Blade LoveR

Rescue Knives มีดกู้ภัย

ข้อมูลคัดลอกมาจาก //www.BLADEreview.com

//www.bladereview.com/forums/index.php?topic=438.0

ขอบคุณครับ




Rescue Knives จะแปลเป็นไทยว่าอะไรดีเอ่ย........... มีดกู้ภัย หรือมีดช่วยชีวิต........... เอาเป็นว่าเป็นมีดที่ใช้ช่วยเหลือผู้อื่น แทนที่จะใช้ทำร้าย ประหัตประหารกันครับ............ มีดประเภทนี้ เป็นมีดที่ผมอยากให้ ทุกคน มีไว้ อย่างน้อยสัก 1 เล่มครับ

ลักษณะเด่นของมีด Rescue คือ ใบมีดจะเป็นใบหยักล้วน หรือใบหยักอย่างน้อย 50% เพราะต้องการออกแบบให้เหมาะสำหรับใช้ตัดเข็มขัดนิรภัย เชือกสำหรับกู้ภัย หรือผ้าพันแผล / เสื้อผ้าของผู้ป่วย แต่ไม่เน้นตัดหั่นแบบเนี๊ยบๆน่ะครับ

ปลายมีดของ Rescue Knives จะทู่ครับ.......... ปลายไม่แหลมคม........... เพราะเมื่อสอดมีดไปตัดเข็มขัดนิรภัยแล้วจะได้ไม่ทิ่มแทงคนโดยไม่ได้ตั้งใจ

มีด Rescue บางเล่มจะมีปุ่มสำหรับกระแทกกระจกไว้ด้วย............. บางเล่มก็จะมีที่ตัดเข็มขัดนิรภัยโดยเฉพาะ

เราลองมาดู Rescue Knives ที่น่าสนใจกันครับ



ใบมีดของ S&W 911 เป็นใบหยักแบบ Reverse ครับ คือ ส่วนคมจะโค้งออกมา ไม่ใช่เว้าเข้าไป........... วรุตม์บอกผมว่า เคยมีบริษัทมีดเจ้าหนึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับ Serrated พบว่าใบหยักแบบนี้มีประสิทธิภาพในการตัดหั่นมากที่สุด............. เท่าที่ใช้มาผมชอบใบหยักแบบนี้ตรงที่แม้มีดจะคมกริบ แต่หากเอาคมมีกดลงบนมือจะไม่บาดครับ ต้องออกแรงเฉือนเท่านั้น.......... ต่างจากพวกใบหยักทั่วไป ที่แค่กดนิดเดียว เป็นได้เลือดครับ........... ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับ Rescue Knives ดีครับ เพราะโอกาสที่พลาดไปโดนคนอื่นและจำทำให้บาดเจ็บก็น้อยลงไปอีก

ใบมีดหนา เจียรคมเสียเนื้อเหล็กค่อนข้างน้อย ทำให้สามารถใช้งัด แงะได้ดีพอสมควร แม้ว่าโครงมีดจะบางไปสักหน่อย แต่ด้ามพลาสติกหนาก็ช่วยเพิ่มความแข็งแรงขึ้นได้เยอะพอควรครับ

จุดเด่นสุดๆของมีดเล่มนี้อยู่ที่ปุ่มกระแทกกระจก ที่ทำเป็นลักษณะขัดกลอน



ผมได้ทดสอบโดยง้างเข็มทุบกระจกแล้วล็อคขัดกลอนไว้ จากนั้นนำด้ามมีดไปแนบกับกระจกรถ แล้วกดปล่อยให้เข็มกระแทกกระจกโดยไม่ได้ออกแรงทุบ ก็สามารถทำให้กระจกรถยนต์ร้าวได้ครัย ทำซ้ำอีกสาม สี่ทีกระจกก็แตก.......... จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ทำให้กระจกแตกในที่ซึ่งพื้นที่จำกัดครับ (ไม่ต้องเงื้อมือทุบ)

จุดด้อยของมีดเล่มนี้ คือ หนา และหนักครับ ก็เพราะต้องมีระบบขัดกลอน มีเข็มทุบกระจกนั่นแหละ............. อีกจุดหนึ่ง ก็คือ เฟรมมีดที่บางไปหน่อย แต่ก็พอแก้ขัดได้ตรงที่ด้ามค่อนข้างแข็งแรง............ แต่ที่เสียดายที่สุด คือ Clip เปลี่ยนข้างไม่ได้ครับ ทำให้ต้องพกที่กระเป๋าขวาอย่างเดียว ถ้าเปลี่ยนคลิปได้ มีดเล่มนี้อาจถูกนำไปพกติดตัวมากกว่านี้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานภาคสนามครับ




Spyderco มีมีด Rescue อยู่ 3-4 รุ่นครับ

Spyderco Clipit Rescue


รุ่นมาตรฐาน เกรดเดียวกับ Endura/Delica แต่เปลี่ยนใบเป็น Rescue.....มี 2 ขนาดคือใบ 3 5/8" และ 3 1/8"

Spyderco Atlantic Salt H1 Rescue


ใบเป็นเหล็ก H1 เพื่อการต้านสนิม เหมาะกับใช้งานในพื้นที่ใกล้ทะเล

D'Allara rescue


ใช้ระบบล็อคแบบ Ball bearing lock แข็งแรง+เรียบลื่นมาก ใบมีดมีทั้งพิมพ์มาตรฐานมีด Rescue และ Drop point ให้เลือก

