"รัก" และ "กำลังใจ" ฉันมีไว้เพื่อแบ่งปัน Blog ของสาวน้อยขี้เหงาและช่างฝัน (Beee Diary & Music)
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
2 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
งานศพ (อีกแล้ว) - More Love, More (Ost.The Classic คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต)

งานศพ (อีกแล้ว) - More Love, More (Ost.The Classic คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต)

More Love, More (Sarang Ha Myun Hal Soo Rok) - Instrumental - The Classic Melody
- Ost.The Classic คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต

More Love, More (Sarang Ha Myun Hal Soo Rok) - Instrumental - The Classic Melody - Ost.The Classic คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต


สวัสดีค่ะ กลับมาแล้วค่ะ คราวนี้กลับจากเดินทางไประยองมาค่ะ ไปร่วมงานศพตั่วโกว หรือคุณป้าคนโตมา เมื่อเดือนเมษายนก็เพิ่งจัดงานศพอาม่าไป ซึ่งก็คือแม่ของโกวทั้งสามคน ตั่วโกว หยี่โกว โส้ยโกว ตั่วโกวก็มานอนค้างที่บ้าน ช่วยจัดงานอยู่เลย ใครจะรู้ว่าการเจอกันครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดูแข็งแรงดี ไม่กี่เดือนต่อมากลับหมดแรงไปเฉย ๆ หลังจากบ่นว่าเพลีย ๆ แล้วก็นอนพักผ่อน ตกเย็นก็ไม่รู้สึกตัวอีกแล้ว ส่งเข้ารพ.ระยองอยู่ 1 อาทิตย์ ปั๊มหัวใจไป 2 รอบ และก็จากไป

การจากไปของคนใกล้ชิดในครอบครัวเริ่มดำเนินมาเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีมานี้ ซึ่งก็พยายามเข้าใจสัจจะของชีวิตที่คนเราจะต้องมีเกิด แก่ เจ็บ และตาย จากกันไปในที่สุด ไม่มีผู้ใดที่หนีพ้นไปได้ และการได้ไปร่วมงานศพถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะหลัง คนรุ่นก่อนหน้าค่อย ๆ หายจากกันไปทีละคน ทีละคน ก็ยิ่งย้ำเตือนให้ตระหนักถึงความไม่ประมาทของชีวิต และใช้ชีวิตอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดอยู่เสมอ การเข้าวัดบ่อยขึ้นทำให้ปล่อยวางและพิจารณาชีวิตอยู่เสมอได้บ่อยยิ่งขึ้น การไปร่วมงานศพ และได้ฟังพระอภิธรรมทุกครั้งที่ฟังจะพิจารณาตามไปด้วยอยู่เสมอ ว่าชีวิตคือของไม่เที่ยง ชีวิตคืออนิจจัง ร่างกาย สังขาร ย่อมมีวันเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดานั้นเป็นความจริง และงานศพมากมายที่ไปมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งตอกย้ำสิ่งเหล่านี้เสมอ ครอบครัวใหญ่ซึ่งเป็นครอบครัวขยายแบบคนจีนของเราที่นับญาติพี่น้องที่รู้จักคุ้นเคยกันดี ทั้งหมด 15 คน ภายใน 7-8 ปีมานี้จากไปแล้วเกือบครึ่ง คนรู้จัก ญาติที่สนิทค่อย ๆ หายกันไปทีละคน และอยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ทำให้เราต้องมาใคร่ครวญและพิจารณาว่า เมื่อไหร่จะถึงคิวของเรานะ เราก็ย่อมหนีไม่พ้นสิ่งนี้เช่นกัน

