ความคิด ความเชื่อ ในอดีตและปัจจุบัน

ทุกวันนี้ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะสนใจการเมืองมากขนาดนี้ จากที่เคยคิดว่ามันไกลตัวแต่ตอนนี้ไม่ใช่เสียแล้ว



แต่การสนใจการเมืองของผมนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการศึกษาจากอดีตค่อยๆ ไล่มาใครเป็นใครอยู่ที่ไหน



และข้อมูลที่จะมาหักล้างอ้างอิงพยายามหาจากแหล่งสารสนเทศที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ข้อมูลดิบ เช่น เขาเล่าว่า เขาบอกว่า



เมื่อเราเข้าใจเรื่องราวในอดีตเราจะรู้ว่าปัจจุบันใครกำลังจะทำอะไรอดีตเขาเคยทำอะไร หลายคนสนใจการเมืองเพราะแค่มีคนเล่าให้ฟัง



ได้ยินมาบอกต่อๆกัน ขาดการคิดวิเคราะห์แยกแยะและวางตัว เมื่อถลำเข้าไปในความเชื่อนั้นก็ยากที่จะรับความคิดเห็นด้านอื่น



ถามผมว่าทุกวันนี้ผมเข้าใจการเมืองไทยดีหรือไม่ ผมขอบอกว่าไม่ จนกว่าผมจะเข้าใจข้อมูลทั้งหมดในอดีตที่ผมกำลังศึกษาอยู่



โดยพยายามใช้กาลามสูตรคือ

อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสีบๆกันมา
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา



จนกว่าตัวเองจะเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องและโดยหลักประชาธิปไตยเรามีสิทธิที่จำทำอะไรก็แล้วแต่ได้โดยที่ต้องไม่ละเมิดผู้อื่นเช่นกัน



คือเราต้องเคารพสิทธิของคนอื่นเท่าที่อยากให้คนอื่นเคารพสิทธิของเราและเราสามารถอยู่ร่วมกันกับคนที่เห็นต่างได้



สมัยวัยรุ่นจะมีกลุ่มเด็กแถวบ้านซึ่งคิดว่าน่าจะมีกันทุกชุมชนผมจะคอยตามเขาไปตลอดไม่มีความคิดของตัวเอง



ให้ทำอะไรก็ทำบอกอะไรก็เชื่อเชื่อแม้กระทั่งดูดกัญชาเพื่อรักษาอาการอะไรบางอย่าง เชื่อโดยไม่สงสัยเชื่อเพราะเขาเป็นคนที่เรานับถือ



เมื่อคิดย้อนกลับไปก็ตลกตัวเองเหมือนกัน เหมือนเราตาสว่างขึ้น ตาสว่างโดยไม่มีใครบอกให้เชื่อ สว่างโดยเวลาที่ผ่านไปแล้วทำให้ได้คิด



คนที่เราเชื่อเขาก็พยายามทำตัวให้เราเชื่อ เหมือนคนที่หวังดีกับเรา ทำเพื่อเรามาโดยตลอด แต่จริงๆแล้วเขาไม่เคยคิดถึงใครนอกจากตัวเขาเอง





 

Create Date : 10 มิถุนายน 2554    
Last Update : 10 มิถุนายน 2554 20:19:13 น.
Counter : 449 Pageviews.  

ความเป็นธรรม ?




มีชาวบ้านกลุ่นนึงไม่พอใจนักพัฒนาชนบท เนื่องจากเรี่ยไรเก็บเงินค่าซ่อมปั๊มน้ำบาดาล เพราะเหตุผลที่ว่าพวกเขาใช้น้ำไม่เท่ากันบ้านที่อยู่ใกล้ใช้มากแต่บ้านที่อยู่ไกลใช้น้อย เพราะมาเอาน้ำจากบ่อลำบากจึงรองน้ำฝนไว้ใช้เอง จะเรียกเก็บเงินพวกเขาเท่า ๆ กันได้ยังไงไม่เป็นธรรมกับพวกเขาและตกลงกันว่าบ้านไหนใช้มากก็จ่ายมากบ้านไหนใช้น้อยก็จ่ายน้อย

ครั้นพอถึงหน้าหนาวมีคนบริจาคผ้าห่มให้ทางวัดเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อจึงแจกให้ชาวบ้านแต่ไม่สามารถแจกให้เท่ากันได้จึงปรึกษามัคนายก มัคยานกแนะนำว่าบ้านไหนช่วยงานวัดงานส่วนรวมก็ให้สองผืนนอกนั้นให้บ้านละผืน ปรากฏว่าชาวบ้านที่ได้ผืนเดียวไม่พอใจที่ได้น้อยกว่าบ้านอื่นผลคือหลวงพ่อถูกตำหนิว่าไม่เป็นธรรม

ทั้งสองกรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมแต่เกณฑ์ที่ใช้วัดความเป็นธรรมเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ เวลามีเหตุจ่ายเงินกับกิจกรรมส่วนรวมจ่ายเท่ากันถือว่าไม่เป็นธรรม ใช้มากจ่ายมากใช้น้อยจ่ายน้อยถือว่าเป็นธรรม

สำหรับคนไทยส่วยใหญ่ความเป็นธรรมไม่ได้แปลว่าเท่าเทียมกันเสมอไปถ้า "ได้" เท่ากันถือว่าเป็นธรรมแต่ถ้าเสียถ้าตนเองได้ผลประโยชน์น้อยต้องเสียไม่เท่ากันถึงเรียกว่าเป็นธรรม

