Group Blog
 
All blogs
 
บ๊ะจ่าง จตุคาม Bruce ALmighty และห้องปฏิบัติธรรมของผม



วันอาทิตย์ เปิดเพลงเสี่ยวบ๊ะจ่างไปสองเพลง
คนฟังชอบใจมาก จนส่งบ๊ะจ่างมาให้กินจริงๆ



เพลงมันน่ารักดีจริงๆนะครับ เติ้งลี่จวิน เธอก็ร้องดีจริงๆ

บ๊ะจ่างนี่ตามประวัติที่คุณจิตรา ก่อนันทเกียรติเขียนเล่าไว้
เป็นของกินที่เกิดขึ้นเพราะประเพณีของคนจีนในแคว้นนึง
ที่ทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงขุนนางผู้ซื่อสัตย์ แต่ตกยากคนนึง ชื่อคุกง้วน

เป็นขุนนางดี แต่เกิดผิดยุค ผิดสมัย
ดันไปเจอกษัตริย์ที่ขาดทศพิธราชธรรม อย่างก๊กฉู่
และเจอขุนนางคนอื่นที่เกลียดชัง ริษยา จนถูกเนรเทศ
ที่สุดแล้วน้อยใจจนไปโดดน้ำตาย (อันนี้ไม่ค่อยฉลาดเลยแฮะ ท่านคุกง้วน)

ชาวบ้านรู้ข่าว ก็พยายามลงไปงมหาศพขึ้นมาทำพิธีแต่หาไม่เจอ
เลยเอาข้าวสารไปโปรยในแม่น้ำ ให้กุ้งหอยปูปลากิน เพื่อจะได้ไม่ไปกินศพของคุกง้วน
ไปๆมาๆ ก็มีคนคิดทำบ๊ะจ่างขึ้นมาไหว้เพื่อรำลึกถึงคุกง้วน
แต่อย่าถามว่าไปๆมาๆทำไมต้องใส่ใบจาก แล้วเกี่ยวไรกะไหว้บรรพบุรุษ

ต้องไปถามคนแถวเสฉวน สมัยคุกง้วนโน่น

ว่ากันว่าวันที่ท่านไปโดดน้ำป๋อมแป๋ม ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ของจีน
ก็เลยถือเอาวันนั้นเป็นวันไหว้บ๊ะจ่าง

เทศกาลบ๊ะจ่างนี่มีแค่ปีละหน ไม่เหมือนเทศกาลสร้างจตุคาม
ตอนนี้แทบจะสร้างกันรายสัปดาห์อยู่แล้ว

นึกแล้วก็น่าเหนื่อยใจแทนท่านจตุคาม รามเทพ มิใช่น้อย
เพราะเดิมทีท่านปกปักรักษา ชาวบ้านทางทะเลใต้เฉยๆ
ตอนนี้มันลุกลามขยายไปทั่วประเทศ

มันคงคล้ายๆ คนเคยมีลูก 3 คน แล้ววันนึงกลายเป็นคุณพ่อลูก 300 ขึ้นมา

ท่านจะเต็มใจหรือเปล่าไม่รู้ล่ะ แต่ผมเห็นคนเรียกท่านเป็น "พ่อ" กันเป็นแถว

พูดเรื่องจตุคามแล้วผมนึกถึงหนังเรื่อง Bruce Almighty
ที่จิม แคร์รีย์ เล่นเป็นผู้ชายที่สารพัดจะบ่นพระเจ้า จนวันนึงพระเจ้าหมั่นไส้
เลยบอกว่า.. มา .. เอ็งลองมาเป็นพระเจ้าดูสักเจ็ดวัน จะได้รู้

จิม แคร์รีย์ ถึงได้พบว่า การเป็นคนมีอำนาจสูงสุดในจักรวาล
มันไม่ได้เรียบง่าย สวยหรูดูดี อย่างที่เขาคิด
โดยเฉพาะเมื่อเวลาที่มีคนสวดภาวนาขอพร ขอให้ถูกหวย
ขอโน่น ขอนี่ ขอนั่น จากทั่วโลก ที่ถูกจัดเรียงส่งถึงเขาในรูปของอีเมล์

เท่ากับวันๆนึง เขาต้องอ่านและตอบคำขอของคนเป็นล้านคน
ถ้าให้หมด ก็วุ่นวาย ถ้าไม่ให้ ก็จะมีคนด่า อย่างที่เขาเคยทำ

ผมอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า สมัยผมเอนท์ทรานซ์ ถ้าจตุคามกำลังฮอตๆ อย่างตอนนี้
สงสัยจะมีนักเรียนห้อยท่านไปช่วยทำข้อสอบด้วยเป็นแถว

ที่จริงสมัยผมเอนท์นั้น เขาฮิตไหว้พระพรหมเอราวัณกัน
ผมไม่เคยเข้าไปไหว้ท่านเลย ทั้งๆที่นั่งรถเมล์ผ่านบ่อยๆ
ยิ่งตอนเอนท์ ยิ่งไม่กล้าไปบนท่าน เพราะเคยนึกเล่นๆว่า
ถ้าคณะผมเขารับ 120 คน มีคนมาบนสัก 200 คน ท่านจะช่วยใคร

ช่วยคนที่ให้ข้อเสนอดีที่สุดเหรอ ไม่หรอกมั้ง...
ท่านเป็นพรหมแล้ว อยากได้อะไรวิเศษท่านก็เนรมิตเอาเองได้

อุตส่าห์ทำบุญกุศลมากมาย ได้ไปเป็นตั้งท้าวมหาพรหม
แต่ต้องมานั่งดมควันธูป รมกลิ่นควันรถตรงสี่แยก
มานั่งดูคนฟ้อนรำชุดเดิมๆ วันละสิบกว่ารอบ
แค่นี้ท่านก็เหนื่อยแย่แล้ว วันดีคืนดียังมีคนบ้ามาทุบเล่นซะอีก

ถ้าผมเป็นท่าน คงจะนึกในใจว่า
ขอเรากลับไปอยู่สบายๆบนสวรรค์ได้มั้ยนี่

แต่อยู่มาวันนึงนั่งรถเมล์ผ่าน ช่วงใกล้ๆจะสอบ
ผมก็นึกเล่นๆขึ้นมาว่า ถ้าผมเอนท์ได้ ผมค่อยเอาพวงมาลัยมาถวายท่านก็แล้วกัน

พอเอนท์ได้ ก็เลยได้ไปไหว้ท่านอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
เพราะไม่อยากให้ท่านเข้าใจว่าผมเบี้ยว แม้ว่าจะไม่ได้บนโดยเจตนาก็ตาม ฮา...

ทุกวันนี้ ครูบาอาจารย์ ท่านจะเตือนลูกศิษย์ให้ผมได้ยินบ่อยๆว่า
ทำบุญแล้วอย่าอธิษฐานให้ได้เป็นเทวดา เป็นพรหมนะ
ให้เกิดเป็นมนุษย์ ผู้มีจิตใจสูงดีกว่า จะได้มีโอกาสมาเจริญสติ
มาเรียนวิปัสสนาต่อให้เสร็จกิจ

เป็นเทวดา เป็นพรหม ไประยะนึง จนหมดบุญ
วันนึงก็ต้องกลับมาเกิดใหม่ มาเริ่มใหม่อีก
แล้วก็ต้องลุ้นว่า จะเดินทางชีวิตผิดพลาดเมื่อไหร่

หลายคนที่ผมสนิทด้วย แล้วผมดูว่าใจไม่ปิดมาก
ผมจะคอยเตือนว่า.. ชาตินี้ ได้เกิดเป็นมนุษย์
หน้าตาดี ผิวพรรณดี ฐานะดี ครอบครัวดี การงานดี
เท่ากับมีบุญเท่าเทวดา แต่มาอยู่ในโลก

ก็อย่าประมาท อย่าทิ้งโอกาสที่จะปฏิบัติธรรมนะ
อย่าคิดว่ามีบุญแล้ว บุญเก่าจะไม่มีกรรมมาตัดรอน
อย่าคิดว่าบุญเป็นของใช้ไม่หมด

ถ้าใช้อย่างเดียว ไม่สร้างกรรมใหม่ที่ดี ไม่ต่อยอดบุญไปเรื่อยๆ
วันนึงก็หมดได้

บุญกุศลที่ดีที่สุด ไม่ใช่การทำสังฆทาน ไม่ใช่การถือศีล
อันนั้นมันบุญกุศล ระดับเบสิค พื้นๆ ใครก็ทำได้

ผมเคยได้ยินคนเล่าว่า ..
พระพุทธเจ้าบอกพระสาวกว่า

จะบูชาเราด้วยเครื่องหอมชั้นเลิศ
ภัตตาหารชั้นเยี่ยม จะสร้างวัดที่สวยที่สุดในโลกให้เรา
ก็ยังไม่ได้บุญเท่าการปฏิบัติบูชา