Spyderco ผลิตมีดที่ระลึกเหตุการณ์ 9-11 ก็คือมีดรุ่นนี้ครับ บรรจุกล่องไม้สวยงาม มีจำนวนจำกัด ราคาแพงลิบ

Spyderco Assist Rescue

มีแบบปลายมน และ sheepfoot




ออกแบบให้ตัดเชือกโดยไม่ต้องกางใบเปิดออกมา......แค่ง้างมีดนิดนึง เอาเชือกที่จะตัดสอดเข้ามาระหว่างใบกับด้าม แล้วบีบสันใบ

มีนกหวีดส่งสัญญารที่ด้ามด้วย.......ขณะที่ปิดใบ หากออกแรงกดสันใบเข้ามา จะมีปุ่ม Carbide โผล่ออกมาจากปลายด้าม เอาไว้ทุบ/กรีดกระจก





 

Create Date : 22 ตุลาคม 2551    
Last Update : 22 ตุลาคม 2551 20:46:42 น.
Counter : 1894 Pageviews.  
Share to Facebook

มีดห้อยคอ Neck Knife

ข้อมูลคัดลอกมาจาก //www.BLADEreview.com

//www.bladereview.com/forums/index.php?topic=1642.0

ขอบคุณครับ






มีดห้อยคอ

มีดเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดของมนุษย์มานับตั้งแต่อดีตกาล ทั้งนี้เนื่องจากแทบจะเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่มนุษย์จะสามารถหยิบฉวยมาใช้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ คือ เป็นเครื่องมือที่สามารถพกพาติดตัวไปได้อย่างง่ายดาย ในทุกที่ ดังนั้นผู้ผลิตมีดจึงพยายามออกแบบวิธีที่จะพกพามีดในรูปแบบต่างๆ ทั้งเป็นซอง ติดคลิป หรือเป็นสายคาดไหล่ก็มี แต่วิธีที่ดูเหมือนจะธรรมดา และมีประสิทธิภาพที่สุด ก็คือ ห้อยไว้ที่คอ นั่นเอง

กำเนิดมีดห้อยคอ

เท่าที่ค้นพบ มนุษย์พวกแรกในโลกที่นำมีดไปห้อยไว้ที่คอ ก็คือ ชนเผ่าพื้นเมืองในอเมริกาเหนือ หรือที่เรียกกันว่าพวก อินเดียนแดง นั่นเอง เพราะทำให้สามารถหยิบฉวยได้ง่ายในทุกโอกาส แม้ขณะอยู่บนหลังม้า แถมยังเป็นมีดที่สามารถนำติดตัวไปได้ในทุกที่ ไม่ต้องกลัวจะวางลืม หล่นหายไปง่ายๆ...
มีดห้อยคอของพวกอินเดียนแดง จะมีซองมีดที่ทำจากหนังสัตว์ ถักด้วยเชือกสีสันต่างๆอย่างงดงาม เรียกได้ว่าเป็นเครื่องประดับชั้นดีเลยทีเดียว ตัวมีดก็มีลักษณะเป็นมีดล่า (Hunting Knife) ใบมีดยาวตั้งแต่ 3 นิ้วครึ่งขึ้นไป ซึ่งมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก หยิบใช้ไม่สะดวกเท่าที่ควร

มีดห้อยคอยุคใหม่

มีดห้อยคอสมัยใหม่จะใช้ซองที่ทำจากพลาสติก จึงทนทาน น้ำหนักเบา และสามารถพกมีดในลักษณะคมมีดชี้ขึ้นได้ ทำให้สามารถชักมีดได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซองของมีดห้อยคอสมัยใหม่ยังมักจะได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ทำให้สามารถพกมีดในลักษณะต่างๆได้หลายรูปแบบ มีดห้อยคอสมัยใหม่จึงมีความคล่องตัวในการพกซ่อนสูง ทั้งยังหยิบใช้ได้สะดวก รวดเร็ว และเงียบอีกด้วย

การที่พกพาได้สะดวก ในรูปแบบที่หลากหลายนี้เอง ทำให้มีดห้อยคอกลับมาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทั้งหมู่ตำรวจ ทหาร โดยเฉพาะพวกที่ต้องทำงานด้านการข่าว ไปจนถึงเป็นมีดป้องกันตัวสำหรับประชาชนทั่วไป หรือจะเป็นเครื่องมือสำหรับช่างก็ตาม เชือกที่ร้อยติดมากับมีดชนิดนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่าห้อยคอ เช่น มัดติดกับเป้หลัง, แขวนในเต้นท์, ห้อยติดที่กระจกมองหลัง หรือตำแหน่งอื่นๆในรถ หรือจะเกาะเกี่ยวในที่ต่างๆตามแต่ความถนัด และการใช้งานของแต่ละคน ช่วยให้เราสามารถที่จะมีอาวุธป้องกันตัว หรือเครื่องมืออยู่ในตำแหน่งที่สามารถฉวยใช้ได้สะดวกในทุกเมื่อ

เหตุนี้เองทำให้ผู้ผลิตมีดในทุกระดับ ตั้งแต่โรงงานระดับล่าง ไปจนถึงช่างทำมีดระดับพระกาฬต่างก็พากันเข็นมีดห้อยคอออกสู่ตลาด เราจึงสามารถพบเห็นมีดห้อยคอได้ตั้งแต่ระดับราคาร้อยกว่าบาท ไปจนถึงครึ่งค่อนแสน

