง : อย่างถ้าเป็นเรื่องแต่ง เรื่องตลก มันจะอยู่ในหัวก่อน เราคิกมุดได้เราคิดเรื่องได้ เราจะคิดตอนต้นเรื่องได้ ทีนี้ตอนจบบางทีคิดนาน พอคิดได้แล้วลงมือเขียน ผมเขียน 7-8 หน้าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นเก็บไว้คืนหนึ่ง รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาเพื่อมาดู เรียกว่ามาบรรณาธิการตัวเอง มาตรวจตัวสะกด ดูว่าเขียนเหมาะสมไหม ซึ่งกว่าจะทำ 1 บล็อกไม่ใช่ 5 นาที 10 นาที นะครับ

พิธีกร (คุณแหม่ม) : ที่นี่มีความสำคัญยังไงกับอาคุงกล่องบ้างคะ
อาคุงกล่อง : เรื่องของเรื่องคือผมศึกษางานเขียน ผมก็หาตำรับตำราเกี่ยวกับการเขียน ทีนี้ผมหาหนังสือเล่มหนึ่งคือศิลปะในการประพันธ์ อาจารย์เปรื่อง มันเป็นหนังสือเก่า มันไม่มีแล้ว ผมเสิร์ชดูในอินเตอร์เน็ตต้องไปที่หอสมุดแห่งชาติ หรือไม่ก็ที่นี่มี เข้ามาดูที่นี่แล้วเราถูกใจ เราเป็นคนที่รักการอ่าน
พิธีกร (คุณแหม่ม) : ที่นี่ที่ไหนนะคะ
อาคุงกล่อง : TK Park อุทยานการเรียนรู้ เราเข้ามาถ่ายทำ เราเข้ามาพูดคุยกันได้ คนเข้ามาติวหนังสือกันในนี้ได้ มีห้องเงียบสำหรับคนที่ต้องการอ่านใช้สมาธิ มีห้องสมุดดนตรีสำหรับคนที่รักดนตรี เสาร์อาทิตย์ก็มีงานนิทรรศการ มีคอนเสิร์ตเล่น วัตถุประสงค์หลักของเค้าคือต้องการดึงคนเข้ามาให้อ่านหนังสือ




พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : ตอนนี้เราก็อยู่กันที่อุทยานการเรียนรู้ ที่เราเรียกกันว่า TK Park
พิธีกร (คุณรจ) : ว่าแต่ทำไมอาคุงกล่องถึงพาเรามาที่นี่คะ ทำไมถึงชอบมาที่นี่
อาคุงกล่อง : อยากจะบอกว่าที่นี่คืออุทยานการเรียนรู้ นอกจากหนังสือแล้วยังมีอีกหลายอย่าง ที่นี่ยังมีกิจกรรมที่ดีอีกอย่างหนึ่งคือ TK Reading Club คือจะคุยกันเรื่องหนังสือ สมมุติหนังสือเล่มที่อ่านคือเรื่องสี่แผ่นดิน ก็จะมีวิทยากรซึ่งก็คือคุณหมอพงศกรเป็นวิทยากรนำพูดให้ แล้วคนที่ล้อมวงคุยกัน
ก็คุยว่าคุณอ่านสี่แผ่นดินแล้วคุณได้เกร็ดอะไรบ้าง คุณรู้สึกยังไบ้าง แล้วก็จะเปลี่ยนหนังสือไปเรื่อยๆทุกเดือน คือเราได้อ่านหนังสือแล้วมาคุยกับคนอื่น มันเติมเต็มความรู้จากการอ่านได้ด้วย

พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนอาคุงกล่องแนะนำหน่อยว่ามีหนังสือโปรดหรือหนังสือที่แนะนำจะให้ชาวบล็อกแก๊งได้รู้จัก
อาคุงกล่อง : อย่างผมมาใช้บริการที่ห้องสมุด สิ่งแรกเลยคือผมจะหยิบนิตยสารอ่านก่อน ผมก็หยิบสกุลไทย หยิบแพรว หยิบขวัญเรือนพวกนี้อ่านก่อน เพราะว่าที่นี่มีนิตยสารใหม่เกือบทุกเล่ม เราไม่สามารถจ่ายเงินซื้อทุกเล่มได้
อาคุงกล่อง : มีหนังสือ 2 เล่มที่คนไม่ค่อยพูดถึงกันเท่าไหร่ เป็นหนังสือของศิลปินแห่งชาติด้วย อาจินต์ ปัญจพรรค์ เรื่องเจ้าพ่อ และเจ้าเมือง ถ้าผู้หญิงชอบนวนิยายพาฝัน ประมาณว่านางเอกไปเจอพระเอกหล่อ ผู้หญิงจะชอบแบบนั้น
พิธีกร (คุณรจ) : ชอบมโน ฝันหวาน
อาคุงกล่อง : อันนี้คือพาฝันของผู้ชาย อันนี้คือชีวิตท้องทุ่งท้องน้ำ ฉากดำเนินเรื่องเป็นแม่น้ำสุพรรณบุรี ก็คือแม่น้ำท่าจีนช่วงนั้น แม่น้ำนครชัยศรีช่วงนั้นช่วงนั้น ฉากเปิดเรื่องขึ้นมาบอกว่าเป็นเรือเมล์วิ่งไปตามแม่น้ำ มีเรือพายพายไปหาปุ๊บ ยิงปืนขึ้นฟ้าบังคับให้เรือหยุด ไม่ได้ปล้นครับ เจ้าพ่อขึ้นเรือ นั่นก็คือวิธีขึ้นเรือของเจ้าพ่อ ใช้ชีวิตเป็นพี่ มีลูกน้อง เป็นนักเลงที่มีคุณธรรม เนื้อเรื่องเค้าเรียกว่าเป็นพีเรียด เป็นนิยายย้อนยุค ย้อนยุคไปในสมับรัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 เป็นแนวผู้ชายเลย
พิธีกร (คุณรจ) : เล่มขนาดนี้อาคุงกล่องใช้เวลาอ่านนานเท่าไหร่คะ
อาคุงกล่อง : เล่มหนึ่งใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมงได้ จริงๆ 2 เล่มนี้เขาต่อเนื่องกัน เจ้าพ่อแล้วก็เจ้าเมือง คือเรื่องเค้าจะมีตัวละคร 2 ตัว ตัวหนึ่งมันเด่นในภาคแรกเป็นเจ้าพ่อ อีกตัวจะเด่นในภาคหลังเป็นเจ้าเมือง แล้วทีนี้เราจะเห็นชีวิตของเจ้าพ่อ แล้วเราก็อยากจะใช้ชีวิตแบบเจ้าเมืองบ้าง เป็นความฝันของลูกผู้ชาย เป็นนิยายที่เปรียบเทียบระหว่างระบบเจ้าขุนมูลนาย กับ ระบบนักเลง เป็นหนังสือที่อ่านแล้วประทับใจ แล้วก็แนะนำ



พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : นวนิยายมีหลากหลาย แล้วน้องรจกับน้องแหม่มมีไหมคะ หนังสือน่ะอ่านบ้างหรือเปล่า
พิธีกร (คุณรจ) : จริงๆ เราอ่ะก็มี แต่ไม่เชิงว่าเป็นหนังสือที่แนะนำเท่าไหร่ แต่เราตลกกับการที่เราได้มาเฉยๆ คาถาชีวิต ของวิกรม คือจริงๆอ่านแล้วแหละ
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนเราจะแนวนี้
พิธีกร (คุณรจ) : คือจริงๆ ไม่ใช่แนวนี้ แต่มันมีที่มา ฟังดิ ที่มาตลกมาก คือไปซื้อไส้กรอกเซเว่นไง มันวางอยู่ 20 บาท
อาคุงกล่อง : แสดงว่าช่วงนั้นชีวิตต้องการคาถาอะไรมาเสก
พิธีกร (คุณรจ) : เหมือนมันดลจิตดลใจให้เราซื้อ แล้วเราก็เลยอยากแนะนำเล่มนี้ไง
พิธีกร (คุณแหม่ม) : ใช้เวลาอ่านกี่ปี
พิธีกร (คุณรจ) : หวาย...ที่ซื้อมาเพราะอ่านน้อย แป๊บเดียวจบ
อาคุงกล่อง : มันก็แล้วแต่รสนิยมการอ่านของแต่ละคน แต่ก็ถือว่าโอเคนะ เป็นสิ่งที่ดี
พิธีกร (คุณรจ) : แต่อันนี้เป็นคาถาชีวิตที่ดีมากๆเลยค่ะ อันนี้เอาไปใช้กับชีวิตประจำวันได้เลย ซึ่งจะใช้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง

พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : แล้วเพื่อนแหม่มล่ะคะว่าไงบ้าง
พิธีกร (คุณแหม่ม) : ได้หนังสือมาเรื่องหนึ่งค่ะ นั่นคือเรื่องธรรมะหมื่นตา ของคุณกะว่าก๋า ได้รับมาเมื่อตอน Meeting พอได้มาเสร็จ ยังไม่คิดที่จะอ่าน วางไว้ก่อน ดูแล้วยังไม่ใช่ ธรรมะ พอถึงวันหนึ่ง ชีวิตตกต่ำ
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : เมื่อไหร่ที่มีปัญหากับชีวิต ธรรมะคือที่พึ่ง
พิธีกร (คุณแหม่ม) : ครั้งแรกที่ได้อ่านรู้สึกแบบเฮ้ย...มันจะสนุกตรงไหน แต่พอได้อ่านไปมันทำให้รู้สึกว่าจิตใจเราสงบขึ้น มีความทุกข์พอมาอ่านแล้ว ต้องคิดตามนะคะ มันจะทำให้ชีวิตเรานิ่งขึ้น
พิธีกร (คุณรจ) : เหมือนเราเลยอ่ะ แนวเดียวกัน
อาคุงกล่อง : ขอเสริมเล่มนี้นิดหนึ่งนะครับ เล่มนี้สำหรับผมพิเศษอย่างหนึ่ง ทำให้ผมเจอกับเพื่อนบล็อกเกอร์คนที่น่ารักคนหนึ่ง ที่ชื่อว่าคุณกะว่าก๋า ตอนที่เค้าเปิดตัวหนังสือที่สยามพารากอน พวกบล็อกเกอร์ต่างๆ ไปร่วมเชียร์กันเยอะมาก พอได้รู้จักกับคุณก๋าทำให้รู้สึกว่าเป็นมิตรภาพที่ดี แล้วคุณก๋าก็เป็นคนที่มีความรู้ มีความคิดที่แบบโอเคนะ แล้วก็เขียนเรื่องที่มีประโยชน์ให้เราอ่านทั้งนั้น ต้องขอบคุณคุณก๋าด้วยที่ทำหนังสือดีๆแบบนี้ออกมา
พิธีกร (คุณแหม่ม) : แล้วมีอีกเรื่องหนึ่ง เป็นหนังสือของพันทิป แต่ยังไม่ได้อ่าน
พิธีกร (คุณรจ) : ยังไม่ได้อ่านแล้วจะหยิบมาทำไม
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : เล่มนี้ดีมากเลยนะคะ กำลังวางขายอยู่ร้านซีเอ็ด และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป
พิธีกร (คุณแหม่ม) : ชื่อหนังสือ เน็ตเมื่อวานซืน
อาคุงกล่อง : อันนี้ผมขอเสริมให้อีกนะครับ อ่านแล้วและรีวิวลงบล็อกไว้ด้วย ก็คือเราใช้ชีวิตออนไลน์มา 10 กว่าปี อันนี้มันย้อนมันทำให้เราคิดว่า เฮ้ยช่วงเวลานั้น ที่เราออน ICQ อยู่ชีวิตเราเป็นยังไง ตอนที่เราเล่น Hi5 เป็นยังไง ตอนที่เรามาเล่นพันทิปเป็นยังไง (เน็ตเมื่อวานซืน โดย อาคุงกล่อง)
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : หนังสือเล่มนี้แนวคิดมันคือ จริงๆ ทางพันทิปครบรอบ 20 ปี แล้วเราอยากจะทำแหล่งรวบรวมความรู้ จริงๆไม่ใช่ความรู้หรอก ประวัติศาสตร์อินเตอร์เน็ต โซเชียลมีเดียไทย 20 ปี แต่เราจะย่อยมันมาในลักษณะการ์ตูน เราจะย้อนไปตั้งแต่ปี 1996 อุ๊ย! ขายของอ่ะ โทษทีๆ

พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : เรามีของเราเหมือนกัน เล่มนี้ๆ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน อยากให้ดูจากสภาพ เป็นหนังสือของคุณวินทร์ เลียววาริณ คราวนี้เล่มนี้ เราตลกตรงที่เรารู้จักคุณวินทร์ครั้งแรกจากม้าก้านกล้วย แล้วก็แบบเราก็ตามอ่านมา เราอ่านเล่มนี้แล้วเราสนุกมาก เราอยากแนะนำ เพราะอ่านแล้วเราได้แง่คิด
พิธีกร (คุณแหม่ม) : รู้ว่าตัวเองเป็นคนขึ้น
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : ด้วยๆ แต่เล่มนี้หลังจากที่เราซื้อไปเล่มแรก อันนี้จะเห็นว่าพิมพ์ครั้งที่ 2 เราซื้อครั้งที่ 2 เพราะว่าเราซื้อเล่มแรกไปแล้วเราลืม สรุปว่าเรามีเล่มนี้สองเล่ม พอเราคุยกันว่า เอ๊ะ...อยากจะเอาหนังสือมา ไปดูที่ชั้นคือมี 2 เล่ม แสดงว่าเล่มนี้ต้องฝังใจเรา ถ้าเราอยากจะแนะนำเราจะแนะนำเล่มนี้ อยากให้ทุกคนได้ลองอ่านดู
อาคุงกล่อง : เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ทำให้ผมรู้จักคุณวินทร์ เลียววาริณ เขาเป็นนักเขียนโปรดในดวงใจ สำหรับคนอ่านหนังสือ หนอนหนังสือเนี่ยเขาจะมีหนังสือในบ้านที่ศัพท์รีวิวหนังสือเรียกว่า กองดอง หนังสือบางเล่มเราไม่เคยอ่านเลย หนังสือบางเล่มเราอ่านแค่ครึ่งเรื่อง หนังสือบางเล่มเราไม่เคยอ่านจบ แต่เล่มนี้ผมวางไว้ข้างเตียงเพื่ออ่านทุกครั้ง เรื่องหนึ่งในนี้ที่ผมอ่านแล้วประทับใจมากคือเรื่องเชงเม้ง เขาพูดถึงตัวละคนที่ไปเชงเม้ง แล้วไปเจอญาติพี่น้อง เราอ่านแล้วมีความรู้สึกคิดถึงครอบครัวเรา คิดถึงญาติพี่น้องเรา เค้าเป็นคนครอบครัวใหญ่ แล้วก็เป็นหนังสือที่ดีมากๆ เป็นหนังสือที่ผมอ่านมากกว่าหนึ่งครั้งนะ เล่มนี้นะชอบมาก ขอแถมอีกเล่มได้ไหมครับ
อาคุงกล่อง : เล่มนี้แปลกมากเลย ชื่อเรื่อง "ที่ใดมีความเศร้า" บางคนเห็นชื่อเรื่องแล้วอาจจะไม่อยากอ่าน ผมก็ไม่รู้จักมาก่อน แต่เขาบอกว่าอย่าไปตัดสินหนังสือจากหน้าปก เพราะส่วนมากหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแปล คนเขียนคือ Oscar Wilde เป็นชาวไอริช เป็นแบบว่าเป็นไฮโซ เป็นเซเลปในลอนดอนยุคเก่า สมัยก่อน 1900 แล้วทีนี้เขาติดคุก 2 ปีนะครับ เขาร้องไห้ทุกวันและเวลาเดิม วันไหนที่เขาไม่ร้องไห้ ไม่ได้แปลว่าเค้าไม่เศร้า แต่วันนั้นหัวใจเขาแข็งกระด้างไปแล้ว เราอ่านแล้วแบบเราได้ตรงนี้แล้ว เค้าบอกว่าเบื้องหลังความเศร้า มีความเศร้าเสมอ มีคนบอกว่าเวลาคุณอ่านหนังสือเนี่ย ได้อะไรจากหนังสือสักประโยคเดียว ก็ถือว่าโอ้โห...มหาศาลแล้ว เราอ่านพวกนี้แล้วเราได้คิดนะ คนเขียนรู้จักความเศร้าเป็นอย่างดี ความเศร้ามันงดงามแต่จริงๆมันไม่ใช่ มันได้เรียนรู้ว่าความเศร้า คุณต้องทำยังไงกับมัน เล่มนี้ผมว่าน่าสนใจมาก