การปฏิบัติในความหมายของท่าน คือการวิปัสสนานี่แหละ

เพราะมีแต่พุทธศาสนา ที่สอนเรื่องวิปัสสนา
มีแต่วิปัสสนา ที่พาเราไปสู่การหลุดพ้นจากวังวนแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
อันนั้นเราพูดกันเรื่องประโยชน์ในขั้นสูงสุดนะ

หรือในระดับรากหญ้า คนธรรมดา ที่มีวิปัสสนาในชีวิต
ก็จะเป็นคนที่มีทุกข์น้อยกว่าคนทั่วๆไป

เพราะวิปัสสนาจะพิสูจน์คำสอนหลายอย่าง
ที่เราเคยได้ยินได้ฟัง ให้เรา เห็นของจริง
เช่น คำสอนว่า สิ่งทั้งหลายในโลก
ล้วนแต่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป

เช่นคำสอนที่ว่า กายนี้ ไม่ใช่ของเรา จิตนี้ก็ไม่ใช่ตัวเรา
ตัวเราไม่มี มีแต่ความเห็นผิด สำคัญผิด ว่าตัวเรานี้มีอยู่

เช่นคำสอนที่ว่า ทุกข์ ดับได้ด้วยสติ โดยไม่จำเป็นต้องมีความ"อยาก"ดับทุกข์

เช่นคำสอนที่ว่า สุขก็อยู่กับเราไม่นาน
ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน

จะดี จะเลว จะสุข จะทุกข์ มันผ่านมา แล้วก็ผ่านไป
เหมือนลมที่พัดมาหอบนึง ผ่านไป

ไม่มีอะไรเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า ถาวร ในชีวิต

มีคนถามผมเสมอว่า ผมไปวัดบ่อยแค่ไหน ไปปฏิบัติเข้าคอร์สบ้างหรือเปล่า

ผมตอบไปว่า.. คนทำงาน 7 วันแบบผม ไม่ค่อยมีโอกาสดีอย่างคนอื่น
ผมไปวัดน้อยมาก เมื่อเทียบกับเพื่อนๆคนอื่น ที่ปฏิบัติอยู่ด้วยกัน

เพียงแต่ผมถือว่า ทุกที่ที่ผมมีชีวิตอยู่ คือห้องปฏิบัติธรรมของผม
ไม่ต้องรอให้อยู่ในวัด แต่เอาวัดมาอยู่ในใจเรา

แล้วก็ปฏิบัติได้จากตรงนี้
นั่งเขียนบล็อค ก็ดูจิตได้..

เขียนดี อ่านแล้วชอบใจ รู้ว่าชอบใจ
เขียนไม่ดี เขียนไม่ออก ไม่ชอบใจ รู้ว่าไม่ชอบใจ

อาบน้ำ ก็ดูจิตได้
ก่อนอาบขี้เกียจ ไม่อยากอาบ รู้ว่าขี้เกียจ รู้ว่าไม่อยาก
พอเปิดน้ำเจอน้ำเย็น ตกใจ รู้ว่าตกใจ
แต่อาบเสร็จแล้วสบาย รู้ว่าสบาย

เดินไปขึ้นรถ ก็เหมือนเดินจงกรม เพราะเรารู้สึกตัว
คอยตามรู้การเคลื่อนไหวของกาย และจิต

ขับรถไปทำงาน หรือกลับบ้าน ก็ดูจิตได้
มีคนขับรถน่ารำคาญ รู้ว่ารำคาญ โกรธรู้ว่าโกรธ
เห็นความรำคาญ ดับวับไป รู้ว่ามันดับ
เห็นความโกรธ จางลงๆ รู้ว่าจางลง

มันดับไป แล้วยินดี รู้ว่ายินดี
มันมีอัตตาว่ากูเก่ง กูทำได้ รู้ว่ามีอัตตา

เขียนบล็อดยาวเกินไป เห็นเวลา..สายแล้ว
ตกใจรู้ว่าตกใจ ..


เอิกกกก... สุขสันต์วันไปทำงานสายครับ


Create Date : 20 มิถุนายน 2550
Last Update : 21 มิถุนายน 2550 23:43:22 น. 23 comments
Counter : Pageviews.