จิ๋วแต่แจ๋ว

จุดเด่นของมีดห้อยคออยู่ที่ขนาดเล็กกะทัดรัด และน้ำหนักเบานั่นเองครับ รวมถึงลักษณะการพกพาโดยการห้อยคอ ทำให้พกซ่อนได้มิดชิด หยิบใช้ง่ายในทุกอิริยาบถ ทั้งยังมีแข็งแรง คงทน ตามประสามีดใบตาย ว่ากันง่ายๆ คือ ระหว่างมีดห้อยคอ กับมีดพับแล้ว ยังไงซะมีดห้อยคอก็แข็งแรงทนทานกว่า เพราะไม่มีจุดหมุน รอยต่อให้พังง่ายๆนั่นเอง

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของมีดประเภทนี้ น่าจะอยู่ที่ราคาครับ เนื่องจากมีดห้อยคอไม่จำเป็นจะต้องใช้วัสดุไฮเทค หรือโลหะชั้นเลิศ ไม่จำเป็นจะต้องมีประกับด้ามที่สวยงาม บางเล่มไม่มีประกับด้ามเลยด้วยซ้ำ ทำให้มีดห้อยคอจึงมีราคาค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับมีดชนิดอื่นที่มีขนาดเท่ากัน

เลือกมีดห้อยคอ

แม้ว่าจะเป็นมีดเล่มเล็กๆ ที่ออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่การเลือกซื้อมีดห้อยคอสักเล่มก็มีอะไรหลายอย่างให้คำนึงอยู่เหมือนกันครับ

ประการแรกที่ผมให้ความสำคัญค่อนข้างมาก คือ
น้ำหนัก ซึ่งน้ำหนักของมีดรวมกับซองจะต้องเบาพอที่จะห้อยคอได้ทั้งวันโดยไม่เมื่อยล้า หรือปวดต้นคอได้ อย่าไปคิดว่าหนักไม่เท่าไหร่เดี๋ยวก็คุ้นไปเองนะครับ เพราะคุณอาจจะเลิกห้อยคอมีดเล่มนั้นก่อนที่จะคุ้นกับมัน

แน่นอนว่า มีดที่ออกแบบมาหนา และหนักย่อมจะมีความทนทานมากกว่า แต่นั่นไม่น่าจะเป็นวัตถุประสงค์หลักของการเลือกมีดห้อยคอครับ

ขนาด เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับน้ำหนักโดยตรง มีดที่น้ำหนักเบามักจะมีขนาดเล็ก จนบางครั้งอาจถือไม่ถนัด จึงควรเลือกมีดที่จับถือได้ถนัดมือในขณะที่น้ำหนักยังรับไหวครับ มีดห้อยคอหลายๆเล่มจะไม่มีประกับด้ามครับ ทั้งนี้เพื่อลดน้ำหนักของมีด ทำให้ยิ่งจับยากเข้าไปใหญ่ ดังนั้นจึงควรทดลองจับมีดหลายๆลักษณะก่อนตัดสินใจซื้อครับ เรื่องการจับถนัดมือนี่ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้มีดห้อยคออีกนั่นแหละ หากคุณต้องการใช้เป็นมีดแบ็คอัพสำหรับป้องกันตัว ก็อาจไม่จำเป็นจะต้องหามีดที่ใหญ่โตมากนัก แต่หากต้องการหามีดอเนกประสงค์ ที่สามารถตัด หั่น เหลา ได้ถนัดถนี่ก็จำเป็นจะต้องหามีดที่มีขนาดเหมาะมือยิ่งขึ้น

สิ่งที่ควรคำนึงเสมอในการเลือกซื้อมีดทุกประเภท ก็คือ โลหะที่ใช้ทำมีด นั่นเอง สำหรับมีดเล็กๆอย่างมีดห้อยคอ ซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้งานสับ ฟันอย่างหนักแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใช้โลหะไฮเทค ที่มีความแข็งแกร่งสูงแต่อย่างใด แต่เนื่องจากมีดห้อยคอจะต้องพกอยู่ติดกับตัวเสมอ จึงมีโอกาสที่จะสัมผัสกับเหงื่อ ทำให้มีดเป็นสนิมได้ง่าย จึงควรเลือกโลหะที่กันสนิมได้ดี อย่างสแตนเลส 420HC, 440c หรือ AUS-8 เป็นต้น

การทำผิวโลหะ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อาจทำให้ป้องกันสนิมได้ดีแตกต่างกัน ใบมีดที่เคลือบผิวเป็นสีดำทั้งหลายจะป้องกันสนิมได้ดี แต่หากทำมีดตก หรือกระแทกแรงๆวัสดุที่เคลือบผิวก็อาจหลุดลอกได้เหมือนกันครับ การเคลือบผิวด้วยการชุบฮาร์ดโครม ก็ช่วยให้ป้องกันสนิมได้ดีเช่นกัน แต่มีดที่ชุบฮาร์ดโครมผิวภายนอกของมีดจะแข็งมาก ทำให้ลับคมยากขึ้นด้วยครับ

