<<
ตุลาคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 ตุลาคม 2558
 

ประตูเปิดโครงข่ายอินเทอร์เน็ต Single Gateway งัดข้อเท็จจริงเป้าหมายของภาครัฐ

เมื่อประเทศไทยมาถึงจุดที่คำว่า “Single Gateway” มีผลทำให้เกิดเสียงดังระงม พูดถึงไปทั่วประเทศไทยเพราะมีหลายคนที่คัดค้าน และก็มีหลากคนที่สนับสนุน ซึ่งความจริงเป็นอย่างไร เรารวบรวมข้อมูล และมุมมองต่อ “Single Gateway” มาให้พิจารณากันอย่างถ่องแท้…



ประตูเปิดโครงข่ายอินเทอร์เน็ต Single Gateway คืออะไร

Single-Gateway-คืออะไร

คำว่า Single Gateway ต้องแยกทั้ง 2 คำออกจากกันก่อน โดยคำว่า "Gateway" หมายถึง ประตูทางผ่าน หรือศัพท์ในวงการไอที หมายถึง ประตูเชื่อมระหว่างเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่ง และเป็นตัวที่เชื่อมต่อโครงข่ายของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการ Gateway อยู่มากมาย เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

แต่เมื่อเติมคำว่า "Single" เข้าไป กลายเป็น Single Gateway ก็จะแปลได้ว่า จะสามารถเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตผ่านประตูแค่บานเดียว นั่นก็จะเท่ากับการมีผู้ให้บริการเครือข่ายเพียงเจ้าเดียว ทำให้สามารถควบคุม ดักจับข้อมูลเมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านประตูบานนี้ไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย


ประเทศที่ใช้ Single Gateway

ปัจจุบันมีประเทศที่ใช้ Single Gateway คือ ลาว จีน เกาหลีเหนือ และประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นประเทศที่ภาครัฐสามารถควบคุมดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตของประชาชนได้สะดวก โดยเฉพาะจีนที่รัฐบาลควบคุมไม่ให้ประชาชนในประเทศเล่นสื่อโซเชียลอย่าง Facebook รวมถึงการห้ามใช้ Google นั่นเอง

Single-Gateway

และแน่นอนว่าในอดีตประเทศไทยก็เคยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้ Single Gateway เช่นกัน ในสมัยแรก ๆ ที่การใช้อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายมากนัก โดยเวลาที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทุกจุดเชื่อมต่อก็จะต้องมารวมกันที่ กสท. ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงผู้ให้บริการเพียงเจ้าเดียว แต่หลังจากเกิดวิกฤตไอเอ็มเอฟ ในปี 2540 ก็ได้มีการสั่งให้ประเทศไทยเปิดเสรีโทรคมนาคม ทำให้ Gateway ในไทยเพิ่มมากขึ้นจนตอนนี้มีถึงสิบกว่า Gateway แล้ว


เป้าหมายแท้จริง คือ ต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจดิจิตอลในภูมิภาค

IMG_9690

Single Gateway จะมีผลดีในแง่ที่รัฐบาลต้องการจะปิดกั้นหรือระงับยับยั้งเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ที่เป็นภัยต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นหมิ่นสถาบัน สื่อลามก เว็บการพนัน Single Gateway จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันการเข้าไปควบคุมเว็บไซต์เหล่านี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธาน กสทช. กล่าวว่า แท้จริงแล้วเป้าหมายของรัฐบาล คือ ต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจดิจิตอลในภูมิภาค สร้างแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามาใช้ช่องทางเชื่อมต่อของไทย แทนที่จะเป็นเพื่อนบ้าน อย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซีย อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าไทยยังมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านนี้ด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

screen-shot-2558-09-26-at-22-47-09

ทั้งนี้ ควรจะเรียก Single Gateway ว่าเป็น “ฮับ” หรือ "ศูนย์กลางดิจิตอล" จะเหมาะสมกว่า โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม (จำกัด) หรือ CAT จะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ “ฮับ” และเมื่อมีความพร้อมก็จะเชิญผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในไทยที่มีอยู่ราว 9 รายให้หันมาเลือกช่องทางนี้
นอกจากนี้ พ.อ.เศรษฐพงค์ ไม่ได้ปฏิเสธเป้าหมายเรื่องความมั่นคงของรัฐในโลกไซเบอร์ ที่สร้างศูนย์กลางช่องทางจราจรดิจิตอลที่ทำให้ง่ายต่อการรับมือแล้ว แต่ยังต้องอาศัยกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงไซเบอร์มารองรับการทำงานของรัฐ เพื่อป้องกันการโจมตีและอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ รวมถึงทำให้มีความเป็นสากลเพื่อสอดคล้องกับหลายประเทศที่มีกฎหมายลักษณะนี้แล้ว เช่น สหรัฐฯ


โซเชียลถล่มรัฐได้ คือ ความเข้าใจที่ผิด! ความจริงเป็นอย่างไร แล้วควรหรือไม่ที่แสดงท่าทีเช่นนี้