 
พี่เอ๊ดคะ ขอเรียนเชิญไปตอบบลอคนี้หน่อยค่ะ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=beee

----------------------------------------------------

วันก่อนดูรายการอะไรไม่รู้ทางทีวี เค้าบอกว่าวัตถุมงคลเป็นเพียงเครื่องยึดเหนี่ยวให้เราระลึกถึงความดี ให้ทำดี คิดดี แล้วเราก็จะได้รับสิ่งดีๆจากการกระทำของเราเอง ไม่ใช่ยึดแล้วหวังพึ่งเทพ เทวดา แต่ไม่คิดพึ่งตนเอง ฟังแล้วรู้สึกดีค่ะ :)


โดย: Hobbit วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:9:55:23 น.  

 
สวัสดีค่ะ คนไปทำงานสาย emo


แอบอู้ล่ะสิ ไม่ไหวๆๆๆๆๆๆๆ


อิอิอิอิ

เคยผ่านไปตรงพระพรหมเอราวัณเหมือนกัน
แต่วันที่อิ๊วไป คนเยอะมากมาย เลยไม่ได้
เข้าไปจุดธูปไหว้ท่าน เลยยกมือไหว้ท่านแทน

เห็นมีหลายคนบอกว่า ถ้าไปขอพรจากท่าน
เนี่ย มักจะสำเร็จสมความปรารถนาทุกอย่าง
อิ๊วก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่เคยไปขอท่าน
ซักที ไม่รู้จะขออะไร

คิดว่า เราหวังอะไร ต้องการอะไร
ค่อยๆทำไปเองดีกว่า สำเร็จช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร ถือซะว่า สุขใจสุขกายที่ได้ทำ

ทุกวันนี้ ไม่ค่อยได้ไปวัดเท่าไหร่
ทำเท่าที่ทำได้ ก่อนนอนก็สวดมนต์
ใส่บาตรหน้าบ้าน มองโลกในแง่ดี
ทำบุญกับคนที่ด้อยกว่าเรา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
กับคนที่เค้าลำบากกว่าเรา สิ่งเหล่านี้มัน
ดูเบสิคนะคะ แต่ก็จะทำ เพราะอย่างน้อยๆ
มันก็ทำให้เรารู้สึกมีความสุขและสบายใจ
มากขึ้น


พอเปิดน้ำเจอน้ำเย็น ตกใจ รู้ว่าตกใจ
^
^
^
เอ่อ เอ่อ ต๊อง รู้ว่า ต๊อง น๊าคะ


ตั้งใจทำงานนะคะคุณแอสตัน @^_^@
เย็นนี้ขับรถกลับบ้านดีๆนะคะ
ฝนตกบ่อย ถนนลื่นน่ะ


ปล.... บ๊ะจ่าง!!!!!!!!!! emo


โดย: Kimi o ai X eru วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:10:16:42 น.  

 
อ่านเรื่องประวัติบะจ่าง
ผมก็พลอยนึกถึงประวัติรองเท้าเกี๊ยะ
แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้วครับ
เกี่ยวกับการรำลึกถึงขุนนางเหมือนกัน
ประมาณว่าทุกครั้งเวลาเดินจะเกิดเสียงดัง
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงจะรำลึกถึงคุณงามความดีของขุนนางท่านนี้
อาจจะจำผิดต้องขออภัยครับ
แต่เมื่อครั้งที่ได้ดูจากทีวีประทับใจเรื่องนี้มาก
นี่กำลังจะไปค้นกูเกิ้ลดูครับ

สุขสันต์วันไปทำงานสายครับ


โดย: อะไรคือสิ่งหายาก แต่ไม่มีค่า วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:11:37:12 น.  

 
นึกว่ามีบ๊ะจ่างให้กิน แป๊ว


โดย: KnightWin วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:12:03:41 น.  

 
ขอบคุณคุณเอ็ด...

เพื่อนพี่ ใส่เบรส คือ เหล็กที่ดัดขาสำหรับคนเป็นโปลิโอ

ทีนี้หนนึงไปวัดแล้วนั่งพับลงไปขยับหรือกระเถิบไม่ได้

มีคุณน้าสวยแต่งตัวดี ตวาดเพื่อนพี่ให้กระเถิบไปด้านใน

เพื่อนพี่ไปไม่ได้จริงๆ

คุณน้าคนสวยก้อตวาดอีก

จนเพื่อนพี่ต้องดีดขาเหล็กให้เห็น

คุณน้าหน้าสวย หน้าซีด...

อย่างที่คุณเอ็ดบอก

พี่กับเพื่อนตอนนี้เอาวัดมาอยู่ในใจ สบายกว่า

ถ้าพี่เป็นเจ้านายคุณเอ็ด
พี่ไม่โกรธหรอกเพราะทำ
ให้คนอื่นได้บุญด้วย

อ่านวันละนิดจิตแจ่มใส


โดย: พี่แหม๋ว...ฟ้าสั่ง:) (ฟ้าคงสั่งมา ) วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:12:07:04 น.  