ส่วนการทำผิวแบบซาติน หรือแบบกระจกเงา (Mirror finish) คือ ไม่มีการเคลือบผิวด้วยกรรมวิธีใดๆ แต่ปัดผิวโลหะจนเนียนเรียบ แม้จะป้องกันสนิมสู้การเคลือบผิวไม่ได้ แต่ก็ทำให้มีดสวยงาม และยังป้องกันสนิมได้ดีกว่าการทำผิวด้วยการพ่นแก้ว หรือพ่นทราย ที่ทำให้โลหะเป็นสีด้านๆ เนื่องจากการพ่นแก้ว หรือพ่นทรายจะทำให้ผิวโลหะมีลักษณะเป็นหลุมเล็กๆ ทำให้คราบเหงื่อ หรือความชื้นขังในเนื้อโลหะได้ง่าย ในทางกลับกัน หากผู้ใช้มีดหมั่นดูแลรักษาโดยเช็ดด้วยน้ำมันอยู่เสมอ หลุมเล็กๆบนในมีดก็จะเก็บน้ำมันได้นานกว่า ทำให้ป้องกันสนิมได้ดีกว่าเช่นกัน อย่างไรก็ตามสำหรับมีดห้อยคอแล้ว การเช็ดด้วยน้ำมันอาจจะไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ เนื่องจากคราบน้ำมันอาจเลอะเทอะเสื้อผ้า เนื้อตัวได้ครับ

ซองมีด อย่ามองข้าม

สำหรับมีดใบตายทุกประเภท ซอง นับเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ตัวมีดครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีดห้อยคอแล้ว จะต้องมีซองที่เก็บมีดได้มั่นคง ชักออกง่าย แถมซองควรจะไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไปครับ

มีดห้อยคอในปัจจุบันจะพกโดยให้ปลายมีดชี้ขึ้น ดังนั้นซองมีดจึงมักจะทำด้วยวัสดุประเภทพลาสติกเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้วพลาสติกที่ใช้ทำซองมีดห้อยคอจะมีสองประเภท คือ Kydex และ Zytel ซองมีดที่ทำจากไคเด็กซ์จะมีลักษณะเรียบง่าย เป็นแผ่นพลาสติกพับหุ้มใบมีดไว้ แล้วยึดด้วยรีเว็ตสามสี่ตัว การยึดมีดให้ติดแน่นกับซองก็ใช้วิธีบีบซองให้ฝืดเท่านั้น

ส่วนซองมีดที่ทำจากไซเทลจะหล่อขึ้นตามรูปของมีด บางรุ่นจะมีคลิปติดเข็มขัดแถมมาให้ด้วย ซึ่งคลิปนี้สำหรับมีดบางเล่มยังสามารถติดได้หลายรูปแบบทั้งกลับหัวกลับหาง ในแนวตั้งและแนวนอน ทำให้สามารถพกมีดได้ในหลายลักษณะนอกเหนือจากการห้อยที่คอ การยึดมีดให้ติดแน่นกับซองก็มักจะมีตัวล็อค อาจจะเป็นปุ่มกด บีบ หรือบางแบบก็ฝังลูกปืนไว้ที่ซอง เพื่อให้กดกับรอยบุ๋มที่ด้ามมีด

ปกติแล้วมีดที่มีซองเป็นไคเด็กซ์มักจะมีราคาแพงกว่าซองไซเทล เพราะการผลิตแบบหล่อขึ้นรูปจากโรงงานทำง่ายกว่า ต้นทุนค่าแรงต่ำกว่าครับ แต่หากเป็นไปได้ผมอยากแนะนำให้เลือกมีดที่ซองเป็นไคเด็กซ์ เพราะมีน้ำหนักเบากว่า ทั้งยังสามารถปรับความกระชับการยึดใบมีดไว้กับซองได้ด้วยตนเอง โดยใช้เครื่องเป่าผมเป่าที่ซองให้ร้อน แล้วบีบให้แน่น เพื่อป้องกันมีดตกหล่นโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือง้างให้หลวม เพื่อให้สามารถชักมีดออกจากซองได้ง่ายครับ ซองไคเด็กซ์ยังจะแบนกว่าซองไซเทล ทำให้สามารถซ่อนมีดไว้ในเสื้อได้เนียนกว่าด้วย หากคุณเบื่อที่จะห้อยคอ ซองไคเด็กซ์ส่วนใหญ่ยังสามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่เรียกว่า Tek-Lok ทำให้สามารถยึดมีดติดกับเข็มขัดได้ในลักษณะต่างๆทุกรูปแบบ

วิธีการทดสอบว่าซองของมีดห้อยคอว่ากระชับกำลังดีหรือไม่
ให้จับปลายเชือกห้อยคอด้านบนสุด แล้วปล่อยมีดให้ห้อยลงตามปกติ จากนั้นกระตุกข้อมือดึงเชือกห้อยคออย่างรวดเร็ว ในลักษณะเดียวกับที่เล่นลูกดิ่ง Yoyo น่ะครับ ถ้ามีดยังติดอยู่กับฝักก็ใช้ได้ แต่ถ้ามีดหลุดจากซองก็ควรบีบให้แน่น การทำเช่นนี้จะช่วยให้ซองมีดแน่นกำลังดี ไม่ฝืดเกินไปจนชักมีดออกยาก และไม่หลวมจนวิ่งหรือกระโดดแล้วมีดหลุดจากฝักโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างไรก็ตามการปรับซองมีดให้ฝืดเกินไปไม่ใช่ว่าจะดีนะครับ เพราะอาจไม่สามารถชักมีดออกจากซองได้ในยามฉุกเฉิน หรืออาจทำให้คอได้รับบาดเจ็บ หากกระตุกมีดออกจากซองโดยตรงแรงๆ

