>
8. กระท้อนทรงเครื่อง

มาทำของกินเล่นกับผลไม้ไทย ๆ อีกแล้ว หน้าฝนนี่ ผลไม้หากินง่าย มีขายทั่วไปหมด เป็นที่ถูกใจจริง ๆ คะ เยอะจนหาวิธีเปลี่ยนรูป เปลี่ยนรสกันไปหลาย ๆ แบบ

จริง ๆ ผลไม้ของไทยหลายอย่าง สามารถนำมาทำเป็นผลไม้ทรงเครื่องได้เช่น สละ ระกำ แต่วันนี้ก็นำเสนออีกหนึ่งสูตร ที่ในเมืองไทยหาซื้อมาทานค่อนข้างยาก แล้วก็แพงด้วยคะ กระท้อนทรงเครื่อง ใครสนใจขั้นตอนการถ่ายทำภาพยนต์ (เวอร์จัง) ก็ตีตั๋ว จองเก้าอี้กันได้เลยนะคะ





มาดูส่วนผสมกัน

1. กระท้อน 1 ลูกใหญ่
2. มะพร้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
3. กุ้งแห้งตำ 3 ช้อนโต๊ะ
4. ถั่วลิสงคั่วบุบ 3 ช้อนโต๊ะ
5. พริกแห้งป่น 1 ช้อนชา
6. เกลือสำหรับแช่กระท้อน ประมาณ 2 ช้อนชา
7.น้ำเปล่าสำหรับแช่กระท้อน

ส่วนผสมน้ำตาลเคี่ยว
1. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
2. น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
3. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
4. กะปิ 1/2 ช้อนชา





วิธีทำ
1.ปอกเปลือกกระท้อนออกให้หนาสักหน่อย พยายามปอกให้ผิวเรียบ แช่น้ำเกลือไว้สักครู่ประมาณ 15 นาที เพื่อไม่ให้ดำ

2.จากนั้นก็บั้งตามแนวตรงของลูก เป็นริ้วห่างกันซัก 1 เซนติเมตร แล้วก็เอาลงแช่ไว้ในกะละมังน้ำเกลืออีกประมาณ 20-30 นาที เพื่ออะไร ?? เพื่อขับความเปรี้ยวออกจากกระท้อน และเพื่อเนื้อกระท้อนจะได้ไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

3.ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำเปล่า น้ำปลา กะปิ แล้วตั้งไฟอ่อน เคี่ยวให้เหนียว ระหว่างรอน้ำตาลเคี่ยวจนได้ที่ ให้มีความเหนียวหนึบหน่อยๆ นะคะ เราก็มาตำกุ้งแห้งให้พอหยาบ ๆ

4.สำหรับถั่วลิสงคั่ว ใช้สากกะเบือตำแค่พอแหลก เราไม่ต้องการให้มันละเอียด เพราะละเอียดแล้วก็จะไม่ได้เคี้ยวกรุบๆกรับๆ แถมทำให้น้ำทรงเครื่องดูเละเกินไปไม่น่ากิน ..

5.ใช้มือบีบหัวท้ายของลูกกระท้อนเบาๆ แล้วจับบิด ๆ หน่อย ๆ แล้วพักให้สะเด็ดน้ำสักครู่ จัดใส่จาน โรยมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งตำ ถั่วลิสงคั่วบุบ และพริกแห้งป่น ราดน้ำตาลเคี่ยว รับประทานทันที

ถ้ายังไม่รับประทานอย่าเพิ่งราดน้ำ กับใส่เครื่องนะคะ น้ำตาลจะคืนตัวไม่เหนียว ที่สำคัญไม่อร่อยแล้วคะ


***ขณะเคี่ยวน้ำตาลคนให้พอเข้ากัน อย่าคนบ่อย เพราะน้ำตาลจะตกทรายเป็นเม็ด ถ้าน้ำตาลเป็นเม็ดให้บีบน้ำมะนาวใส่เล็กน้อย น้ำตาลจะคืนตัว

วิธีนี้ใช้กับลูกสละได้เหมือนกัน วิธีการเมื่อปอกเปลือกสละ ล้างเสร็จแล้ว สามารถนำมาราดน้ำทรงเครื่องได้เลยคะ


วันนี้กระท้อนเปลือกดำไปหน่อยเพราะมีเยอะทำทานไม่ทันคะ ในภาพข้างบนมี 2 ลูก แต่เสียไปลูกนึง...ปอกแบบนี้คะ



