LOVE ME LOVE MY FRENCH

CoLgAtE & BeeR
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add CoLgAtE & BeeR's blog to your web]
Links
 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

http://babydog.igetweb.com




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2551    
Last Update : 24 ตุลาคม 2551 15:38:38 น.
Counter : 86 Pageviews.  

ปฐมพยาบาลสุนัข

Smileyการปฐมพยาบาลเบื้องต้น


   ถึงแม้คุณจะระมัดระวังอย่างไรก็ตาม ลูกสุนัขหรือแม้แต่สุนัขที่โตแล้ว อาจจะมีความอยากรู้อยากเห็น จะท่องเที่ยวไปแล้วก่อปัญหา เพราะอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ จึงเป็นการดีที่สุดที่คุณจะต้องเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้บ้าง



ลมแดด
   หากปล่อยสุนัขของคุณในรถที่ปิดสนิทในขณะที่อากาศร้อนอบอ้าว อาจมีผลทำให้เป็นลมแดด โดยมีอาการหอบ ชีพจรเต้นเร็ว น้ำลายไหลมากผิดปกติ เหงือกและตามีสีแดง อุณหภูมิของร่างกายสูงในรายที่เป็นมากจะอาเจียน ถ้ามีอาการดังกล่าวอย่างชัดเจน สุนัขของคุณต้องการความเย็นทันทีก่อนที่เขาจะผ่านเข้าไปสู่ขั้นโคม่า ให้นำเขาลงอาบน้ำเย็นทันที หรือใช้สายยางฉีดน้ำใส่เขา ถ้าเขาชักให้พาไปพบสัตวแพทย์
การกินสารพิษ
   สุนัขส่วนใหญ่จะกินสารที่เป็นพิษเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้นว่าสารเคมีที่ใช้ในสวน สารต้านการเป็นน้ำแข็งหรือยาที่ใช้กับคน หากจะให้สิ่งเหล่านี้ ให้อ่านคำแนะนำการใช้อย่ารอบคอบ
   ถ้าพบว่าสุนัขของคุณกินสารที่เป็นพิษเข้าไป ให้นำสุนัขพร้อมกับสารพิษที่สงสัยว่าเขาจะกินเข้าไป ไปพบสัตวแพทย์ทันที ถ้าหากรู้ว่าสารพิษที่กินเข้าไป จะช่วยให้สัตวแพทย์ใช้สารที่ต้านพิษได้ถูกต้อง ถ้าหากไม่แน่ใจว่าสุนัขจะกินสารพิษเข้าไปหรือไม่ ถ้าเขาอาเจียนอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นสิ่งบอกเหตุ รีบพาเขาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว
   การช่วยให้สุนัขอาเจียนออกมาเกิดประโยชน์ ก็ต่อเมื่อได้ทำทันทีที่สุนัขกินสารพิษเข้าไป วิธีที่จะทำให้สุนัขอาเจียนใช้วิธีบังคับให้สุนัขกินไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์หรือน้ำเชื่อมของอิพพิแค็ด ถ้าสารที่กินเข้าไปมีฤทธิ์เป็นด่าง อย่าพยายามทำให้สุนัขอาเจียนเป็นอันขาด ถ้าอยากรู้ว่าควรทำอย่างไร ขอแนะนำให้ติดต่อสัตวแพทย์
การจมน้ำ
   สุนัขส่วนใหญ่ชอบว่ายน้ำ แล้วก็มีสุนัขหลายพันธุ์ที่เป็นนักว่ายน้ำที่ดีและแข็งแรง ถึงกระนั้นก็ตามสุนัขที่ว่าว่ายน้ำเก่งก็จะหมดแรง หากเขาพยายามปีนขึ้นจากสระว่ายน้ำ หรือพยายามจะว่ายทวนคลื่นลูกใหญ่ๆ ลูกสุนัขอาจจะตกไปในบ่อปลาทองและออกจากบ่อไม่ได้ ถ้าพบว่าลูกสุนัขสลบในขณะที่อยู่ในน้ำพยายามเอาเขาออกมาจากน้ำทันที โดยจับขาหลังแล้วดึงขึ้นมาเพื่อให้น้ำไหลออกจากปอดแล้ววางเขาลงโดยให้นอนเอียงข้าง ดึงลิ้นออกมาเพื่อให้การหายใจไม่หยุดชะงัก แล้วกดบริเวณหัวใจ(หัวใจอยู่ภายใต้ซี่โครง) ปล่อย แล้วกดลงไปอีกทำจนเขาหายใจเองได้ แต่ระวังอย่ากดจนกระดูกซี่โครงหัก หรือ อาจจะผายปอดโดยให้โน้มศีรษะของสุนัขไปทางหลัง กำให้ปากสุนัขปิดแล้วใช้ปากของคุณอมจมูกของเขาแล้วทำการเป่า
อุบัติเหตุเนื่องจากการจราจร
   ถ้าสุนัขของคุณถูกรถชน เขาอาจจะเกิดการช็อค อาจจะเกิดบาดเจ็บทั้งภายในและภายนอก การเตรียมย้ายสุนัขแบบฉุกเฉินไปพบสัตวแพทย์ ก่อนอื่นควรสวมตระกร้อปากแบบฉุกเฉิน เพราะสุนัขที่อยู่ในอาการช็อคและเจ็บปวด อาจจะกัดเอาได้ สิ่งต่อมาคือ ใช้พลาสเตอร์ปิดที่บาดแผลที่เกิดขึ้นเพื่อห้ามเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้ขาที่ได้รับอันตรายเคลื่อนที่มาก ให้ใช้แผ่นไม้บางทำเป็นเฝือก จะช่วยพยุงขาในระหว่างการเดินทาง แล้วจึงพาสุนัขของคุณไปพบสัตวแพทย์ พยายามเคลื่อนที่หรือขยับสุนัขให้ น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เตรียมแคร่สำหรับหามสุนัขโดยใช้ผ้าห่ม เสื้อแจ็คเก็ท หรือพรมปูรถยนต์ ใช้คนสองคนจับตรงมุม คนละสองมุม ประคับประคองสุนัขอย่างอ่อนโยนแต่มั่นคง เพราะการดิ้นของสุนัขจะทำให้บาดแผลยิ่งเลวร้ายมาขึ้น ถ้าเขายังมีสติให้พูดปลอบโยนเขา