ซองของมีดห้อยคอบางรุ่นไม่สามารถที่ชักออกตรงๆได้ ต้องงัดมีดขึ้นด้านบนเล็กน้อยก่อนชักออกมา ก็ช่วยป้องกันไม่ให้มีดหลุดจากซองโดยไม่ได้ตั้งใจ ซองแบบนี้มีข้อดี คือ หากคนอื่นจะตรงเข้ามาชักมีดที่ห้อยอยู่ที่คอของเราจะทำได้ยากมาก ทำให้แย่งชิงมีดไม่สะดวก หรือเด็กเล็กมาคว้าดึงมีดไม่ออก แต่หากใช้งานในขณะที่ตื่นเต้น คับขัน เราเองก็อาจชักมีดไม่ออกเอาง่ายๆเหมือนกัน และบางรุ่นชักมีดออกจากซองด้วยมือข้างเดียวค่อนข้างยากครับ

เชือกห้อยคอ

สายห้อยคอก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงในการพกมีดห้อยคอครับ ปกติแล้วสายห้อยคอที่ใช้กันทั่วไปก็จะมีเชือกร่ม กับสร้อยไข่ปลา (แบบที่ใช้ห้อย Dogtag น่ะครับ) แต่ผมก็เคยเห็นบางคนนำสายที่ใช้ห้อยบัตรพนักงานมาใช้เป็นสายสำหรับมีดห้อยคอ สายห้อยคอแต่ละแบบก็มีข้อดี ข้อเสียต่างกัน สายสำหรับห้อยบัตรพนักงาน กับเชือกร่มจะมีคุณสมบัติคล้ายกัน คือ เหนียว กระชากไม่ขาดง่ายๆ สายห้อยคอแบบนี้เหมาะสำหรับนักเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ชอบท่องเที่ยวตามธรรมชาติครับ ด้วยความที่ไม่ขาดง่ายนั่นเอง ทำให้มั่นใจได้ว่ามีดจะไม่ขาดหายไปในขณะตกระกำลำบากที่ไหน สายเชือกร่มยังใช้มัดมีดติดกับเข็มขัด มัดกับเป้ หรือเต้นท์ได้แน่นหนาอีกด้วย นอกจากนี้ยามจำเป็นยังสามารถแกะเชือกออกมาใช้งานอื่นได้อีกด้วย เช่น มัดมีดห้อยคอ ติดกับไม้ยาว เพื่อใช้แทนหอก หรือใช้สอยมะม่วงครับ ส่วนสายสำหรับห้อยบัตรพนักงานมีข้อดีเพิ่มเติม คือ สีสันสวยงาม ทำให้ไม่สะดุดตาขณะพกมีดครับ

แต่สำหรับผู้ปฏิบัติงานในเครื่องแบบ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่อาจต้องใช้มีดสำหรับป้องกันตัว ควรเลือกใช้สร้อยไข่ปลาเป็นสายสำหรับห้อยคอ เนื่องจากในระหว่างป้องกันตัว หากคู่ต่อสู้จับซองมีดที่ร้อยด้วยเชือกร่มเหนียวๆแล้วกระชาก จะทำให้เราเสียหลัก หรืออาจได้รับบาดเจ็บได้ครับ

สำหรับผู้ที่พกมีดห้อยคอไว้นอกเสื้อในขณะปฏิบัติหน้าที่ ควรระวังฝ่ายตรงข้ามแย่งมีดโดยไม่รู้ตัวด้วยครับ ยิ่งห้อยคอด้วยสร้อยไข่ปลาแล้ว ฝ่ายตรงข้ามสามารถที่จะกระชากมีดให้หลุดติดมือไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว จุดนี้แม้ว่าจะฝึกมาดีแค่ไหน แต่หากปราศจากความระมัดระวังอาจเกิดขึ้นได้เสมอครับ อีกประการสำหรับผู้ที่พกมีดห้อยคอไว้นอกเสื้อ ให้ระวังโดนวิ่งราวมีดด้วยนะครับ

การดูแลรักษา

สำหรับมีดทั่วไป มักจะได้รับคำแนะนำให้ดูแลรักษาโดยหมั่นเช็ดด้วยน้ำมัน เพื่อป้องกันสนิม แต่สำหรับมีดห้อยคอ การเช็ดด้วยน้ำมันอาจทำให้เสื้อผ้าเลอะเทอะได้ ทั้งกลิ่นของน้ำมันอาจไปปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของคุณอีกด้วย ดังนั้นผมจึงไม่แนะนำให้ดูแลรักษามีดห้อยคอด้วยการเช็ดด้วยน้ำมัน แต่ให้ล้างทำความสะอาดคราบเหงื่อไคลด้วยสบู่ หรือน้ำยาล้างจานทุกครั้งหลังจากพกติดตัวแล้วครับ จากนั้นให้เช็ดจนแห้งสนิทก่อนนำไปเก็บ และในขณะที่ไม่ได้พกมีด ไม่ควรใส่มีดไว้ในซอง เพราะคราบเหงื่อของเราอาจยังติดค้างอยู่ในซองมีด เป็นเหตุให้ใบมีดเป็นสนิมได้โดยง่าย และหากวันไหนไม่มีความจำเป็นจะต้องพกมีดห้อยคอ ก็ควรจะล้างซองโดยการใช้น้ำฉีดเข้าไปในซอง เพื่อล้างคราบเหงื่อ แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง ก่อนที่จะนำไปใส่มีดครับ แต่หลังจากผึ่งแดดแล้วให้ตรวจสอบความกระชับของซองก่อนนำไปใช้งานด้วยนะครับ เพราะซองมีดที่โดนความร้อนอาจคลายตัวได้

