"รัก" และ "กำลังใจ" ฉันมีไว้เพื่อแบ่งปัน Blog ของสาวน้อยขี้เหงาและช่างฝัน (Beee Diary & Music)
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
20 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
กัป คืออะไร, อสงไขย คืออะไร

กัป คืออะไร


กัป
คือ การเกิดโลกครั้งหนึ่ง อาจรวมได้ประมาณหมื่นล้านปี คนโบราณว่าไว้ดังนี้

เวลาของกัปคือ "นานแสนนานจนไม่อาจนับเป็นเดือนปีได้ อุปมาเหมือนมีภูเขาลูกหนึ่งสูง ๑ โยชน์ วัดโดยรอบได้ ๓ โยชน์ ถึงเวลา ๑๐๐ ปีจะมีเทวดาเอาผ้าทิพย์อันอ่อนบางดังควันไฟมากวาดภูเขาหนึ่งรอบ เมื่อใดที่ภูเขานั้นราบลงกับผืนดินจึงจะเท่ากับป ๑ กัป"

บางตำราบอกว่า "อุปมามีหินภูเขาลูกหนึ่งสูง ๑๐ โยชน์ ทุก ๆ พันปีจะมีนกน้อยตัวหนึ่งเอาจะงอยปากมาลับที่ภูเขานี้ครั้งหนึ่ง ถ้าภูเขานั้นราบลงไปหมดจะเท่ากับ ๑ วันของกัป"

ทั้งนี้ ๑ กัปจะเกิดขึ้นและจบสิ้นไปด้วยไฟบรรลัยกัลป์ หรือไฟล้างโลก ซึ่งไฟนี้จะเผาไหม้มาตั้งแต่นรก ไหม้กามภูมิทั้งหมดขึ้นไปจนถึงชั้นพรหม และเมื่อเกิดกัปเช่นนี้ ๗ ครั้งเราจึงรวมเรียกว่า มหากัป

ในมหากัปหนึ่ง ๆ จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้น ๑-๕ พระองค์ไม่เกิน มหากัปที่ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้นเลย เรียกว่า สุญกัป

ส่วนมหากัปของเรานี้จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้น ๕ พระองค์ เรียกว่า ภัทรกัป โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงอุบัติขึ้นแล้ว คือ

๑. สมเด็จพระกกุสันธะพุทธเจ้า
๒. สมเด็จพระโกนาคมน์พุทธเจ้า
๓. สมเด็จพระกัสสปะพุทธเจ้า
๔. สมเด็จพระสมณโคดมพุทธเจ้า
และ ๕. สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยพุทธเจ้า ซึ่งจะตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์สุดท้ายในมหากัปนี้

แต่ในพระพุทธศาสนามักจะใช้กล่าวถึง ระยะเวลาที่พระโพธิสัตว์สร้างสมบารมีมาเพื่อเป็นพระพุทธเจ้า โดยนับหน่วยเวลาเป็นอสงไขยกัป. อสงไขยเป็นปริมาณหรือจำนวนที่มีการกำหนดที่นับประมาณมิได้ ซึ่งมีอุปมาเปรียบเทียบเอาไว้ว่า ฝนตกใหญ่อย่างมโหฬารทั้งวันทั้งคืน เป็นเวลานานถึง 3 ปี ไม่ได้ขาดสายเลย จนกระทั่งน้ำฝนท่วมเต็มขอบจักรวาล ซึ่งมีระดับความสูง 84,000 โยชน์ หากว่ามีใครสามารถนับเม็ดฝนที่ตกลงมาตลอดทั้ง 3 ปีได้ นับได้เท่าไร นั่นคือจำนวนเม็ดฝน 1 อสงไขย.