 
ที่นี้ที่ไหน

ไม่ได้มาซะนาน

มาแอบอ่านแล้วจากไปอย่างเงียบ ๆ

สวัสดี..วันที่มาตอกบัตรสายเหมี้ยนกัน


โดย: run to me วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:13:22:20 น.  

 
ผมสนใจ จัตุคำ จากวัดสวนแก้วมากกว่าครับ
อยากชิมว่าอร่อยหรือเปล่า ฮ่าๆๆ

ผมก็เหมือนกันครับ เข้าวัดน้อยมาก
แต่ก็ไมได้ซีเรียสอะไร เพราะถือว่าเรารับเอาคำสอนมาไว้ในใจและยึดถือ
ตัวไมได้เข้าวัดก็คงไม่เป็นไรหรอก

หนังเรื่องที่ คุณ Aston พูดถึงไม่เคยดูเลยครับ


โดย: กุมภีน วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:16:29:07 น.  

 
นึกถึง แอสตันวิลล่า
มันเป็นชื่อของอะไรก็ไม่รู้ - -
คิดว่าเป็นทีมฟุตบอล?


เอิ่ม - - บ๊ะจ่าง เราชอบกิน
ชอบไข่แดง เห็ดหอม กุนเชียง
น่าจะมีปีละหลายๆ หน


เอิ่ม - - จตุคามฯ มาแรง และอยู่นาน
กว่าเรื่อง Global Warming ซะอีก


โดย: ดาริกามณี วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:17:04:12 น.  

 
เปิดดูปฏิทิน เห็นว่าวันที่ 22 เดือนธันวาคมเป็นวันไหว้บัวลอย...หาประวัติมาเล่าบ้างซิคะ...อยากรู้

บ้านดิฉันทำบุญแล้วอธิษฐานเหมือนกันทั้งบ้านคือ...ชาติหน้าขอไม่ต้องเกิด


โดย: Q.NUH วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:17:06:12 น.  

 
จากเทศกาลบ๊ะจ่าง วกไปเทศกาลจตุคามจนได้นะคะ คุณแอสตัน

แวะมาอ่านตอนที่มีอะไรระคายใจอยู่พอดี
อ่านจบแล้ว... มันผ่านไปแล้วค่ะ
ขอบคุณนะคะ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:19:54:09 น.  

 
แหงะ บ๊ะจ่าง วันนี้ทานไป 2 แล้วค่ะ แอบเอียนนะเนี่ย (555+)
หนู (เริ่ม) โอเคแล้วค่ะพี่เอ็ด (ขออนุญาติเรียกนะคะ แฮะๆ ) ยังเรียบเรียงคำถามไม่ค่อยได้เลย ขอไปเรียบเรียงคำถามก่อง
ขอบคุณนะคะที่แวะมาถามไถ่ที่บล็อคหนู

Bruce ALmighty เคยดูเหมือนกันค่ะ แอบฮาตอนเมลล์นี่ด้วย มาทีพรึ่บ !!! เลือกไม่ถูก ไม่เลือกก็ผิดอีก - -"
ตอนเอนท์หนูก็แฮะๆ เคยไปขอท่านพระพรหมเหมือนกันค่ะ ติดด้วยแหละ พอแอดมิดชั่นใหม่ก็ไปขออีก เรียกว่าขอดะเลยก็ได้มั้ง แต่ก็คิดอีกทีท่านคงไม่ช่วยคนที่เอาแต่ขออย่างเดียวโดยไม่ทำอะไรเลยล่ะมั้ง พักหลังๆเลยไม่ขอท่านแล้วก็หัดพึ่งตัวเองมากขึ้น

ปล* บล็อคหนูวันนี้อัตตาใหญ๋คับบล็อคเลยค่ะ เกรดออกครบแล้ว ดีใจซะหน่อย ^^"


โดย: a r i t s u m e m o o n วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:0:14:22 น.  

 
ใครว่าพี่เอ๊ดแก่คะ?


โดย: คุณม้าฮาหลุดโลก วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:1:25:23 น.  

