A balanced state of mind is YOGA 
 
บ้านหยีโยคะพร้อมสมาชิก เลี้ยงอาหารกลางวันและบริจาคเงินที่โรงเรียนสอนคนตาบอด ภาคเหนือ



วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา บ้านหยีโยคะ ร่วมกับสมาชิกได้ทำบุญเลี้ยงอาหารกลาวันและทำกิจกรรมที่ โรงเรียนสอนคนตาบอด ภาคเหนือ โดยมีการเลี้ยงอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน 100 คน  ซึ่งงานนี้ได้รับความเมตตาจากสมาชิก ร่วมปันน้ำใจให้กับน้อง ๆ ยอดร่วมทำบุญได้ถึงกว่า 7500 บาท ซึ่งได้ถูกจัดสรรเป็นค่าอาหารกลางวัน 3500 บาท ค่า นม-ชาเย็น 500 บาท แจกเงินให้กับเด็กโดยตรงคนละ 30 บาท จำนวน 100 คน เป็นเงิน 3000 บาท ส่วนเงินที่เหลือ 500 บาทได้แบ่งปันไปยังผู้ช่วยแม่ครัวและจิตอาสาที่เข้ามาช่วยงาน สุดท้ายก็ได้บริจาดไข่ไก่จำนวน 120 ฟองให้กับโรงครัว  เป็นที่ชัดเจนว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านได้ทำบุญมานั้น ได้ถูกนำไปใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ (ขอรับรอง)  ขอบคุณพิเศษน้องบิ๊กสำหรับเครื่องดื่มนม-เย็น หวาน หอม อร่อย (ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า Suger Free Smiley  ) และขอบคุณพี่เพื่อสำหรับภาพสวย ๆ เจ้า สุดท้ายขอขอบคุณพวกเราทุกคนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจร่วมเงินจึงทำให้งานบุญครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ 

โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์จังหวัดเชียงใหม่ จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น(ตาบอด) ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในลักษณะอยู่ประจำ (กินนอนในโรงเรียน) เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น(ตาบอด)เป็นการให้แสงสว่างบนทางชีวิตใหม่ให้พวกเขามีความรู้ ความสามารถและมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ


โดยท่านสามารถร่วมทำบุญช่วยเหลือน้องๆ ได้หลายวิธีเลยนะคะ เช่น เลี้ยงอาหารกลางวัน -เย็น บริจาคเป็นของแห้ง หรือบริจาดเป็นเงินสด โดยติดต่อโดยตรงได้ที่




โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ
ที่อยู่ : 41, ถนนอารักษ์, ตำบลพระสิงค์, อำเภอเมือง, จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ : 053 278 009 โทรสาร.053-815137 , 053-814721
http://www.cmblind.ac.th/
น้อง ๆ กำลังรอความเมตตาจากท่าน มาแบ่งปันในสิ่งดี ๆ ร่วมกันนะคะ



--------------------------------------------------------------------------------------------------








รวมพลกัน ประมาณ 11.30 น. ใครเป็นใครก็ดูกันเอง สวยกันไปคนและแบบ วันนี้วันบุญทุกคนก็พกพาแต่รอยยิ้ม ความสุข ความเบิกบานมากันค่ะ Smiley



ของบริจาคก็พร้อมค่ะ ไข่ไก่ 120 ฟองจากฟาร์มพี่มด และชานมเย็น ผลิตโดยน้องบิ๊ก


อาหารพร้อม ซึ่งโรงเรียนได้ขอเป็นผู้จัดทำอาหารเองเพื่อควบคุมความสะอาดและคุณภาพของอาหาร (โดยอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน 100 คน ค่าใช้จ่าย 3500 บาท)


อาหารแสนอร่อยสำหรับน้อง ๆ เป็นก๋วยเตียวต้มยำ ของหวานคือกล้วยบวดชี ชานมเย็นและขนมอมSmiley








ช่วยกันจัด ช่วยกันวาง ด้วยรอยยิ้มและอย่างมีความสุข Smiley





น้อง ๆ ทยอยกันมาแล้วค่ะ เรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบตามระดับชั้น โดยวันนี้จะเป็นเด็กเล็กจนถึงประถมหก



เด็ก ๆ เข้าประจำที นั่งกันให้เรียบร้อย โดยมีคุณครูค่อยกำกับว่ามีอะไรวางบนโต๊ะบ้าง