อสงไขย คืออะไร


อนึ่ง คำว่า อสงไขย นั้น มาจากภาษาบาลี ว่า อ + สงฺเขยฺย (สันสกฤต : อ + สํขฺย) หมายถึง นับไม่ได้ หรือนับไม่ถ้วน นั่นเอง พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542ระบุจำนวน ของอสงไขย ไว้ว่า เท่ากับ โกฏิ ยกกำลัง 20

การคำนวณความยาวนาน


1. สมมุติมีกล่องใบหนึ่ง กว้าง 100 โยชน์ ยาว 100โยชน์ และ สูง 100 โยชน์ ในเวลา 100 ปี ให้เอาเมล็ดผักกาด 1 เมล็ด ใส่ลงไปในกล่องนั้น ทำอย่างนี้จนเมล็ดผักกาดนั้นเต็มเสมอเรียบปากกล่อง นั้นละจึงเท่ากับ 1 กัป

2. (บางตำรากล่าวว่า กว้าง 1 โยชน์ ยาว 1 โยชน์ สูง 1 โยชน์) วิเคราะห์คำนวณ 1 โยชน์ = 16 กิโลเมตร ดังนั้นกล่องใบนี้มีปริมาตร = 1600X1600X1600 = 4,096,000,000 ลูกบาศก์กิโลเมตร ประมานว่า เมล็ดผักกาด มีขนาด .5 มิลลิเมตร 1 กิโลเมตรเทียบเป็นมิลลิเมตรได้ดังนี้ 10X100X1000 = 1,000,000 มิลลิเมตรจะได้ 1 กิโลเมตรใช้เมล็ดผักกาดเรียงกัน = (1,000,000)/0.5 = 2,000,000 เมล็ด

3. ดังนั้น 1600 กิโลเมตรใช้เมล็ดผักกาดเรียงกัน = (1600X2,000,000 = 3,200,000,000) เมล็ด ถ้าเป็นปริมาตร คือ (กว้าง x ยาว x สูง) ต้องใช้เมล็ดผักกาดทั้งหมด คือ (3,200,000,000X3,200,000,000X3,200,000,000 = 32,768,000,000,000,000,000,000,000,000 เมล็ด)

4. ใน 100 ปี ใส่เมล็ดผักเพียง 1 เมล็ด ดังนั้นต้องใช้เวลาทั้งหมดคือ 32,768,000,000,000,000,000,000,000,000X100 =3,276,800,000,000,000,000,000,000,000,000 ปี

5. จึงได้เวลา 1 กัป ประมาณ สามล้านสองแสนเจ็ดหมื่นหกพันแปดร้อยล้านล้านล้านล้าน ปีประมาณ 3.3 X 10 ยกกำลัง 30 ปี

6. 1 อสงไขยมีกี่ปีนั้นเป็นจำนวนที่แน่นอน คือ 1 ตามด้วยเลข 0 จำนวน 140 ตัว หรือ 1 X 10 ยกกำลัง140 ปี

วิธีนับอสงไขย

การนับอสงไขยให้เทียบเอาดังนี้

1. สิบ สิบหน เป็น หนึ่งร้อย
2. สิบร้อย เป็น หนึ่งพัน
3. สิบพัน เป็นหนึ่งหมื่น
4. สิบหมื่น เป็น หนึ่งแสน
5. ร้อยแสน เป็นหนึ่งโกฏิ
6. ร้อยแสนโกฏิ เป็น หนี่งปโกฏิ
7. ร้อยแสนปโกฏิ เป็น หนึ่งโกฏิปโกฏิ
8. ร้อยแสนโกฏิปโกฏิ เป็น หนึ่งนหุต
9. ร้อยแสนนหุต เป็น หนึ่งนินนหุต
10. ร้อยแสนนินนหุต เป็น หนึ่งอักโขเภนี
11. ร้อยแสนอักโขเภนี เป็น หนึ่งพินทุ
12. ร้อยแสนพินทุ เป็น หนึ่งอพุทะ
13. ร้อยแสนอพุทะ เป็น หนึ่งนิระพุทะ
14. ร้อยแสนนิระพุทะ เป็น หนึ่งอหหะ
15. ร้อยแสนอหหะ เป็น หนึ่งอพพะ
16. ร้อยแสนอพพะ เป็น หนึ่งอฏฏะ
17. ร้อยแสนอฏฏะ เป็น หนึ่งโสคันธิกะ
18. ร้อยแสนโสคันธิกะ เป็น หนึ่งอุปละ
19. ร้อยแสนอุปละ เป็น หนึ่งกมุทะ
20. ร้อยแสนกมุทะ เป็น ปทุมะ
21. ร้อยแสนปทุมะ เป็น หนึ่งปุณฑริกะ
22. ร้อยแสนปุณฑริกะ เป็นหนึ่งอกถาน
23. ร้อยแสนอกถาน เป็น หนึ่งมหากถาน
24. ร้อยแสนมหากถาน เป็น หนึ่งอสงไขย


