Group Blog
 
<<
มกราคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
บทเรียนล้ำค่าจาก แจ็ค หม่า JACK MA




อ้างอิงจาก "Facebook คุณไพบูลย์ สถาปนาวิสุทธิ์"





ผู้ก่อตั้ง ALIBABA ชายผู้ที่ได้ชื่อว่า

รวยที่สุดในประเทศจีน

Jack Ma เป็นมนุษย์เงินเดือน

ก่อนมาเป็นเจ้าของธุรกิจ E-commerce

Jack Ma ประธานบริษัท Aliababa

เป็นผู้ประกอบการชาวจีนคนแรก

ที่ได้ปรากฏอยู่บนหน้าปกหนังสือ Forbes Magazine

และได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่ง

ในกลุ่มคนที่รวยที่สุดในโลก

ต่อไปนี้คือประสบการณ์ของ Jack Ma

ก่อนที่ผมจะก่อตั้ง Alibaba

ผมเชิญเพื่อน 24 คนมาที่บ้าน

เพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจ

หลังจากพูดคุยไปได้สองชั่วโมง

พวกเขายังงงไม่หาย

.........................................................................

อาจเป็นเพราะผมยังสื่อสารได้

ไม่ชัดเจนมากนักในตอนนั้น

เพื่อนจำนวน 23 คนจากทั้งหมด 24 คน

บอกให้ผมยกเลิกความคิดนั้นไปซะ

ด้วยหลายเหตุผล เช่น

ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอินเตอร์เนต

และผมยังไม่มีเงินทุนสำหรับ

บริษัท Startup ด้วยซ้ำ

และเหตุผลอีกมากมาย

.........................................................................

มีเพียงเพื่อนคนเดียวเท่านั้นที่บอกผมว่า

“ถ้าหากนายอยากจะทำ ก็ลองทำ

ถ้าหากมันไม่เป็นอย่างที่นายหวัง

นายก็แค่กลับไปทำงานเดิม

ที่นายทำก่อนหน้านั้นก็ได้”

ผมคิดถึงคำพูดนี้ตลอดคืนนั้น

และในเช้าวันต่อมา

ผมตัดสินใจที่จะลงมือทำ

แม้หากว่าเพื่อนทั้งหมดของจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

.........................................................................

ในช่วงแรกของการก่อตั้ง

ทั้งครอบครัวและเพื่อนต่างก็ไม่เห็นด้วยกับผมเลย

เมื่อมองย้อนกลับไป ผมตระหนักว่า

สิ่งที่เป็นแรงผลักดันที่สุดไม่ใช่ความมั่นใจ

ในพลังของโลกอินเตอร์เนต แต่เป็นคำๆนี้

“ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม

ไม่ว่าจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ

ประสบการณ์ที่ได้มา

ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของมันเอง”

คุณจำเป็นต้องลองทำ ถ้าหากไม่สำเร็จ

คุณก็แค่กลับไปทำงานเดิมของคุณก็แค่นั้น

.........................................................................

เหมือนกับคำกล่าวของ T.E. Lawrence

ที่กล่าวไว้ว่า “ทุกๆคนฝัน แต่ไม่เท่ากัน

คนที่ฝันตอนกลางคืน

ในฝุ่นคลุ้งแห่งการหลบถอยของจิตใจนั้น

ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าฝันนั้นไม่ได้มีอะไร….

แต่ผู้ที่ฝันในเวลากลางวันนั้นเป็นคนที่อันตราย

เพราะเขาจะโลดเล่นในความฝันด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง

และทำให้มันเป็นไปได้ สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมได้ทำ”

.........................................................................

ผู้คนที่ล้มเหลวในชีวิตต่างก็มีสาเหตุ 4 สาเหตุด้วยกัน

1.มองไม่เห็นโอกาส

2.ดูถูกโอกาส

3.ขาดความเข้าใจ

4.ลงมือช้าเกินไป

.........................................................................

คุณยากจนเพราะคุณไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน

ความทะเยอะทะยานทำให้ชีวิตของคนเรามีความหมาย

เป็นเป้าหมายที่งดงามในชีวิตที่คนเราควรมี

ในโลกนี้มีเรื่องมากมายที่ยากเกินจะคาดเดา

แต่ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้เช่นกัน

ความทะเยอทะยานของคนๆหนึ่ง

เป็นตัวกำหนดอนาคตของคนๆนั้น

.........................................................................

บทเรียนจากประสบการณ์

ในการประกอบธุรกิจของ Jack Ma

ความผิดพลาดที่ผมเสียใจที่สุด

เมื่อปี 2001 ผมทำผิดพลาดอย่างนึงคือ

ผมบอกกับผู้ร่วมงานจำนวน 18 คน

ที่ร่วมเดินทางกับผมในตอนแรกว่า

ตำแหน่งที่พวกเขาสามารถทำได้สูงสุด

คือระดับการจัดการเท่านั้น

ส่วนตำแหน่งรองประธาน

และตำแหน่งระดับสูงอื่นๆ

ผมจะจ้างบุคคลภายนอกเข้ามาแทน

หลายปีต่อมา คนเหล่านั้นที่ผมจ้างลาออกไป

ส่วนคนที่ผมสงสัยในความสามารถทั้ง 18 คน

กลายมาเป็นรองประธานและกรรมการบริษัทแทน

.........................................................................

