Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2559
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
9 พฤษภาคม 2559
 
All Blogs
 
ปรากฏการณ์เลสเตอร์



ชั่วโมงนี้ถ้าใครไม่ตามข่าวเลสเตอร์ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ...คงเชยแหลก


ครับ...ปรากฏการณ์เลสเตอร์นับว่าเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์อันดับต้น ๆ แห่งวงการกีฬาในทศวรรษนี้ ขนาดบ่อนพนันถูกกฎหมายในอังกฤษยังตั้งราคาเป็นแชมป์ของเลสเตอร์ตอนต้นฤดูกาลเอาไว้ที่ แทง 1 จ่าย 5000 นั่นหมายความว่า มันแทบเป็นไปไม่ได้ เรื่องความมหัศจรรย์ของเลสเตอร์ในเชิงลูกหนังคงมีคนเขียนไปเยอะแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากนำเสนอก็คือแนวทางการบริหารทีมเลสเตอร์ของครอบครัวศรีวัฒนประภา เพราะมันมีอะไรหลายอย่างที่ชวนกล่าวถึงมาก ๆ


ครั้งหนึ่งเฟอกี้เคยกล่าววาทะสำคัญเอาไว้ว่า (เครดิตจาก siamsport)


"ผมโชคดีที่สุดที่ได้ทำงานร่วมกับสุดยอดนักเตะมากมาย วันนี้ไม่มีสคริปต์ในการพูด แต่ทุกอย่างออกมาจากใจ ถ้าคุณคิดถึงการได้ประตูในนาทีสุดท้าย การคัมแบ็กกลับมาชนะหรือการที่เราได้แชมป์มากมาย ซึ่งนั่นมาจากการร่วมแรงของทุกฝ่าย ตั้งแต่วันแรกที่ผมมาถึง ผมนึกถึงเสมอว่า จะต้องสร้างสโมสรขึ้นมา ไม่ใช่แค่สร้างทีม "


สารภาพว่า ตอนแรกที่อ่าน ผมยังไม่เข้าใจกระจ่างนักว่าทีมที่ดีกับสโมสรที่ดี มันต่างกันยังไง เพราะที่เท่าดูบอลมา สโมสรที่ดีก็คือทีมที่เป็นแชมป์ จนกระทั่งปรากฏการณ์เลสเตอร์เกิดขึ้น


ยิ่งเปรียบเทียบกันระหว่าง แบล็กเบิร์นโรเวอส์กับเลสเตอร์ ก็ยิ่งเห็นภาพ


ปี 1994 แจ็ค วอร์กเกอร์ประธานสโมสรผู้ทำธุรกิจเหล็กกล้าลงทุนจ้างเคนนี่ ดัลกลิช อดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลพร้อมกับให้เงินดัลกลิชมหาศาลเพื่อซื้อตัว อลัน เชียร์เลอร์ กับ คริส ซัตตัน จนสามารถซิวแชมป์พรีเมียร์ชิพได้สำเร็จ แต่แบล็กเบิร์นโรเวอส์ก็ไม่สามารถรักษาความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง หลังหมดยุครุ่งเรืองของวอล์คเกอร์ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ก็ตกชั้นในปี 1999 ต้องจมอยู่ในลีกรองอยู่สองฤดูกาล ก่อนจะกลับมาผงาดในลีกสูงสุดอีกครั้งในปี 2001 อย่างไรก็ตาม โรเวอร์สไม่ใช่ทีมมหาอำนาจทีมเดิมอีกแล้ว ล่าสุดยังคงจมอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพในโซนท้ายตาราง


เปรียบเทียบกับเคสที่เลสเตอร์คว้าแชมป์ได้ ลองอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ครับ (เครดิตจาก นิตยสาร a day magazine)





"ตอนเข้าไปสโมสรเลสเตอร์แรกๆ เราเห็นว่า ลูกฟุตบอลตกบนสนามอินดอร์แทบไม่เด้ง เราถามว่าแล้วคุณซ้อมกันยังไง เขาบอกก็ซ้อมกันอย่างนี้ อยู่ไปวันๆ เราบอกว่ามันไม่ใช่แล้วมั้ง แล้วมันส่งผลถึงนักกีฬา ที่จริงผมควรจะต้องเอาเงินบางส่วนไปซื้อนักกีฬา แต่ผมตัดเงินซื้อนักกีฬาไปทำสนาม คุณพ่อก็บอกว่าบ้าหรือเปล่า สตาฟฟ์ทุกคนบอกว่า คุณผิดนะ ผมบอกว่าไม่ผิดหรอก ปีแรกมันอาจจะยังไม่เห็นผล แต่เชื่อสิว่าเดี๋ยวจะดี