จำนวนอสงไขย

อสงไขย มี 7 อสงไขย คือ

1. นันทอสงไขย
2. สุนันทอสงไขย
3. ปฐวีอสงไขย
4. มัณฑอสงไขย
5. ธรณีอสงไขย
6. สาครอสงไขย
7. บุณฑริกอสงไขย

กัปป์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามีอยู่ ๒ ประการ คือ


๑) สุญญกัปป์ หมายถึง กัปป์ที่ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระเจ้าจักรพรรดิ
๒) อสุญญกัปป์ หมายถึง กัปป์ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระเจ้าจักรพรรดิ อุบัติขึ้น

อสุญญกัปป์มี ๕ อย่างคือ

๑) สารกัปป์ ได้แก่ มหากัปป์(= ๔ อสงไขยกัปป์)ที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๑ พระองค์
๒) มัณฑกัปป์ ได้แก่ มหากัปป์(= ๔ อสงไขยกัปป์)ที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๒ พระองค์
๓) วรกัปป์ ได้แก่ มหากัปป์(= ๔ อสงไขยกัปป์)ที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๓ พระองค์
๔) สารมัณฑกัปป์ ได้แก่ มหากัปป์(= ๔ อสงไขยกัปป์)ที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๔ พระองค์
๕) ภัททกัปป์ ได้แก่ มหากัปป์(= ๔ อสงไขยกัปป์)ที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ๕ พระองค์

ภัทรกัปป์ ( คือกัปป์ปัจจุบัน )


มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้แล้ว ๔ พระองค์คือ
- พระพุทธกกุสนธะ
- พระพุทธโกนาคมน์
- พระพุทธกัสสปะ
- พระพุทธโคดม ( สมเด็จพระศาสดาองค์ปัจจุบัน )
- และจะมี พระพุทธเมตไตรย มาตรัสรู้ในอนาคต


เมื่อสิ้นมหากัปป์นี้แล้ว คัมภีร์อนาคตวงศ์กล่าวไว้ว่าอสุญญกัปป์ต่อไปจะเป็น มัณฑกัปป์ มีพระพุทธเจ้า ๒ พระองค์คือ
พระรามโพธิสัตว์ และพระเจ้าปเสนทิโกศล(พระธรรมราช)



อ้างอิง:
1. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%A2
2. พระคัมภรีอนาคตวงศ์ , ประภาส สุระเสน, มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์,พ.ศ. 2540, โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย , ISBN 974-580-742-7
3. เว็บไซต์ทีนดอตเน็ต http://www.tteen.net/view.php?time=20040301022847



Create Date : 20 ตุลาคม 2551
Last Update : 20 ตุลาคม 2551 12:16:48 น. 19 comments
Counter : Pageviews.

 
สวัสดีครับน้องบี

ช่วงนี้ปฏิบัติธรรมเข้มข้นเลยนะครับ

อิอิอิ




โดย: ก๋าคุง (กะว่าก๋า ) วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:13:05:34 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ชอบการเปรียบเทียบเพื่ออธิบายความยาวนาน
ของกัลป์และอสงไขยมากเลยค่ะ

เคยอ่านมาตั้งแต่ยังเด็ก อ่านกี่ทีก็ยังชอบเหมือนเดิม
การเปรียบเทียบนี้ทำให้ได้ภาพความยาวนานดุจดังไม่มีที่สิ้นสุด
อย่างชัดเจนมากค่ะ

ขอให้มีความสุขมากมากนะคะ


โดย: discipula วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:14:37:10 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

ผมยอมรับว่าเรื่องราวนี้อ่านยากพอสมควร อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่เข้าใจในแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาก็ได้มั้งครับ เลยไม่อินเหมือนน้องบีครับ

ผมว่าถ้าน้องบีเป็นผู้ชาย ป่านนี้คงจะได้เปรียญ 9 เป็นเจ้าอาวาสไปแล้วมั้งครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:15:31:16 น.  