นอกจากนี้อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าโลหะที่ใช้ทำมีดห้อยคอ ไม่จำเป็นต้องเลือกวัสดุที่แข็งแกร่ง ซึ่งคุณสมบัติหนึ่งที่มาพร้อมกับความแข็งแกร่งของโลหะ ก็คือ การรักษาคมมีดได้นาน นั่นก็หมายความว่า มีดห้อยคอที่ทำด้วยสแตนเลส 420HC หรือ 440C นั้นอาจรักษาคมได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดสนิมเล็กๆที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นยังเป็นตัวทำให้มีดเสียคมอย่างรวดเร็วอีกด้วย ดังนั้นจึงควรที่จะหมั่นลับมีดห้อยคอเป็นประจำครับ แต่จากการที่ใช้โลหะที่ไม่แข็งแกร่งนัก ก็ทำให้ลับคมได้ง่ายครับ

อย่างไรก็ตาม ที่บอกว่ารักษาคมไม่ดีนี่ ไม่ใช่ว่าจะลับครั้งนึง ตัดหั่นไม่กี่ทีก็หมดคมนะครับ ลับครั้งนึง ใช้ทุกวัน รับประกันยังคมไปเป็นเดือนครับ ดูอย่างมีดทำครัวราคาถูกๆที่ใช้สแตนเลสเกรดต่ำสุด ชุบแข็งไม่น่าจะเกิน 40 HRC ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันสิ มีดพวกนี้อย่าคิดว่าแค่หั่นหมู หั่นผัก ไม่ได้ใช้งานหนักนะครับ เพราะทุกครั้งที่หั่นมีดจะโดนเขียงด้วย ยิ่งเขียงพลาสติกนี่ยิ่งกินคมมีดดีนักแล ขนาดนี้มีดทำครัวที่เรานานๆจะลับที ยังสามารถรับใช้เราได้อย่างดีในทุกวัน

ด้วยคุณสมบัติของมีดห้อยคอที่ราคาถูก พกซ่อนได้มิดชิด หยิบใช้ง่าย และจากการพกพาโดยห้อยคอ ยังทำให้มีดชนิดนี้จะอยู่ติดกับตัวเราเสมอในยามคับขัน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางค้างแรมตามป่าเขา ที่ไม่แน่นักว่าสักวันอาจผลัดหลงจากกลุ่มได้ เป็นผู้หญิงที่ต้องกลับบ้านดึกๆคนเดียว หรือเป็นใครก็ตาม ก็ควรจะหามีดห้อยคอติดตัวไว้สักเล่ม อย่างน้อยก็เพื่อความอุ่นใจ... ผมเคยตั้งคำถามอยู่เสมอว่า ทำไมผู้ที่กำลังมองหามีดเล่มแรก จึงมองข้ามมีดห้อยคอไปซะได้

แล้วหากมีโอกาสพบกันเมื่อไหร่
เห็นทีจะต้องเปิดอกคุยกันแล้วครับ... จะได้รู้ว่าใครมีมีดห้อยคออยู่บ้าง

มีดห้อยคอดีๆ สวยๆ

ทีนี้เรามาดูรูปมีดห้อยคอกันมั่งดีกว่าครับ มีมากมายหลายแบบ หลายยี่ห้อให้เราหามาห้อยคอกัน ทั้งเล่มเล็ก เล่มใหญ่เลยครับ

Emerson La Griffe


Camillus CUDA ARCLITE



Spyderco Swick


CRKT Dogfish


M.O.D. Scorpion





 

Create Date : 22 ตุลาคม 2551    
Last Update : 22 ตุลาคม 2551 20:25:57 น.
Counter : 2452 Pageviews.  
Share to Facebook

มีดผีเสื้อ Butterfly knife หรือ Balisong

ข้อมูลคัดลอกมาจาก //www.BLADEreview.com

//www.bladereview.com/forums/index.php?topic=2156.0

ขอขอบคุณคนเขียนเรื่อง พี่โจ้ JOEdogtag จาก //www.strikebacktactics.com ด้วยครับ
ขอบคุณครับ






บาลีซอง เป็นมีดที่มีเสน่ห์มากแบบหนึ่ง ใครได้เห็นได้จับแล้วมีสิทธิ์หลงเสน่ห์ทุกราย ยิ่งถ้ารู้วิธีเปิดปิดใช้งานแล้วนี่อาจเข้าขั้นโงหัวไม่ขึ้น...