Free TextEditor




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2551    
Last Update : 24 ตุลาคม 2551 15:34:00 น.
Counter : 121 Pageviews.  

การฝึกเพิ่ม


Smileyการฝึกเพิ่มเติม
   ในช่วงอายุ 5 - 6 เดือน คุณสามารถเริ่มฝึกแบบเอาจริงเอาจัง ในเนื้อหาถัดไปคุณจะเรียนรู้วิธีสอนลูกสุนัขของคุณเชื่อฟังคำสั่งพื้นฐาน เช่น "ชิด" "นั่ง" "หมอบ" "คอย" มีหนังสือคู่มือฝึกสุนัขดีๆ อยู่จำนวนมาก และคุณควรศึกษาจากหนังสือสักเล่มหนึ่ง เพื่อฝึกสุนัขของคุณให้เลยขั้นพื้นฐาน หากคุณไม่มีเวลาศึกษาวิธีฝึกสุนัขก็ควรนำไปสมัครที่ศูนย์ฝึกสุนัข
ปลอกคอชนิดโซ่
   ในระหว่างการฝึกลูกสุนัขควรต้องใส่ปลอกคอชนิดโซ่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องด้วย สายจูงชนิดนี้ คุณสามารถกระตุกสั้นๆ และเร็ว เพื่อเตือนเขาว่าเขากำลังทำผิด ถ้าเราใช้ปลอกคอชนิดโซ่อย่าถูกต้อง ก็จะไม่ทำให้เขาเกิดอันตราย เพื่อการสวมปลอกคอชนิดโซ่อย่าถูกต้อง ให้ถือสายจูงด้วยมือขวาของคุณ ขยายบ่างให้ใหญ่ขึ้น แล้วสวมห่วงลงบนคอสุนัขโดยให้ห่วงห้อยลง ถ้าห่วงไม่ห้อยลง โซ่จะไม่หย่อนเมื่อปล่อยและอาจจะทำให้สุนัขเกิดอันตราย
นั่ง
   "นั่ง" บางครั้งอาจจะสอนโดยไม่ต้องอาศัยวิธีกายภาพ ให้ยื่นมือข้างใดข้างหนึ่งเหนือศีรษะของลูกสุนัข และให้นิ้วแนบชิดติดกันราวกับมีของอยู่ในมือ ลูกสุนัขของคุณจะสนใจมือของคุณ และจะจ้องมองดูในขณะที่เขามองดู ให้หดมือกลับคืนเหนือศีรษะของลูกสุนัข การมองมือที่หดกลับอาจทำให้เขานั่งลง ถ้าเขานั่งลงก็ให้พูดว่า "นั่ง"
   ถ้าลูกสุนัขของคุณไม่ตอบสนองต่อวิธีที่ไม่อาศัยวิธีกายภาพ ให้ช่วยเขาเล็กน้อยให้ผูกสายจูงเข้ากับปลอกคอลูกสุนัขของคุณ และใช้สิ่งนี้เพื่อให้เขาอยู่ใกล้คุณให้ค่อยๆ ดันส่วนท้ายของลูกสุนัขลง และดึงสายจูงขึ้นมาเล็กน้อย และพูดว่า "นั่ง"