ผมเชื่อในหลักการสองประการคือ

1.ทัศนคติของคุณสำคัญกว่าความสามารถของคุณ

2.การตัดสินใจของคุณสำคัญกว่า

ความสามารถของคุณเอง

แน่นอนว่าคุณไม่สามารถทำให้ทุกคน

คิดออกมาเหมือนกันได้

แต่คุณสามารถทำให้ทุกคน

คิดถึงเป้าหมายเดียวกันได้

- อย่าคิดว่าคุณจะสามารถ

ทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้

นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

- 30% คือจำนวนคนที่จะไม่เชื่อในตัวคุณ

อย่าให้คนอื่นทำงานเพื่อคุณ

แต่จงให้พวกเขาทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน

- เป็นการง่ายกว่าที่คุณจะรวมบริษัท

ให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้เป้าหมายเดียวกัน

มากกว่าเป็นหนึ่งเดียวภายใต้คนๆเดียว

.........................................................................

สิ่งที่ผู้นำมี แต่พนักงานไม่มี

ผู้นำไม่ควรเปรียบเทียบทักษะ

ของตนเองกับทักษะของพนักงาน

เพราะพนักงานควรมีทักษะ

ในการทำงานมากกว่าคุณ

ถ้าหากพวกเขาไม่มีทักษะ

ในการทำงานเหล่านั้น แสดงว่าคุณจ้างคนผิด!

.........................................................................

สิ่งที่ทำให้ผู้นำโดดเด่นกว่าพนักงานคือ

- ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์และ

มองเห็นอนาคตได้ดีกว่าพนักงาน

- ผู้นำต้องอดทน จูงใจพนักงานได้

และไม่ยอมแพ้

- ผู้นำต้องยอมรับความล้มเหลวได้

คุณสมบัติของผู้นำที่ดีหลักๆคือ

มีวิสัยทัศน์ แรงจูงใจ และความสามารถ

.........................................................................

อย่ายุ่งเกี่ยวกับการเมือง

- ผู้คนควรเข้าใจว่า การเมืองกับธุรกิจ

ไม่ควรเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อคุณอยู่ในเกมการเมือง

จงอย่าคิดเรื่องเงิน เมื่อคุณอยู่ในธุรกิจ

จงอย่าคิดเรื่องการเมือง

- เมื่อเงินบวกกับอำนาจทางการเมือง

มันก็เหมือนกับระเบิดเวลาดีๆนี่เอง

.........................................................................

สี่ แง่คิด สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่

1.ความล้มเหลวคืออะไร?

- ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การยอมแพ้

2.ความยืดหยุ่นคืออะไร?

- เมื่อคุณผ่านความยากลำบาก ความผิดหวัง

และเศร้าโศกมาได้ ตอนนั้นคุณจะเข้าใจเอง

3.หน้าที่ของเราคืออะไร?

- หน้าที่ของเราคือ ขยันให้มากขึ้น

ทำงานหนักขึ้น และทะเยอทะยานเหนือผู้อื่น

- มีแต่คนโง่ที่ใช้ปากพูด

คนฉลาดใช้สมอง

คนที่ยิ่งใหญ่ใช้หัวใจ

เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต

ผมบอกกับตัวเองเสมอว่า

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงาน

แต่คนเราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต

เราเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าเพื่อคนอื่นๆ

ถ้าหากคุณใช้เวลาทั้งชีวิตทำงาน

คุณจะต้องเสียใจแน่นอนในสักวัน

ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จมากมายสักแค่ไหน

คุณต้องจดจำไว้เสมอว่า คุณเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต

ถ้าหากคุณทำงานตลอดเวลา

แน่นอนว่าสักวันคุณจะต้องเสียใจ

.........................................................................

คู่แข่งและการแข่งขัน

- คนที่แข่งขันกับคู่แข่งอย่างเอาเป็นเอาตาย

ล้วนเป็นคนโง่สิ้นดี

- ถ้าหากคุณมองว่าทุกคนคือศัตรู

คนทุกคนรอบตัวคุณจะกลายเป็นศัตรูของคุณ

- ถ้าหากคุณแข่งขันกับผู้อื่น

อย่าใช้ความเกลียดชัง

ความเกลียดชังมีแต่ทำลาย

- คู่แข่งก็เหมือนกับการเล่นหมากรุก

ถ้าคุณแพ้ เราก็เล่นรอบใหม่

คู่แข่งทั้งสองไม่ควรสู้กันเอง

- นักธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่แท้จริงไม่มีศัตรู

เมื่อพวกเขาเข้าใจสิ่งนี้

โลกและโอกาสก็เปิดกว้างสำหรับพวกเขา

.........................................................................

