<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
13 กันยายน 2558

ปั๊มลมในโรงงานทำหน้าที่อะไร ?

ปั๊มลมในโรงงานทำหน้าที่อะไร ?

เครื่องอัดอากาศ (เรียกกันติดปากกันว่า"ปั๊มลม") คือ เครื่องจักรกลที่ทำหน้าที่อั
ดอากาศที่ดูดเข้ามาที่มีความดันปกติให้มีความดันสูงขึ้นแล้วเก็บไว้ในถังเก็บลมอัด เพื่อนำไปใช้งานโดยการจ่ายไปตามท่อลมให้กับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ทำงานต่างๆต่อไป   (หน้าที่เดียวกับมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน) แต่เป็นเครื่องที่ให้พลังงาน โดยการบีบอัดและกดอากาศให้มีความกดดันสูงกว่าความดันบรรยากาศ แล้วกักเก็บไว้ในถังก่อนหรือปล่อยออกโดยตรง เมื่อปล่อยอากาศอัดออกมา จะเกิดการพุ่งออกอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลังงานกลที่สามารถผลักดันสิ่งต่างๆ ให้เกิดงานต่างๆต่อไป  http://ultra-compressor.com/backup/index.html

ชนิดของเครื่องอัดอากาศสามารถแบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่

*1.เครื่องอัดอากาศชนิดลูกสูบ (piston compressor)
*2.เครื่องอัดอากาศชนิดไดอะแฟรม (diaphragm compressor)
*3.เครื่องอัดอากาศชนิดสกรู (screw compressor)
*4.เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดเลื่อน(sliding vane rotary compressor)
*5.เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดหมุน (root compressor)
*6.เครื่องอัดอากาศชนิดกังหันหรือกระแสอากาศ (turbo compressor or flow compressor)



1.11.1. เครื่องอัดอากาศชนิดลูกสูบ (piston compressor)

เป็นชนิดที่นิยมใช้มากที่สุด สามารถอัดอากาศได้จาก 4-300 บาร์ มีราคาถูก ประสิทธิภาพดี ส่งลมได้ 2-500 ลูกบาศก์เมตร/นาที สามารถจำแนกชนิดตามจำนวนชั้นของการอัดอากาศได้อีก เช่น ชนิดลูกสูบอัดชั้นเดียว(single stage) ความดัน 4-10 บาร์ ชนิดลูกสูบอัดสองชั้น(double stage) ความดัน 15-30 บาร์ ชนิดลูกสูบอัดสามชั้น(triple stage or multistage) ความดัน 250 บาร์ขึ้นไปซึ่งเป็นแรงดันสูง ใช้ทั้งชนิดลูกสูบอัดสามชั้น ชนิดลูกสูบอัดสี่ชั้น(four stage) หรือชนิดลูกสูบอัดหลายชั้น(multi-stage) 

เครื่องอัดอากาศชนิดลูกสูบนั้นลมอัดจะมีอุณหภูมิสูงเนื่องจากลมโดนอัดให้มีความดันสูง จึงมีการลดอุณหภูมิของลมอัดด้วย มี 3 วิธี คือ

1. ระบายความร้อนตามธรรมชาติ โดยการทำครีบระบายความร้อนที่กระบอกสูบ

2. ระบายความร้อนโดยใช้พัดลมระบายความร้อนอยู่ภายนอกท่อ นิยมใช้กับเครื่องอัดอากาศที่มีขนาดใหญ่

3.  ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยการให้ท่อน้ำอยู่ภายในท่อลมทำการแลกเปลี่ยนความร้อนโดยการให้น้ำพาความร้อนจากอากาศไป ถ่ายเทออกภายนอก

Piston Taiwan ultra compressor

รูปที่ 2  เครื่องอัดอากาศชนิดลูกสูบ (piston compressor)

รายละเอียด http://ultra-compressor.com/backup/images/brochure/piston-ultra-compressor.pdf


  1.11.2. เครื่องอัดอากาศชนิดไดอะแฟรม (diaphragm compressor)

การทำงานคล้ายกับชนิดลูกสูบเพียงแต่ใช้แผ่นไดอะแฟรมในการดูดและอัดอากาศแทนการใช้ลูกสูบ

รูปที่ 3 เครื่องอัดอากาศชนิดไดอะแฟรม (diaphragm compressor)

            1.11.3. เครื่องอัดอากาศชนิดสกรู (screw compressor)

