ขอวีซ่าเชงเก้นผ่านสถานทูตฝรั่งเศส

เวลาขอวีซ่าเชงเก้นโดยปกติจะขอผ่านศูนย์รับยื่น TLS ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 1,260 บาท (ณ วันที่ 3 ส.ค. 54)

ถ้าใครอยากประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ สามารถขอวีซ่าเชงเก้นจากสถานทูตฝรั่งเศสโดยตรง ซึ่งมีขั้นตอนคร่าวๆ คือ

โทรไปที่ศูนย์ TLS เบอร์โทร. 02-679-6669 ซึ่งสามารถติดต่อตั้งแต่เวลา 08:30-16:30 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เพื่อแจ้งว่า ต้องการยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตโดยตรง ซึ่งจะยื่นได้เฉพาะวันจันทร์ช่วงเช้าเท่านั้น เจ้าหน้าที่ TLS จะแจ้งวันและเวลาที่ว่าง ถ้าเราสามารถไปตามนัดวันนั้นได้ TSLจะส่งหนังสือยืนยันการนัด มาให้ทางเมล์ ให้ print ไปแสดงที่สถานทูตในวันนัดด้วย

เตรียมเอกสาร สำหรับยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่เกิน 90 วัน (ถ้าขอวีซ่าประเภทอื่น ดูรายละเอียดของเอกสารที่จะใช้ยื่นได้ที่ เวบ TLS)
https://www.tlscontact.com/th2fr/docs.php

1. ใบสมัครขอวีซ่าพำนักระยะสั้น (ฉบับจริง)
(ดาวน์โหลดได้ที่เวบ TLS)

2. รูปถ่ายสีประจำตัวขนาด 3.5 ซม. x 4.5 ซม. โดยมีพื้นหลังสีขาว จำนวน 2 รูป

3. หนังสือเดินทาง (ฉบับจริง)
(วันหมดอายุของหนังสือเดินทางจะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า3เดือน นับจากวันที่ท่านวางแผนเดินทางกลับจาก เขตประเทศเชงเก้น, โดยจะต้องมีหน้าว่างสำหรับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าเพื่อประทับตราวีซ่า)

3.1 หนังสือเดินทาง (สำเนา)
(สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง 5 หน้าแรก ( หรือ 5 หน้าสุดท้าย) หน้าที่มีข้อมูลของผู้ถือหนังสือเดินทาง หน่วยงานผู้ออกหนังสือเดินทาง รวมถึงทุกหน้าที่มีวีซ่าหรือตราประทับใดๆ

4. หนังสือเดินทางฉบับเก่า (ฉบับจริง)
หากท่านมีหนังสือเดินทางฉบับเก่าที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ให้นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย

4.1 หนังสือเดินทางฉบับเก่า (สำเนา)
สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง 5 หน้าแรก (หรือ 5 หน้าสุดท้าย) หน้าที่มีข้อมูลของผู้ถือหนังสือเดินทาง หน่วยงานผู้ออกหนังสือเดินทาง รวมถึงทุกหน้าที่มีวีซ่าหรือตราประทับใดๆ

5. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินแบบไป - กลับ จาก/ถึง ประเทศไทย (สำเนา)

6. วีซ่าหรือเอกสารเดินทางที่ถูกต้องสำหรับจุดหมายปลายทางหลัก (สำเนา)
(หากผู้ยื่นต้องการเดินทางไปต่างประเทศนอกเหนือจากประเทศในเขตเชงเก้น ท่านต้องได้รับวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศนั้นๆก่อน จึงจะสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภทนี้ได้)

7. ประกันภัยการเดินทาง ออกโดยบริษัทยุโรปหรือ บริษัทประกันที่ได้รับการรับรอง (สำเนา)
# ประกันภัยการเดินทางควรสามารถใช้ได้เมื่อสมัครวีซ่า แบบพำนักระยะสั้นในประเทศเขตเชงเก้น
สามารถใช้ได้เมื่อเดินทางเข้าเขตการปกครองโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส (DROM หรือCTOM)

# ประกันภัยการเดินทางต้องครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาลและการส่งตัวกลับ ซึ่งวงเงินประกันต้องมากกว่า 30,000 ยูโร (หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท)

# ประกันภัยการเดินทางต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลา ที่พำนักอยู่ที่ประเทศเขตเชงเก้น

8. สำเนาการจองโรงแรมสำหรับตลอดการพำนักในเขตเชงเก้น (จองผ่านทางอินเตอร์เนตโดยไม่ได้รับรองบัตรเครดิตไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้)
หนังสือรับรองการให้ที่พัก ออกโดยหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ( Mairie ) ของบุคคลที่จะไปพำนักด้วยตลอดระยะเวลาที่พำนัก (ฉบับจริง + สำเนา)
ใบรับรองความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือสัญญาเช่า หรือหนังสือจากเจ้าบ้านที่พักในประเทศฝรั่งเศส