พร้อมกันนี้คุณครูจะให้นักเรียนกล่าวซ้ำถึงอาหารที่จะกินวันนี้มีอะไรบ้าง ทั้งไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งนักเรียนก็สามารถตอบได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง



หลังจากนั้นก็ต้องกล่าวขอบคุณข้าวที่ว่า .....ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งกินขว้าง เป็นของมีค่า..............................จบแล้ว


ถึงจะลงมือทานพร้อมกัน โดยอาหารและขนมคุณครูจะให้ทานให้หมดที่โต๊ะเลย ยกเว้นลูกอมที่อนุญาตินำกลับไปกินที่ห้องได้



ระหว่างทานก็จะได้รับการดูแลจากครูพี่เลั้ยง และพวกเราที่จะคอยดู เพื่อเติมอาหารเมื่อเด็ก ๆ ต้องการเพิ่ม




แล้วถึงรายการที่เด็ก ๆ ชอบกันค่ะ คือ พวกเราได้ช่วยกันแจกเงินให้เด็ก ๆ คนละ 30 บาท โดยเด็กโตก็สามารถเก็บเงินไปได้เลย ส่วนเด็กเล็กคุณครูประจำชั้นจะเป็นผู้เก็บเงินไว้ให้แล้วนักเรียนมาเบิกไปใช้อีกที





ก่อนที่จะลาจากกัน น้องๆ ร้องเพลงขอบคุณและอวยพรให้พวกเรามีความสุข พ้นทุกข์พ้นภัยค่ะ และสาวน้อย ๆ ผู้น่ารักก็เป็นตัวแทนเพื่อน ๆ มอบของที่ระลึกให้พวกเรากันจ้า เป็นวันดีๆ อีกวันหนึ่งที่พวกเราได้ช่วยกันทำให้เกิดขึ้น ขอบคุณ ขอบคุณและขอบคุณ Smiley





Create Date : 17 ธันวาคม 2559
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2560 10:41:44 น. 0 comments
Counter : 171 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
 

ดอยวาวี
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




ชื่อจริง บุษรา รัตนวาวี ชื่อเล่น ลูกหยี ค่ะ เป็นคนเหนือโดยกำเนิด ศึกษาและทำงานที่เชียงใหม่ จนอายุเกือบ 30 ปี จึงได้ตัดสินใจไปศึกษาปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนที่เรียนที่ประเทศอังกฤษ ได้มีโอกาสรู้จักโยคะเป็นครั้งแรกและได้ฝึกมาตลอด ถึงแม้ว่าหลังจากสำเร็จการศึกษาและได้งานประจำที่กรุงเทพ แต่ก็ไม่เคยละทิ้งโยคะเลย ได้ศึกษโยคะหลาย ๆ แบบ ได้เข้าฝึกกับผู้ฝึกทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ จนค้นพบว่าโยคะที่เหมาะกับตนเองและคิดว่าจะฝึกไปตลอดชีวิตเลยคือ หะฐะโยคะ ซึ่งถือเป็นโยคะดั้งเดิมจากอินเดีย จึงได้ฝึกเฉพาะหะฐะโยคะตั้งแต่นั้นมา และมีโอกาสที่เข้าฝึกเป็นครูโยคะ ที่สุนีย์โยคะ กรุงเทพ เป็นเวลา 100 ชั่วโมง และได้สอนในโอกาสต่าง ๆ ในวันที่ว่างเว้นจากงานประจำ จนกระทั่งสิ้นปี 2009 จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เดินทางไปศึกษาโยคะและอายุรเวทที่อินเดียอย่างจริงจัง เป็นเวลา 3 เดือน (หลักสูตรครูโยคะ 1000 ชั่วโมง) ซึ่งเป็นเวลา 3 เดือนที่ได้ใช้โยคะเป็นวิถีแห่งชีวิต ได้มีโอกาสสอนคนทั้งคนแก่ คนท้อง เด็ก ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง จึงได้ตัดสินใจที่จะแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ที่ตนเองได้ประสบมาจากการรู้จักโยคะ และได้ใช้โยคะเป็นวิถึชีวิต กับชาวเชียงใหม่ค่ะ