การทำงานใช้การหมุนขบกันของเพลาที่มีลักษณะเป็นสกรู 2 เพลา โดยตัวหนึ่งมีฟันเป็นเส้นนูน อีกตัวหนึ่งเป็นเส้นเว้า ฟันเพลาหมุนขบเข้าหากันทำให้เกิดการอัดอากาศ

รูปที่  4  เครื่องอัดอากาศชนิดสกรู (screw compressor)

    1.11.4. เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดเลื่อน(sliding vane rotary compressor)

การทำงานใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในการทำให้ใบพัดเลื่อนเกิดการเลื่อนเข้าออกในร่องใบพัด โดยเมื่อเพลาหมุนจนใบพัดเลื่อนออกจากร่องเกิดห้องที่มีปริมาตรหนึ่งรับอากาศเข้ามาเต็มห้อง แล้วเพลาหมุนต่อจนใบพัดเลื่อนเข้าไปเรื่อยๆปริมาตรของห้องที่รับอากาศเล็กลงแต่ปริมาณอากาศเดิม อากาศจึงถูกอัดให้มีความดันสูงขึ้น เครื่องอัดอากาศชนิดนี้หมุนเรียบ ไม่มีเสียงดัง ผลิตลมอัดได้สม่ำเสมอ ไม่ขาดเป็นห้วงๆเหมือนชนิดลูกลูบ

รูปที่  5 เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดเลื่อน(sliding vane rotary compressor)



1.11.5. เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดหมุน (root compressor)

การทำงานใช้การหมุนเข้าหากันของใบพัด 2 เพลา โดยใบพัดทั้งสองเพลาจะรับอากาศจากทางลมเข้าแล้วกวาดลมไปด้านทางลมออก แต่ปริมาตรด้านทางลมออกจะเท่ากับด้านทางลมเข้าไม่เกิดการอัดจากการลดปริมาตรเหมือนชนิดใบพัดเลื่อน แต่เกิดการอัดอากาศเนื่องจากการเพิ่มปริมาณอากาศให้กับด้านทางลมออกจนมีปริมาณและความดันที่มากพอที่เอาชนะความดันด้านทางลมออกที่มีอยู่แล้ว

รูปที่  6  เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดหมุน (root compressor)



1.11.6. เครื่องอัดอากาศชนิดกังหันหรือกระแสอากาศ (turbo compressor or flow compressor)

การทำงานอาศัยหลักการใช้กังหันในการเปลี่ยนความเร็วลม(พลังงานจลน์)เป็นลมอัด(พลังงานความดัน) มี 2 ชนิด ได้แก่
                 1. เครื่องอัดอากาศชนิดเรเดียลโฟลว์ หรือเซนตริฟิวกัล (radial-flow or centrifugal compressor) อาศัยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในการทำให้อากาศเกิดความดัน

2. เครื่องอัดอากาศชนิดแอกเซียลโฟลว์ (axial-flow compressor)

รูปที่ 7  เครื่องอัดอากาศชนิดกังหันหรือกระแสอากาศ (turbo compressor or flow compressor)


---------------------------------------------------------------


1.12.การควบคุมและบำรุงรักษาเครื่องอัดอากาศ

เนื่องจากถังเก็บลมไม่สามารถเก็บลมที่อัตราได้ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ จึงต้องมีการควบคุมการทำงานของเครื่องอัดอากาศและการจ่ายลมอัดให้มีความเหมาะสม
1. การควบคุมแบบเปิด-ปิด(on-off or stop-start) คือ การใช้สวิตช์ความดันทำการต่อวงจรไฟฟ้าให้เครื่องอัดอากาศทำงานเมื่อความดันภายในถังลดลงน้อยกว่าความดันที่ตั้งไว้ และตัดวงจรไฟฟ้าให้เครื่องอัดอากาศหยุดทำงานเมื่อความดันภายในถังถึงหรือมากกว่าความดันที่ตั้งไว้ ใช้ควบคุมเครื่องอัดอากาศขนาดเล็ก