พิธีกร (คุณรจ) : วันนี้เราได้ความรู้มากๆ
อาคุงกล่อง : เทปนี้มีสาระ
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : แต่เป็นสาระที่เรารู้สึกว่าไม่ได้มีความเครียดอะไรเลย เพราะจริงๆหนังสือเป็นเรื่องที่อยู่รอบตัวเรา มันอาจจะไม่ใช่หนังสือที่เราแนะนำก็ได้ อ่านนิตยสารก็มีความรู้ อ่านการ์ตูนก็มีความรู้ อะไรก็ได้
พิธีกร (คุณแหม่ม) : และวันนี้ช่วงสุดท้ายแล้วเนอะ ช่วงสุดท้ายของรายการ คำถามที่ขาดไม่ได้เลยคือเป็นคำถามเดียวคือ อาคุงกล่องเล่นบล็อกแก๊งมายาวนานมาก เรียกได้ว่าถ้าย้อนไปก็น่าจะสักประมาณ 9 ปีแล้ว ที่นี้อยากจะให้อาคุงกล่องพูดถึงมิตรภาพที่อยู่ในบล็อกแก๊ง พูดถึงเพื่อนๆที่มาคอมเม้นท์กันทุกวัน พูดถึงความผูกพันที่มีให้กันในบล็อกแก๊งค่ะ
อาคุงกล่อง : ก็ล็อกอินของบล็อกเกอร์หนึ่งคนมีความเป็นตัวตนของตัวเอง เรารู้จักกันผ่านจากบล็อก เริ่มต้นก่อน หลังจากนั้นก็มารู้จักกันเหมือนพี่น้องกัน เหมือนเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ตัวบล็อกแก๊งเหมือนบ้าน ที่มีสมาชิกอยู่ในบ้าน ตัวพันทิปเหมือนหมู่บ้าน ซึ่งอาจจะมีบ้านอื่นๆอีกหลายหลัง ทีนี้ในแต่ละบล็อกเกอร์ที่เค้าเจอกันที่เค้ารู้สึกอ่านบล็อกแล้วประทับใจแล้วอยากเจอกัน มันตั้งแต่ยุคแรกๆเลยนะ ผมจำได้ว่ามีทติ้งบล็อกเกอร์ครั้งแรกในบล็อกแก๊งไปทอดกฐินนะ
พิธีกร (คุณแหม่ม) : ยังไม่เกิดเลยค่ะ
อาคุงกล่อง : ผมไปทอดกฐินนะ จำได้ว่าเมื่อตอนที่ถวายกฐินเสร็จแล้ว เจ้าอาวาสจะประกาศกฐินว่ามาจากไหน อ่ะชาวบล็อกแก๊ง ชาวบล็อกแก๊งจังหวัดอะไรวะ พอเรารู้จักกัน ใครมีอะไรมีปัญหาอะไรเค้าก็ช่วยเหลือกัน ก็อย่างที่บอกบล็อกเกอร์ที่น่ารักมีหลายคนนะในนี้ อย่างคุณกะว่าก๋าก็ให้คำแนะนำ ถึงจะไม่ได้ให้คำแนะนำกับตัว แต่ว่าให้คำแนะนำผ่านบล็อกเกอร์แก่คนอื่นเยอะ ผมเคยอ่าน เค้าก็ตอบคำถาม อย่างคุณอุ้มสีก็รู้จักคนเยอะ อย่างผมมีอะไรเกี่ยวกับบล็อกแก๊งก็จะโทรหาพี่อุ้มสีก่อน
พิธีกร (คุณรจ) : เหมือนเป็น pr คอยกระจายข่าว
อาคุงกล่อง : คือเราอาจจะไม่ได้รู้จักบล็อกเกอร์คนนั้น แต่พี่อุ้มรู้จัก ตอนที่บล็อกเกอร์ประสบอุบัติเหตุ คุณปูนี่เป็นบล็อกเกอร์รุ่นแรกๆเลยนะ และคนที่อยากพูดถึงคือพี่สิน พี่สินจากไปแล้ว แต่ก่อนเราเล่นเน็ต ผู้ใหญ่เตือนระวังคนในเน็ตมันหลอก สมัยรุ่นเก่านะ พี่สินทำให้คำนี้มันหายไปเลย พี่สินมีทุกอย่าง เจอปุ๊บพี่สินยิ้มแย้ม ทำบุญบ้าน พี่สินไปช่วยงานทำบุญบ้าน เอาพัดลมตัวใหญ่ๆไป แกะแล้วประกอบใช้ในงานนั้นเลย แบบน่าประทับใจ ผูกพันจริงๆ
พิธีกร (คุณแหม่ม) : จริงๆอยากขอบคุณอาคุงกล่องนะคะ เพราะอาคุงกล่องเป็นสมาชิกที่รู้สึกเลยว่ารักพันทิปและบล็อกแก๊ง คือแบบงานที่ไหนขอให้บอก ไปได้ตลอด pr ตลอด
อาคุงกล่อง : เราอยู่ที่นี่ เราต้องพรีเซนแสดงออกว่าเราเป็นคนของที่นี่ เวลาเราอัพบล็อกดีๆ เพื่อให้คนที่เค้าเสริ์ชมาเจอบล็อกของเรา เค้าจะได้รู้ว่าคนที่เข้ามาเขียนบล็อกในบล็อกแก๊งเนี่ยนะเขียนบล็อกมีคุณภาพ
พิธีกร (คุณกุ๊งกิ๊ง) : อาคุงกล่องเป็นตัวอย่างที่ดีมากนะคะ เป็นการใช้ออนไลน์ด้วย ออฟไลน์ด้วยได้ ชีวิตจริงก็อยู่กับการเขียน ออนไลน์ก็เขียนไม่ขาดเลย