9. รายการเดินบัญชีครอบคลุมระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด

9.1 รายการเดินบัญชีครอบคลุมระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด (สำเนา)

9.2 รายการเดินบัญชีครอบคลุมระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด ฉบับแปล
(ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาฝรั่งเศส)

10. หนังสือรับรองการทำงาน (ฉบับจริง)
(หนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุชื่อ และตำแหน่งของผู้ยื่น เงินเดือน สิทธิ์ในการลา และระบุถึงบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบทางด้านการเงินตลอดระยะเวลาที่ผู้ยื่นพำนักอยู่ ซึ่งในเอกสารฉบับนี้ต้องระบุ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์และหมายเลขแฟกซ์ของนายจ้าง ตราประทับของบริษัท ลายเซ็น พร้อมระบุชื่อและตำแหน่งของผู้ออกหนังสือฉบับนี้

10.1 หนังสือรับรองการทำงาน ฉบับแปล
(ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาฝรั่งเศส)

11. สลิปเงินเดือน 3 เดือนล่าสุด (สำเนา)

11.1 สลิปเงินเดือน 3 เดือนล่าสุด ฉบับแปล
(ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาฝรั่งเศส)

สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจก็อาจจะเตรียมเอกสารนอกเหนือจากที่ระบุเวบ TLS ไปเผื่อด้วย เช่น แผนการท่องเที่ยวและประมาณการค่าใช้จ่าย สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบทะเบียนสมรส เป็นต้น

วันนัดควรไปก่อนเวลานัด ใครที่จะขับรถไปเอง สามารถจอดรถด้านในได้ จะมีที่จอดรถ ไม่เสียค่าจอดรถ ถ้าไปถึงก่อนเวลามากๆ ก็สามารถไปนั่งดื่มชากาแฟได้ที่ร้านกาแฟด้านใน เมื่อถึงเวลานัด ให้นำใบยืนยันการนัดไปแสดงกับ รปภ.ด้านหน้า ซึ่งจะคอยจัดคิวให้เข้าไปในห้องยื่นเอกสาร ผู้ที่ไม่มีรายชื่อไม่สามารถเข้าไปในห้องได้

เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเอกสารทีละคน ระหว่างนั้นก็จะถามคำถามต่างๆไปด้วย เป็นคำถามทั่วๆไป ซึ่งต้องตอบตามความเป็นจริง หลังจากตรวจเอกสารเรียบร้อย เจ้าหน้าที่แจ้งให้ชำระเงิน (คนละ 2,542 บาท ณ วันที่ 3 ส.ค.54) สามารถเช็คค่าวีซ่าได้ที่ https://www.tlscontact.com/th2fr/help.php?id=cost_visa
แล้วจะได้ใบนัดรับ passport มา

ในวันนัดรับ passport คืน ทางสถานทูตจะนัดรับช่วงบ่าย ซึ่งสามารถให้ผู้อื่นไปรับแทนได้โดยต้องนำใบนัดรับไปแสดง ยื่นใบนัดรับวีซ่า จะได้รับ passport คืน แล้วก็ถึงเวลาลุ้นตอนเปิดดูว่าจะมีวีซ่าอยู่ด้านในหรือเปล่า



ขอให้โชคดีทุกคนค่ะ & Have a nice trip




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2554   
Last Update : 3 สิงหาคม 2554 15:10:00 น.   
Counter : 9317 Pageviews.  


ศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC)

ตั้งแต่ ส.ค. 53 ถ้าต้องการขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่น ไม่ต้องไปขอที่สถานทูตประเทศญี่ปุ่นแล้วค่ะ เพราะมีศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC) ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งถือว่าสะดวกกว่าเดิม เพราะเวลาในการรับยื่นที่มากขึ้น บวกกับเปิดบริการในวันเสาร์ด้วย ทำให้ไม่ต้องหยุดงานเพื่อมาขอวีซ่า ส่วนคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็ไม่ต้องเดินทางมากรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ เพื่อมายื่น และต้องเดินทางมาอีกครั้งเพื่อมารับพาสปอร์ตคืน

ศูนย์ JVAC ในกรุงเทพฯ


สถานที่ : ชั้น 15 ยูนิต C ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ สีลม บางรัก กทม 10500 โทรศัพท์ 02-6321541-4


รับยื่นคำร้อง : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 -17.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน)


คืนหนังสือเดินทาง : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 -17.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน)


: เสาร์ เวลา 8.30 - 12.30 น.