มารู้จัก บ้านหยีโยคะ ด้วยนะคะ
บ้านหยีโยคะ ถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่แวดล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ในเดือนธันวาคม 2553 ด้วยความรักบวกกับความตั้งใจของครูหยีเพื่อโยคะโดยเฉพาะ และเน้นนโยบายของครูหยีเองว่า เพื่อช่วยเหลือคนอื่น โดยใช้ประสบการณ์ ความรู้ของตน พร้อมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้กับสมาชุก ที่สำคัญสุดรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าสมาชิกจะใช้เพื่อการกุศล ตลอดเวลา 1 ปีที่ครูหยีได้เปิดสอนมานั้น ได้รับการต้อนรับจากชาวเชียงใหม่หรือแม้แต่คนต่างจังหวัดเป็นอย่างดีมาก ถึงแม้ครูหยีจะเปิดสอนเพียง 3 วันต่ออาทิตย์ก็ตาม รายได้ได้ถูกนำไปสร้างบุญสร้างกุศลอย่างมากมาย ตั้งแต่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่าง ๆ จนถึงร่วมทำบุญซื้อที่ดินถวายวัด ช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษา ค่าอาหารต่อเด็กยากจน ตลอดจนเป็นปัจจัยสำหรับอาหารสำหรับผู้ปฏิบัตธรรมตามสถานที่ปฏิบัติธรรมต่าง ๆ แต่สิ่งที่ครูหยีประทับใจที่สุดคือสมาชิกหลายท่านมีสุขภาพทั้งกายและใจดีขึ้นมาก มีสติ หันมาศึกษาธรรมะ ดูแลสุขภาพของตนจากภายใน รักตนเองมีความมั่นใจในตนเอง พร้อมสิ่งดี ๆ อีกมากมาย ถึงแม้ว่าสิ่งที่ครูหยีทำอยู่อาจจะไม่ใช่สิ่งยิ่งใหญ่ แต่ตนเองก็ภูมิใจที่ได้ทำและจะทำไปเรื่อย ๆ เท่าที่เหตุปัจจัยจะนำพาไป ครูหยีขอถือโอกาสนี้กราบขอบคุณสมาชิกทุก ๆ ท่าน ที่ได้ให้การสนับสนุนบ้านหยีโยคะ และให้กำลังใจครูหยีในการทำความดีตลอดมา (ไป) ค่ะ
------------------------------------------------------------
update มกราคม 2556

ผ่านไปอีกปีหนึ่งแล้วค่ะ บ้านหยีโยคะก็เปิดมาแล้วครบ 2 ปี และกำลังก้าวย่างสู่ปีที่ 3 ในปีที่สองที่ผานมาบ้านหยีโยคะได้มีกิจกรรมทำร่วมกับสมาชิกมากขึ้น ไม่ว่าจะไปปฏิบัติธรรมร่วมกัน ร่วมออกโรงทาน หรือไปแสวงบุญไกลถึงอินเดียร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมดี ๆ หลายอย่างก็ยังจะทำต่อเนื่องกันไปต่อไปค่ะ และการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างก็คือบ้านหยีโยคะได้เน้นกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนขึ้นคือจะเน้นรับสมาชิกที่เป็นวัยทำงาน ตั้งแต่ 30 ปีขั้นไป และในช่วงเช้าจะเน้นวัยผู้ใหญ่ที่ 40 ปีขึ้นไป เพราะครูหยีเห็นว่าผู้หญิงในแต่ละวัยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจที่ต่างกัน ควรจะได้รับการดูแลที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ ครูหยีได้เพิ่มและเน้นเรื่องของโภชนาการมากขึ้น แบ่งปันความรู้ในด้านของอายุรเวทมากขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนเลยค่ะ คือให้สมาชิกของเรานั้นได้มีความสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ฝึกเป็นหมอของตนเองค่ะ สังเกตุการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ปรับธาตุด้วยอาหาร ด้วยอารมณ์ ซึ่งได้รับความสนใจนำไปปฏิบัติจากสมาชิก เช่น การรับประทานอาหารเช้าที่เป็นประโยชน์มากขึ้น ลดกินแป้ง ลดน้ำตาล ลดชา ลดกาแฟ ล้างพิษ ดำเนินชีวิตประจำวันอย่างผู้ฉลาด อย่างมีสติเป็นต้น และสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้นำความรู้ด้านอื่น ๆ มาแบ่งปันกันในกลุ่มสมาชิกด้วย ซึ่งครูหยีจะเน้นให้สมาชิกให้ดูแลร่างกายและจิตใจไปพร้อม ๆ กันอย่างเป็นองค์รวม ให้รักตนเองและดูแลตนเองให้ดีที่สุด เพื่อที่เราจะได้มัพลัง มีแรงที่จะไปรักและดูแลตนอื่นได้ค่ะ