จบไปแล้วนะคะกับสาระและความสนุกสนานจากอาคุงกล่อง รู้สึกคันไม้คันมืออยากหยิบหนังสือเก่าๆ ที่เราเคยดองไว้มาอ่านต่อทันที อีกทั้งหนังสือที่อาคุงกล่องแนะนำมานั้นก็น่าสนใจทีเดียวเลยค่ะ Smiley สังเกตกันไหมคะ...ทุกครั้งที่แขกรับเชิญของเราได้พูดถึงหนังสือ เล่าเรื่องราวต่างๆ ดวงตาของเขาจะเป็นประกายทุกครั้งและกระตือรือร้นที่จะแบ่งปันเรื่องราวดีๆ และหนังสือน่าอ่านอยู่เสมอ อีกทั้งยังใจดีพาสาวๆ เดินชมอุทยานการเรียนรู้แห่งนี้อีกด้วยค่ะ เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การหาความรู้มากๆเลย
ท่านใดที่อยากพูดคุยและแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือและงานเขียนกับอาคุงกล่อง สามารถติดตามและพูดคุยได้ที่ http://akung-klong.bloggang.com

ทีมงาน BlogGang Hang Girls ต้องขอขอบคุณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ที่เอื้ออำนวยสถานที่สำหรับการถ่ายทำรายการและเยี่ยมชมสถานที่
ท่านที่สนใจพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการอ่าน และการเรียนรู้ ในอุทยานการเรียนรู้แห่งนี้ สามารถมาใช้บริการได้ค่ะ โดยเปิดให้บริการเวลา 10.00 – 20.00 น. วันอังคาร – วันอาทิตย์ **(ปิดทำการทุกวันจันทร์)** ณ ห้างสรรพสินค้า Central World ชั้น 8

ครั้งหน้าจะเป็น Blogger ท่านใด อย่าลืมติดตามชมกันด้วยนะคะ

Smiley




Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2560 10:41:00 น. 25 comments
Counter : 1682 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณkikujungna, คุณอาคุงกล่อง


 
เจิม เจิม ค่าาาาาาาา
คุณกล่องเป็นเพื่อนบล็อกรุ่นแรก ๆ เลย จำได้ว่าตอนนั้นคุณกล่องได้สายสะพายขำขัน แต่ก็เอาดีทางด้านปลูกกล้วยและทำหมวกเดคูพาจด้วย ^__^
เคยพบตัวจริงคุณกล่องแล้วในงานมอบสายสะพายครั้งที่ 2-3 และไม่ลืมว่ายังติดค้างขนมปังแอปเปิ้ลนะคะคุณกล่อง ไม่ลืม ไม่ลืมค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:11:23:19 น.  

 
รออ่านบล็อกแก๊งสัมภาษณ์น้องกล่อง
สมใจอยากเลยจ้า


โดย: อุ้มสี วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:11:25:08 น.  

 
โห.. นั่งดูยูทูป ตลอด ฟังเพลิน... คุณกล่องพูดเก่งมาก ๆ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:10:09 น.  

 
ดูยูทูปแล้วค่ะ 20 นาทีกว่า ๆ ฟังแป๊บเดียว

พอถอดมาเป็นบทสัมภาษณ์ให้อ่าน ยาวเหมือนกันนะคะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:15:43:06 น.  

 
ชอบจังเลย สถานที่โปรดของเรา


โดย: ร่มแห่งความหวัง วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:16:17:26 น.  

 
คุณกล่องเท่ห์มากเลย ชอบจังค่ะ ไว้จะพาซีไปที่นี่บ่อยๆ ค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:17:09:48 น.  