ระยะเวลาดำเนินการ : อย่างน้อย 5 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นคำร้อง


ศูนย์ JVAC ในต่างจังหวัด


สถานที่ 6 จังหวัด : อยุธยา ระยอง นครราชสีมา พิษณุโลก ชลบุรี ภูเก็ต


ระยะเวลาดำเนินการ : อย่างน้อย 7 วันทำการ นับจากวันที่รับยื่นคำร้อง

สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าที่เคาน์เตอร์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยใน 6 สาขา (6 จังหวัด แปลว่า จังหวัดละสาขา ใครอยู่จังหวัดหนึ่งในนั้น ก็สอบถามกันเองนะ ว่าสาขาไหน )

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการขอวีซ่าท่องเที่ยว
(ขอวีซ่าประเภทอื่นดูรายละเอียดได้ที่เวปสถานทูตญี่ปุ่นค่ะ)
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm


1. หนังสือเดินทาง (ในวันยื่นขอวีซ่ามีหน้าว่างที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย)

2. ใบคำร้องขอวีซ่า (ท่านสามารถพิมพ์มาจากโฮมเพจของสถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย
หรือรับได้ที่ศูนย์ JVAC) 1ใบ

3. รูปถ่าย (ขนาด 2 x 2 นิ้ว สีหรือขาวดำ ที่มีพื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย
ไม่มีการแต่งภาพถ่าย จะต้องเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจนและถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน พร้อมติดรูปถ่ายลงในใบคำร้อง) 1ใบ

4. แบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า
และลงลายเซ็นตามหนังสือเดินทาง) 1ใบ (สามารถโหลดได้จากเวปสถานทูตญี่ปุ่น)

5. <ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด

6.

6-1. ในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นพนักงานหรือข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่สังกัด
(ให้ระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือน และระยะเวลาวันลาพักร้อน)

6-2. ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท
หรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์

6-3. ในกรณีนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา
และหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
หรือทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ

6-4. ในกรณีผู้อยู่ภายใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน
ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท
หรือทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ

(เอกสารทุกอย่างจะต้องออกไม่เกิน 3 เดือน, ในกรณีที่ผู้ยื่นไม่มีอาชีพ
หรือประกอบอาชีพที่ไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองการทำงาน
หรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าได้
กรุณาทำหนังสืออธิบายอาชีพและรายได้ โดยละเอียด) ฉบับจริง 1 ชุด


7. ผู้ที่เดินทางเป็นครั้งแรก หากเคยเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล
หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อตัวหรือสกุลหลังจากเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่แล้ว
ให้เตรียมเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล
เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล, ใบสำคัญการสมรส, ใบสำคัญการหย่า
ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด

8. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร(ของผู้ยื่นคำร้องหรือผู้อุปการะ)
ฉบับจริงและสำเนา(ทุกหน้า)1 ชุด


ศูนย์ JVAC รับยื่นวีซ่าทุกประเภท ยกเว้น การยื่นขอวีซ่าสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ และกรณีเร่งด่วนที่เกี่ยวกับด้านมนุษยธรรม

ส่วนผู้ที่มีภูมิลำเนาใน 9 จังหวัดภาคเหนือ (ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ น่านและอุตรดิตถ์) ให้ยื่นคำร้องที่สถานกงสุลญี่ปุ่นในจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น

ศูนย์ JVAC เป็นตัวแทนในการรับยื่นคำร้องและคืนหนังสือเดินทางให้แก่บุคคลทั่วไปเท่านั้น ทางสถานทูตญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติวีซ่าเหมือนเดิม


ค่าธรรมเนียมวีซ่า

วีซ่าทั่วไป (single) 1,100 บาท
วีซ่า multiple 2,200 บาท
วีซ่าทรานสิท (transit) 260 บาท


อัพเดทอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าได้ที่

http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm

โดยจะต้องชำระค่าบริการ 535 บาท พร้อมกับค่าธรรมเนียมในวันยื่นขอวีซ่าทุกประเภท

ถ้าวีซ่าไม่อนุมัติ จะได้ค่าธรรมเนียมคืน แต่ไม่ได้ค่าบริการ 535 บาทคืนมา ซึ่งก็ดีกว่าประเทศอเมริกา หรือกลุ่มเชงเก้น ที่วีซ่าอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ก็โดนริบค่าธรรมเนียมทั้งหมด

แต่สำหรับเราอยากให้มีทางเลือกเพิ่ม คือสามารถยื่นที่สถานทูตเองด้วย เพราะสถานทูตใช้เวลาดำเนินการแค่ 3 วันทำการเอง แถมไม่ต้องเสีย 535 บาทด้วย ใครคิดเหมือนเราบ้าง




 

Create Date : 08 มีนาคม 2554   
Last Update : 3 สิงหาคม 2554 13:59:52 น.   
Counter : 1651 Pageviews.  



August Rush
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add August Rush's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com