"ผมวางระบบดี สิ่งอำนวยความสะดวกดี นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ แต่บางคนมองข้าม แล้วถ้าไม่ทำตอนนั้น ตอนนี้ก็คงไม่ทัน เลสเตอร์จะกลายเป็นทีมพรีเมียร์ลีกที่ไม่พร้อม ก็จะเป็นทีมแบบกลางๆ เล็กๆ ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร มันตอกย้ำให้เห็นว่าสิ่งที่เราลงทุนลงแรง พยายาม ไม่ว่าจะอะไร เราทำได้ พิสูจน์ว่ามันไม่ได้เสียอะไรไปเลยกับเวลาที่ลงไป กับเงินที่ลงไป วันนี้อะไรทุกอย่างคืนมาจนรับไม่ไหวแล้ว"


เห็นได้ชัดเจนว่า ทางคุณอัยยวัฒน์เลือกจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของสโมสรก่อน นั่นคือ สนามซ้อม อุปกรณ์การซ้อม ระบบอำนวยความสะดวก ก่อนที่จะต่อยอดไปสู่กระบวนการคัดเลือกนักเตะเข้าสู่ทีม


นอกเหนือจากระบบการซ้อมแล้ว สิ่งที่คุณอัยยวัฒน์ให้ความสำคัญก็คือ วิทยาศาสตร์การกีฬา ทีมนักกายภาพบำบัด ส่วนในด้านทีมงานแมวมองเพื่อคัดนักเตะ คุณอัยยวัฒน์ก็ให้เกียรติ สตีฟ วอลช์ (หัวหน้าแมวมอง) สิ่งที่วอลช์นำเสนอถูกตัดสินกันด้วยรายงานสถิติข้อมูลตัวเลข ไม่ใช่แค่ความชอบหรือไม่ชอบของผู้บริหารคนหนึ่ง ดังนั้น การที่คุณอัยยวัฒน์ซื้อตัวนักเตะนอกลีกอย่างเจมี วาร์ดี ด้วยเงินถึง 1 ล้านปอนด์ จึงไม่ใช่ความบังเอิญหรือถูกหวยแน่นอน แต่มันเกิดจากการเอารายงานและสถิติของสตีฟ วอลช์ไปนั่งวิเคราะห์ถึง 1 สัปดาห์


ส่วนในด้านความสัมพันธ์กับนักเตะ คุณอัยยวัฒน์พยายามลงไปคลุกคลีกับนักเตะบ่อย ๆ สร้างความคุ้นเคยต่อนักเตะ และทำให้นักเตะรู้สึกว่าอยู่กันเป็นครอบครัว ไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้อง ซึ่งตรงนี้มันจะทำให้นักเตะผูกพันกับสโมสรและเกิดความรู้สึกว่า "สโมสรคือครอบครัว"


ข้อสรุปก็คือ คุณอัยยวัฒน์พยายามสร้างประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นทุกจุดในสโมสร พัฒนาแบบสมดุล และมองคุณภาพแบบองค์รวม และเมื่อแนวคิดในการบริหารตกผลึกเพียงพอ วันหนึ่งเลสเตอร์ก็จะเปลี่ยนจากทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง (หรือองค์กรหนึ่ง) กลายมาเป็นสถาบันที่มีความเข้มแข็งพร้อมส่งผ่านแนวคิดไปสู่บุคลากรรุ่นต่อไปโดยไม่ผูกพันตนเองอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นโค้ชหรือนักเตะ


วิธีทีคุณอัยยวัฒน์เลือกนั้น มันเห็นผลช้า และต้องอดทนรอ แต่เป็นโชคดีของเลสเตอร์ที่ครอบครัวศรีวัฒนประภามองโลกบนความเป็นจริง และ "รอได้" ผมคงไม่บังอาจยืนยันว่าวิธีที่คุณอัยยวัฒน์ทำอยู่นี้จะทำให้เลสเตอร์เป็นแชมป์ติด ๆ กัน หรืออยู่ในระดับ Top Five ของพรีเมียร์ชิพได้ตลอดไปแต่สิ่งที่พอจะยืนยันได้คือ โครงสร้างสโมสรเลสเตอร์จะดีขึ้นในระยะยาวอย่างแน่นอน ที่จริงแล้วเรื่องทำนองนี้มีอยู่ในตำราการบริหารทั่วไป หาอ่านได้ไม่ยาก และผมก็ไม่อยากเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน แต่เอาเข้าจริงแล้วมีผู้บริหารทีมไม่กี่คนที่นำมาใช้ ส่วนใหญ่ก็คงด้วยเหตุผลที่ไม่อยากรอ ต้องการความสำเร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว สุดท้ายก็ไม่พ้นใช้เงินทุ่มมหาศาล ซึ่งเป็นการนำสโมสรเข้าไปสู่ความเสี่ยง หลายสโมสรต้องล้มละลายเพราะใช้จ่ายเกินตัว อย่างลีดส์นี่ก็น่าเสียดาย ทั้งที่เป็นทีมฟุตบอลที่ดีทีมหนึ่ง


ทีมฟุตบอลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสโมสรเท่านั้น







Create Date : 09 พฤษภาคม 2559
Last Update : 12 พฤษภาคม 2559 23:27:49 น. 0 comments
Counter : 552 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.