 
มึนครับ มึน


โดย: ตาลุงมาแว้ว IP: 124.120.150.206 วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:17:20:05 น.  

 
ตามมามึนด้วยคน


โดย: แม่มด (GreenWitch ) วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:17:41:54 น.  

 
แรงแห่งบุญชักนำมาครับ


โดย: อัสติสะ วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:17:47:05 น.  

 
...

หลงมามึนอีกคน


โดย: lastmoon วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:20:11:49 น.  

 
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งพอสมควร
น้องบี เข้าถึงพระธรรมอย่างเข้มข้นจริงๆ อนุโมทนาบุญด้วยคะ


โดย: dolores วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:21:07:38 น.  

 
ได้ข่าวว่าทานไอศรีมระวังนะจะหุ่นดีเหมือนพี่อิอิ...

มาอ่านธรรมมะ โห ทำไมลึกลับซับซ้อนจังมึนเลย
นอนหลับฝันดีน๊า ...วันนี้พี่คงนอนดึกจ้า


โดย: มดทิพย์ วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:23:19:44 น.  

 
อยากรู้ว่า....
มนุษย์คนแรกเกิดมานานกี่กัปป์
แล้วไม่สร้างอะไรเหลือไว้ให้เราเห็นบ้างเลยหรือ?
ถ้าบอกว่าแต่ละกัปป์จะมีไฟมาเผาล้างจนหมด
แบบนี้ก็ไม่เหลืออะไรเลยให้สืบค้น
อีกอย่างเขาจะจดบันทึกเรื่องนี้ได้อย่างไร?
ในเมื่อทุกอย่างถูกเผาทำลายไปหมด
และช่วงอายุของ 1 คน ก็สั้นมากๆเมื่อเทียบกับ 1 กัปป์
ผู้รู้ รู้ได้อย่างไร?
ผู้เชื่อ เชื่อได้อย่างไร?
หรือจะคิดว่าเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่ได้ผิดตรงไหน?
แล้วเราจะเป็น พุทธ-ผู้ตื่น ผู้รู้แจ้ง ได้อย่างไร?
แต่ก็ได้ความรู้เมื่ออ่านสิ่งที่นำมาบอกเล่า ขอบคุณมาก
ปัญหาก็คือ 1 กัปป์ ก็ยังเป็นการมองต่างมุมของแต่ละสำนักอยู่ดี
ที่แน่ๆ นานมาก นานจนไม่อยากคิด
จัดเข้าหมวดคำถามที่ไม่ต้องถามเลยดีกว่า
น่าจะเป็น "โลกจินตา"
(1 ใน อจินไตย4)


โดย: Opapatika IP: 124.120.1.133 วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:8:08:55 น.  

 
อ่านแล้วทำให้ฉุกคิดว่า ขนาดเราโชคดีได้เกิดมาพบพุทธศาสนา บ้านเมืองผู้คนยังวุ่นวายกันขนาดนี้ หากไปเกิดในยุคที่ไร้พุทธศาสนาจะปั่นป่วนกันขนาดไหน

การดำรงชีพอาจเต็มไปด้วยอันตราย ต้องระแวดระวัง แม้เพียงหลับตาเพื่อผ่อนคลายคมดาบอาจจ่อที่คอหอยแล้ว

เมื่อเราโชคดีถึงเพียงนี้น่าจะเร่งปฏิบัติให้เต็มกำลังใจและสติปัญญา... เพราะไม่มีอะไรมายืนยันได้เลยว่า การเกิดครั้งใหม่ของเราจะไปตกอยู่แห่งหนตำบลไหน

.........

ขอร่วมอนุโมทนาในผลบุญที่คุณนู๋บีได้ไปอยู่วัดปฏิบัติธรรม ทอดกฐิน และนำสิ่งดีๆ มาเผยแพร่ด้วยนะครับ


โดย: ตั้งสติ วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:8:15:26 น.  

 

อืมมม เปรียญ9 อย่างที่อาคุงกล่องว่าไว้...

วันนี้ สาระดีนะครับ


โดย: yyswim วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:9:42:02 น.  