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ มีดบาลีซองสามารถใช้เล่นได้ และมีลูกเล่นให้ฝึกเล่นฝึกใช้มากมาย นอกเหนือจากการใช้ประจำวันหรือเป็นมีดต่อสู้ที่เร็ว

การควงมีดหรือที่เรียกว่า Balisong มีที่มาจากประเทศฟิลิปปิน โดยคำว่า Balisong มาจากภาษาตากาล็อก (Tagalog) มีความหมายแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "broken horn" เอาไว้ใช้ในการรบ แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารอเมริกันที่ไปทำการรบยังฟิลิปปินได้ไปเห็นเข้าก็ได้ซื้อกลับไปยังฝั่งตะวันตก ทำให้เป็นที่นิยมไปทั่วโลกดังเช่นทุกวันนี้ในนาม "Butterfly Knife

Balisong มีดผีเสื้อ Butterfly knife

Balisong เป็นมีดเพื่อการต่อสู้ จุดเด่นของมีดอยู่ที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ตั้งแต่ยังไม่เปิดใบ เทคนิคการใช้แบบ Loaded fist นั้นมักใช้เทคนิคเดียวกันกับการใช้ Hand stick หรือ Yawara ที่เรารู้จักกันในนานของ Kubaton ซึ่งเทคนิคที่ใช้นอกจากจะใช้กำชกกำทุบแล้ว การฝึกหัดอย่างมีระบบการใช้แบบ Gunting สามารถใช้ได้ดีกับอาวุธประเภทนี้ครับ

อย่างที่ทราบๆกันแล้วว่ามันเป็นอาวุธพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ แพร่เข้ามาในอเมริกาและสายตาชาวโลกก็เนืองจากการถูกนำมาใช้ในการแสดง แต่ก่อนหน้านั้น...อเมริกาเริ่มรู้จักพิษสงของมีดและวิธีการใช้จากการที่ได้ซื้อฟิลิปปินส์ต่อจากสเปน ต่อมาเมื่อมีการอพยพย้ายถิ่นฐานขุดทองของชาวฟิลิปปินส์สู่แผ่นดินอเมริกา...สิ่งที่ขาดไม่ได้ของคนเดินทางเสี่ยงโชคก็คือการที่มีอาวุธที่มีพิษสงคุ้นมือติตัว...มีดบาลีซองจึงแพร้เข้ามาพร้อมกับการย้ายถิ่นฐานและเป็นที่นิยมของกลุ่มชนสังคมของฟิลิปินส์

ชื่อที่มาของมีดนั้น...มีหลายกระแส...ที่สำคัญๆก็คือ...ความหมายของมีด Balisong มีพื้นฐานคำมาจากคำว่า Bali ซึ่งแปลว่าแตกหรือแยก กับคำว่า Sung ที่แปลว่าเขาสัตว์หรือกระดูก (ด้ามของบาลีซองมักใช้ส่วนของเขาสัตว์ทำ...ที่นิยมคือเขาควายครับ) ต่อมามีการเพี้ยนคำ...จากคำว่า Sung กลายเป็น Song ซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นคำพ้องเสียงออกเสียงใกล้เคียงกันก็เป็นได้ครับ...

อีกกระแสนึงกล่าวว่ามาจากชื่อเมือง สถานที่ประมาณนั้น...

คำว่าบาลิซองนั้นอาจมีที่มาอีกอย่างหนึ่งคือ...การใช้คำแปลสองภาษารวมกันระหว่างคำว่า Bali ที่แปลว่าแตกหรือแยก กับคำว่า Song ที่แปลว่าเสียงเพลงในภาษาอังกฤษ หมายถึงเสียงที่มาจากรอยแตก หรือเสียงเพลงกระทบของรอยแยกประมาณนั้นครับ

อันหลังนี้คนที่นำมาใช้จะเขียนว่า Bali-song ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท แปซิฟิค คัทเทอร์รี่ ซึ่งก่อนนั้นเป็นบริษัทมีดเล็กๆไม่ใคร่จะมีชื่อเสียงมากนักแต่ก็เป็นที่รู้จักกันบ้างในวงการการต่อสู้โดยการทำมีดแบบ Bali-song คุณภาพดี และเป็นที่รู้จักมากขึ้น...ภายหลังได้แจ้งเกิดในนาม Benchmade ที่เรารู้จักกันดีแต่โลโก้ก็ยังเป็นรูปผีเสื้อและคำ Bali-song อยู่นั่นเอง

เข้าใจว่าการที่แปซิฟิคจดทะเบียนนั้นไม่สามารถจดโดยใช้คำที่มีการกันทั่วไปอยู่แล้วจึงใช้คำว่าเสียงของรอยแตก Bali- song มาใช้

การแพร่หลายกระจายใช้อย่างกว้างขวางของบาลีซองนั้น ทั้งนี้เป็นเพราะเสน่ห์การใช้เปิดปิด รวมถึงความรวดเร็วในการใช้งาน และขู่ขวัญข่มขู่ จึงเป็นที่นิยมของบรรดาแก็งค์สเตอร์ทั่วไป ในช่วงแรกๆนั้นมีดพับที่สามารถเปิดปิดมือเดียวที่ทำได้โดยสะดวกนั้นยังไม่มี มีดพับแบบบาลีซองจึงกลายเป็นมีดพับที่สามารถใช้งานได้เร็วที่สุด.....