ปอกเปลือกกระท้อนออกให้หนาสักหน่อย พยายามปอกให้ผิวเรียบแช่น้ำเกลือไว้สักครู่ประมาณ 15 นาที เพื่อไม่ให้ดำ



จากนั้นก็บั้งตามแนวตรงของลูก เป็นริ้วห่างกันซัก 1 เซนติเมตร



แล้วก็เอาลงแช่ไว้ในกะละมังน้ำเกลืออีกประมาณ 20-30 นาที เพื่ออะไร ?? เพื่อขับความเปรี้ยวออกจากกระท้อน และเพื่อเนื้อกระท้อนจะได้ไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล



ระหว่างนี้ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำเปล่า แล้วตั้งไฟอ่อน ให้น้ำตาลละลายหมด



เติมน้ำปลา



ใส่กะปิ จริง ๆ ผสมทีเดียวพร้อมกันทั้ง 3 อย่างก็ได้แล้วค่อยเอาตั้งไฟ เพราะกะปิจะละลายยากคะ แต่พอดีน้ำตาลปี๊บมันแข็งมากเลยตั้งไฟไปก่อนนะคะ

เคี่ยวให้เหนียว จนได้ที่ ให้มีความเหนียวหนึบหน่อยๆ นะคะ

ขณะเคี่ยวน้ำตาลคนให้พอเข้ากัน อย่าคนบ่อย เพราะน้ำตาลจะตกทรายเป็นเม็ด ถ้าน้ำตาลเป็นเม็ดให้บีบน้ำมะนาวใส่เล็กน้อย น้ำตาลจะคืนตัว



ระหว่างรอน้ำตาลเคี่ยวจนได้ที่ เราก็มาตำกุ้งแห้งให้พอหยาบ ๆ



สำหรับถั่วลิสงคั่ว ใช้สากกะเบือตำแค่พอแหลก เราไม่ต้องการให้มันละเอียด เพราะละเอียดแล้วก็จะไม่ได้เคี้ยวกรุบๆกรับๆ แถม ยังจะไปทำให้น้ำทรงเครื่องดูเละเกินไปไม่น่ากิน ..



ส่วนมะพร้าวคั่ว พอดีมีเหลือจากเมี่ยงคำ



เลยเอามาบี้ ตอนจะโรยคะ ใครมีมะพร้าวอบแห้งก็ใช้แทนได้เอามาอบซะหน่อยคะ



น้ำตาลเคี้ยวได้ที่ เหนียวหนึบ คะ



ใช้มือบีบหัวท้ายของลูกกระท้อนเบาๆ แล้วจับบิด ๆ หน่อย ๆ แล้วพักให้สะเด็ดน้ำสักครู่ จัดใส่จาน โรยกุ้งแห้งตำ



โรยถั่วลิสงคั่วบุบ



...โรยมะพร้าวคั่ว และพริกแห้งป่น



...ราดน้ำตาลเคี่ยว รับประทานทันที



...แหวก ๆให้น้ำเชื่อมเข้าเนื้อซะหน่อย เสร็จแล้วคะ เชิญตักชิมกันตามสบายนะคะ



ถ้ายังไม่รับประทานอย่าเพิ่งราดน้ำ กับใส่เครื่องนะคะ น้ำตาลจะคืนตัวไม่เหนียว ที่สำคัญไม่อร่อยแล้วคะ

.......


เป็นไงคะ เรียกน้ำย่อย น้ำลายกันบ้างหรือเปล่า......




Create Date : 03 มิถุนายน 2552
Last Update : 28 สิงหาคม 2552 12:58:01 น. 27 comments
Counter : Pageviews.

 
อร๊ายยย...

น่าทานที่สุดในโลกเลยค่ะ

ทำเองก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะคะ

วันหลังจะลองทำดูบ้างค่ะ


โดย: บุษบาแต้เตี้ยม วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:13:31:15 น.  

 
อูยยย น่ากินที่ซู๊ดด
เพิ่งทานข้าวเที่ยงเสร็จเนี่ยค่ะ

มาเจอของหวานอย่างนี้ ชอบเลย
ถูกใจอย่างแรงงงง

ขอตามไปชิมถึงบ้านได้มั้ยคะ แบบว่าถ้าให้คั่วมะพร้าวนี่ยอมแพ้เลยค่ะ


โดย: Shallow Grave วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:13:39:47 น.  

 
ขอเซฟหน้านี้ไว้ด่วนเลยคะ น้ำลายไหลอย่างแรงจ๊า


โดย: wiyada_susi วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:14:24:23 น.  