 
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ นู๋บี...กับการไปปฏิบัติธรรม...และทอดกฐินค่ะ
ไปที่วัดไหนมาคะ?
เช่นกันค่ะ..ช่วงนี้เทศกาลกฐิน..ไปร่วมทำบุญหลายวัด เอาบุญมาฝากนู๋บี ...อนุโมทนาด้วยนะจ๊ะ


โดย: VICT วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:16:01:04 น.  

 
ขอบคุณมาก ขอสารภาพว่าเพิ่งทราบ เปรียบเทียบได้เห็นภาพมากมากว่านานแค่ไหน ชีวิตเรานี่ช่างใช้เวลาได้น้อยมากมาก ต้องรีบสร้างบุญไว้ให้มาก เข้าใจแล้วจริงจริงค่ะ


โดย: จินต์ภาณี IP: 119.42.82.143 วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:32:12 น.  

 
น้องๆ หนูๆ เดี๋ยวนี้เก่งในธรรมจัง น่าชื่นใจ
แต่ผมเห็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเล็กๆ น้อยๆ อยากจะเสริมให้นะครับ

กัป คือ ระยะเวลาที่โลกเกิดและดับไปรอบหนึ่งอย่างที่ว่า แต่ไม่อาจนับเวลาได้เพราะมันยาวนานเกินกว่าจะนับ ให้พระอินทร์พระพรหมมานั่งนับว่ากัปหนึ่งนานกี่ปี รับรองว่าท่านเบื่อไปเสียก่อน หรืออาจจะจุติไปเสียก่อนจะได้ได้แค่เศษเสี้ยวของกัป
เพราะความยาวนานนี้เอง การนับเวลาของกัปจึงต้องใช้วิธีอุปมา
พระพุทธเจ้าทรงอุปมาระยะเวลากัปหนึ่งว่ามีภูเขาหินตันทึกกว้างยาวสูงอย่างละโยชน์ ลูกหนึ่ง ทุก 100 ปีเอาผ้ากาสีเนื้อดีมาลูบครั้งหนึ่ง นานเข้าภูเขานั้นก็ราบเรียบไปซึ่งต้องใช้เวลานานมาก แต่เวลานั้นก็ยังไม่นานถึงกัปหนึ่ง (อยู่ในปัพพตสูตร)
หรือทรงอุปมาว่ามีกำแพงล้อมรอบพื้นที่กว้างยาวสูงด้านละโยชน์ ภายในใส่เมล็ดพันธุ์ผักกาดไว้จนเต็ม ทุก 100 ปีก็หยิบเมล็ดพันะผักกาดออกเมล็ดหนึ่
กว่าจะหมดก็ใช้เวลายาวนานมาก แต่ก็ยังไม่ถึงกัปหนึ่ง (อยู่ในสาสปสูตร)
กัปยาวนานด้วยอุปมา 2 อย่างนี้

ถ้าอ่านในพระไตรปิฎกหรืออรรถกถาพระไตรปิฎก ยังมีวิธีคำนวณหาความยาวกัปอีกอย่างหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับคำว่า อสงไขย
อสงไขย คือ จำนวนที่ขึ้นต้นด้วย 1 ตามด้วยเลข 0 อีก 140 ตัว
มีคำอธิบายว่า มนุษย์บนโลกเรานี้อายุผันแปรไม่เท่ากัน เริ่มตั้งแต่สมัยต้นกัป มนุษย์อุบัติมาจากพรหม เป็นสัตว์ผู้มีจิตประภัสสร มีกายสว่างไสว ลอยไปลอยมาในอากาศ มีอายุยืนยาวอสงไขยปี (ดูในอัคคัญสูตร) แต่ต่อมามนุษย์เริ่มมีใจเสื่อมลง มีกิเลสหนา อายุจึงเริ่มลดน้อยถอยลง ทุก 100 ปี อายุขัยลดลงปีหนึ่ง จนเหลือแค่ 10 ปี จากนั้นมนุษย์ก็เริ่มกลับเป็นคนดี อายุขัยจึงเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ทุก 100 ปี อายุขัยเพิ่มขึ้นปีหนึ่ง จนกลับไปถึงอสงไขยปีดังเดิม
จากอายุไขยอสงไขยปี ลดเหลือ 10 ปี แล้วย้อนกลับไปเป็นอสงไขยปีอีกครั้งหนึ่ง เรียกว่า 1 รอบอสงไขย (หรือ 1 อัตรกัป) วนไปวนมาแบบนี้ได้ 256 รอบ เท่ากัป 1 กัป
ดังนั้น 1 กัปจึงยาวนานมาก จึงเรียกว่า มหากัป คำว่ามหากัปอย่างที่หนูบีเข้าใจจึงคลาดเคลื่อนไปนิด