ต่อมาการแพร่หลายของมีดออโต้ มีดสปริงก็เริ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทดแทนที่มีดแบบบาลีซองนักเพราะไม่ว่าอย่างไรมีดแบบบาลีซองก็พร้อมใช้เปิดง่ายและเก็บง่าย ว่องไวกว่า...และด้วยเหตุนี้เองมีดบาลีซองจึงติดร่างแหมีดออโต้ มีดสปริง โดนให้เป็นมีดต้องห้ามในหลายๆรัฐในอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลก...




ส่วนประกอบของ Balisong



หลักๆ ก็มีใบมีด ด้ามมีดสองอัน และตัวล็อกด้ามมีด

ด้ามมีดสองอันนั้นมีชื่อเรียกครับ........... ด้ามที่อยู่ตรงกับคมมีดเรียกว่า Bite Handle หรือ Danger Handle.......... ส่วนด้ามที่อยู่ด้านสันมีด เรียกว่า Safe Handle........... การควง Balisong หากเราจับที่ Safe Handle จะควงให้ตายยังไง ก็ไม่มีโอกาสโดนคมมีดครับ.......... สำหรับตัวล็อกด้ามมีดนั้น ปกติจะอยู่บน Bite Handle ใช้สำหรับเช็คว่าเรากำลังถือ Safe Handle หรือ Bite Handle อยู่ครับ

Balisong รุ่นใหม่ๆ ตัวล็อกด้ามมีดจะมีสปริง พอบีบที่ด้ามแล้วตัวล็อกจะกระเด้งออกมาเอง.......... บางทีอาจได้ยินบรรดาเซียน Balisong เรียกว่า Balisong Auto ก็อย่างงครับ.......... ตัวล็อกแบบมีสปริงนี้ ดีที่นอกจากจะช่วยให้ปลดล็อกได้เร็วแล้ว ตัวล็อกยังไม่สะบัดไปมาเวลาควง ทำให้ไม่มีเสียงดังน่ารำคาญ........... ที่สำคัญ คือ ตัวล็อกไม่พับเข้าไปขวางใบมีด พอควงปิดใบมีด ใบมีดก็สับลงบนตัวล็อก ทำให้มีดบิ่นได้ครับ




ขอยกตัวอย่าง Balisong ของยี่ห้อดังๆให้รู้จักครับ


Benchmade ได้รับการยกย่องว่าเป็น Balisong ที่เป็น Production ที่ดีที่สุดครับ......... เนื่องมาจากความเหมาะมือ ทั้งขนาดและน้ำหนัก.......... Balisong เป็นมีดที่สร้างชื่อให้กับ Benchmade มาตั้งแต่อดีตครับ ขนาดโลโก้ของ Benchmade ยังใช้รูปผีเสื้อ ซึ่งมาจากชื่อเรียก Butterfly Knife นี่เองครับ

มีดรุ่นนี้ใบมีดยาว 4 นิ้วกว่าๆ.......... ด้ามทำจากไททาเนียม......... ใบมีดสแตนเลส 440C.......... ราคาขายในอเมริการาว 160 USD ครับ......... Benchmade Butterfly Knife ยังมีรุ่นผลิตจำกัดจำนวน สำหรับสะสมอีกเพียบด้วยครับ





เมื่อไม่กี่ปีมานี้ Benchmade ได้ออก Balisong รุ่นเล็กมาครับ......... ชื่อรุ่นว่า Morpho.......... ตัวนี้มีที่ล็อกใบมีดแบบใหม่ ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ Benchmade คือ เป็นบีบด้ามมีดเพื่อปลดล็อกได้ตามปกติ และยังสามารถล็อกด้ามขณะเปิดใบมีดได้ด้วย ........... ที่น่าสนใจ คือ ด้ามเป็น G-10......... ใบมีดทำจากเหล็ก D2 ยาว 3.25 นิ้ว หนา 2.54 มิล ใบมีดทรง Modified Spear Point........... หนัก 76.5 กรัม......... มีคลิปเป็นไททาเนียมครับ.......... ราคาขายเท่าๆกับเล่มใหญ่เลยครับ





Benchmade ยังมี Trainer Balisong ด้วยครับ.......... วัสดุทำใบมีด และด้ามมีดเหมือน Balisong รุ่นดั้งเดิมทุกประการ..........

Spyderco ก็ออก Balisong มา 2 รุ่นครับ คือ

Spyderfly


กับ Szabofly


ทั้งสองรุ่นนับเป็น Balisong ที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาครับ.......... ปัจจุบันทั้งสองรุ่น ไม่ได้อยู่แคตาล็อกปีล่าสุดของ Spyderco แล้วนะครับ.......... กลายเป็นของสะสมไปอย่างเต็มตัวเรียบร้อยแล้ว.......... หากมองในเรื่องความสวย Balisong ของ Spyderco ทั้งสองรุ่นได้เต็มร้อยเลยครับ........... แต่สำหรับการใช้งาน ยังเทียบ Benchmade ไม่ได้เลย




หลากหลายวิธีเปิดปิดใบมีด

Windmills


Forward grip partials


Backhand partials


Vertical basic


วิธีเปิดปิดยังมีอีกหลายวิธีมากเลยครับ ลองเข้าไปดูได้ที่นี่ครับ
//www.bladereview.com/forums/index.php?topic=4671.0




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2551    
Last Update : 22 มกราคม 2554 13:48:22 น.
Counter : 9162 Pageviews.  
Share to Facebook


BladeLoveR
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add BladeLoveR's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.