IMG_9614

นายนรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล นักวิชาการอิสระด้านความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ ได้เปิดเผยเรื่องประเด็นที่เว็บไซต์ภาครัฐโดนถล่ม ถึงข้อเท็จจริงของมือที่ทำให้เว็บไซต์ล่มนั้น ไม่ใช่ประชาชน
โดยนายนรินทร์ฤทธิ์กล่าวว่า “เว็บไซต์ภาครัฐโดนถล่ม ประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจว่า คนไทยหลักแสนคนมาเปิดเว็บไซต์แล้วคลิกรีเฟรช แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ และนี่เป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น หากเข้าไปดู Traffic กันจริงๆ แล้ว จะพบว่า Traffic มาจากยุโรปทั้งสิ้น โดยยิงมาจากเนเธอร์แลนด์ ประเทศทางยุโรป เพราะฉะนั้นสิ่งที่บอกว่าคนไทยกว่าแสนคนเปิดหน้าเว็บแล้วรีเฟรช ส่งผลให้เว็บไซต์ภาครัฐล่ม คือ ผิดโดยสิ้นเชิง แสนคนมาคลิกในเวลาเดียวกันนั้น อันที่จริงแล้วทำอะไรเว็บเหล่านี้ไม่ได้ เพราะอันที่จริงเรื่องนี้มีคนที่เล่นอยู่ข้างหลัง โดยใช้วิธีเช่าเซิร์ฟเวอร์ที่ต่างประเทศ แล้วยิงถล่มกลับเข้ามาในไทย” นายนรินทร์ฤทธิ์ กล่าวตามข้อเท็จจริง


นั่นคือข้อเท็จจริงของการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ประเด็น Single Gateway ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่า อินเทอร์เน็ตจะช้าลง นักวิชาการอิสระด้านความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ แสดงมุมมองว่า หากออกแบบเทคโนโลยี Single Gateway ให้ออกมาดี จะไม่ทำให้อินเทอร์เน็ตช้าลง”


นายกฯ เผย Single Gateway ยังไม่เดินหน้า และจะไม่ให้ล้ำสิทธิมนุษยชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อดีข้อเสียของระบบซิงเกิล เกตเวย์ ว่าตอนนี้กำลังศึกษากันอยู่ เป็นแนวทางที่ต่างประเทศก็ทำอยู่ โดยต้องไปหารือในเรื่องนี้กับมิตรประเทศอื่น เช่น อาเซียน เพราะเรื่องของโซเชียลมีเดีย ไซเบอร์ ไอซีที เป็นประโยชน์มากจะต้องการใช้อย่างกว้างขวางในอนาคต ซึ่งในที่ประชุมสหประชาชาติก็ได้มีการพูดถึงและให้ความสำคัญ แต่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อการใช้งาน

915821-img.rgywcq.qw5j

แต่ทั้งนี้ถือเป็นคนละเรื่องกับหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเรื่องนี้เราระมัดระวังอยู่แล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น เป็นเพียงการหารือกัน เพราะจำเป็น เนื่องจากหน่วยงานของราชการจะต้องมองความปลอดภัยในการใช้ระบบเศรษฐกิจดิจิตอล ทั้งการค้าการลงทุน การกระจายข่าวสารทั้งหมด ซึ่งมีหลายหลักการด้วยกัน โดยซิงเกิล เกตเวย์ ถือเป็นแนวทางเดียวเท่านั้นเอง แต่ถ้ามองเรื่องสิทธิมนุษยชนก็มองได้ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเราระมัดระวังอยู่แล้ว รัฐบาลนี้ระวังอยู่แล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น อย่าไปตื่นตระหนกมากมายนัก เห็นกันอยู่แล้วว่ามีปัญหาหลายอย่าง ก็ช่วยกันระวัง ใครทำผิดกฎหมายก็ช่วยกันแจ้งเข้ามา หน่วยงานที่ทำเรื่องนี้ก็มีกันอยู่แล้ว " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ซิงเกิล เกตเวย์ เป็นเรื่องที่ทุกประเทศต้องศึกษา จะเกิดอะไรหรือหรือไม่ต้องดูสังคมรอบบ้านด้วย ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ อย่าพูดให้เสียหาย ยืนยันว่ายังไม่ได้สั่งการใดๆทั้งสิ้น ตื่นเต้นกันไปได้ ตอนอยู่เมืองนอกผมก็ไม่ได้สบายใจ ผมได้ยินทุกอย่าง จะอะไรหนักหนา เพราะยังไม่ได้สั่งอะไรเลย จะทำอะไรหรือไม่ก็เป็นเรื่องของ ครม. เรื่องของประชาชนว่าจะเอาหรือไม่ ถ้าไม่ ผมจะไปทำเรื่องให้มีปัญหาทำไมผู้สื่อข่าวถามว่าได้สั่งการอย่างไรในเรื่องนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้สั่ง แค่พูดว่าให้ไปหาทางมาว่าจะทำอย่างไรให้ปลอดภัย ถ้าสั่งก็ต้องบอกว่า ไปปฏิบัติอย่างนั้นอย่างนี้ แต่นี่เป็นเพียงการศึกษาหาแนวทางเพื่อความปลอดภัย เพราะตอนนี้เรื่องไซเบอร์นั้นอันตราย เพราะมีคนเข้ามาโจมตี มีแฮกเกอร์อยู่มาก ต้องอย่าพูดแต่เรื่องสิทธิมนุษยชน ยืนยันว่าแค่มอบให้ศึกษาหาทางเลือก เช่นด้านความมั่นคง การค้าการลงทุน การให้ข้อมูลข่าวสาร การใช้ระบบไอซีทีในการลงทุน ว่าจะทำอย่างไร

เพราะสถานการณ์ทั้งหมดในอนาคตจะเป็นสังคมแห่งเทคโนโลยี เราจะต้องมาดูว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง และมีการละเมิดลิขสิทธิ์และกฎหมายจะทำอย่างไร และ Single Gateway ก็เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่ คณะผู้รับผิดชอบกำลังศึกษากันอยู่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการหารือ และวิเคราะห์พิจารณาว่า จะเป็นทางออกแก้ไขปัญหาทางไซเบอร์ได้หรือไม่




Create Date : 30 ตุลาคม 2558
Last Update : 30 ตุลาคม 2558 14:05:27 น. 0 comments
Counter : 367 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

สมาชิกหมายเลข 1129231
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 1129231's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com