เหตุที่เรียกว่ามหากัปเพราะมันยาวนานมากอย่างหนึ่ง กับอีกอย่างหนึ่งเพราะมันจะสับสนกับอีกคำคือคำว่าอสงไขยกัป อสงไขยกัปหนึ่งประกอบด้วย 64 รอบอสงไขย หรือ 64 อันตรกัป ใน 1 มหากัปจึงประกอบด้วย 4 อสงไขยกัป
ทำไมจึงมีคำว่าอสงไขยกัปขึ้นมาอีก
ก็เพราะเขาแยกมหากัปออกเป็น 4 ช่วง ช่วงหนึ่งคือเมื่อโลกกำลังพินาศ (เช่นถูกไฟเผาอยู่) ช่วงหนึ่งคือโลกพินาศไปแล้วเหลือแต่ความว่างเปล่า ช่วงหนึ่งโลกเริ่มก่อกำเนิดแต่ยังไม่มีสิ่งมีชีวิต และอีกช่วงหนึ่งโลกเกิดขึ้นสมบูรณ์และมีสิ่งมีชีวิต (ก็คือช่วงนี้ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่นี่แหละ)
ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องนี้แล้ว บอกเสียหน่อยว่าในช่วงที่โลกมีสิ่งมีชีวิตอยู่นี้มันยาวนาน 64 รอบอสงไขย หรือ 64 อันตรกัป ขณะนี้เราอยู่ในช่วงอันตรกัปที่ 11 ดังนั้นที่บอกว่าจะมีไฟประลัยกัปมาล้างโลกเร็วๆ นี้จึงเป็นแค่พูดกันไป หรือพูดว่าจะถึงยุคพระศรีอาริย์แล้วก็พูดกันไป อีกนานนัก เพราะต้องรอให้อายุขัยมนุษย์ลดลงเหลือ 10 ปี แล้วขึ้นไปเป็นอสงไขยปี แล้วลดลงเหลือ 8 หมื่นปี นั่นแหละจึงจะถึงยุคพระศรีอาริย์

คราวนี้ที่หนูบีเข้าใจว่า 7 กัปเป็น 1 มหากัปนั้น คงเข้าใจสับสนกับเรื่องวิธีการทำลายล้างโลกครับ
โลกเรานี้จะถูกทำลายลงได้ 3 วิธี คือถูกไฟประลัยกัปเผา ถูกน้ำประลัยกัปท่วม และถูกลมประลัยกัปทำลาย ทั้ง 3 วิธีนี้รุนแรงต่างกัน แต่ทุกวิธี มนุษย์และเทวดาจะถูกทำลายหมด
ไฟประลัยกัปจะถือว่ารุนแรงน้อยที่สุด เพราะทำลายขึ้นไปถึงพรหมโลกชั้นที่ 3 น้ำประลัยกัปทำลายถึงพรหมโลกชั้นที่ 6 และลมประลัยกัปรุนแรงที่สุดทำลายถึงพรหมโลกชั้นที่ 9
วัฏจักรคือจะมีไฟประลัยกัปทำลายมหากัปไป 7 รอบ พอรอบที่ 8 ก็จะเปลี่ยนเป็นทำลายด้วยน้ำ สลับกันไปแบบนี้ จนถึงรอบที่ 64 จึงจะเกิดลมประลัยกัปเสียครั้งหนึ่ง
เข้าใจว่าหนูบีเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องมหากัปตรงที่มาปนกับเรื่องรอบการทำลายล้างโลกนี่แหละครับ

แต่เก่งนะ ศึกษาธรรมะเยอะๆ แล้วเอามาบอกต่อด้วยภาษาง่ายๆ ศึกษาเก่งและสอนเก่งวันหน้าคงได้เป็นพระสาวกปฏิสัมภิทาญาณเป็นอย่างน้อย


โดย: ลุงผู้ผ่านมา IP: 124.121.47.209 วันที่: 19 สิงหาคม 2552 เวลา:10:50:56 น.  