 
: ปุ๊กกี้ - บล็อคนั้นไปดูแล้ว พี่ว่า พี่ช่วยเขาไม่ได้หรอกนะ

บางทีจะช่วยใคร พี่ต้องดูอาการนิดนึง
ว่าพูดอะไร บอกอะไร แล้วเขาพร้อมจะฟังไหม

เขาต้องนิ่งกว่านี้อีกหน่อย รู้สึกเหมือนใจเขาปิดๆอยู่

ก็อย่างที่ปุ๊กฟังในทีวีนั่นแหละ
ถ้าคนเราไม่ช่วยตัวเอง มีจตุคามสิบองค์ ก็คงช่วยไม่ได้

หรือสิบแอสตันไปพูดอะไร ถ้าเขาไม่รับ ก็ไม่มีผล

: คิมิฯ - "คิดว่า เราหวังอะไร ต้องการอะไร
ค่อยๆทำไปเองดีกว่า สำเร็จช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร ถือซะว่า สุขใจสุขกายที่ได้ทำ"

ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบ

พี่เคยตั้งใจทำอะไรสักอย่างนานแล้ว แล้วเคยนึกว่าจะไปบน
แต่ก็เปลี่ยนใจ คิดว่า คนเรา ควรพึ่งตัวเองก่อน

แล้วก็รู้สึกว่า ถ้าไปบนแล้วสำเร็จ ก็จะไม่แน่ใจว่า
ตกลงมันฝีมือเรา หรือฝีมือเทพองค์ไหน

หรือถ้าดวงเรามันจะไม่ได้จริงๆ ก็แปลว่าเราไม่ควรได้
จะไปขอให้ใครมาช่วยให้ได้ ในสิ่งที่ไม่ควรได้ เห็นจะไม่เป็นการ

: คุณตี๋ - ไว้หาเรื่องเกี๊ยะเจอแล้วมาเล่าให้ฟังมั่งนะครับ

: คุณ KnightWin - บ๊ะจ่างมี แต่แจกไปหมดแล้วค้าบ แป่วววววว !!!

: พี่แหม๋วครับ - ขอบคุณที่พยายามเข้าข้างน้องนะครับ 5555

: run to me - หายไปนาน แต่ยังกลับมาถูก ก็ขอบคุณแล้วครับ

: อาจารย์กุมภีน - ถ้าชอบดูหนังตลกเบาสมอง แต่มีอะไรให้ขบๆคิดๆได้นิดหน่อย
เรื่องนี้ น่าหามาดูนะอาจารย์ กำลังจะมีภาคต่อชื่อ Evan Almighty ออกฉายเร็วๆนี้แล้วด้วย

: คุณดาริกามณี - เป็นชื่อทีมฟุตบอล ถูกต้องแล้วครับ

: Q.NUH - ออเดอร์การบ้านกันเห็นๆ ล่วงหน้า

ไว้จะลองไปหาดูนะคุณ

ที่จริง อธิษฐานขอไม่ให้เกิดอีกนี่
อธิษฐานได้ .. แต่ไม่มีประโยชน์น่ะสิคุณ

ถ้ามันง่ายขนาดนั้น พระพุทธเจ้าก็สอนไว้แล้วล่ะ
ว่าให้ทำบุญเยอะๆ แล้วอธิษฐานเอา ไม่ง่ายกว่าเหรอ

: HoneyLemonSoda - ดีใจด้วยที่มันผ่านไปแล้วนะครับ

: a r i t s u m e m o o n - ดีใจด้วยกับผลสอบที่ออกมานะ

ดีใจ ก็ไม่เป็นไร มีอัตตา ก็ไม่เป็นไร ถ้ามีแล้วรู้ทัน

ใช้ได้


โดย: aston27 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:1:28:24 น.  

 
ว่าแต่คุณ Q. ให้การบ้านกันเห็นๆ ล่วงหน้า
คุณ aston ก็ไปทิ้งการบ้านไว้บล็อกเราเหมือนกันละน่า

ขอทะยอยทำได้ไหมคะ
เพราะมียาอยู่เยอะแยะเลยที่ตั้งใจจะทดสอบฤทธิ์อย่างหนึ่ง แต่ปรากฎว่าไปได้ฤทธิ์อีกอย่างที่ดีกว่า


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:1:42:36 น.  