   ตอนนี้ลูกสุนัขของคุณรู้ว่าจะ "นั่ง" อย่างไร การหมอบจึงไม่ยากจนเกินไปสำหรับเขา ให้ลูกสุนัขด้วยวิธีทั้งสอง ในขั้นสุดท้ายก็คือ ต้องกล่าวชมลูกสุนัขของคุณเมื่อเขานั่งลงตามคำสั่ง อย่าใช้ของว่างหรือสินจ้างรางวัล การยอมรับและคำชมเชยเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมที่ดีที่สุด
หมอบ
   ตอนนี้ลุกสุนัขของคุณรู้วิธีนั่งลงแล้ว ซึ่งไม่น่าจะยากเย็นสำหรับเขา ให้ลูกสุนัขของคุณอยู่ในท่านั่ง (ซึ่งคงเป็นคำสั่งของคุณ) แล้วโน้มตัวโดยอยู่ชิดติดตัวเขา ให้เลื่อนอุ้งเท้าหน้าของเขาไปข้างหน้า ในขณะที่กดไหล่ของเขาอย่างนุ่มนวลจนกระทั่งเขาอยู่ในท่าหมอบ เมื่อเขาอยู่ในท่าดังกล่าวให้พูดคำว่า "หมอบ" ให้เขาอยู่ในลักษณะนั้นโดยใช้มือกดที่ไหล่เป็นเวลาสองสามวินาที แล้วทำการสั่งให้หมอบอีกครั้งหนึ่งในขั้นสุดท้าย เมื่อเขาทำได้ถูกต้องควรกล่าวยกย่องเขาเสมอหรือแม้ว่าเขาจะอยู่ในท่านั้น เนื่องจากคุณใช้มือกดที่ไหล่ของเขาก็ตาม ในไม่ช้าเขาจะรู้ว่าคุณต้องการให้เขาทำอย่างนั้น
เดินชิด
   เมื่อลูกสุนัขของคุณเข้าใจเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้แล้ว ก็ให้สอนเขาเดินชิด โดยให้อยู่ทางซ้ายมือของคุณ ในสายจูงที่ไม่ดึง ถ้าคุณเคยให้ลูกสุนัขของคุณอยู่ในสายจูงมาก่อน เขาควรพร้อมจะเดินไปกับคุณโดยไม่ขัดขืนหรือไม่เต็มใจ
   เริ่มฝึกสุนัขของคุณจากท่านั่ง โดยอยู่ซ้ายมือของคุณ ให้พูดว่า เดินแล้วออกเดินโดยเริ่มจากการยื่นเท้าซ้ายออกไป การกระตุกสายจูงค่อยๆ จะทำให้ลูกสุนัขของคุณออกเดินกับคุณ หากลูกสุนัขของคุณเดินเร็วหรือเดินไกลจนเกินไปหรือล้าหลังให้กระตุกอย่างเร็ว เพื่อให้เขามาอยู่ข้างตัวคุณพยายามเดินในความเร็วที่คงที่และในทิศทางเดิน เมื่อไรก็ตามที่ลูกสุนัขของคุณไม่อยู่ในท่าเดินชิด ให้ใช้วิธีกระตุกเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง และให้กล่าวยกย่องเขาอย่างเต็มที่ถ้าเขาเดินชิดได้อย่างถูกต้อง