การต้องมาแต่งหน้าศพคนตายทำให้พิจารณาว่า คนเราตอนมีชีวิต จิตวิญญาณอยู่ในร่าง และหลังจากตายไปแล้วแตกต่างกันอย่างไร พิธีป้อนข้าวศพมีเพื่ออะไร เขากินไม่ได้แล้วยังต้องป้อนอีก เปรียบได้ว่าเมื่อตอนอยู่พ่อแม่ ปู่ย่า ท่านนั้นเคยเลี้ยงดูป้อนข้าวป้อนน้ำเรา ตอนตายเราก็ต้องป้อนท่านจนวาระสุดท้าย การเปิดฝาโลงศพให้ดูหน้าเป็นครั้งสุดท้าย การเอาน้ำมะพร้าวล้างหน้าศพและขึ้นเมรุเผาศพ ล้างไปทำไม คนตายแล้วไม่ต้องห่วงหล่อห่วงสวยอีกแล้ว แต่แท้จริงต้องการให้ลูกหลานได้พิจารณาดูสภาพร่างกายอีกครั้ง ว่าสิ่งที่เรายึดติดว่าสวยว่างาม คนที่เรารัก ชอบ ผูกพันนั้น แท้จริงแล้วก็ไม่คงอยู่ถาวร ในที่สุดก็ต้องเสื่อมสลายไป ร่างกายคนก็เช่นเดียวกัน การนั่งมองเปลวไฟที่ค่อย ๆ มอดไหม้จนเป็นเถ้าถ่าน และนั่งรอเก็บกระดูกไปลอยอังคาร หรือเก็บไว้บูชา นั่งทำอะไรกัน จับกลุ่มพูดคุย หรือนั่งฆ่าเวลาไปเฉย ๆ แต่แท้จริงแล้วควรนั่งพิจารณาความเสื่อมสลายไปต่อหน้าต่อตา ว่าท้ายที่สุดแล้วร่างกายคนก็เท่านี้ เหลือแค่เพียงเถ้ากระดูกกองเล็ก ๆ กองหนึ่งเท่านั้นเอง

แล้วเวลานี้ ท่านทั้งหลายกำลังทำอะไรกันอยู่ กำลังดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามวัฏจักรที่หนีไม่พ้นต่อไปโดยไม่คิดอะไรเลย หรือดำเนินชีวิตให้มีสตินึกถึงความตายอยู่ทุกขณะจิต ทุกลมหายใจ.....


สุดท้ายนี้ ขอนำบทกลอนที่ได้จากวัดมาฝากให้พิจารณากันค่ะ


เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน
เมื่อเจ้ามาตัวเปล่าเจ้าจะเอา อะไร
เจ้าก็ไปตัวเปล่าเหมือนเจ้ามา



นู๋ Beee เองค่ะ



Create Date : 02 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2551 12:31:26 น. 10 comments
Counter : Pageviews.

 
สืบค้นเพิ่มเติมค่ะ จากคำกลอนข้างบน ไปค้นหาแล้วเจอกลอนแบบเต็ม ๆ มาฝากกันค่ะ

แบบแรก บอกว่าเป็นของหลวงพ่อโต


ยศและลาภ หาบไป ไม่ได้แน่
มีเพียงแต่ ต้นทุน บุญกุศล
ทรัพย์สมบัติ ทิ้งไว้ ให้ปวงชน
แม้ร่างตน เขาก็เอา ไปเผาไฟ
เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
มามือเปล่า แล้วเจ้า จะเอาอะไร
เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา"


//- บทกลอนคำเทศน์ของหลวงพ่อโต
(สมเด็จพระพุฒาจารย์ พรหมรังษี)
ต่อ พระปิยมหาราช เมื่อท่านยังทรงพระเยาว์
ในขณะที่หลวงพ่อโตอยู่ในวัยชรา
และ เป็นช่วงเวลาแผ่นดินที่ 5 แผ่นดินสุดท้ายของท่าน


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:16:26 น.  