 
ขอบคุณที่แอดบล็อกนะคะ โอ้ เป็นเกียรติมาก ๆ เลยค่ะ :D :D :D
เอ้อ จริง ๆ ยังไม่ได้ปิดบล็อกค่ะ
ก็เขียนคุณ aston27 มังคะที่บอกว่าอยากพักการเขียน แต่ก็เขียนต่อนะคะ
บางทีความคิดมันก็แว่บ ๆ มาบ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ปิดแน่ ๆ ค่ะ :D :D

อ่านบล็อกคุณ aston27 วันนี้แล้วรู้สึกว่ากระบี่อยู่ที่ใจนะคะ
ไม่จำเป็นต้องเข้าวัด อยู่ในวัด 7/24 แต่ให้เรามีสติควบคุมใจและร่างกาย
การกระทำ และคำพูดก็พอ
ดีกว่าคนที่อยู่วัดตลอดแต่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ไหน หรือกำลังทำอะไรอยู่มากนัก

ดูจิตได้ตลอด รู้ตัวทั่วพร้อม ก่อให้เกิดสมาธิ และปัญญาตามมานะคะ


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:2:21:22 น.  

 
*ก็เหมือนคุณ aston27

ขาดสติและพิมพ์ผิดไปค่ะ


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:2:30:32 น.  

 
พี่เอ็ดคะ ขอบคุณมากๆสำหรับคำอวยพรดีๆ :)

ที่นี่มีวัดไทยหลายแ่ห่งเลยค่ะ แต่ไม่เคยไปสักที่ เพราะไม่มีความศรัทธา(คือได้ยินข่าวฉาวมาเยอะ และรำคาญคนเยอะๆ) ใจมัวแต่คิดว่าเราทำดี คิดดี ก็น่าจะพอ สวดมนต์บ้าง แค่นี้เองที่ทำ ไม่รู้ว่าจะพอไหม แต่ถ้าทำมากกว่านี้ก็เหมือนบังคับตัวเองหน่ะค่ะ


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:5:42:49 น.  

 
>>กายนี้ ไม่ใช่ของเรา จิตนี้ก็ไม่ใช่ตัวเรา
ตัวเราไม่มี มีแต่ความเห็นผิด สำคัญผิด ว่าตัวเรานี้มีอยู่ >> ถ้ามาได้ถึงตรงนี้ ชีวิตก็มีอันปลอดภัยอย่างแน่แท้แล้ว


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:8:46:39 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแอสตัน .. คุณเล่นทำเอาประหลาดใจไปเลยล่ะค่ะที่บอกว่าคุ้นเคยกับวิวท้องนาที่แปะเอาไว้ที่บล็อก

ขนาดบอกว่าเดายังถูกเลยคะ เพราะว่าบางภาพก็ถ่ายออกมาจากท้องนาแถวนั้นจริงๆ แต่จะเป็นอีกด้านของวัดพระธาตุลำปางหลวงคะ เพราะจริงๆ แล้วขับไปวัดพระธาตุจอมปิงน่ะคะ แต่ก็เรียกว่าคุณแอสตันถูกล่ะค่ะ เก่งจัง ...

ถ้าเป็นตัวเองคงไม่รู้เพราะว่าท้องนาที่ไหนก็มองดูคล้ายๆ กันไปหมดน่ะคะ และที่เหมือนกันอีกอย่างคือ เวลาไปเห็นแล้วมันเหมือนเราถูกปลดปล่อยยังไงก็ไม่รู้ล่ะคะ เห็นแล้วมันสบายใจดี

ไม่รู้วาเคยบอกคุณแอสตันหรือเปล่าอ่ะค่ะว่านิดแวะเข้าไปอ่านบล็อกคุณบ่อยๆ แต่ว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้เม้นท์เลย เพิ่งจะมาเม้นท์เอาช่วงหลังๆ อาจจะเพราะก่อนหน้านี้ยังเกรงๆ (ไม่รู้ว่าเกรงอะไรเหมือนกัน) เพราะกลัวเม้นท์แล้วไม่เข้ากับเรื่องที่บล็อก เลยได้แต่อ่านอย่างเดียว

นิดชอบเรื่องและสไตล์การเขียนของคุณแอสตันนะค่ะ เพราะว่าอ่านง่าย ได้ข้อคิด ที่สำคัญคือเหมือนกับพี่ชายเขียนหรือว่าเล่าอะไรให้น้องสาวอ่านแบบนั้นล่ะค่ะ อารมณ์และเสน่ห์ของการเขียนของคุณล่ะคะ


โดย: JewNid วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:9:54:13 น.  

 
แล้ววันนี้ไปทำงานสายปล่าวคะ

ฉันอ่านจบนะคะ แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรค่ะ

กลัวเม้นต์ไม่ตรงประเด็นเหมือนคุณนิด


โดย: random-4 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:10:02:04 น.  

 
เทวดาปฏิบัติธรรมไม่ได้เหรอครับ


โดย: Oakyman วันที่: 22 มิถุนายน 2550 เวลา:0:45:43 น.  