 
พี่อาคุงเป็นพี่ชายที่ใจดี
ขรึมๆ ไม่เหมือนตอนรู้จักกันครั้งแรกทางบล็อก
เม้นท์ที แซวกระจายครับ 5555

ถึงกับมีคนหลังไมค์มาถามผมหลายคนมาก
ว่าอีตากล่องนี่ใคร 555
เค้าถามแบบนี้จริงๆนะครับ

หลังๆพี่อาคุงไม่ค่อยได้เ้มนท์ยาวๆ ขำๆ
ก็มีอาจารย์เต๊ะมาเม้นท์แนวฮาต่อ

แต่อาจารย์เต๊ะก็หายไปอีกคนครับ 5555


พี่อาคุงเป็นเพื่อนบล็อกรุ่นแรกๆของผมด้วย
หลังๆพี่อาคุงกลายเป็นนักอ่านตัวยง
และเป็นนักเขียนที่จริงจัง
ไปงานอบรมการเขียนบ่อยมาก


ปล. ขอบคุณคุณแหม่มด้วยนะครับที่อ่านหมื่นตา
จริงๆก็ต้องขอบุคณบล็อกแก๊งนี่ล่ะครับ
หมื่นตาเกิดขึ้นในนี้ และ เป็นที่รู้จัก
ก็เพราะบล็อกแก๊งจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:18:00:56 น.  

 
คุณกล่องพูดจาฉะฉานมาก มีโฆษณาบล็อกให้เพื่อนๆ บล็อกคนอื่นๆ ด้วย

บล็อกแต่ละคนมันก็แสดงถึงลักษณะของคนๆ นั้นจริงๆ

คุณกล่องเข้าใจเปรียบเทียบดีครับ ที่เปรียบเทียบว่า ตัวบล็อกแก๊งเหมือนบ้าน ที่มีสมาชิกอยู่ในบ้าน ตัวพันทิปเหมือนหมู่บ้าน เมื่อบ้านใหญ่โตก็เป็นธรรมดาว่าอาจจะมีความขัดแย้งกันบ้าง ซึ่งอย่างไรก็ตามถ้าสามารถถ้อยทีถ้อยอาศัยกันได้ความขัดแย้งก็จะไม่เกิด หรือถ้าเกิดก็จะไม่รุนแรง แต่จะเป็นลักษณะที่สร้างสรรค์

ดูยูปทูปแป๊บเดียวจริงๆ อย่างที่พี่หนูบอกครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:22:09:54 น.  

 


อ่านสัมภาษณ์ตอนนี้แล้ว รู้เลยว่าคุณกล่องเป็นหนอนตัวจริง แทะได้ละเอียดละออมาก ชวนให้อยากหยิบสองเล่มนี่มาอ่านบ้างค่ะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:11:21:06 น.  

 
ไม่ได้ไปที่นี่นานมากกกกกกกกกก

เมื่อก่อนสมัยมีเวลาไปที่นี่บ่อยๆ มีความสุขกับหนังสือเต็มไปหมดค่ะ

แต่ตอนนี้แค่หนังสือที่บ้านยังไม่ได้จับมาอ่านเลย ฮือๆ

เป็นอีกเทปที่ดูเพลินมากค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:18:26:27 น.  

 
BlogGang Hang Girls Book Blog ดู Blog
พักหลังไม่ค่อยออกสื่อเสียนานวันนี้ได้ฟังเสียงยาวๆ แล้ว



โดย: หอมกร วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:7:51:36 น.  

 
แวะมาเยี่ยมมาชมเพื่อนรุ่นแรกๆ รุ่นทอดกฐิน อิๆ


โดย: kai (aitai อ่านว่า อะอิไต้ ) วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:16:22:34 น.  

 
สวัสดีคะ..

รอนานแล้วคะ..เมื่อไหร่จะสัมภาษณ์คุณกล่อง..

คราวนี้สมหวังซะที..

คุณกล่องคุยเก่ง เป็นกันเองคะ..ขอชื่นชม



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:11:43:28 น.  

 
ชอบไปTK Park มากๆเหมือนกันค่ะ


โดย: Kisshoneyz วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:47:06 น.  

 
ถ้าฝั่งหญิงเรียก ตัวแม่
อย่างขำๆแนวๆ
คุรกล่องฯ นี่เรียก "ตัวพ่อ" เลย
รอๆๆๆให้สัมภาษณ์มานานแสนนาน
ขอบคุณทีมงาน ค่ะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:14:33:24 น.  