2. การควบคุมแบบอันโหลดดิงเรกูเลชัน (unloading regulation) คือ หลักการทำงานคล้ายวิธีเปิด-ปิด แต่ไม่มีการตัดวงจรไฟฟ้าโดยมอเตอร์ยังคงทำงานปกติ คือ หมุนตัวเปล่า ใช้ในกรณีตั้งระดับความดันช่วงแคบๆ มี 2 วิธี
2.1 การควบคุมวิธีระบายลมอัด (exhaust regulation) คือ การใช้ลมอัดไปดันวาล์ว 2/2 ให้ปล่อยแรงดันลมออกเมื่อแรงดันลมสูงกว่าแรงดันของสปริงวาล์วที่ตั้งไว้ เมื่อความดันต่ำลงแล้ววาล์ว 2/2 ก็จะเลื่อนกลับตำแหน่งปิดด้วยแรงดันของสปริง
2.2 การควบคุมวิธีปิด (shut-off regulation) คือ การให้ลมอัดไปดันวาล์ว 3/2 ไว้เมื่อลมอัดสูงมากกว่าความดันสปริง วาล์ว 3/2 จะถูกเลื่อน ทำให้ลมอัดหมุนเวียนจากเครื่องอัดอากาศเข้าสู่ระบบผ่านวาล์ว 3/2 และเมื่อความดันต่ำลงวาล์ว 3/2 จะเลื่อนกลับตำแหน่งเดิม

1.12.1 การบำรุงรักษาเครื่องอัดอากาศ

1. ควรติดตั้งในบริเวณที่ไม่มีฝุ่นละออง แห้งและมีอุณหภูมิต่ำ เพราะอากาศที่เย็นจะได้ปริมาณลมอัดที่มาก
2. ติดตั้งชุดกรองอากาศด้านดูดเข้าและทำความสะอาดไส้กรองสม่ำเสมอ
3. ตรวจดูระดับน้ำมันหล่อลื่นและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นทุก 500 ชั่วโมงการทำงาน
4. ตรวจหารอยรั่วตามข้อต่อต่างๆอย่างน้อยปีละครั้ง
5. ระบายน้ำในถังเก็บลมอัดหรือในท่อออกเมื่อเลิกงาน

              1.12.2 ระบบทำความสะอาดลมอัด

เนื่องจากการมีความชื้นและละอองน้ำทำให้อุปกรณ์ภายในที่เป็นโลหะเกิดสนิม ฝุ่นละอองหรือเศษของแข็งทำให้อุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนที่เกิดการเสียดสีและสึกหรอ และปัญหาอื่นอีกมากมายจึงจำเป็นต้องมีการทำความสะอาดลมอัดเพื่อยืดอายุของอุปกรณ์ทำงานด้วยอุปกรณ์ป้องกันดังนี้

1. เครื่องระบายความร้อน มี 2 ชนิด คือ
1.1  เครื่องระบายความร้อนชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ คือ การให้ลมอัดไหลในท่อผ่านเครื่องระบายความร้อนซึ่งมีครีบและพัดลมเป่าอากาศ เมื่อลมอัดระบายความร้อนออกไอน้ำที่ปนอยู่จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
1.2 เครื่องระบายความร้อนชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ
คือ การให้น้ำพาความร้อนออกจากลมอัด โดยให้ท่อน้ำอยู่ในท่อลมอัด

2. เครื่องทำอากาศแห้ง มี 3 ชนิด คือ
2.1  เครื่องทำอากาศแห้งชนิดใช้สารดูดความชื้น (absorption drying) คือ การใช้แคลเซียมคลอไรด์ โซเดียมคลอไรด์หรือลิเธียมคลอไรด์ ดูดความชื้น ของเหลว เศษของแข็งเล็กๆและน้ำมันให้กลายเป็นสารละลาย แล้วระบายทิ้งด้านนอก
2.2 เครื่องทำอากาศแห้งชนิดใช้สารดูดซับความชื้น (absorption drying) คือ การใช้ซิลิกาเจล(silica gel) แอกติเวเตดอะลูมินา(activated alumina) เป็นเม็ดเล็กๆมีรูพรุน เมื่อดูดซับความชื้นแล้วจะเปลี่ยนสีสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ สารดูดความชื้นบรรจุอยู่ในถัง 2 ถังโดยจะทำงานสลับกันตามเวลาที่ตั้งไว้โดยใช้ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าในการเปิดปิดวาล์ว
    2.3  เครื่องทำอากาศแห้งชนิดลดอุณหภูมิให้ต่ำ
(low temperature drying) หรือชนิดใช้เครื่องทำความเย็น (drying by refrigeration) คือ การใช้เครื่องทำความเย็นแบบอัดไอ(compression) ในการทำให้อุณหภูมิลมอัดลดลง ให้ความชื้นที่ปนมากลั่นตัวเป็นหยดน้ำ