 
ขอชิมด้วยคนนึงค่า น่าทานจัง


โดย: จ๊ะเอ๋ (coco&mimi ) วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:18:43:15 น.  

 
มีกระท้อนเหมือนกันเลยค่า ทีแรกกะจะทำกระท้อนลอยแก้ว แต่เห็นทีคงต้องแอบเซฟสูตรนี้หน่อยน่ะค่า อิอิ


โดย: มิคุริ วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:18:50:46 น.  

 
ต่อมน้ำลายทำงานเลยคะ


โดย: แม่แจ่มใส (MommyTammy ) วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:18:56:09 น.  

 
น่าทานจัง ที่บ้านทำแต่กระท้อนลอยแก้ว ไว้วันหยุดจะลองทำทาน ขอบคุณค่ะ


โดย: ป้าอู๊ด IP: 124.157.245.133 วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:19:14:09 น.  

 
เคยกินแล้วอร่อยมากๆ แต่ไม่รู้เป็นอะไร กินทีไร จู๊ดทุกที (เข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่น) แต่เห็นภาพแล้วอยากกินมากเลย


โดย: ปุเป้ IP: 125.24.103.171 วันที่: 5 มิถุนายน 2552 เวลา:18:39:14 น.  

 
น่าทานมากเลย เคยทานตอนอยู่เมืองไทย แต่อยู่ที่นี่ไม่เคยทานเลย


โดย: Macys วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:8:59:11 น.  

 
โอ้โหน่ากินน่ะค่ะ ปกติหนูจะชอบของพวนี้อยุ่แล้ว 5 5 5ว่าแต่ไม่รุ้จาทำเป็นอ่าป่าว5555


โดย: คนมอญแท้ๆเน้อ 5 5 5 IP: 124.120.154.246 วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:11:21:25 น.  

 
เห็นแล้วเปรี้ยวปากอยากลองทำดูจังค่ะ ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะคะ


โดย: popang (popang ) วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:22:22:11 น.  

 
น่าทานมากเลยคะ ต้องแอบจำไปทำบ้างแล้ว
ขอบคุณนะคะ สำหรับของอร่อย ๆ


โดย: เต๋า IP: 124.121.130.140 วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:44:10 น.  

 
กระท้อนทรงเครื่องน่าตาน่ากินมาก ๆ เลยคะ
รสชาติต้องกลมกล่อมถึงเครื่องแน่ ๆ
ดูตอนนี้แล้วเปรี้ยวปากจริง ๆ ค่ะ

ปล. ปุ้มแวะเข้ามาขอบคุณแม่ใบตองสำหรับคะแนนที่โหวตให้นะคะ ซึ้งใจจริง ๆ ค่ะ


โดย: pumorg วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:18:19 น.  

 
โกรธเจ้าของกระทู้แล้วค่ะ ทำไมถึงทำได้น่ากินแบบนี้ แล้วทีนี้เราจะไปหากินที่ไหนล่ะเนี่ยยยยย.... T-T


โดย: Nature IP: 116.65.25.54 วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:30:19 น.  

 
ทนไม่ไหวแล้วค่า ขอสักลูกได้ไหมคะ


โดย: Arinchaya วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:04:48 น.  

 
แวะมาชิมกระท้อนค่ะ


โดย: missingyouner วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:12:13:17 น.  

 
แวะเข้ามาชิมกระท้อนทรงเครื่องด้วยคนจ้ะ จำพี่ได้หรือเปล่าจ๊ะ จากครัวไกลบ้าน คิดถึงนะ...แทนคำว่าคิดถึง....พี่ขโมยไปแล้วนะจานนี้ น้องจะได้คิดถึงพี่มากขึ้น ว่าพี่เป็นแมวขโมย อิอิอิ...ทำซะน่าหม่ำเชียว เปรี้ยวปาก....


โดย: ตุ้ยนุ้ย IP: 85.224.85.61 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:17:23:52 น.  

 
ว้าววววว พี่บุษขา (ตุ้ยนุ้ย) ดีใจจังเลย แอบมาเปิดบล็อกไว้ อุตส่าห์แวะมาเยี่ยม คิดถึงมากมาเลยคะ

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าไปคุยกับน้อง ๆในครัวเลยคะ ยุ่งมาก
ทำบ้านยังไม่เสร็จดีเลยคะ ครัวก็ยังไม่เสร็จ



โดย: kuky วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:7:49:47 น.  