อย่าบ่นจนเป็นนิสัย

ถ้าหากคุณบ่นนานๆครั้ง

นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่ถ้าหากมันกลายเป็นนิสัยแล้วจะเป็นเรื่องแย่

คนควรสังเกตุว่าคนที่ประสบความสำเร็จ

ล้วนไม่ใช่คนที่เอาแต่พร่ำบ่น

โลกนี้ไม่สนหรอกว่าคุณจะพูดอะไร

แต่แน่นอนว่าโลกนี้จะไม่ลืมว่า

คุณได้ทำอะไรลงไปบ้าง

.........................................................................

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ

- โอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็นคือโอกาสอย่างแท้จริง

- จงให้พนักงานทำงานด้วยรอยยิ้ม

- ลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด

พนักงานสำคัญรองลงมา

และผู้ถือหุ้นสำคัญน้อยที่สุด

- ปรับตัวและเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะถูกเปลี่ยนแปลง

- ลืมเรื่องการหาเงินไปได้เลย

- ใส่ใจและดูแลลูกค้าประจำ

แทนที่จะไปค้นหาเทคนิคดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่

- ทัศนคติกำหนดอนาคตของคุณ

บนถนนของการเป็นผู้ประกอบการ

- โอกาสที่ยิ่งใหญ่ยากที่จะอธิบายให้ชัดเจน

สิ่งที่อธิบายได้ชัดเจนมักไม่ใช่โอกาสที่ยิ่งใหญ่

- ควรมองหาคนที่มีทักษะสมบูรณ์แบบ

เพื่อเริ่มก่อตั้งบริษัทด้วย

คนๆนั้นไม่จำเป็นต้อง

ประสบความสำเร็จ

แต่จงค้นหาคนที่ใช่

ไม่ใช่คนที่ดีที่สุด

- สิ่งที่ไว้ใจได้ยากที่สุดในโลกคือ

มิตรภาพระหว่างมนุษย์

- ฟรี คือคำพูดที่แพงที่สุด

- วันนี้โหดร้าย วันพรุ่งนี้โหดร้ายกว่า

แต่วันมะรืนจะงดงาม

สี่ สิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรทำ

- สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ

การไร้ซึ่งวิสัยทัศน์ มั่นใจเกินไป

ขาดความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

และไม่สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้

- ถ้าคุณไม่รู้จักคู่แข่ง หรือมั่นใจเกินไป

หรือไม่รู้จักความสามารถของคู่แข่งดีพอ

คุณจะโดนทิ้งไว้ข้างหลัง

อย่าเป็น “พวกเขา” ในสุภาษิตนี้

“ในตอนแรกพวกเขาปฏิเสธคุณ

จากนั้นพวกเขาหัวเราะคุณ

จากนั้นพวกเขาก็รบกับคุณ

สุดท้ายคุณเป็นผู้ชนะ”

- แม้ว่าคู่แข่งของคุณจะยังไม่เติบโตมากนัก

คุณก็ควรระวังและถือว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งจริงจัง

- ขณะเดียวกันถ้าหากคู่แข่งคุณเป็นยักษ์ใหญ่

คุณก็ไม่ควรมองว่าตัวเองเป็นแค่มดตัวเล็กๆเช่นกัน

.........................................................................

การเริ่มต้นบริษัท

การเริ่มต้นบริษัทหมายความว่า

คุณจะเสียรายได้ที่แน่นอน

คุณไม่สามารถลางาน ลาหยุดยาว

หรือเรียกร้องโบนัสได้

อย่างไรก็ตาม นั่นหมายความว่า

รายได้ของคุณจะไม่จำกัด

คุณจะได้ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

และคุณก็จะไม่ต้องทำงานให้คนอื่นอีกต่อไป

ถ้าหากคุณมี Mindset ที่แตกต่าง

คุณจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง

ถ้าหากคุณเลือกในสิ่งที่

แตกต่างจากคนอื่น

ชีวิตคุณก็จะแตกต่างจากคนอื่นเช่นกัน

.........................................................................

โอกาส

ถ้าหากคนมากกว่า 90%

มีความเห็นว่า “ใช่” สำหรับโครงการใดๆ

ผมจะไม่เอาโครงการนั้นทันที

เหตุผลง่ายๆคือ ถ้าหากคนจำนวนมากเห็นว่ามันดี

แสดงว่ามีคนจำนวนมาก

กำลังทำสิ่งนั้นอยู่

และนั่นก็ไม่ใช่โอกาสสำหรับเราแล้ว

.........................................................................

ไพบูลย์ สถาปนาวิสุทธิ์ เรียบเรียง







Create Date : 29 มกราคม 2559
Last Update : 29 มกราคม 2559 10:07:32 น. 0 comments
Counter : 508 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.