3.เครื่องกรองลมท่อส่งลมอัด (main filter) คือ ถังที่มีไส้กรองละเอียดประมาณ0.01-3ไมครอน ทำจากโลหะซินเทอร์ กระดาษไวร์โคลท ไหมเทียม หรือฝ้าย ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกและความชื้นที่หลงเหลือหรือตกค้างในท่อส่งลมอัด

4. ชุดควบคุมและปรับปรุงคุณภาพลมอัด (service unit) ประกอบด้วย
     4.1  อุปกรณ์กรองอากาศ
(compressed air filter) ทำหน้าที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ ความชื้นหรือน้ำที่กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
     4.2  อุปกรณ์ควบคุมความดัน
(regulator) ทำหน้าที่ปรับความดันลมให้คงที่และเหมาะสมกับระบบ มี 2 แบบคือ
4.2.1 อุปกรณ์ควบคุมความดันชนิดไม่มีการระบายความดันออกสู่บรรยากาศ ทำงานโดยเมื่อความดันเกินไดอะแฟรมจะถูกดันให้ดึงก้านวาล์วลงมาปิดทางลมเข้าและจะเปิดอีกที่เมื่อความดันลมทางออกเหลือน้อยจนไม่สามารถดันสปริงแผ่นไดอะแฟรมลงต่อไปได้
4.2.2 อุปกรณ์ควบคุมความดันชนิดไม่มีการระบายความดันออกสู่บรรยากาศ ทำงานโดยเมื่อความดันทางออกสูงมากจะดันไดอะแฟรมลง ทำให้เดือยเปิดรูระบายลมตรงกลางแผ่นไดอะแฟรมให้เกิดการระบายลมอัดที่เกินออก และเมื่อแรงดันน้อยลงสปริงไดอะแฟรมจะดันให้ไดอะแฟรมเลื่อนขึ้นรูระบายจึงถูกปิดด้วยเดือยตามเดิม
4.3 อุปกรณ์ผสมน้ำมันหล่อลื่น (compressed air lubricator) ทำการผสมน้ำมันโดยอาศัยหลักการความดันที่แตกต่างกันบริเวณคอคอด โดยน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้เป็นประเภทเดียวกับน้ำมันไฮดรอลิก ความหนืด อุณหภูมิ หรือ SAE 10 ในโรงงานที่มีอุปกรณ์นิวแมติกส์จำนวนมากได้มีการติดตั้งอุปกรณ์เติมน้ำมันหล่อลื่นแบบอัตโนมัติ โดยใช้ลูกลอยในการควบคุมการป้อนน้ำมัน
4.4  เกจวัดความดัน (pressure gauge) ใช้วัดความดันในระบบนิวเมติกซึ่งมีความดันไม่เกิน 10 บาร์ เกจที่นิยมใช้ คือ บูร์ดอง เกจ (bour gauge)

1.13.การบำรุงรักษาชุดควบคุมและปรับปรุงคุณภาพลมอัด
1.  อุปกรณ์กรองอากาศ
          -   ระบายน้ำในหลอดแก้วทุกวัน (กรณีระบายน้ำด้วยมือ)
          -   ทำความสะอาดไส้กรองตามกำหนดเวลา
          -   ล้างชิ้นส่วนพลาสติกด้วยน้ำยาทำความสะอาดพลาสติก

2.  อุปกรณ์ควบคุมความดัน
- หมุนปรับตั้งความดันให้ถูกทิศทาง ไม่ควรใช้คีมหรือของแข็งบิดเกลียว

3.  เกจวัดความดัน
            -   ค่อยๆหมุนวาล์วตั้งความดันให้เข็มค่อยๆขยับช้าๆเพื่อป้องกันเข็มเสียหายและยืดอายุการใช้งาน
- ไม่ตั้งความดันสูงกว่าที่ใช้งานจริง

4. อุปกรณ์ผสมน้ำมันหล่อลื่น
- เติมน้ำมันหล่อลื่นในหลอดแก้วให้อยู่ในระดับที่ใช้งาน
- เปลี่ยนและตรวจสอบระบบเติมน้ำมันหล่อลื่น หากน้ำมันมีสีขาวขุ่น ขัน เนื่องจากมีสิ่งสกปรกปะปนในน้ำมัน


http://mte.kmutt.ac.th/elearning/Plc/unit_1-1.htm




Create Date : 13 กันยายน 2558
Last Update : 13 กันยายน 2558 19:16:49 น. 0 comments
Counter : 503 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สมาชิกหมายเลข 1085247
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 1085247's blog to your web]