แน่นอนว่าการที่บ้านหยีโยคะได้อยู่จนครบ 2 ปี และยังก้าวต่อไปพร้อมทั้งกิจกรรมมากมายที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นนั้น ได้รับการสนับสนุนและให้กำลังใจจากสมาชิกทุก ๆ ท่านและร่วมถึงครอบครัวของสมาชิกด้วย ครูหยีขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอความดีทั้งหลายที่ท่านทั้งหลายได้ทำและสะสมมาจงคุ้มครองให้ท่านได้พบเจอแต่สิ่งดีงามและพบทางพ้นทุกข์ด้วยเทอญ

สำหรับตัวครูหยีเองก็ยังดำเนินชีวิตตามอุดมการณ์เดิมค่ะ ขอใช้ชีวิตอย่างพอเพียง แบ่งปันให้มากที่สุด มีความสุขกับทุกลมหายใจ ปฏิบัติธรรมเพื่อศึกษาจิตตนให้ละเลิกกิเลสให้มากที่สุดและพัฒนาปัญญาให้เกิดขึ้นได้เห็นทุกข์และมีโอากาสได้ออกจากทุกข์ในเร็ววันค่ะ
--------------------------------------------------------------
update มกราคม 2557

ผ่านไปอีกปีแล้วค่ะ บ้านหยีโยคะได้อยู่ครบ 3 ปีแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ตลอด 2556 ที่ผ่านมาบ้านหยีโยคะได้มีโอกาสต้อนรับพี่ ๆ น้อง ๆ อา ๆ ป้า ๆ กว่าร้อยท่าน หลาย ๆ ท่านอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เปิดครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน ได้เห็นถึงสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น ๆ ของสมาชิก เป็นความรู้สึกปลาบปลื้มปิติจริง ๆ ค่ะ ขอขอบคุณที่รักตัวท่านเอง ขอขอบคุณที่ท่านได้ให้โอกาสกับบ้านหยีโยคะได้สร้างสิ่งดี ๆ ร่วมกันกับท่าน การพบแล้วจากเป็นธรรมดาของโลก แต่การเจอของเราในครั้งนี้ ไม่ธรรมดาค่ะ เพราะเราได้สร้างบุญสร้างกุศลร่วมกันและต่างก็เป็นเนื้อนาบุญของกันและกัน ของบุญรักษาท่านด้วยเทอญ

สำหรับตัวครูหยีเอง เป็นปีที่เดินทางบ่อยถึงบ่อยมาก อย่างที่ครูหยีชอบพูดอยู่เสมอว่าการเดินทางเป็นการเรียนรู้ค่ะ ระหว่างทางเราอาจจะเจอคนมากมาย ได้พบและเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือเรียนรู้ตนเองค่ะ ตลอดเวลาตั้งแต่เกิดมาพวกเราก็เรียน เรียนกันมาตลอด เราติดตามข่าว รู้เรื่องชาวบ้าน เพื่อนบ้าน แต่คนที่เรารู้จักน้อยที่สุดกลับเป็นตนเราเอง ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยเฉพาะช่วงปีที่ผ่านมาได้เรียนรู้ตนเองมากขึ้นอีกนิดหนึ่งแล้วค่ะ มีชิวิตที่เป็นอิสระ เบา สบายมากขึ้น ทรัพสินภายนอกอาจจะไม่เพิ่ม แต่อริยทรัพย์ภายในเริ่มมีบ้างแล้ว ก็เป็นกำลังใจที่จะเดินเส้นทางนี้ต่อไปอีก ครูหยีซาบซึ้งใจอยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งดี ๆ ในชีวิตที่เกิดขึ้นกับครูหยีนั้นต้องขอบคุณครอบครัวที่ประกอบด้วยน้องชายทั้งสอง น้องสาว น้องสะใภ้ทั้งสองและหลาน ๆ ที่เป็นกำลังใจและช่วยเหลืออยู่เสมอ สมาชิกบ้านหยีโยคะทุก ๆ ท่าน และกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ให้กำลังใจอยู่เสมอมา ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