 
เทวดาปฏิบัติธรรมได้ครับ แต่ยากกว่ามนุษย์

เพราะเทวดาท่านสบาย กายก็กายทิพย์ กายละเอียด
ท่านไม่ปวด ไม่เมื่อย อิ่มก็อิ่มทิพย์ ไม่เจ็บ ไม่ปวด

พูดง่ายๆ ท่านมีแต่สุข และไม่ค่อยมีทุกข์

ผู้ที่ไม่เห็นทุกข์ ไม่ค่อยมีทุกข์ พวกนี้แรงจูงใจจะปฏิบัติมันไม่มี
เพราะเห็นว่า ชีวิตก็เป็นสุขดีอยู่แล้ว ซึ่งก็ถูกของท่าน

แต่เป็นเทวดา ก็ต้องเกิดใหม่ เมื่อครบวาระ ถึงอายุขัย

ส่วนมากเท่าที่ผมเข้าใจและได้ยินมา
เทวดาท่านก็ต้องลงมาเป็นมนุษย์ใหม่
เพื่อสร้างสมความดี สร้างบุญกุศล
หรือถ้าประมาทพลาดพลั้ง ก็สร้างอกุศลด้วย

แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่เชื่อว่า คนเราตายแล้วเกิดใหม่
อันนั้นก็ปิดการประชุมไปได้



คุณเภสัชมะนาวโซดา การบ้านค่อยทะยอยทำได้ครับ
ขืนทำทีเดียว เดี๋ยวอ่านตาแฉะ



: คุณหมาเลี้ยงแกะ ขอเป็นมีสติตามรู้ใจอย่างเดียว
ไม่ต้องควบคุมดีกว่านะครับ
ถ้าควบคุม ก็คุมกาย คุมวาจา สองอย่างพอ

โกรธคนไม่ผิดศีลนะครับ
แต่ถ้าโกรธแล้วไปเตะเขา ไปด่าแม่เขา อันนี้ผิดศีล

ฉะนั้น คุมส่วนที่มันเกี่ยวเนื่องกับศีล พอแล้ว
ไอ้ที่มันเป็นส่วนของจิต เอาไว้ดูครับ
จะได้วิปัสสนากันได้ในทุกสภาวะ



คุณอาย ถามว่าพอไหม..อืมม์

ถ้าคุณอายเห็นประโยชน์จากพุทธศาสนา
เพียงเพื่อความสงบ สบายใจ
การสวดมนต์ไหว้พระ ก็พอครับ

แต่ถ้าเห็นประโยชน์มันมากกว่านั้นอย่างที่พี่เห็น
ทำแค่นั้น ก็ต้องบอกว่า ไม่ผิดนะครับ แต่น่าเสียดาย

ศาสนาพุทธ เหมือนทะเลใหญ่
เราอาศัยใช้ประโยชน์จากทะเลได้เยอะแยะ

แต่เราเลือกแค่นั่งดูวิวอยู่ริมหาดให้สบายใจ
ก็ไม่ผิด
แต่ในทะเล มีสัตว์น้ำ มีปลา มีน้ำมัน มีทอง มีเพชรเยอะแยะนะ

อะไรทำนองนั้น



: คุณพี่ Together In 80s Dream
สาธุนะครับ

แต่ผมยังเป็นแค่ผู้เดินทาง ยังไปไม่ถึงนะครับ



: คุณ JewNid - ดีใจจังที่เดาได้ใกล้เคียง
ความจำสั้นเหมือนปลาทองแบบผม
จำได้แค่นี้นี่สุดยอด

ไม่มีไรครับ ผมชอบวัดนั้น เลยไปมาสามหนได้
แล้วก็ชอบทุ่งนาระหว่างทางไปวัดด้วย

ผมยังหัดเขียนอยู่ครับ สายสะพายก็ได้น้อยกว่าคุณจิ๋วนิด เห็นป่ะ



คุณสุ่มสี่ ชื่อสุ่มสี่ แต่จะเมนท์ทำไมต้องกลัวไม่ตรงประเด็นล่ะคุณ




โดย: aston27 วันที่: 22 มิถุนายน 2550 เวลา:7:17:20 น.  

 
พูดถึงทำบุญก็นึกออกแค่
ใส่บาตรกับไปวัด..

คงต้องเพิ่ม"ดูจิต"เข้าไปอีก 1 รายการแล้วล่ะค่ะ




โดย: mint_candy วันที่: 24 มิถุนายน 2550 เวลา:16:22:57 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.