 
อ่ะจ๊ะเอ๋ โหล โหล อาคุงกล่อง เค้าตามมาแอบดูแล้วน๊าาาาา
อ่านทุกบรรทัด ทุกถ้อยแถลง ได้รู้จักหนังสือดีงามอีกหลายเล่ม
อยากให้พวกหลาน ๆ ที่บ้านเป็นหนอนหนังสือ รักการอ่าน
เหมือนคุณกล่องและเพื่อน ๆ นักอ่านในนี้อีกหลายคนจังเลย

เราเป็นชาวบล๊อกแกงค์ แต่ไม่เคยได้ทักทายและรู้จักกันมาก่อน
กระทั่งอยู่มาวันหนึ่งเราได้มารู้จักและเป็นเพื่อนกันโดยบังเอิญจริงๆ
คนชอบทำอาหาร(ชอบเข้าครัว) ได้มารู้จักเพื่อนนักอ่าน(อาคุงกล่อง)
แค่คุณเดินผ่านตอนเราไปสาธิตทำอาหารที่โฮมโปร(พระราม 2) เหอๆ
จากนั้นก็เราก็เจอกันตามงานบล๊อกแกงค์ ดีใจมากมายที่ได้รู้จักนะคะ


โดย: บ่งบ๊ง วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:15:21:52 น.  

 
เป็นบล๊อกเกอร์คุณภาพคนหนึ่ง
ติดตามอ่านบล๊อกคุณกล่องเสมอ
ช่วงมาอยู่กรุงเทพฯใหม่ๆ
ได้มีโอกาสไปทำบุญ เก้าวัดกับคุณกล่องด้วย

รู้สึกชื่นชมคุณกล่องมากค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:20:19:14 น.  

 
โห..แฟนคลับคุณกล่องเยอะมาก.... เขียน ขำ ๆ ต่อเลย
นะครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:6:11:05 น.  

 
เป็นบล็อกเกอร์ ที่อ่านหนังสือ และรีวิว หนังสือ อย่างยอดเยี่ยม เป็นหนอนหนังสือที่หาตัวจับยาก จ้ะ น่านำมาเป็นแบบอย่างอย่างยิ่ง


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:22:45:52 น.  

 
บรรยากาศสถานที่และการสัมภาษณ์ยอดเยี่ยม
ทีมงานชวนคุยและซักถาม เป็นกันเองดีมากเลยคร้า
ยินดีกับคุณอากล่อง ด้วยคะ มีแนะนำหนังสือดีๆไว้หลายเล่ม
เพิ่มเติมให้ข้อมูลไว้อีกด้วย สมกับ บล๊อกเกอร์สาขารีวิวหนังสือคะ


โดย: Tui Laksi วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:20:06:42 น.  

 
เพิ่งเข้าไปทำความรู้จักกับคุณกล่องค่ะ
คุณกล่องเป็นนักอ่านตัวยงเลยนับถือ ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:14:16:46 น.  

 
แวะมาทักทายและโหวตให้ค่ะ อาคุงกล่อง ^^


โดย: kikujungna วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:23:12:37 น.  

 
นิคทันอ่านบล็อกฮาๆของคุณกล่องค่ะ
ตอนนั้นช่วงบอลโลกแล้วคุณกล่องก็เขียนเรื่องทำกับข้าวฮามาก

แต่ว่าเรื่องหนังสือนี่ต้องยอมรับเลยค่ะว่าเป็นอีกหนึ่งหนอนหนังสือกันเลย
วันนี้ก็เลือกสถานที่ได้เหมาะเชียวแหละ



โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:16:49:59 น.  

 

ขอขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์ของเพื่อนๆ ด้วยครับ

และขอขอบคุณทางทีมงานบล็อกแก๊งค์ด้วยครับ ที่ให้เกีรยติเชิญผมมาสัมภาษณ์ หวังว่าเทปนี้คงจะทำให้ทุกท่านได้สาระไปบ้างนะครับ

ขอบคุณครับ



โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 3 มีนาคม 2560 เวลา:20:52:24 น.  

 
dfbsdfbdfshb


โดย: kfghldfkmhldrfhn IP: 119.42.103.183 วันที่: 17 มีนาคม 2560 เวลา:9:40:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Hang Girls
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
6 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add BlogGang Hang Girls's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.