----------------------------------------------------------------
update เมษายน 2558

ผ่านไปแล้วอีก 1 ปี บ้านหยีโยคะอยู่อย่างมั่นคงครบ 4 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 แล้วค่ะ ตลอดปีที่ผ่านมาบ้านหยีโยคะได้ต้อนรับสมาชิกมากมาย บางท่านอยู่กันหลายเดือน บางท่านก็ฝึกด้วยกันเพียงเดือนเดียว ซึ่งดิฉันเชื่อเสมอค่ะ พวกเราได้มาเจอกันก็ด้วยบุญ -กุศลที่ได้ร่วมสร้างกันมา ทุกคนที่เข้าสู่บ้านหยีโยคะจึงเสมอเหมือนญาติพี่น้องที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง และพวกเราก็หนี้สัจธรรมไม่พ้นค่ะ ทุกอย่างคือความไม่แน่นอน ทุกอย่างคือการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีพบย่อมมีจากเป็นธรรมดาของโลกจริง ๆ นะคะ อย่างไรก็ตาม ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้แวะเวียนเข้าสู่ครอบครัวบ้านหยีโยคะ ท่านมาเราดีใจ ท่านจากเราคิดถึงนะคะ

ตลอดปีที่ผ่านมา พวกเราก็ยังมุ่งในการสร้างบุญสร้างกุศลมิได้ขาด โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ มีภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างมากมาย ปัจจัยส่วนหนึ่งก็ได้แบ่งปันไปยังผู้ประสบภัยเหล่านั้นด้วยค่ะ ยิ่งอยู่นาน คงทำให้ประจักษ์ว่า ชีวิตนี้เหลือน้อยแล้ว ก็จำต้องเร่งสร้างบุญสร้างกุศล ฝึกจิตให้สูงขึ้น ลด ละ เลิก ในความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้ได้มากขึ้น

ขอบุญรักษา
----------------------------------------------------------------
ประวัติโดยย่อ ของครูหยี

ปัจจุบัน
เจ้าของและครูสอนโยคะที่บ้านหยีโยคะเชียงใหม่
ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง สงบ และมีความสุขกับทุกลมหายใจ
* ศึกษาและปฏิบัติธรรม
* ทำความดี
* นักเดินทาง

**สนใจและศึกษาเกี่ยวกับ

* จิต
* ธรรมชาติบำบัด
* อาหารบำบัดโรด
* สมาธิกับการดำเนินชีวิตประจำวัน

**กำลังศึกษา "แพทย์แผนไทย" หลักสูตร - เวชกรรมไทย- เภสัชกรรมไทย และ นวดไทยรักษาโรด หลักสูตร 3 ปี (2555-2558)

** กำลังศึกษา พระอภิธรรมทางไปรษณีย์ กับมูลนิธิเผยแผ่พระสัทธรรม


ประวัติด้านโยคะ

- หลักสูตร Yoga Teacher training course จำนวน 1 ,000 ชั่วโมง ณ Yoga Institute, Mumbai อินเดีย (ปี2010)
- หลักสูตร ครูผู้นำโยคะ โดย โรงเรียนสุนีย์ โยคะ กรุงเทพ จำนวน 100 ชั่วโมง
- ฝึกและสอนโยคะมามากกว่า 10 ปี ทั้งในประเทศอินเดีย และไทย

** สำเร็จหลักสูตรครูสมาธิรุ่นที่ 29 กับสถาบันพลังจิตตานุภาพ วัดธรรมมงคล ปี 2555

ประวัติการศึกษา
- ปริญญาโท ด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยว Bournemouth University ณ ประเทศ อังกฤษ (ปี 2000)
- ปริญญาตรี ด้านการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย พายัพ เชียงใหม่


ประวัติการทำงาน

- ผู้จัดการแผนกการศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ บริษัท Planit Consultants Bangkok กรุงเทพฯ (ปี2001-2009)
- ผู้จัดการฝ่ายการตลาดโรงพยาบาลราชเวช เชียงใหม่
- หัวหน้าแผนกลูกค้าสัมพันธ์โรงพยาบาลราชเวช อุมลราชธานี
- ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย โรงแรมสุริวงค์เชียงใหม่
- ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย โรงแรมเชียงใหม่พลาซ่า เชียงใหม่
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่

[Add ดอยวาวี's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com