 
พี่กุ๊กกกกกกกกกทำอย่างนี้กับหนูได้อย่างไร น้ำลายหกราดจอหมดเเล้วพี่...ของกินเล่นๆบ้านพี่ สำหรับหนูมันล้ำค่า เเละมันเป็นของสูงที่หากินในเยอรมันไม่ได้เลย...อยากกินมากกกกกกลับไทยครั้งหน้าหนูจะบุกบ้านพี่กุ๊กละนะ ทำเก็บไว้ให้หนูสักลูกน่ะพี่น่ะ อิอิ


โดย: มาราตี (ramazoti ) วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:0:36:06 น.  

 
น้องมาราตี เดี๋ยวพี่เก็บไว้หลาย ๆ ลูกเลย

เพื่อน้อง เอาให้หายอยากกันไปข้างเลยเนอะ


โดย: kuky วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:8:17:41 น.  

 
โอ๊ย... เข้ามาเยี่ยมพี่กุ๊กปุ๊บ ก็มาเจอ
ของน่ากินอย่างแรง ทรมานคนท้องจังเลยค่ะพี่
เหมียว นอร์เวย์นะคะพี่ ที่รักของพี่ยิ้มนี่ล่ะค่ะ
พี่กุ๊กสบายดีนะคะ ไม่ได้คุยกันนานแล้ว
คิดถึงเหมือนเดิมนะคะ





โดย: เหมียวเองค่ะพี่ IP: 213.184.221.229 วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:23:40:25 น.  

 
โอย น้ำลายไหล น่าทานมากครับ ว่างๆจะทำให้แฟนทานมั่ง


โดย: กินจริงจัง IP: 192.168.182.63, 124.121.107.116 วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:5:25:47 น.  

 
น่าทานจังเลยค่ะ



หลงมาจากการกาลูกลำแพนมาเจอที่นี่จะขออนุญาตนำภาพน้ำพริก
ไปประกอบในบล็อคได้มั้ยคะ เพิ่งรู้จักลูกลำแพนก็รอบนี้เอง


โดย: Jiji&Kaka วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:20:39:46 น.  

 
น้ำลายไหล...


โดย: เมย์ IP: 112.143.6.95 วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:18:40:44 น.  

 
ที่บ้านมีกระท้อนเยอะขายก็ถูกกะว่าจะทำกระท้อนทรงเคร่องขายบ้างเลยเข้ามาดูเห็นแล้วถูกใจมากเห็นแล้วน่ากิน


โดย: ทองอยู่ มีมาก IP: 223.205.171.80 วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 เวลา:6:16:16 น.  

 
น่ากินมากๆๆ


โดย: พิม IP: 27.130.144.228 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:19:34:58 น.  

 
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะสำหรับความรู้ กะลังหาวิธีทำอยู่พอดี


โดย: เอ IP: 27.55.12.111 วันที่: 6 ตุลาคม 2555 เวลา:9:01:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
kuky
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 208 คน [?]








...บ้านใบตอง ยินดีต้อนรับ...

เปิดบล็อกเมื่อ 29 กันยายน 2551...

บ้านหลังนี้มีน้ำใจให้เสมอ สร้างไว้สำหรับเก็บข้อมูลการทำอาหารและเรื่องราวต่าง ๆ บล็อกอาจไม่สวย ไม่งาม เจ้าของบล็อก ต้องทำทั้งงานราษฏร์ งานหลวง งานบ้าน เลยตบแต่งเท่าที่เวลาจะอำนวย คะ



บล็อกนี้เน้นทำอาหารง่าย ๆ ดัดแปลงวัตถุดิบ และใช้อุปกรณ์ทำครัว แบบง่าย ๆ ของเก่าของใหม่ผสมกัน เป็นอีกหนึ่งเมนู



เจ้าของบล็อก...อายุอานามก็..เดินขึ้นเกือบกลางสะพานพระราม 4 แล้ว จะเรียกพี่..เรียกน้อง..เรียกน้า..เรียกป้า..หรือเรียกแม่ใบตอง...ก็ยินดีต้อนรับคะ




.





บ้านใบตอง | บ้านหลังเล็ก ๆ ที่อยากให้แวะมาคะ


Kook Lukkana | ความสุขเล็ก ๆ ที่ได้แบ่งปัน



.









เริ่มนับจำนวนผู้เข้าชม 20 กรกฎาคม 2556
เพื่อนที่กำลังเดินชมในบ้านใบตอง... ...คน
ขอบคุณทุกท่านแวะมาชมบ้านใบตองนะคะ

New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
3 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kuky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.