 ในตอนแรกที่คุณฝึกลูกสุนัขของคุณให้เดินชิด เขาอาจจะวิ่งนำหน้าหรือเดินล้าหลัง เมื่อเป็นเช่นนั้นปลอกคอชนิดโซ่อาจรัดแน่นจนอึดอัด แล้วถ้าเขายังไม่กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่อยู่ข้างตัวคุณ การกระตุกแบบค่อยๆ เพื่อให้กลับเข้าที่เป็นสิ่งที่ควรทำ เมื่อลูกสุนัขของคุณเรียนรู้คำสั่ง ให้ลองเพิ่มเติมการเดินในรูปเลขแปด เดินลัดเลาะไปมาระหว่างต้นไม้ ให้เดินหมุนกลับทางซ้ายและขวา ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้สุนัขของคุณสนใจและมีความสุข ให้ขัดจังหวะการเดินโดยหยุดสนิทแล้วพูดว่า "นั่ง" เริ่มจากการสั่งให้นั่งเป็นเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นก็สั่งให้เดินชิดแล้วเริ่มเดินอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเรียนได้ไม่กี่ครั้ง ลูกสุนัขของคุณควรจะนั่งโดยอัตโนมัติ ให้กล่าวชมเขามากๆ ในขณะที่ฝึกหัดบทเรียนนี้
รอ
   เวลาสั่งให้ "รอ" ควรใช้ระดับเสียงที่แตกต่างออกไป ในขณะที่สั่งให้นั่ง หมอบ และเดินชิด ให้ใช้เสียงที่หนักแน่น มีอำนาจ แจ่มใส ส่วนคำสั่งให้นั่ง เสียงควรให้ยาวและช้า
   ให้ลูกสุนัขของคุณนั่งอยู่ข้างตัวคุณ ยื่นมือขวาให้อยู่หน้าเขา โดยหันฝ่ามือเข้าหาลูกสุนัข อย่าทำให้ลูกสุนัขตกใจเพราะการให้สัญญาณด้วยมือแบบทันทีทันใด ควรจะเคลื่อนที่แบบค่อยๆ และสม่ำเสมอ แต่ก็ยังให้มือของคุณอยู่หน้าเขาพร้อมพูดว่า "รอ" ในขณะเดียวกันก็เดินไปยืนอยู่หน้าลูกสุนัขอย่างเงียบๆ จับปลอกคอชนิดโซ่ให้แน่นในกรณีที่ลูกสุนัขไม่ยอม รอ แต่จะไปที่อื่น ถ้าเขาลุกขึ้นให้พูดว่า "หยุด นั่งรอ" ในขณะที่ทำให้เขากลับไปอยู่ในท่ารอ จุดประสงค์ในขณะนี้คือทำให้ลูกสุนัขอยู่ในท่ารอ จุดประสงค์ในขณะนี้คือทำให้ลูกสุนัขอยู่ในท่ารอนานราว 5 - 10 นาที นานพอที่คุณจะเดินจากเขาไปแล้วยืนอยู่ตรงหน้าเขาเป็นเวลาสองสามวินาที และกลับมาอยู่ข้างๆเขาถ้าเขาสามารถทำตามคำสั่งได้ดี ควรที่คุณจะกล่าวคำชมเขา ให้ค่อยๆ เพิ่มเวลาที่จะทำให้ลูกสุนัขอยู่ในท่า "รอ" เมื่อเขาอยู่ในท่า "รอ" อย่างคงเส้นคงวา โดยไม่ต้องอาศัยวิธีกายภาพจากคุณ ให้เริ่มอยู่ห่างจากลูกสุนัขมากขึ้นโดยก้าวถอยหลังให้ยาวเต็มที่ในแต่ละครั้งให้ใช้สัญญาณมือพร้อมกับออกคำสั่งต่อไป เพื่อที่ลูกสุนัขของคุณจะเรียนรู้ทั้งสองสิ่งร่วมกัน หรือจะเป็นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็รู้ว่าต้อง "รอ" อย่าฝึกให้เร็วจนเกินไป หากเขาทำได้สำเร็จไม่ว่าจะมากหรือน้อยสักแค่ไหน ก็ต้องกล่าวชมทุกครั้ง






Free TextEditor




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2551    
Last Update : 24 ตุลาคม 2551 15:32:04 น.
Counter : 81 Pageviews.  