 
ของคุณคุณลุงผู้ผ่านมา มากค่ะ ที่มาเพิ่มเติมความรู้แบบละเอียดให้ และเพิ่มความรู้ใหม่เข้ามาให้ด้วย

แฮ่ะ ๆ นู๋ก็เพิ่งจะศึกษาไม่นานเท่าไหร่ค่ะ ยังต้องขัดเกลาและให้ผู้รู้ท่านอื่น ๆ มาช่วยแนะนำเพิ่มเติมอยู่แบบนี้อีกมาก ความรู้ที่ได้ จริง ๆ ค้นคว้ามาได้หลายแบบอย่างที่คุณลุงบอกค่ะ ทั้งแบบเอาผ้ามาปัด ทั้งแบบนับเมล็ดผักกาด แต่บีอ่านแล้วมันยังไม่ชัดเจน เพราะที่ค้นหาอยากจะหาที่มันชัดเจน และยังมีเพื่อน ๆ หรือคนที่ยังคงสงสัยเรื่องศาสนาเมื่อเพื่ออยากเอาไปเปลี่นเทียบเป็นตัวเลขแน่นอนได้ในทางหลักวิทยาศาสตร์ บีก็เลยพยายามหามาหลาย ๆ ข้อมูล และข้อมูลนี่มีเป็นตัวเลข ก็เลยทำให้ดูน่าสนใจค่ะ ถึงแม่จะคลาดเคลื่อนหรือไม่ตรบกับความเป็นจริงมากนัก แต่ก็ยังพอจะทำให้ประมาณได้ว่าความยาวนานของกัป นั้นมากมายเพียงใด

ขอบคุณที่นำข้อมูลมาแบ่งปันกันนะคะ ว่าง ๆ เชิญแวะมาอีกค่ะ ^_^


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (เจ้าของบ้าน) (Beee_bu ) วันที่: 20 สิงหาคม 2552 เวลา:10:24:49 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ น๊ะค่ะ


โดย: kunklou IP: 49.48.75.111 วันที่: 22 ตุลาคม 2555 เวลา:2:17:04 น.  

 
มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้ เก้าแสนสองร้อยยี่สิบสามพระะองค์


โดย: ม IP: 49.49.222.229 วันที่: 1 ธันวาคม 2555 เวลา:8:28:48 น.  

 
***กัปป์ และ อสงไขย นานเท่าไหร่นะ !!??????
ไม่ว่าจะเป็นคำว่า "กัปป์" หรือ "อสงไขย" ซึ่งเป็นสำนวนเป็นอเนกสังขยา(บอกว่ามากเท่านั้น) ....ตามนัยแล้วคำเหล่าหมายถึงเป็น "เป็นเวลามาช้านาน " ซึ่งคนในสมัยนั้นเข้าใจถึงความหมายดีแต่คนในสมัยนี้หรือปัจจุบันไปยึดเอาติดกับตัวเลข ดังจะยกตัวอย่างเช่น คนนี้ใจกว้างอย่างกับมหาสมุทร(ต้องวัดไหมมหาสมุทรกว้างลึกเท่าใด), งานกองเท่าภูเขาเหล่ากา เป็นต้น. คงจะเข้าใจแล้วนะจ๊ะ
Cr: http://youtu.be/W4Vlrlwf6mI นาที่ที่27 เป็นต้นไป(หากฟังทุกตอนจะเข้าใจมากขึ้น)


โดย: Chokchai IP: 101.108.25.76 วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:43:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Beee_bu
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ไม่ได้คิดถึงทุกครั้งที่หลับตา
แต่คิดถึงทุกเวลาที่หายใจ"


ผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือเพื่อสุขภาพ
รายละเอียด
www.tarad.com/dxn
banner
Friends' blogs
[Add Beee_bu's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

สาวๆเอนมาหนุ่มๆเอนไปเทพมังกรอวยชัยเอนมาๆ width=40 height=40 align=middle vspace=2 hspace=2 border=0 title="cilladevi">
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.