 
แบบที่สอง บอกว่าของท่านพุทธทาสภิกขุ

คำสอนดีดีจากท่านพุทธทาสภิกขุ



ยศและลาภหาบไปมิได้แน่ เว้นเสียแต่ต้นทุนบุญกุศล

ทิ้งสมบัติทั้งหลายให้ปวงชน แม้แต่ร่างของตนเขายังเอาไปเผาไฟ

เจ้าเกิดมามีอะไรมาด้วยเจ้า ใยมัวเมาโลภมากทำบาปใหญ่

เจ้ามาเปล่าแล้วจะเอาอะไรไป เจ้าก็ไปตัวเปล่าเหมือนเจ้ามา

เจ้าเกิดมาก็มาแต่ตัวเปล่า ใครหอบเอาสมบัติมาก็หาไม่

ถึงคราวจากทอดทิ้งไว้มิเอาไป ติดตามได้แต่บาปบุญของตนเอง

เมื่อยังไม่ตายมุ่งหมายว่าของข้า เพราะตัณหาพาจิตคิดหลงใหล

แม้ตัวเราเขายังเอาไปเผาไฟ มีสิ่งใดเป็นของเราก็เปล่าเลย

แรกเกิดมามีแต่หัวและตัวเปล่า มิได้เอาเงินทองคล้องมาด้วย

เมื่อเป็นอยู่บากบั่นเข้าขั้นรวย ยามมอดม้วยก็ทิ้งไว้ไปแต่มือ...


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:18:45 น.  

 
ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง คนทุกคนต้องตายเหมือนกันหมดแบบนี้


โดย: hs_olj วันที่: 2 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:47:18 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่แวะมาทักทาย นานเลยไม่ไ้แวะเข้ามาหวังว่าน้องคงสบายดีนะค่ะ ดูแลตัวเองนะค่ะ คิดถึงเสมอค่ะ


โดย: Hawaii_Havaii วันที่: 3 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:55:16 น.  

 
...

เสียใจกับการจากไปของตั่วโกวด้วยนะจ๊ะ น้องบี

เค้าถึงว่าไว้ว่า เวลาเป็นสิ่งมีค่า
เราอาจเคยได้เสียเวลาไปสิ่งไร้ค่า ไร้ราคาไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
แต่ขอให้เวลาที่เหลืออยู่นี้ ซึ่งก็ไม่รู้กันหรอกนะว่า จะเหลืออยู่อีกสักเท่าไร
ให้เหลือเป็นเวลาที่มีค่า มีราคา ให้ได้ดีที่สุดล่ะนะ ...
และหากว่า วันของเราจะไม่มีวันพรุ่งนี้ล่ะ
วันนี้ เราจะทำอะไรกัน ...

เผื่อว่า วันพรุ่งนี้ของพี่จะไม่มีเหลือ ...

มีความสุข และ รักษาสุขภาพไว้มากๆนะคะ น้องบี

...


โดย: lastmoon วันที่: 3 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:15:18 น.  

 


โดย: ดราก้อนวี วันที่: 3 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:28:55 น.  

 
เมื่อมาเยือนถึงก่อนเคยได้ยิน ขอบคุณมาก แวะมาฝากความสวัสดีครับ


โดย: ลุดวิก IP: 202.57.150.199 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:40:07 น.  

 
เสียใจด้วยนะค่ะ


โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:53:16 น.  

 
"ชีวิต คือวันนี้ที่เคลื่อนไหว
วันเวลาผ่านไปล้วนไม่แน่
ความเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนไป ล้วนเปลี่ยนแปร
อาจเเหลือแต่ ร่างที่ล้มสิ้นลมปราณฯ"
อเนก รำไพกุล - เชียนเอง


โดย: Narisza! IP: 58.64.106.209 วันที่: 17 ธันวาคม 2551 เวลา:17:46:43 น.  

 
เสียใจด้วย


โดย: air IP: 223.205.209.137 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:55:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Beee_bu
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ไม่ได้คิดถึงทุกครั้งที่หลับตา
แต่คิดถึงทุกเวลาที่หายใจ"


ผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือเพื่อสุขภาพ
รายละเอียด
www.tarad.com/dxn
banner
Friends' blogs
[Add Beee_bu's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

สาวๆเอนมาหนุ่มๆเอนไปเทพมังกรอวยชัยเอนมาๆ width=40 height=40 align=middle vspace=2 hspace=2 border=0 title="cilladevi">
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.