เข้าบ้านวันแรก

Smileyเข้าบ้านวันแรก
   เมื่อนำลูกสุนัขเข้ามาในบ้านวันแรก เขาจะหวาดกลัว เพราะมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แปลกใหม่ ทำตัวให้ร่าเริงและให้กำลังใจลูกสุนัขที่มาใหม่ ให้ความรักและการเอาใจใส่อย่างเต็มที่ ให้เขาสัมผัสกับสภาพแวดล้อมใหม่และเคยชินกับมัน เสียงอึกทึกคึกโครม ฝูงคนแปลกหน้า และเสียงดังของเด็กๆ จะทำให้เขาตกใจกลัว อย่าลงโทษหรือพูดกับเขาอย่างรุนแรง แม้เขาจะทำของรกหรือแตกหัก ลูกสุนัขที่อายุน้อยกว่า 6 สัปดาห์ยังไม่สามารถควบคุมการกระทำของตนเองได้ ในระยะนี้สิ่งที่เขาเรียนรู้จากคุณก็คือ กลัวคุณ ความสุขในวันแรกๆ ในบ้านใหม่ จะมีผลต่อท่าทีที่ดีของเขาในวันข้างหน้าอย่างถาวร
   หลังจากเขาคุ้นเคยกับบ้านใหม่ กับตัวคุณและครอบครัว คุณควรจะนำเขาให้ได้พบปะกับคนอื่น นำเขาไปร่วมวงกับครอบครัวที่อยู่ข้างบ้าน หรือพาออกเดินไปพบปะกับเพื่อนบ้าน โดยสัญชาตญาณสุนัขเป็นสัตว์สังคม เขาจะกระตือรือร้นที่จะสัมผัสกับผู้คน อย่าปล่อยให้เขาอยู่เดียวดายเป็นเวลานานๆ
" ตั้งชื่อให้ลูกสุนัข "
   คุณอาจมีชื่อที่เหมาะสมสำหรับเขาแล้วก็ได้ แต่ถ้าหากจะลองตั้งชื่อใหม่ ก็ขอให้ยึดหลักต่อไปนี้ จะให้ดีควรเป็นชื่อสองพยางค์ที่ลงท้ายด้วยเสียง "อา " หรือ "โอ" เช่น ซาร่า หรือ บอสโก จะช่วยให้เขาจำได้ง่ายและจะไม่ไปปะปนกับคำสั่งที่มีพยางค์เดียว เป็นต้นว่า "นั่ง" และ "คอย" เมื่อตั้งชื่อแล้วก็ให้เรียกเขาอย่างสม่ำเสมอ จนเขาเข้าใจและตอบสนองต่อการเรียกชื่อ





Free TextEditor




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2551    
Last Update : 24 ตุลาคม 2551 15:30:32 น.
Counter : 100 Pageviews.  

เลี้ยงสุนัขรักษาโรคได้

Smileyเลี้ยงสุนัขมีประโยชน์รักษาโรคได้


ผู้เลี้ยงสุนัขโดยส่วนมากมักจะพูดกันว่าสุนัขของเขาทำให้เขารู้สึกดีขึ้น และมีส่วนให้สุขภาพของคนดีขี้นด้วย


อัตราการเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายของผู้เลี้ยงสุนัขมีลดน้อยลง จาก 1 ใน 15 เป็น 1 ใน 87 เปอร์เซ็นต์ของคนป่วยด้วยโรคหัวใจซึ่งรอดชีวิตและมีอายุยืดออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี ก็มีสูงขึ้นด้วย มีเพียง6 % เท่านั้นที่รอดชีวิตและไม่ได้เลี้ยงสัตว์ ในขณะที่ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 28% การเลี้ยงสัตว์ อาจเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้อัตราการรอด ชีวิตเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้นสุนัขอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายได้ด้วย
Cholesterol และ Triglycerrides ลดลง
ในคนที่เลี้ยงสุนัขจะพบว่ามีระดับ Cholesterol และ Triglycerrides ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่เลี้ยงสัตว์ แม้กระทั้งเปรียบเทียบในกลุ่ม แบ่งตามน้ำหนัก, นิสัยการกินและการสูญพันธุ์
ช่วยลดความดันโลหิต และ ลดความเครียด
สุนัขได้แสดงให้เห็นว่ามันสามารถช่วยทำให้ความดันลดลงได้ จากการศึกษาในกลุ่มหญิงที่ได้รับการทดสอบความเครียดและความกดดัน มีการแสดงให้เห็นว่าสุนัขมีผลในการช่วยลดความดันเลือดได้มากกว่าคน ในเด็กที่เลี้ยงสุนัข ,ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า อัตราการเต้นของหัวใจต่ำความดันเลือดต่ำ และไม่ค่อยเครียด เมื่อเทียบกับ กลุ่มที่ไม่เลี้ยง
Stock Broker ผู้ที่เลี้ยงสุนัขในออฟฟิต จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิตในอัตราที่น้อย ในขณะที่อยู่ในภาวะที่ตึงเครียดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เลี้ยง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  คนที่เลี้ยงสุนัขจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นเนื่องจากสุนัขต้องได้ออกกำลังกายและได้รับการดูและเอาใจใส่
ลดความถี่ในการป่วยและ ปัญหาด้านสุขภาพอื่น ๆ
การเลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้านสามารถช่วยให้คุณไม่จำเป็นต้องไปพบหมออันเนื่องจากอาการป่วย เพราะสุนัขนั้นได้ถูกจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของการ บำบัดรักษาโรค จากการศึกษาพบว่า คนที่อาศัยอยู่ในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงนั้นจะมีเหตุให้ต้องพบแพทย์หรือ มีปัญหาด้านสุขภาพน้อยมาก
สามารถทราบล่วงหน้าอาการโรคจะกำเริบ
คนที่ถูกโรคร้ายเล่นงาน เป็นระยะ ๆ นั้น เปิดเผยว่าสุนัขมีสัญชาตญาณในการรับรู้ถึงระยะเริ่มต้นของการกำเริบของโรคต่าง ๆ ได้ ก่อนที่คนจะรู้ ในปัจจุบันได้มีการค้นพบว่าสุนัขสามารถฝึกให้จดจำลักษณะบางอย่างของการเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะเกิดอาการ และเตือนเจ้าของให้ทราบถึงความผิดปกติ นั้น ซึ่งมันเป็นการเตือนให้เจ้าของระวังตัวก่อนอาการกำเริบ
ควบคุมการแข็งตัวฉับพลัน ในโรค Parkison
นอกเหนือจากอาการสั่น และแข็งทื่อ ผู้ป่วยโรค Parkison พวกเค้ายังต้องเผชิญปัญหาที่เรียกว่าอาการ Freezing อย่างเช่น เท้าแข็ง ในขณะที่ส่วนอื่น ของร่างกายสามารถขยับได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ค่อยอยากจะเคลื่อนไหวร่างกาย
สุนัขที่ถูกฝึกไว้ช่วยคนเป็นโรคนี้จะถูกฝึกให้รู้ว่าเมื่อไหร่จะเกิดอาการแข็งเกร็งขึ้น และควรช่วยอย่างไร ถ้าหากสุนัขแตะที่เท้าของผู้ป่วยมันจะช่วยให้อาการนั้นหายไปได้ และผู้ป่วยก็จะสามารถเดินต่อไปได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็ไม่สามารถหาสาเหตุไว้ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร นอกเหนือจากการแก้อาการแข็งเกร็ง แล้วมันยังช่วยให้ผู้ป่วยไม่ล้มโดยช่วยถ่วงน้ำหนัก และช่วยให้เขายืนขึ้นได้อีกครั้ง ถ้าหากคนจะล้มสุนัขจะช่วยให้กลับมายืนได้
วิเคราะห์โรคมะเร็ง
มันอาจจะฟังดูแปลกๆ แต่สุนัขใน Florida ชื่อว่า George ได้ถูกเปิดเ ผยว่าสามารถสืบค้นโดยการดมกลิ่นที่ถูกปล่อยออกมาจากเนื้องอกที่เรียกว่าเนื้อร้าย George สามารถแยกออกได้เกือบ 100% ว่าเนื้องอกนั้นคือมะเร็ง
เตือนเมื่อเกิดภาวะขาดน้ำตาล
สัตว์บางชนิดสามารถเตือนเจ้าของถึงภาวะการขาดน้ำตาลได้ซึ่งจะทำให้เจ้าของแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดอาการ






Free TextEditor




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2551    
Last Update : 24 ตุลาคม 2551 15:28:37 น.
Counter : 133 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.