แต่ทั้งสองมาตรฐานนั้นล้วนให้ประโยชน์แก่ "ตัวกู" ทั้งสิ้นถึงจะทำน้อย เหนื่อยน้อย จ่ายน้อยกว่า แต่ต้องได้เท่าคนอื่น คำว่าได้เท่ากับคนอื่นคือต้องได้ไม่น้อยกว่าคนอื่น ได้มากกว่าคนอื่นไม่เป็นไร

ใคร ๆ ก็ไม่พอใจเมื่อรู้ว่าตนเองได้โบนัสหรือขั้นน้อยกว่าคนอื่นมักบ่นว่าทำงานมากแต่ทำไมได้น้อย แต่ถ้าตนเองได้รับโบนัสหรือขั้นมากกว่าคนอื่นกลับลืมเรื่องความไม่เป็นธรรมไปเลยทั้ง ๆ ที่อาจจะทำงานน้อยกว่าคนอื่นก็ได้ มีใครบ้างที่จะบ่นว่า "ทำงานน้อยแต่ทำไมได้มากกว่าคนอื่นไม่เป็นธรรมเลย"

ความเป็นธรรมจึงมักเป็นเหตุผลที่ "ตัวกู" หรือกิเลสที่ใช้อ้างขึ้นมาเพื่อเอาเข้าตนเองให้มากที่สุดและจ่ายออกไปน้อยที่สุด ถ้าเรารู้ไม่เท่าทันกิเลสเราอาจเผลอคิดว่า ความเป็นธรรมที่เรียกร้องอยู่นั้นเป็นความถูกต้อง จะยิ่งทำให้เราดึงดันจะเอาให้ได้ เพราะเชื่อมั่นว่าตนอยู่ฝ่ายที่ถูกต้อง ชอบธรรม แต่หารู้ไม่ว่า "ตัวกู" หรือกิเลสต่างหากที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง

ความเป็นธรรมแบบนี้นอกจากจะทำให้เราขัดแย้งและวิวาทกับคนอื่นได้ง่ายยังทำให้เราทุกข์ง่ายด้วย เพราะทนเห็นใครได้มากหรือได้ดีกว่าตนเองไม่ได้เลย ผลคือไม่เพียงน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาหรือคับแค้นใจแต่ยังรู้สึกไม่ดีกับคนอื่นเวลาเขาได้ดิบได้ดี เราจะมีความสุขมากขึ้นหากนึกถึงความเป็นธรรมให้น้อยลง หรือรู้เท่าทันว่านี่คือความเป็นธรรมสนองกิเลสมากกว่า

จะให้ดีกว่านั้นเราควรชื่นชมยินดีเวลาเห็นคนอื่นได้ดีเพราะเขาเองก็อาจจะมีภาระต้องดูแลทั้ง พ่อแม่พี่น้อง ลูกเมีย เขาได้ขั้นมากกว่าก็ยินดีกับเขาเพราะเขาจะได้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น บริษัทดีขึ้นความเป็นอยู่ของทุกคนก็ดีขึ้น

ความเป็นธรรมสองมาตรฐานเพราะใครกัน?




 

Create Date : 11 มีนาคม 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 17:38:15 น.
Counter : 143 Pageviews.  

คำตอบของพระจันทร์



พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงสุกใสอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน
แสงจันทร์สว่างไสว ทำให้ทิวเขายาวเหยียดสุดสายตา แลดูสว่างราวกลางวัน

นักเดินทางคนหนึ่งกล่าวชื่นชมพระจันทร์ว่า ...“เจ้ายิ่งใหญ่เหลือเกิน เจ้ายิ่งใหญ่กว่า พระอาทิตย์เสียอีก พระอาทิตย์ส่องแสงเพียงในเวลากลางวัน ขณะที่เจ้าต้องส่องแสงในเวลากลางคืน เจ้าทำให้ความมืดกลายเป็นความสว่าง เจ้าเป็นเทพธิดาใจบุญ เป็นความหวังของมนุษย์ชาติ หากไม่มีเจ้า โลกนี้จะมีแต่ความมืดมน”...

ขณะนั้นเอง ขโมยคนหนึ่งซึ่งซุ่มอยู่ที่มุมลานบ้านหลังหนึ่ง ก็พูดด้วยท่าทางถมึงทึงกับพระจันทร์ว่า ...“จงไปให้พ้น เจ้าผีร้าย หากข้ามีอำนาจสามารถเรียกเมฆดำมาได้ละก็ ข้าจะให้เมฆดำห่อเจ้าไว้ให้มิดทีเดียว และจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้ามีโอกาสอวดใบหน้าซีดเซียวของเจ้า ที่คอยกีดขวางการทำงานของข้า ข้าขอสาปแช่งเจ้าร้อยครั้ง พันครั้ง”…


“ข้าไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าพระอาทิตย์ เพราะข้าขอยืมแสงสว่างจากเขา
และข้าก็ไม่ใช่ผีร้าย เพราะข้าไม่ได้กีดขวางคนดี
ข้าเป็นตัวข้าเอง....ข้าเป็นพระจันทร์...”




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 20 มกราคม 2553 0:50:33 น.
Counter : 169 Pageviews.  

 
 


Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add 's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com